<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รวมบทความรอบรู้เรื่อง มอก. - Livilution Consult</title>
	<atom:link href="https://livilution.com/category/blog-tsi/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://livilution.com/category/blog-tsi/</link>
	<description>บริการรับจดทะเบียน อย. มอก. ขออนุญาตสถานที่ผลิต</description>
	<lastBuildDate>Sun, 28 Jun 2026 07:30:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/03/favic-icon2-150x150.png</url>
	<title>รวมบทความรอบรู้เรื่อง มอก. - Livilution Consult</title>
	<link>https://livilution.com/category/blog-tsi/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ขอมอก. 2879-2560 แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า (Power Bank) อย่างไรให้ผ่านเกณฑ์</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Jun 2026 07:30:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[QR Code มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[จด มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1421</guid>

					<description><![CDATA[<p>แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า (Power Bank) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องได้รับการรับรองตาม มอก. 2879-2560 เพื่อยืนยันความปลอดภัยในการใช้งาน โดยผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรทำความเข้าใจขอบข่ายผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนด และขั้นตอนการขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนวางจำหน่ายในประเทศไทย</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ขอมอก. 2879-2560 แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า (Power Bank) อย่างไรให้ผ่านเกณฑ์</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Power Bank หรือแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า กลายเป็นอุปกรณ์ที่แทบทุกคนใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ด้วยความที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการกักเก็บและจ่ายพลังงานไฟฟ้า จึงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น ความร้อนสูง การลัดวงจร หรือการระเบิด หากผลิตไม่ได้มาตรฐาน ด้วยเหตุนี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จึงกำหนดให้แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม มอก. 2879-2560 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยสำหรับ Power Bank โดยเฉพาะ บทความนี้ <span style="color: #238f9c;">Livilution </span>จะพาไปทำความเข้าใจขอบข่ายผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดสำคัญ และแนวทางการขอ มอก. สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า</p>
<hr />
<p><strong>📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a href="#section1">มอก. 2879-2560 ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ประเภทใด</a></li>
<li><a href="#section2">ผลิตภัณฑ์ใดไม่อยู่ในขอบข่าย มอก. 2879-2560</a></li>
<li><a href="#section3">ข้อมูลที่ต้องแสดงบนฉลาก Power Bank</a></li>
<li><a href="#section4">คู่มือการใช้งาน Power Bank ต้องเป็นภาษาไทย</a></li>
<li><a href="#section6">โรงงานต้องมีขั้นตอนการผลิตอย่างไร</a></li>
<li><a href="#section7">การตรวจระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน</a></li>
<li><a href="#section8">การจำแนกผลิตภัณฑ์เพื่อขออนุญาต</a></li>
<li><a href="#section9">การเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบ</a></li>
<li><a href="#section10">โรงงานต้องทดสอบอะไรบ้าง</a></li>
<li><a href="#section11">การแสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code</a></li>
<li><a href="#section12">การตรวจติดตามหลังได้รับใบอนุญาต</a></li>
</ul>
<hr />
<p>ปัจจุบันแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า หรือ Power Bank เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและจ่ายพลังงานไฟฟ้า จึงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การเกิดความร้อนสูง การลัดวงจร หรือการระเบิดได้ หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จึงกำหนดให้แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม <strong>มอก. 2879-2560 แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าสำหรับการใช้งานแบบพกพา – คุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัย</strong> ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา</p>
<h2><span style="color: #238f9c;">มอก. 2879-2560 ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ประเภทใด</span></h2>
<p>มาตรฐานนี้ครอบคลุม <strong>แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าสำหรับการใช้งานแบบพกพา (Portable Power Bank)</strong> ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>เป็นอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานแบบพกพา</li>
<li>ใช้แบตเตอรี่ทุติยภูมิ (Rechargeable Battery)</li>
<li>มีวงจรอัดประจุไฟฟ้าในตัว</li>
<li>มีช่องจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง (DC Output) อย่างน้อย 1 ช่องทาง</li>
<li>มีแรงดันไฟฟ้าด้านออกไม่เกิน 6 โวลต์ (V)</li>
<li>รองรับระบบชาร์จเร็ว (Quick Charge) ได้</li>
</ul>
<p>โดยมาตรฐานนี้ครอบคลุมทั้งการใช้งานตามปกติ และการใช้งานผิดวิธีที่สามารถคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล เพื่อประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน</p>
<h2><span style="color: #238f9c;">ผลิตภัณฑ์ใดไม่อยู่ในขอบข่าย มอก. 2879-2560</span></h2>
<p>แม้ผลิตภัณฑ์บางชนิดจะมีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ภายใต้ มอก. 2879-2560 เสมอไป โดยมาตรฐานฉบับนี้ครอบคลุมเฉพาะ <strong>แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า (Power Bank) ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นแหล่งจ่ายพลังงานแบบพกพาโดยตรง</strong> เท่านั้น</p>
<p>ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อยู่ในขอบข่าย ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ในตัวและมีฟังก์ชันจ่ายไฟเป็นเพียงส่วนเสริม</strong> เช่น ลำโพงพกพา คอมพิวเตอร์พกพา (Laptop) หรือแท็บเล็ต ซึ่งหน้าที่หลักของผลิตภัณฑ์ไม่ได้เป็นการสำรองพลังงานไฟฟ้า</li>
<li><strong>แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าด้านออกสูงกว่า 6 โวลต์ทุกช่องทาง</strong> เช่น เครื่อง Jump Starter สำหรับสตาร์ทรถยนต์ หรือ Portable Power Station ที่ออกแบบมาสำหรับงานเฉพาะทาง</li>
<li><strong>ระบบสำรองไฟฟ้าต่อเนื่อง (UPS)</strong> ซึ่งใช้สำรองไฟให้คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร โดยมีลักษณะการใช้งานและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยแตกต่างจาก Power Bank ทั่วไป</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;">ข้อมูลที่ต้องแสดงบนฉลาก Power Bank</span></h2>
<p>ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องแสดงข้อมูลสำคัญบนผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน ได้แก่</p>
<ul>
<li>ชื่อผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย</li>
<li>เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายชี้บ่ง</li>
<li>ประเทศผู้ผลิต</li>
<li>แบบรุ่น (Model)</li>
<li>หมายเลขลำดับเครื่อง (Serial Number) (กรณีที่กำหนด)</li>
<li>แรงดันไฟฟ้าด้านเข้า (Input Voltage)</li>
<li>แรงดันไฟฟ้าด้านออก (Output Voltage)</li>
<li>กระแสไฟฟ้าด้านเข้า (Input Current)</li>
<li>กระแสไฟฟ้าด้านออก (Output Current)</li>
<li>ความถี่ด้านเข้า (กรณีใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ)</li>
<li>ความจุไฟฟ้าที่กำหนด (mAh หรือ Ah)</li>
<li>เดือนและปีที่ผลิต</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;">คู่มือการใช้งาน Power Bank ต้องเป็นภาษาไทย</span></h2>
<p>นอกจากฉลากแล้ว ผู้ประกอบการต้องจัดทำคู่มือหรือข้อแนะนำการใช้งานภาษาไทยให้กับผู้บริโภค โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูลดังนี้</p>
<h3>ข้อแนะนำการใช้งานทั่วไป</h3>
<ul>
<li>ควรชาร์จในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก</li>
<li>ไม่ควรชาร์จใต้หมอน ผ้าห่ม หรือวัสดุติดไฟง่าย</li>
<li>หลีกเลี่ยงความร้อน แสงแดด ความชื้น และน้ำ</li>
<li>ห้ามถอดแยกชิ้นส่วนหรือเผาทำลาย</li>
<li>หลีกเลี่ยงการกระแทก กดทับ งอ หรือเจาะตัวผลิตภัณฑ์</li>
<li>ห้ามทำให้เกิดการลัดวงจร</li>
<li>ไม่ควรใช้งานหากตัวเครื่องเปียกหรือเสียหาย</li>
</ul>
<h3>ข้อแนะนำในการชาร์จไฟ</h3>
<p>ต้องระบุวิธีการชาร์จอย่างถูกต้องตามที่ผู้ผลิตกำหนด</p>
<h3>ข้อมูลเกี่ยวกับความร้อน</h3>
<p>ต้องแจ้งข้อมูลการเกิดความร้อนระหว่างการใช้งานตามปกติ</p>
<h3>แนวทางการกำจัดทิ้ง</h3>
<p>เช่น การแสดงสัญลักษณ์ห้ามทิ้งรวมกับขยะทั่วไป</p>
<h2><span style="color: #238f9c;">โรงงานต้องมีขั้นตอนการผลิตอย่างไร</span></h2>
<p>สำหรับมาตรฐานนี้ สมอ. กำหนดว่าโรงงานที่ยื่นขอใบอนุญาตจะต้องมีอย่างน้อยกระบวนการ ประกอบแบตเตอรี่ ประกอบแผงวงจรไฟฟ้า ประกอบเปลือกหุ้ม จนสำเร็จเป็นผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าพร้อมใช้งาน</p>
<h2><span style="color: #238f9c;">การตรวจระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน</span></h2>
<p>โรงงานผู้ผลิตต้องมีระบบควบคุมคุณภาพที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ สมอ. โดยสามารถใช้หลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่</p>
<ul>
<li>รายงานการประเมินโรงงาน จากหน่วยตรวจหรือสำนักงานที่ได้รับการยอมรับ</li>
<li>Letter of Conformance จากโรงงานต่างประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น Registered Manufacturer</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;">การจำแนกผลิตภัณฑ์เพื่อขออนุญาต</span></h2>
<p>การออกใบอนุญาต มอก. จะพิจารณาตามลักษณะของแบตเตอรี่ ดังนี้</p>
<h3>ประเภทแบตเตอรี่</h3>
<ul>
<li>Lithium Ion</li>
<li>Lithium Polymer</li>
<li>Nickel-Cadmium</li>
<li>Nickel-Metal Hydride</li>
<li>อื่น ๆ</li>
</ul>
<h3>รูปทรงเซลล์</h3>
<ul>
<li>ทรงกระบอก</li>
<li>ทรงเหลี่ยม</li>
<li>รูปแบบอื่นตามที่ระบุ</li>
</ul>
<h3>ระบบขั้วไฟฟ้าลบ</h3>
<ul>
<li>ไอออนลิเทียม</li>
<li>โลหะลิเทียม</li>
<li>โลหะเจือลิเทียม</li>
<li>หรือระบบอื่นตามที่กำหนด</li>
</ul>
<h3>ระบบขั้วไฟฟ้าบวก</h3>
<ul>
<li>โคบอลต์ (C)</li>
<li>นิกเกิล (N)</li>
<li>แมงกานีส (M)</li>
<li>วานาเดียม (V)</li>
<li>ไทเทเนียม (T)</li>
<li>หรือระบบเคมีอื่น</li>
</ul>
<h3>ความจุไฟฟ้า</h3>
<p>ระบุเป็น mAh ตามที่ผู้ผลิตกำหนด</p>
<h3>แบบรุ่น (Model)</h3>
<p>ระบุรุ่นสินค้าที่ขออนุญาต</p>
<h2><span style="color: #238f9c;">การเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบ</span></h2>
<p>สมอ. จะสุ่มเก็บตัวอย่างตามประเภทแบตเตอรี่ รูปทรงเซลล์ และระบบเคมีของแบตเตอรี่</p>
<h3>กรณียื่นไม่เกิน 10 รุ่น</h3>
<p>เก็บตัวอย่าง 2 ชุด โดยเลือก</p>
<ul>
<li>รุ่นที่มีความจุต่ำสุด</li>
<li>รุ่นที่มีความจุสูงสุด</li>
</ul>
<h3>กรณียื่นมากกว่า 10 รุ่น</h3>
<ul>
<li>เก็บตัวอย่างต่ำสุดและสูงสุด 2 ชุด</li>
<li>เพิ่มตัวอย่างอีก 1 ชุด ทุก ๆ 10 รุ่น</li>
</ul>
<h3>จำนวนตัวอย่างต่อชุด</h3>
<ul>
<li>37 หน่วยต่อชุดตัวอย่าง</li>
<li>41 หน่วยต่อชุด สำหรับแบตเตอรี่ Nickel-Cadmium และ Nickel-Metal Hydride</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;">โรงงานต้องทดสอบอะไรบ้าง</span></h2>
<p>โรงงานต้องมีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน และมีเครื่องมือทดสอบที่เหมาะสมสำหรับการทดสอบอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่</p>
<ul>
<li>ความทนทานทางไฟฟ้า</li>
<li>ความจุไฟฟ้าของแบตเตอรี่</li>
<li>การเกิดความร้อนผิดปกติ</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;">การแสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code</span></h2>
<p>หลังได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานตามเงื่อนไขดังนี้</p>
<h3>ตำแหน่งการแสดง</h3>
<ul>
<li>ต้องแสดงบนตัวผลิตภัณฑ์</li>
<li>สามารถแสดงบนบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติมได้</li>
</ul>
<h3>ขนาดเครื่องหมาย มอก.</h3>
<ul>
<li>ขนาดไม่น้อยกว่า 5 มิลลิเมตร</li>
<li>หมายเลขมาตรฐานสูงไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร</li>
</ul>
<h3>QR Code มอก.</h3>
<ul>
<li>ต้องแสดงในบริเวณเดียวกับเครื่องหมายมาตรฐาน</li>
<li>ขนาดไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร</li>
<li>หากไม่สามารถติดบนตัวสินค้าได้ สามารถติดบนบรรจุภัณฑ์แทนได้ แต่ยังต้องมีเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;">การตรวจติดตามหลังได้รับใบอนุญาต</span></h2>
<p>หลังได้รับใบอนุญาตแล้ว สมอ. มีสิทธิ์เข้าตรวจติดตามโรงงานและผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อยืนยันว่าผู้ประกอบการยังคงรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง ผู้รับใบอนุญาตจึงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของ สมอ. อย่างเคร่งครัดตลอดอายุใบอนุญาต</p>
<p>มอก. 2879-2560 เป็นมาตรฐานบังคับสำหรับแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า (Power Bank) ที่กำหนดทั้งด้านความปลอดภัย การทดสอบผลิตภัณฑ์ ระบบควบคุมคุณภาพโรงงาน การแสดงฉลาก และการติดเครื่องหมาย มอก. เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานก่อนวางจำหน่ายในประเทศไทย</p>
<p>หากคุณเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือเจ้าของแบรนด์ Power Bank ที่ต้องการขอ มอก. 2879-2560 แต่ไม่แน่ใจว่าสินค้าเข้าข่ายมาตรฐานหรือไม่ <span style="color: #238f9c;">Livilution Consult</span> พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยให้การขอ มอก. แบตเตอรรี่สำรองไฟฟ้า เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดความยุ่งยากในการดำเนินงาน เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: <a href="https://lin.ee/xbB7qfR">@liviconsult</a> เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้เลย।</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ขอมอก. 2879-2560 แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า (Power Bank) อย่างไรให้ผ่านเกณฑ์</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มอก. เครื่องฟอกอากาศ ต้องมีมาตราฐานอะไรบ้าง ก่อนวางขาย</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Jun 2026 07:29:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[จด มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องหมาย มอก.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1434</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครื่องฟอกอากาศต้องมีเครื่องหมาย มอก. เพื่อรับรองทั้งความปลอดภัยในการใช้งานและประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM2.5 ตามมาตรฐานที่กำหนด<br />
การตรวจสอบว่าเครื่องได้รับมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ และผู้ประกอบการสามารถวางจำหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/">มอก. เครื่องฟอกอากาศ ต้องมีมาตราฐานอะไรบ้าง ก่อนวางขาย</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เครื่องฟอกอากาศกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความต้องการสูงในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้นำเข้า การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ “เครื่องหมาย มอก.” ซึ่งไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสินค้า แต่ยังเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายก่อนการวางจำหน่ายในประเทศ บทความนี้ <span style="color: #238f9c;">Livilution</span> จะพาผู้ประกอบการไปทำความเข้าใจว่าเครื่องฟอกอากาศต้องมี มอก. อะไรบ้าง แต่ละมาตรฐานมีความแตกต่างกันอย่างไร</p>
<hr />
<p><strong>📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a href="#section1">ทำไมเครื่องฟอกอากาศต้องมี มอก.</a></li>
<li><a href="#section2">มอก. เครื่องฟอกอากาศ มีอะไรบ้าง</a></li>
<li><a href="#section3">มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section4">มอก. 3061-2563 คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section5">ตรวจวัดค่า CADR คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section6">ความแตกต่างระหว่าง มอก. ด้านความปลอดภัย และ มอก. ด้านประสิทธิภาพ</a></li>
<li><a href="#section7">ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรเตรียมอะไรบ้างก่อนขอ มอก.</a></li>
</ul>
<hr />
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section1"></a>ทำไมเครื่องฟอกอากาศต้องมี มอก.</span></h2>
<p>เครื่องฟอกอากาศ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน และมีหน้าที่กรองอากาศเพื่อช่วยลดฝุ่นละออง PM2.5 ภายในอาคาร หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน ดังนั้น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จึงกำหนดมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องฟอกอากาศ เพื่อควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ก่อนวางจำหน่ายในประเทศไทย</p>
<p>เครื่องหมาย มอก. บนเครื่องฟอกอากาศไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานว่าสินค้าได้รับการทดสอบตามมาตรฐานที่กำหนด ทั้งในด้านความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อและใช้งาน</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section2"></a>มอก. เครื่องฟอกอากาศ มีอะไรบ้าง</span></h2>
<p>ปัจจุบันมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องฟอกอากาศแบ่งออกเป็น 2 มาตรฐาน คือ มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 และ มอก. 3061-2563 โดยทั้งสองมาตรฐานมีหน้าที่แตกต่างกัน โดยมาตรฐานหนึ่งรับรองความปลอดภัยของเครื่อง ส่วนอีกมาตรฐานหนึ่งรับรองว่าประสิทธิภาพในการกรองอากาศเป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุ</p>
<table>
<thead>
<tr>
<th>มาตรฐาน</th>
<th>วัตถุประสงค์</th>
<th>ลักษณะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564</td>
<td>ตรวจสอบความปลอดภัยของตัวเครื่อง</td>
<td>มาตรฐานบังคับ</td>
</tr>
<tr>
<td>มอก. 3061-2563</td>
<td>ตรวจสอบประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM2.5</td>
<td>มาตรฐานด้านประสิทธิภาพ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section3"></a>มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 คืออะไร</span></h2>
<p>มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับควบคุมความปลอดภัยของเครื่องฟอกอากาศสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัยและลักษณะการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน โดยมาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานบังคับตามกฎหมายที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตก่อนนำสินค้าออกจำหน่ายในประเทศไทย</p>
<h3>มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 ตรวจสอบอะไรบ้าง</h3>
<ul>
<li>ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า</li>
<li>การป้องกันไฟฟ้ารั่ว</li>
<li>การป้องกันไฟฟ้าดูด</li>
<li>ความแข็งแรงของโครงสร้าง</li>
<li>ความทนทานต่อความร้อน</li>
<li>ความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้</li>
<li>ความปลอดภัยของชิ้นส่วนภายใน</li>
<li>ความปลอดภัยของสายไฟและปลั๊ก</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section4"></a>มอก. 3061-2563 คืออะไร</span></h2>
<p>มอก. 3061-2563 คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับ เครื่องฟอกอากาศ ใช้ประเมินประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศในการลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภายในพื้นที่หนึ่ง ซึ่งควบคุมและออกโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และหัวใจสำคัญของมาตรฐานนี้คือการตรวจวัดค่า CADR หรือ Clean Air Delivery Rate</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section5"></a>ตรวจวัดค่า CADR คืออะไร</span></h2>
<p>CADR ย่อมาจาก Clean Air Delivery Rate คือ อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ หรือ ส่งมอบอากาศสะอาด เป็นมาตรฐานสากลที่พัฒนาโดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (AHAM) ใช้วัดประสิทธิภาพและความเร็วของเครื่องฟอกอากาศในการกำจัดมลพิษ เช่น ฝุ่นละออง ควัน และละอองเกสรดอกไม้ ออกจากห้องในระยะเวลาที่กำหนด ยิ่งตัวเลขสูง อากาศยิ่งบริสุทธิ์เร็ว</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section6"></a>ความแตกต่างระหว่าง มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 และ มอก. 3061-2563</span></h2>
<p>แม้ทั้งสองมาตรฐานจะเกี่ยวข้องกับเครื่องฟอกอากาศเหมือนกัน แต่มีวัตถุประสงค์ในการรับรองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย <strong>มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564</strong> เน้นการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของตัวเครื่อง เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้งาน เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟดูด หรือไฟไหม้ ขณะที่ <strong>มอก. 3061-2563</strong> เป็นมาตรฐานที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพในการลดฝุ่น PM2.5 และตรวจสอบค่าอัตราการส่งมอบอากาศสะอาด (CADR) ว่าเป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุหรือไม่</p>
<table>
<thead>
<tr>
<th>หัวข้อเปรียบเทียบ</th>
<th>มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564</th>
<th>มอก. 3061-2563</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>วัตถุประสงค์</td>
<td>รับรองความปลอดภัยของเครื่อง</td>
<td>รับรองประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM2.5</td>
</tr>
<tr>
<td>ลักษณะมาตรฐาน</td>
<td>มาตรฐานบังคับ</td>
<td>มาตรฐานด้านประสิทธิภาพ</td>
</tr>
<tr>
<td>ตรวจสอบ</td>
<td>ระบบไฟฟ้า โครงสร้าง ความปลอดภัยในการใช้งาน</td>
<td>ประสิทธิภาพการกรองอากาศและค่า CADR</td>
</tr>
<tr>
<td>ป้องกัน</td>
<td>ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟดูด ไฟไหม้</td>
<td>การโฆษณาประสิทธิภาพเกินจริง</td>
</tr>
<tr>
<td>เหมาะสำหรับ</td>
<td>ยืนยันว่าสินค้าใช้งานได้อย่างปลอดภัย</td>
<td>ยืนยันว่าสินค้ากรองฝุ่นได้จริงตามมาตรฐาน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section7"></a>ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรเตรียมอะไรบ้างก่อนขอ มอก.</span></h2>
<p>ผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้า หรือผลิตเครื่องฟอกอากาศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ควรเตรียมข้อมูลสำคัญ เช่น</p>
<ul>
<li>รายละเอียดผลิตภัณฑ์</li>
<li>แบบแปลนหรือข้อมูลทางเทคนิค</li>
<li>รายงานผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการ</li>
<li>ระบบควบคุมคุณภาพการผลิต</li>
<li>เอกสารของโรงงานผู้ผลิต</li>
<li>เอกสารประกอบการยื่นขอใบอนุญาตตามที่ สมอ. กำหนด</li>
</ul>
<p>เครื่องหมาย มอก. บนเครื่องฟอกอากาศไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง 2 เรื่องสำคัญ คือ ความปลอดภัยในการใช้งานตามมาตรฐาน มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 และประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM2.5 ตามมาตรฐาน มอก. 3061-2563 ที่อ้างอิงค่า CADR ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า การดำเนินการขอรับรองมาตรฐาน มอก. อย่างถูกต้อง ถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนวางจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย หากเตรียมเอกสารหรือดำเนินการไม่ครบถ้วน อาจทำให้การขอใบอนุญาตล่าช้าหรือไม่ผ่านการพิจารณา</p>
<p><span style="color: #238f9c;">Livilution</span> พร้อมให้คำปรึกษาและให้บริการด้านการขอ มอก. ตั้งแต่การตรวจสอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การเตรียมเอกสาร การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ไปจนถึงการขอใบอนุญาตอย่างครบวงจร ช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/">มอก. เครื่องฟอกอากาศ ต้องมีมาตราฐานอะไรบ้าง ก่อนวางขาย</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขอ มอก. 685 เล่ม 1-2562 ของเล่นเด็ก ต้องรู้อะไรบ้าง? ฉบับเข้าใจง่าย</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81685%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81685%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 08:00:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[ของเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[ของเล่นเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[จด มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.ของเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน มอก.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1368</guid>

					<description><![CDATA[<p>มอก. 685 เล่ม 1-2562 ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับของเล่นเด็ก วัสดุที่ห้ามใช้ คุณลักษณะ ภาชนะบรรจุ ฉลาก คำเตือน และข้อควรรู้สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า ก่อนขอ มอก. และวางจำหน่ายในประเทศไทย</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81685%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/">ขอ มอก. 685 เล่ม 1-2562 ของเล่นเด็ก ต้องรู้อะไรบ้าง? ฉบับเข้าใจง่าย</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ของเล่นเด็ก ที่วางขายไม่สามารถผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายได้โดยไม่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยรองรับ โดยเฉพาะของเล่นสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของ มอก. 685 เล่ม 1-2562 หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการไม่ผ่านการรับรองหรือไม่สามารถวางจำหน่ายสินค้าได้ บทความนี้ <span style="color: #238f9c;">Livilution </span>จะพาคุณทำความเข้าใจว่า ของเล่นแบบไหนต้องมี มอก. มาตรฐานกำหนดเรื่องใดบ้าง และมีข้อกำหนดสำคัญอะไรที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรรู้ก่อนดำเนินธุรกิจ</p>
<hr />
<p><strong>📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a href="#section1">มอก. 685 เล่ม 1-2562 คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section2">ขอบข่ายของมาตรฐาน มอก. 685</a></li>
<li><a href="#section3">ของเล่นแบบไหนต้องมี มอก. 685</a></li>
<li><a href="#section4">ของเล่นเด็กที่ไม่อยู่ในขอบข่าย มอก. 685</a></li>
<li><a href="#section5">วัสดุที่ห้ามใช้ในการผลิตของเล่น</a></li>
<li><a href="#section6">วัสดุที่ห้ามใช้ในการผลิตของเล่นเด็ก</a></li>
<li><a href="#section7">คุณลักษณะของของเล่นตามมาตรฐาน มอก.</a></li>
<li><a href="#section8">ภาชนะบรรจุของเล่นต้องเป็นอย่างไร</a></li>
<li><a href="#section9">เครื่องหมาย มอก. และฉลากของเล่น</a></li>
</ul>
<hr />
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section1"></a>มอก. 685 เล่ม 1-2562 คืออะไร</span></h2>
<p><strong>มอก. 685 เล่ม 1-2562</strong> คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่กำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ<strong>ของเล่นเด็ก</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับที่ออกโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเล่นของเด็ก และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการออกแบบ การผลิต หรือการใช้งานของเล่นที่ไม่ได้มาตรฐาน</p>
<p>มาตรฐานฉบับนี้ได้รับการปรับปรุงจาก มอก. 685 เล่ม 1-2540 โดยอ้างอิงแนวทางจากมาตรฐานสากลหลายฉบับ เช่น ISO 8124 และ EN 71 เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตของเล่นและแนวทางด้านความปลอดภัยในระดับสากลมากยิ่งขึ้น</p>
<p>สามารถตรวจสอบประกาศฉบับเต็มของ สมอ. ได้ที่ <a class="qNqJIe" href="https://www.tisi.go.th/data/standard/fulltext/TIS-685-1-2562m.pdf" target="_blank" rel="noopener" data-hveid="CAIIAAgACA0QAg" aria-label="⁠คู่มือมาตรฐาน มอก. 685 เล่ม 1-2562. ตัวอย่างลิงก์ เว็บไซต์: TISI ชื่อ: ห้ามทาซ ้าเพื่อการจาหน่ายจ่ายแจก - TISI URL: https://www.tisi.go.th/data/standard/fulltext/TIS-685-1-2562m.pdf">มาตรฐาน มอก. 685 เล่ม 1-2562</a></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section2"></a>ขอบข่ายของมาตรฐาน มอก. 685</span></h2>
<p>มาตรฐาน มอก. 685 เล่ม 1-2562 กำหนดคุณลักษณะเฉพาะด้านความปลอดภัยของของเล่นสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปีบริบูรณ์ รวมถึงชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับของเล่น</p>
<ul>
<li><strong>ของเล่น</strong> หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กเล่น</li>
<li><strong>เด็ก</strong> หมายถึง ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปีบริบูรณ์</li>
<li><strong>ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับของเล่น</strong> หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาเล่นได้ด้วยตัวเอง หรือใช้ร่วมกับของเล่นโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการประกอบ</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section3"></a>ของเล่นแบบไหนต้องมี มอก. 685</span></h2>
<p>ของเล่นที่อยู่ในขอบข่ายของมาตรฐานมีจำนวนมาก และไม่ได้จำกัดเฉพาะของเล่นพลาสติกเท่านั้น แต่ครอบคลุมของเล่นที่ผลิตจากวัสดุหลากหลายประเภท เช่น พลาสติก ไม้ โลหะ ยาง ผ้า กระดาษ หรือวัสดุผสม</p>
<p>ตัวอย่างของเล่นที่มักอยู่ในขอบข่าย มอก. 685 ได้แก่</p>
<ul>
<li>ตุ๊กตาและตุ๊กตายัดไส้</li>
<li>ของเล่นเสริมพัฒนาการ</li>
<li>ตัวต่อและบล็อกของเล่น</li>
<li>รถของเล่น</li>
<li>ของเล่นใช้แบตเตอรี่</li>
<li>ของเล่นที่มีเสียงหรือแสงไฟ</li>
<li>ลูกโป่ง</li>
<li>ของเล่นในน้ำ</li>
<li>ปืนฉีดน้ำ</li>
<li>ปืนของเล่น</li>
<li>ของเล่นแม่เหล็ก</li>
<li>จักรยานของเล่น</li>
<li>รถขาไถ</li>
<li>รถไฟฟ้าเด็ก</li>
<li>สกู๊ตเตอร์ของเล่น</li>
<li>โรลเลอร์สเกตของเล่น</li>
<li>สเกตบอร์ดของเล่น</li>
<li>หน้ากากแฟนซี</li>
<li>ชุดแฟนซีสำหรับเด็ก</li>
</ul>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-1394 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/6149-300x225.jpg" alt="ของเล่นแบบไหนต้องมี มอก. 685" width="1039" height="779" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/6149-300x225.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/6149-768x576.jpg 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/6149.jpg 1000w" sizes="(max-width: 1039px) 100vw, 1039px" /></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section4"></a>ของเล่นที่ไม่อยู่ในขอบข่าย มอก. 685</span></h2>
<p>แม้ว่ามาตรฐาน มอก. 685 เล่ม 1-2562 จะครอบคลุมของเล่นสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีจำนวนมาก แต่ก็มีผลิตภัณฑ์บางประเภทที่ถูกยกเว้นและไม่อยู่ภายใต้ขอบข่ายของมาตรฐานฉบับนี้ เนื่องจากมีมาตรฐานเฉพาะกำกับอยู่แล้ว หรือไม่ได้ถูกจัดให้เป็นของเล่นตามนิยามของมาตรฐาน</p>
<p>ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ไม่อยู่ในขอบข่าย มอก. 685 ได้แก่</p>
<ul>
<li>จักรยาน 2 ล้อที่มีความสูงอานจากพื้นเกิน 435 มิลลิเมตรเมื่อปรับอานสูงสุด</li>
<li>หนังสติ๊ก</li>
<li>ลูกดอกที่มีปลายแหลม</li>
<li>ปืนเพนต์บอล ปืนอัดลม ปืนอัดแก๊ส และสิ่งเทียมอาวุธปืนที่มีลักษณะเหมือนจริง</li>
<li>เครื่องเล่นสนาม</li>
<li>ว่าว</li>
<li>คันธนูสำหรับกีฬา ที่มีความยาวเกิน 120 เซนติเมตร</li>
<li>อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์กรีฑา อุปกรณ์ตั้งแคมป์ อุปกรณ์เชียร์กีฬา และเครื่องดนตรีที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เป็นของเล่น</li>
<li>สกู๊ตเตอร์ที่ออกแบบเพื่อใช้เป็นยานพาหนะ</li>
<li>เครื่องบินจำลอง รถจำลอง เรือจำลอง หรือยานพาหนะจำลองที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปหรือเครื่องยนต์ไอน้ำ</li>
<li>ริ้วประดับ กระดาษสี แถบเงิน แถบทอง และผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการตกแต่งหรือใช้ในงานพิธี</li>
<li>อุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำ เช่น ห่วงชูชีพ เสื้อชูชีพ และโฟมฝึกว่ายน้ำ</li>
<li>ตัวต่อจิ๊กซอว์ที่มีจำนวนมากกว่า 500 ชิ้น</li>
<li>พลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ และแก๊ปที่ไม่ได้ออกแบบเป็นส่วนประกอบของของเล่น</li>
<li>วิดีโอเกมหรืออุปกรณ์เล่นเกมที่ใช้แรงดันไฟฟ้าเกิน 24 โวลต์</li>
<li>หัวนมยางดูดเล่นและหัวนมยางสำหรับขวดนม</li>
<li>เตารีดไฟฟ้า ตู้อบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้แรงดันไฟฟ้าเกิน 24 โวลต์</li>
<li>แว่นตาว่ายน้ำ แว่นกันแดด หมวกนิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันดวงตา</li>
<li>ชุดทดลองวิทยาศาสตร์หรือสื่อการสอนที่ออกแบบให้ใช้ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่</li>
<li>สระน้ำขนาดเล็กที่มีความลึกมากกว่า 400 มิลลิเมตร</li>
<li>เครื่องเล่นหยอดเหรียญในศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า</li>
<li>เครื่องประดับแฟชั่นสำหรับเด็ก</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บางประเภทที่มีลักษณะคล้ายของเล่น แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสะสม การตกแต่ง หรือการจัดแสดง เช่น โมเดลสะสม แบบจำลองเหมือนจริง ตุ๊กตาประดับ ตุ๊กตาพื้นบ้าน งานหัตถกรรม หรือของเล่นโบราณจำลอง จะไม่อยู่ในขอบข่ายของมาตรฐานก็ต่อเมื่อมีการระบุข้อความบนผลิตภัณฑ์หรือฉลากอย่างชัดเจนว่า <strong>&#8220;ไม่ใช่ของเล่น&#8221;</strong> และมีคำเตือน <strong>&#8220;เก็บให้พ้นมือเด็ก&#8221;</strong></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section5"></a>วัสดุที่ห้ามใช้ในการผลิตของเล่นตาม มอก. 685</span></h2>
<p>มอก. 685 เล่ม 1-2562 ระบุ &#8220;วัสดุต้องห้าม&#8221; ที่ไม่สามารถนำมาใช้ผลิตของเล่นได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการติดไฟ การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี หรืออันตรายต่อสุขภาพของเด็ก ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจึงควรตรวจสอบวัตถุดิบและส่วนประกอบของสินค้าอย่างละเอียดก่อนการผลิตหรือสั่งนำเข้า เนื่องจากหากพบการใช้วัสดุต้องห้าม อาจไม่ผ่านการตรวจประเมินและไม่สามารถขออนุญาต มอก. ได้</p>
<h3>วัสดุที่ขยายตัวผิดปกติเมื่อสัมผัสน้ำ</h3>
<p>ห้ามใช้วัสดุที่สามารถดูดซับน้ำและขยายตัวจนมีขนาดเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติในการผลิตของเล่นเด็ก เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายหากเด็กกลืนเข้าไป โดยเฉพาะของเล่นขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นเม็ดหรือแคปซูลที่พองตัวได้เมื่อสัมผัสน้ำ</p>
<h3>เซลลูลอยด์และวัสดุที่มีคุณสมบัติติดไฟง่าย</h3>
<p>ห้ามใช้เซลลูลอยด์หรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติการติดไฟใกล้เคียงกันในการผลิตของเล่นเด็ก เนื่องจากสามารถลุกไหม้ได้ง่ายและเป็นอันตรายต่อเด็ก ยกเว้นที่เป็นส่วนผสมใน สี กาว วาร์นิช ลูกเทเบิลเทนนิส หรือลูกบอลที่ใช้สําหรับเล่นกีฬาในลักษณะเดียวกัน</p>
<h3>วัสดุที่เกิดเปลวไฟวาบเมื่อเข้าใกล้แหล่งกำเนิดไฟ</h3>
<p>ห้ามใช้วัสดุที่เมื่อเข้าใกล้เปลวไฟแล้วสามารถเกิดการลุกวาบอย่างรวดเร็วในการผลิตของเล่นเด็ก เพราะอาจเพิ่มความรุนแรงของอุบัติเหตุจากไฟไหม้ได้</p>
<h3>ของแข็งไวไฟ</h3>
<p>วัสดุที่สามารถติดไฟได้ง่ายและเผาไหม้อย่างรวดเร็ว ไม่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของของเล่นได้</p>
<h3>ก๊าซ เจล และของเหลวไวไฟ</h3>
<p>ห้ามใช้ก๊าซติดไฟ เจลติดไฟ หรือของเหลวไวไฟเป็นส่วนประกอบของของเล่น เนื่องจากอาจก่อให้เกิดการระเบิดหรือเพลิงไหม้ระหว่างการใช้งาน</p>
<h3>สารที่เกิดความร้อนหรือติดไฟได้เอง</h3>
<p>สารบางชนิดสามารถเกิดความร้อนสะสมหรือจุดติดไฟได้เองแม้อยู่ในอุณหภูมิห้อง ซึ่งมาตรฐานกำหนดห้ามใช้ในของเล่นทุกประเภท</p>
<h3>สารที่เกิดก๊าซไวไฟเมื่อสัมผัสน้ำหรือความชื้น</h3>
<p>ห้ามใช้สารที่เมื่อสัมผัสน้ำหรือความชื้นในอากาศแล้วเกิดก๊าซไวไฟ เช่น แคลเซียมคาร์ไบด์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิดได้</p>
<h3>การใช้แก้วในของเล่น</h3>
<p>สำหรับของเล่นที่ออกแบบสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ห้ามใช้แก้วเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์โดยเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงต่อการแตกหักและก่อให้เกิดบาดแผล ส่วนของเล่นสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป สามารถใช้แก้วได้เฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานของผลิตภัณฑ์ หรือใช้เป็นลูกแก้วเท่านั้น</p>
<h3>สารเคมีอันตรายที่ใช้รักษาเนื้อไม้</h3>
<p>ห้ามใช้น้ำยาหรือสารเคมีสำหรับอาบ อัด หรือรักษาเนื้อไม้ที่จัดเป็นวัตถุอันตราย หรือเป็นพิษต่อสุขภาพตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด เนื่องจากเด็กอาจสัมผัส สูดดม หรือได้รับสารเข้าสู่ร่างกายระหว่างการเล่น</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section6"></a>คุณลักษณะของของเล่นตามมาตรฐาน มอก. 685</span></h2>
<p>มาตรฐาน มอก. 685 กำหนดให้<strong>ของเล่นสำหรับเด็กต้องได้รับการออกแบบและผลิตให้มีความปลอดภัยต่อการใช้งาน</strong> โดยครอบคลุม<strong>ทั้งด้านกายภาพ การติดไฟ และสารเคมี</strong> เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเล่นของเด็ก</p>
<p>ในด้านโครงสร้างและความแข็งแรง <strong>ของเล่นต้องมีรูปทรง ขนาด และความทนทานเหมาะสม ไม่แตกหักหรือชำรุดง่ายเมื่อใช้งานตามปกติ</strong> รวมถึงต้องไม่มีขอบคม ปลายแหลม หรือส่วนยื่นที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อเด็กได้ นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับลวด โลหะ สปริง เชือก สายรัด รวมถึงรูหรือช่องต่าง ๆ เพื่อป้องกันอันตรายจากการเกี่ยวพัน การหนีบ หรือการติดค้างของนิ้วมือและอวัยวะส่วนต่าง ๆ</p>
<p>สำหรับของเล่นที่ออกแบบสำหรับเด็กเล็ก มาตรฐานกำหนดให้<strong>ต้องไม่มีชิ้นส่วนขนาดเล็กที่สามารถหลุดออกมาได้ง่าย</strong> เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการสำลักหรืออุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในอันตรายที่พบได้บ่อยในเด็กวัยก่อนเรียน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับของเล่นแต่ละประเภท เช่น ของเล่นยัดไส้ ลูกโป่ง ของเล่นขี่ สกูเตอร์ของเล่น ของเล่นในน้ำ ของเล่นที่มีเสียง ของเล่นแม่เหล็ก และของเล่นที่มีแหล่งกำเนิดความร้อน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามลักษณะการเล่นของเด็กแต่ละช่วงวัย</p>
<p>ในด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัย <strong>ของเล่นและวัสดุที่ใช้ผลิตต้องมีคุณสมบัติไม่ติดไฟง่าย</strong> โดยเฉพาะของเล่นสวมศีรษะ เครื่องแต่งกายแฟนซี หน้ากาก และของเล่นยัดไส้ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบการลุกติดไฟตามที่มาตรฐานกำหนด</p>
<p>ส่วนด้านสารเคมี มอก. 685 กำหนดให้<strong>ของเล่นต้องไม่ใช้สารอันตรายหรือมีการปนเปื้อนของสารเคมีเกินค่าที่กำหนด</strong> เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กจากการสัมผัส การอม หรือการนำของเล่นเข้าปากระหว่างการเล่น</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section7"></a>ภาชนะบรรจุของเล่นต้องเป็นอย่างไร</span></h2>
<p>ตามมาตรฐาน มอก. 685 เล่ม 1-2562 กำหนดให้ของเล่นต้องบรรจุอยู่ใน<strong>ภาชนะบรรจุที่สะอาด มีความแข็งแรงเพียงพอ และสามารถป้องกันความเสียหาย</strong>ที่อาจเกิดขึ้นกับตัวสินค้าในระหว่างการขนส่ง การจัดเก็บ หรือการจำหน่ายได้ เพื่อให้ของเล่นยังคงอยู่ในสภาพปลอดภัยก่อนถึงมือผู้บริโภค</p>
<p><strong>ภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติกอ่อน หรือถุงพลาสติกที่ไม่มีวัสดุรองพื้นและมีความกว้างมากกว่า 100 มิลลิเมตร</strong> มาตรฐานกำหนดให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของฟิล์มพลาสติก และ<strong>ต้องมีข้อความเตือนอย่างชัดเจนว่า “ภาชนะบรรจุนี้ไม่ใช่ของเล่น” และ “ห้ามนำไปสวมศีรษะ”</strong> เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขาดอากาศหายใจหรือการสำลัก โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อาจนำถุงพลาสติกมาเล่นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์</p>
<p><strong>ภาชนะบรรจุเป็นกล่องหรือมีฝาปิด จะต้องสามารถเปิดออกได้ง่าย และต้องไม่มีส่วนประกอบหรือวัสดุใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็ก</strong>ระหว่างการใช้งาน เช่น ขอบคม ชิ้นส่วนที่แตกหักง่าย หรือกลไกที่อาจทำให้เกิดการหนีบมือได้</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-1395 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/15589-300x200.jpg" alt="ของเล่นเด็ก มอก" width="995" height="663" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/15589-300x200.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/15589-768x512.jpg 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/15589.jpg 1000w" sizes="(max-width: 995px) 100vw, 995px" /></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section8"></a>เครื่องหมาย มอก. และฉลากของเล่นเด็ก</span></h2>
<p>เมื่อของเล่นได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. แล้ว ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะต้องแสดงเครื่องหมายและข้อมูลบนฉลากให้ถูกต้องตามที่มาตรฐานกำหนด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้า แหล่งที่มา และข้อควรระวังในการใช้งานได้อย่างชัดเจน</p>
<h3>ข้อมูลที่ต้องแสดงบนฉลาก</h3>
<p><strong>กรณีของเล่นที่ผลิตและจำหน่ายภายในประเทศไทย</strong> อย่างน้อยต้องแสดงข้อมูลต่อไปนี้เป็นภาษาไทย</p>
<ul>
<li>ชื่อผู้ผลิตหรือโรงงานผู้ผลิต และสถานที่ตั้ง หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน</li>
<li>อายุผู้เล่นหรืออายุที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน</li>
<li>คำเตือนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย</li>
<li>เดือนและปีที่ผลิต</li>
</ul>
<p><strong>สำหรับของเล่นนำเข้า</strong> นอกจากข้อมูลข้างต้นแล้ว <strong>จะต้องแสดงข้อมูลเพิ่มเติม</strong> ได้แก่</p>
<ul>
<li>ชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ตั้ง หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน</li>
<li>ชื่อผู้ผลิตหรือโรงงานผู้ผลิต และประเทศผู้ผลิต</li>
<li>เดือนและปีที่ผลิต หรือเดือนและปีที่นำเข้า</li>
</ul>
<p>ข้อมูลทั้งหมดต้องแสดงอย่างชัดเจน อ่านง่าย และอยู่ในตำแหน่งที่ผู้บริโภคสามารถมองเห็นได้ก่อนตัดสินใจซื้อ</p>
<h3>การแสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code</h3>
<p>ของเล่นที่ได้รับอนุญาตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ต้องแสดงเครื่องหมาย มอก. พร้อมเลขที่มาตรฐาน และ <a href="https://livilution.com/blog-tsi/qr-code-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">QR Code</a> ของ สมอ. ตามรูปแบบที่กำหนด โดยสามารถแสดงบนตัวผลิตภัณฑ์ ฉลาก หรือบรรจุภัณฑ์ได้</p>
<h3>ขนาดตัวอักษรที่ต้องใช้บนฉลาก</h3>
<p>มาตรฐานกำหนดให้ตัวเลขและตัวอักษรบนฉลาก ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร แต่หากเป็น อายุผู้เล่น อายุจำกัดของผู้เล่น คำเตือน ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร ส่วนคำว่า <strong>&#8220;คำเตือน&#8221;</strong> ต้องใช้ตัวอักษรหนาและมีความสูงไม่น้อยกว่า 4 มิลลิเมตร เพื่อให้สังเกตเห็นได้ชัดเจน</p>
<p>นอกจากนี้ สีของตัวอักษรและพื้นหลังต้องตัดกันอย่างเหมาะสม เพื่อให้อ่านข้อความได้ง่ายและลดความคลาดเคลื่อนในการรับข้อมูล</p>
<h3>การแสดงคำเตือนบนของเล่นเด็ก</h3>
<p>ของเล่นที่มีลักษณะหรือส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดอันตราย จะต้องแสดงคำว่า <strong>&#8220;คำเตือน&#8221;</strong> พร้อมข้อความเตือนที่เหมาะสมกับประเภทของสินค้า เช่น</p>
<ul>
<li>ไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี</li>
<li>มีชิ้นส่วนขนาดเล็ก อาจก่อให้เกิดการสำลัก</li>
<li>ควรใช้งานภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่</li>
</ul>
<p>รายละเอียดคำเตือนของของเล่นแต่ละประเภทจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ใน มอก. 685 เล่ม 1-2562</p>
<p>ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า มอก. 685 เล่ม 1-2562 เป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยสำหรับของเล่นเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ที่ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ การออกแบบและผลิตสินค้า คุณลักษณะด้านความปลอดภัย ภาชนะบรรจุ เครื่องหมายและฉลาก คำเตือน ตลอดจนเอกสารแนะนำการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าของเล่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยผู้ผลิต ผู้นำเข้า และเจ้าของแบรนด์ควรตรวจสอบตั้งแต่ต้นว่าสินค้าอยู่ในขอบข่ายของมาตรฐานหรือไม่ และเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร การทดสอบผลิตภัณฑ์ และการแสดงฉลากให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>หากคุณกำลังเตรียมผลิตหรือนำเข้าของเล่น และต้องการ<a href="https://livilution.com/tsi-license-request/">ขอ มอก.</a> ให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของ สมอ. <span style="color: #238f9c;">Livilution</span> พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลกระบวนการขออนุญาต มอก. แบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจสอบขอบข่ายผลิตภัณฑ์ เตรียมเอกสาร ประสานงานห้องปฏิบัติการ ยื่นคำขอ และติดตามผลการพิจารณา ช่วยลดความยุ่งยาก ประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสให้การขอ มอก. เป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: <a href="https://lin.ee/xbB7qfR">@liviconsult</a> เพื่อรับคำปรึกษาฟรีได้เลย</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81685%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/">ขอ มอก. 685 เล่ม 1-2562 ของเล่นเด็ก ต้องรู้อะไรบ้าง? ฉบับเข้าใจง่าย</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81685%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 มาตรฐานโคมไฟถนนที่ต้องขอก่อนจำหน่าย</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81902%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a123-2557/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81902%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a123-2557/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 08:00:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[จด มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[โคมไฟถนน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1363</guid>

					<description><![CDATA[<p>มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 เป็นมาตรฐานสำหรับโคมไฟถนนและโคมไฟสาธารณะกลางแจ้งที่กำหนดโดย สมอ. เพื่อควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย และความทนทานของผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรศึกษาข้อกำหนด เกณฑ์การทดสอบ และระบบควบคุมคุณภาพที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81902%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a123-2557/">รู้จัก มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 มาตรฐานโคมไฟถนนที่ต้องขอก่อนจำหน่าย</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โคมไฟถนนเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ต้องให้ความสำคัญทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพ และมาตรฐานทางกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย จำเป็นต้องศึกษาข้อกำหนดของ มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 ให้ครบถ้วน เนื่องจากมาตรฐานฉบับนี้กำหนดหลักเกณฑ์สำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างดวงโคม ระบบไฟฟ้า การป้องกันน้ำและฝุ่น ตลอดจนความทนทานต่อการใช้งานกลางแจ้ง บทความนี้ <span style="color: #238f9c;">Livilution</span> จะพาคุณทำความรู้จัก มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 ว่าคืออะไร มีข้อกำหนดอะไรบ้าง และผู้ประกอบการควรเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้สามารถผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายโคมไฟถนนได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานของ สมอ.</p>
<hr />
<p><strong>📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a href="#section1">มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section2">เกณฑ์การทดสอบโคมไฟถนนตามมาตรฐาน มอก.</a></li>
<li><a href="#section3">ประโยชน์ของการยึดตามมาตรฐาน มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557</a></li>
<li><a href="#section4">ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนยื่นขอ มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557</a></li>
<li><a href="#section5">โรงงานต้องมีระบบควบคุมคุณภาพอย่างไรจึงจะขอ มอก. ได้</a></li>
<li><a href="#section6">ได้รับใบอนุญาต มอก. แล้ว ยังมีการตรวจติดตามหรือไม่?</a></li>
</ul>
<hr />
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section1"></a>มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 คืออะไร</span></h2>
<p><strong>มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557</strong> คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับ &#8220;ดวงโคมไฟฟ้าสำหรับให้แสงสว่างบนถนน&#8221; (Luminaires for Road and Street Lighting) มาตรฐานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยอ้างอิงและปรับปรุงมาจากมาตรฐานสากล IEC 60598-2-3 เพื่อกำหนดคุณลักษณะที่สำคัญ ด้านโครงสร้าง ความปลอดภัย และความทนทานของโคมไฟที่ใช้ภายนอกอาคาร โดยเฉพาะโคมไฟถนน โคมไฟส่องสว่างบนสะพาน ทางแยก อุโมงค์ และพื้นที่สาธารณะกลางแจ้งทั่วไป</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section2"></a>เกณฑ์การทดสอบโคมไฟถนนตามมาตรฐาน มอก.</span></h2>
<p>เพื่อให้มั่นใจว่าโคมไฟถนนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน มาตรฐาน มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 จึงกำหนด<a href="https://www.tisi.go.th/data/PR/pdf/R0902_2557_2_3_00.pdf" target="_blank" rel="noopener">หลักเกณฑ์การทดสอบ</a>ที่เข้มงวดในด้านต่างๆ ดังนี้</p>
<h3>ความปลอดภัยทางไฟฟ้าและโครงสร้างทางกายภาพ</h3>
<ul>
<li>การป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหล: ทดสอบระบบฉนวนไฟฟ้า ระยะคลาน (Creepage Distance) ระยะห่างในอากาศ (Clearance Distance) รวมถึงข้อกำหนดการต่อลงดินสำหรับดวงโคมประเภทที่ต้องมีสายดิน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าดูดแก่ผู้สัญจร</li>
<li>ระดับการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP Rating): มาตรฐานกำหนดให้มีการทดสอบและประกาศค่าการป้องกันให้ตรงตามสภาพการใช้งานจริงของแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สำหรับโครงการใช้งานกลางแจ้งทั่วไป มักจะมีการกำหนดเพิ่มเติมในเอกสารจัดซื้อ ให้ห้องออปติคส์ (Optics) หรือห้องเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้ามีระดับการป้องกันที่ IP65 หรือ IP66 เพื่อความทนทานสูงสุด</li>
<li>ความแข็งแรงทางกล (IK Rating): โครงสร้างของโคมไฟถนนต้องผ่านเกณฑ์การทนทานต่อแรงกระแทกจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจนชิ้นส่วนหลุดร่วงลงมา</li>
<li>ความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอก: วัสดุและสารเคลือบผิวของดวงโคมต้องผ่านการทดสอบความทนทานต่อรังสี UV ความร้อน และความชื้น เพื่อลดปัญหาการกรอบแตก การเปลี่ยนสภาพ หรือการกัดกร่อนก่อนเวลาอันควร</li>
</ul>
<h3>การจัดการความร้อน (Thermal Management)</h3>
<p>เนื่องจากความร้อนส่งผลต่ออายุการใช้งานของโคมไฟประเภท LED มาตรฐานนี้จึงกำหนดให้มีการทดสอบอุณหภูมิของส่วนประกอบสำคัญภายในดวงโคม เช่น ไดรเวอร์ (Driver) บอร์ด LED และจุดสัมผัสฉนวนต่างๆ ภายใต้อุณหภูมิแวดล้อมที่ระบุ ($ta$) ตามที่ปรากฏบนฉลากผลิตภัณฑ์ เพื่อยืนยันว่าความร้อนที่เกิดขึ้นในขณะใช้งานจะไม่เกินขีดจำกัดที่วัสดุและอุปกรณ์เหล่านั้นจะรับได้</p>
<p>(หมายเหตุ: มาตรฐานกำหนดกรอบวิธีทดสอบและการทำเครื่องหมาย $ta$ เท่านั้น ไม่ได้มีการบังคับใช้สูตรชดเชยอุณหภูมิคงที่ เช่น การลบ 10 องศาเซลเซียสแต่อย่างใด)</p>
<h3>ประสิทธิภาพด้านแสงสว่าง</h3>
<p>มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องความปลอดภัยและโครงสร้างของดวงโคมเป็นหลัก ส่วนพารามิเตอร์เชิงการออกแบบแสงสว่าง เช่น คลาสการกระจายแสงบนท้องถนน (Road Distribution), ความสม่ำเสมอของแสง (Uniformity), ค่าแสงแยงตา (Glare), ค่าความถูกต้องของสี (CRI) หรืออุณหภูมิสีของแสง (CCT) โดยส่วนใหญ่แล้วจะถูก “กำหนดเพิ่มเติม” อยู่ในเอกสารข้อกำหนด (TOR) ของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง หรืออ้างอิงตามมาตรฐานแสงสว่างสากลอื่นๆ เช่น CIE หรือ IES แทน</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-1365 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ-6-300x200.jpg" alt="โคมไฟถนน มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557" width="983" height="655" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ-6-300x200.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ-6-768x512.jpg 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ-6.jpg 1000w" sizes="(max-width: 983px) 100vw, 983px" /></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section3"></a>ประโยชน์ของการยึดตามมาตรฐาน มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557</span></h2>
<p>การเลือกใช้และการผลิตโคมไฟถนนที่ได้รับเครื่องหมาย มอก. บังคับฉบับนี้ ส่งผลดีในวงกว้างต่อทุกภาคส่วน ดังนี้</p>
<ul>
<li>ยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ: ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางไฟฟ้าบนท้องถนน และสร้างความมั่นใจในความทนทานของระบบส่องสว่างสาธารณะยามค่ำคืน</li>
<li>คุ้มครองผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐ: ลดความเสี่ยงในการจัดซื้อสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีอายุการใช้งานสั้น ช่วยให้กระบวนการตรวจรับงานของโครงการต่างๆ มีความโปร่งใสและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด</li>
<li>ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไทย: ผลักดันให้ผู้ผลิตภายในประเทศพัฒนาศักยภาพการผลิตให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดระดับมหภาค</li>
<li>สนับสนุนความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม: เมื่อโครงสร้างโคมไฟมีคุณภาพและทนทาน ประกอบกับการเลือกสเปคโฟโตเมทริก (Photometric) ที่เหมาะสม ย่อมช่วยลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์จากการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section4"></a>ผู้ประกอบการต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนยื่นขอ มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557</span></h2>
<p>สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้าโคมไฟถนนที่ต้องการขอรับใบอนุญาต มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 การเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและข้อมูลผลิตภัณฑ์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการพิจารณาความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์และศักยภาพของโรงงานในการควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โดยทั่วไป ผู้ยื่นคำขอควรจัดเตรียมรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแบบผลิตภัณฑ์ รูปภาพ ตัวอย่างสินค้า หรือข้อมูลทางเทคนิคที่แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่จัดเก็บสินค้า รายชื่อผู้แทนจำหน่าย (ถ้ามี) และรายการวัตถุดิบหรือส่วนประกอบหลักที่ใช้ในการผลิต</p>
<p>นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องจัดเตรียมแผนผังกระบวนการผลิต (Process Flow) รายละเอียดวิธีการควบคุมคุณภาพในแต่ละขั้นตอนการผลิต ตลอดจนรายการเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพสินค้า เพื่อแสดงให้เห็นว่าโรงงานมีระบบการควบคุมคุณภาพที่เหมาะสมและสามารถรักษามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ได้อย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>หากมีผลการทดสอบผลิตภัณฑ์หรือใบรับรองคุณภาพจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการยอมรับอยู่แล้ว ก็ควรจัดเตรียมไว้ประกอบการพิจารณาด้วย เพราะจะช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคมีความครบถ้วนมากยิ่งขึ้น</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section5"></a>โรงงานต้องมีระบบควบคุมคุณภาพอย่างไรจึงจะขอ มอก. ได้</span></h2>
<p>สมอ. จะพิจารณาระบบบริหารจัดการของโรงงานในหลายด้าน ตั้งแต่โครงสร้างองค์กรและบุคลากร การควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์ การควบคุมการออกแบบผลิตภัณฑ์ การคัดเลือกและตรวจสอบวัตถุดิบ ตลอดจนการควบคุมกระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอน นอกจากนี้ โรงงานยังต้องมีระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก่อนส่งมอบ มีแนวทางจัดการสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด มีระบบการสอบกลับสินค้า (Traceability) เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เมื่อเกิดปัญหา รวมถึงมีการจัดเก็บเอกสารและบันทึกต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ</p>
<p>อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือ โรงงานต้องมีเครื่องมือวัด เครื่องมือทดสอบ และอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพที่เหมาะสม พร้อมมีการสอบเทียบเครื่องมืออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลการทดสอบมีความถูกต้องและเชื่อถือได้</p>
<p>ในกรณีที่มีข้อร้องเรียนจากลูกค้า หรือพบว่าสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โรงงานจะต้องมีแนวทางแก้ไขปัญหา การวิเคราะห์สาเหตุ และมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ รวมถึงต้องมีแผนเรียกคืนสินค้าในกรณีที่พบว่าสินค้าที่วางจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1366 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ-7-300x200.jpg" alt="โรงงานโคมไฟถนน" width="1007" height="671" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ-7-300x200.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ-7-768x512.jpg 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ-7.jpg 1000w" sizes="(max-width: 1007px) 100vw, 1007px" /></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section6"></a>ได้รับใบอนุญาต มอก. แล้ว ยังมีการตรวจติดตามหรือไม่?</span></h2>
<p>การได้รับใบอนุญาต มอก. ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการจะผ่านการรับรองเพียงครั้งเดียวแล้วสิ้นสุดกระบวนการ แต่ยังมีการตรวจติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาดยังคงมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับอนุญาตไว้</p>
<p>สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องรักษาระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจมีการตรวจติดตามทั้งในส่วนของกระบวนการผลิต ระบบควบคุมคุณภาพ และตัวผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายอยู่จริงในท้องตลาด</p>
<p>ในการตรวจติดตาม สมอ. อาจเข้าตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานเพิ่มเติม รวมถึงสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากสถานที่ผลิต คลังสินค้า หรือสถานที่จำหน่าย เพื่อนำไปตรวจสอบว่าโคมไฟถนนยังคงมีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของ มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 หรือไม่ หากพบว่าผลิตภัณฑ์หรือระบบควบคุมคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ผู้ประกอบการอาจถูกสั่งแก้ไข ปรับปรุง หรือดำเนินการตามมาตรการที่กฎหมายกำหนดได้</p>
<p>นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังควรจัดเก็บเอกสาร บันทึกการผลิต ผลการตรวจสอบคุณภาพ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการตรวจติดตามในอนาคต และแสดงให้เห็นว่าสามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตหรือนำเข้าโคมไฟถนน การศึกษาข้อกำหนดของมาตรฐานฉบับนี้อย่างละเอียดและดำเนินการให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนด จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้า ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย และสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากต้องการยื่นขอการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) การมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและดูแลกระบวนการขอรับรองตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การประสานงานห้องปฏิบัติการทดสอบ ไปจนถึงการยื่นคำขอ สามารถช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มโอกาสในการผ่านการรับรองได้มากขึ้น โดย <span style="color: #238f9c;">Livilution Consult</span> พร้อมให้บริการรับจด มอก. และให้คำปรึกษา เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: <a href="https://lin.ee/xbB7qfR">@liviconsult</a> ปรึกษาฟรีได้เลย</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81902%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a123-2557/">รู้จัก มอก. 902 เล่ม 2(3)-2557 มาตรฐานโคมไฟถนนที่ต้องขอก่อนจำหน่าย</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81902%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a123-2557/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีสร้าง QR Code มอก. ติดสินค้า แสดงคู่กับเครื่องหมายมาตรฐาน</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87qrcode%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87qrcode%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Jun 2026 09:24:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[QR Code มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[จด มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องหมาย มอก.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1343</guid>

					<description><![CDATA[<p>สร้าง QR Code มอก. ได้ผ่านระบบของ สมอ. หลังได้รับใบอนุญาต มอก. เพื่อนำไปแสดงคู่กับเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้า ฉลาก หรือบรรจุภัณฑ์ โดย QR Code จะเชื่อมโยงข้อมูลผลิตภัณฑ์ ผู้รับใบอนุญาต และรายละเอียดใบอนุญาตโดยตรง.</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87qrcode%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">วิธีสร้าง QR Code มอก. ติดสินค้า แสดงคู่กับเครื่องหมายมาตรฐาน</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>QR Code มอก. ไม่สามารถสร้างจากเว็บไซต์สร้าง QR Code ทั่วไปได้ แต่ต้องดาวน์โหลดจากระบบที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนด เพื่อใช้แสดงคู่กับเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้าและบรรจุภัณฑ์อย่างถูกต้อง หากคุณเพิ่งได้รับใบอนุญาต มอก. และกำลังมองหาวิ<strong>ธีสร้างหรือดาวน์โหลด QR Code</strong> บทความนี้ <span style="color: #238f9c;">Livilution </span>จะอธิบายขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่การเข้าระบบ การสร้าง QR Code ไปจนถึงแนวทางการนำไปใช้งานจริง</p>
<hr />
<p><strong>📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a href="#section1">QR Code มอก. คืออะไร? ทำไมต้องมี</a></li>
<li><a href="#section2">ผู้ประกอบการต้องสร้าง QR Code มอก. เองหรือไม่</a></li>
<li><a href="#section3">วิธีสร้าง QR Code มอก. ง่ายๆ 3 ขั้นตอน</a></li>
<li><a href="#section4">QR Code มอก. ต้องติดตรงไหน? มีขนาดเท่าไหร่?</a></li>
</ul>
<hr />
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section1"></a>QR Code มอก. คืออะไร? ทำไมต้องมี</span></h2>
<p><a href="https://livilution.com/blog-tsi/qr-code-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">QR Code มอก.</a> คือคิวอาร์โค้ดที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดให้ผู้ประกอบการติดคู่กับเครื่องหมาย มอก. บนตัวผลิตภัณฑ์ เมื่อสแกนแล้วจะแสดงรายละเอียดข้อมูลสินค้า ใบอนุญาต และมาตรฐานความปลอดภัย</p>
<h3>ทำไมต้องมี QR Code มอก.?</h3>
<ul>
<li>ป้องกันของปลอม: ใช้ตรวจสอบว่าสินค้านั้นได้รับใบอนุญาต มอก. ของแท้จาก สมอ. จริงหรือไม่ เพื่อป้องกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานแอบอ้างเครื่องหมาย</li>
<li>ตรวจสอบข้อมูลสินค้า: ผู้บริโภคสามารถดูรายละเอียดผู้ผลิต รายละเอียดใบอนุญาต และคุณลักษณะของสินค้าได้ทันทีก่อนตัดสินใจซื้อ</li>
<li>ช่องทางร้องเรียน: หากสินค้ามีปัญหาหรือไม่ได้มาตรฐาน ผู้ซื้อสามารถใช้เป็นช่องทางในการแจ้งเรื่องร้องเรียนกับ สมอ. ได้อย่างรวดเร็ว</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section2"></a>ผู้ประกอบการต้องสร้าง QR Code มอก. เองหรือไม่</span></h2>
<p>ผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้สร้าง QR Code มอก. ด้วยตนเอง หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เรียบร้อยแล้ว โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติมีดังนี้</p>
<ul>
<li>การสร้าง QR Code: ผู้ประกอบการต้องเข้าสู่ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของ สมอ. เพื่อดาวน์โหลดลิงก์และนำมาสร้างเป็น QR Code</li>
<li>การแสดงผล: จะต้องติด QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน</li>
<li>ข้อกำหนดทางกฎหมาย: ลิงก์ปลายทางของ QR Code ต้องเป็นข้อมูลที่ สมอ. กำหนดเท่านั้น ห้ามมีการครอบลิงก์ที่มีโฆษณาคั่นโดยเด็ดขาด</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section3"></a>วิธีสร้าง QR Code มอก. ง่ายๆ 3 ขั้นตอน</span></h2>
<p>หลังจากผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาต มอก. จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แล้ว ไม่ว่าจะเป็น มอก. ทั่วไป หรือ มอก. บังคับ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการสร้าง QR Code สำหรับใช้แสดงคู่กับเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้า ฉลาก หรือบรรจุภัณฑ์ โดยสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1351 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/สร้าง-QR-Code-มอก.-ง่ายๆ-3-ขั้นตอน-300x167.png" alt="วิธีสร้าง QR Code มอก. ง่ายๆ 3 ขั้นตอน" width="1114" height="620" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/สร้าง-QR-Code-มอก.-ง่ายๆ-3-ขั้นตอน-300x167.png 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/06/สร้าง-QR-Code-มอก.-ง่ายๆ-3-ขั้นตอน.png 1000w" sizes="(max-width: 1114px) 100vw, 1114px" /></p>
<h3>1. เข้าสู่ระบบ QR Code ของ สมอ.</h3>
<p>เข้าสู่ระบบของ สมอ. ที่ <a href="https://sso.tisi.go.th/login" target="_blank" rel="noopener">https://sso.tisi.go.th/login</a> จากนั้นเลือกเข้าใช้งานระบบ QR Code แต่สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยใช้งานระบบมาก่อน จะต้องดำเนินการลงทะเบียนผู้ใช้งานและยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถเข้าใช้งานระบบได้</p>
<h3>2. กรอกข้อมูลผลิตภัณฑ์และข้อมูลผู้ขอใช้งาน</h3>
<p>เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว จะพบแบบฟอร์มสำหรับสร้าง QR Code ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่</p>
<ul>
<li>ข้อมูลผู้ประกอบการ ซึ่งระบบจะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลของ สมอ. มาแสดงอัตโนมัติ (หากยังไม่มีข้อมูล ระบบอาจไม่แสดงรายละเอียดในส่วนนี้)</li>
<li>ข้อมูลผลิตภัณฑ์และใบอนุญาต ผู้ประกอบการจะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ เลขที่ใบอนุญาต หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง</li>
<li>ข้อมูลผู้ยืนยันคำขอ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน เพื่อใช้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลที่กรอก</li>
</ul>
<p>เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนกดบันทึกข้อมูล</p>
<h3>3. ดาวน์โหลด QR Code เพื่อนำไปใช้งาน</h3>
<p>หลังจากบันทึกข้อมูลเรียบร้อย ระบบจะสร้าง QR Code ให้โดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงทั้งในรูปแบบ URL และรูปภาพ QR Code ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้งานได้ 2 รูปแบบ ได้แก่</p>
<ul>
<li>คัดลอก URL ที่ระบบสร้างให้ เพื่อนำไปสร้าง QR Code เพิ่มเติมตามความต้องการ</li>
<li>คัดลอกรูปภาพ QR Code ที่ระบบสร้างให้โดยตรง เพื่อนำไปใช้บนฉลากสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ QR Code ที่สร้างขึ้นสามารถสแกนได้ด้วยแอปพลิเคชันสแกน QR Code หรือกล้องสมาร์ตโฟนทั่วไป โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงข้อมูลหรือถอดรหัสแต่อย่างใด</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section4"></a>QR Code มอก. ต้องติดตรงไหน? มีขนาดเท่าไหร่?</span></h2>
<p>หลังจากสร้าง QR Code มอก. เรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องนำไปแสดงควบคู่กับเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนด โดย QR Code และเครื่องหมาย มอก. จะต้องอยู่ในบริเวณเดียวกันหรือแสดงคู่กันเสมอ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์และใบอนุญาตได้อย่างถูกต้อง</p>
<h3>ตำแหน่งการแสดง QR Code มอก.</h3>
<p>โดยหลักแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องแสดง QR Code และเครื่องหมาย มอก. บนตัวผลิตภัณฑ์โดยตรง แต่ในกรณีที่สินค้ามีขนาดเล็ก หรือมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถพิมพ์เครื่องหมายลงบนตัวสินค้าได้ สามารถแสดงบนบรรจุภัณฑ์ หีบห่อ หรือฉลากสินค้าแทนได้ โดยต้องแสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code ไว้ในตำแหน่งเดียวกันอย่างชัดเจน</p>
<h3>ขนาดขั้นต่ำของ QR Code และเครื่องหมาย มอก.</h3>
<p>สมอ. กำหนดให้ QR Code ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 x 10 มิลลิเมตร เพื่อให้สามารถสแกนอ่านข้อมูลได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>ส่วนเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตรเช่นกัน และตัวเลขมาตรฐานภายในเครื่องหมายต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ทั้งนี้สามารถขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นได้ตามความเหมาะสมของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ แต่ต้องคงสัดส่วนของเครื่องหมายให้ถูกต้องตามที่ สมอ. กำหนด</p>
<h3>ข้อมูลที่อยู่ภายใน QR Code มอก.</h3>
<p>QR Code ที่ผู้ประกอบการสร้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ สมอ. จะเชื่อมโยงไปยังข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน โดยประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ เช่น</p>
<ul>
<li>รายละเอียดผลิตภัณฑ์</li>
<li>รายละเอียดผู้รับใบอนุญาต</li>
<li>เลขที่ใบอนุญาต</li>
<li>ข้อมูลบริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า</li>
<li>รายละเอียดมาตรฐาน มอก. ที่ได้รับการรับรอง</li>
</ul>
<p>ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ คู่ค้า และผู้บริโภคสามารถตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าได้ทันทีผ่านการสแกน QR Code ด้วยสมาร์ตโฟนทั่วไป</p>
<p>QR Code มอก. เป็นคิวอาร์โค้ดที่ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้เครื่องหมายมาตรฐานต้องแสดงคู่กับเครื่องหมาย มอก. บนสินค้าและบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตและรายละเอียดผลิตภัณฑ์ผ่านระบบของ สมอ. ได้อย่างถูกต้อง ผู้ประกอบการควรใช้ QR Code ที่ออกโดยระบบของ สมอ. เท่านั้น และควรตรวจสอบการแสดงผลก่อนผลิตฉลากทุกครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาการแก้ไขงานภายหลังและให้สินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล</p>
<p>หากคุณกำลังเตรียมขอ มอก. หรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เครื่องหมายมาตรฐาน การจัดทำ QR Code และการเตรียมเอกสารต่าง ๆ ทีมงาน <span style="color: #238f9c;">Livilution Consult</span> พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลตั้งแต่ยื่นคำขอจนได้รับใบอนุญาตอย่างครบขั้นตอน เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: <a href="https://lin.ee/xbB7qfR">@liviconsult</a> ปรึกษาฟรีได้เลย</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87qrcode%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">วิธีสร้าง QR Code มอก. ติดสินค้า แสดงคู่กับเครื่องหมายมาตรฐาน</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87qrcode%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>QR Code มอก. คืออะไร? ต้องติดอย่างไร แนวทางการใช้คู่กับเครื่องหมาย มอก.</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/qr-code-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/qr-code-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Jun 2026 08:13:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[QR Code มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[จด มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องหมาย มอก.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1340</guid>

					<description><![CDATA[<p>QR Code มอก. เป็นคิวอาร์โค้ดที่ผู้ได้รับใบอนุญาต มอก. ต้องแสดงคู่กับเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้าและบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาต ผู้ผลิต และรายละเอียดสินค้าได้ผ่านการสแกนทันที</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/qr-code-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">QR Code มอก. คืออะไร? ต้องติดอย่างไร แนวทางการใช้คู่กับเครื่องหมาย มอก.</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อได้รับใบอนุญาต มอก. แล้ว หลายผู้ประกอบการมักให้ความสำคัญกับการนำเครื่องหมาย มอก. ไปแสดงบนสินค้า แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ ปัจจุบันสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแสดง <strong>QR Code มอก.</strong> ควบคู่กับเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้า ฉลาก หรือบรรจุภัณฑ์ด้วย เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า เจ้าของแบรนด์ (OEM) หรือผู้ประกอบการที่กำลังเตรียมขอ มอก. การทำความเข้าใจเรื่อง <strong>TISI QR Code</strong> และ <strong>การแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก.</strong> อย่างถูกต้องถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากแสดงไม่ถูกต้อง อาจต้องแก้ไขฉลาก บรรจุภัณฑ์ หรือถูกเรียกตรวจสอบภายหลังได้</p>
<hr />
<p><strong>📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a href="#section1">QR Code มอก. คืออะไร?</a></li>
<li><a href="#section2">ทำไมผู้ประกอบการต้องแสดง QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก.</a></li>
<li><a href="#section3">กฎหมายกำหนดให้ติด QR Code มอก. เมื่อใด?</a></li>
<li><a href="#section4">QR Code มอก. แสดงข้อมูลอะไรบ้าง?</a></li>
<li><a href="#section5">การแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. และ QR Code ที่ถูกต้อง</a></li>
<li><a href="#section6">เครื่องหมาย มอก. QR Code ต้องติดตรงไหน?</a></li>
<li><a href="#section7">สแกน มอก. ยังไง? ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนวางขาย</a></li>
<li><a href="#section8">หากไม่แสดง QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก. มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?</a></li>
</ul>
<hr />
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section1"></a>QR Code มอก. คืออะไร?</span></h2>
<p>QR Code มอก. หรือ TISI QR Code คือ คิวอาร์โค้ดที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม แสดงควบคู่กับเครื่องหมาย มอก. บนสินค้า ฉลาก หรือบรรจุภัณฑ์</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section2"></a>ทำไมผู้ประกอบการต้องแสดง QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก.</span></h2>
<p>ผู้ประกอบการต้องแสดง QR Code คู่กับ เครื่องหมาย มอก. ตามกฎกระทรวงของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อวัตถุประสงค์ 3 อย่าง ได้แก่</p>
<ol>
<li>ป้องกันการปลอมแปลง: ช่วยแก้ปัญหาสินค้าสวมสิทธิ์เครื่องหมาย มอก. ปลอม</li>
<li>ตรวจสอบสิทธิ์: เมื่อผู้บริโภคสแกน จะลิงก์ไปยังระบบของ สมอ. เพื่อดูข้อมูลใบอนุญาต รายละเอียดสินค้า และสถานะการรับรองได้ทันที</li>
<li>คุ้มครองผู้บริโภค: สร้างความโปร่งใสและเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยก่อนตัดสินใจซื้อ</li>
</ol>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section3"></a>กฎหมายกำหนดให้ติด QR Code มอก. เมื่อใด?</span></h2>
<p>สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้เครื่องหมายมาตรฐานต้องแสดง QR Code ควบคู่กับเครื่องหมาย มอก. บนสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง ก็คือ เมื่อสินค้าได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย มอก. แล้ว ผู้ประกอบการต้องดำเนินการแสดง QR Code ตามรูปแบบที่ สมอ. กำหนดก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย ดังนั้นในขั้นตอนออกแบบฉลากสินค้า กล่องบรรจุภัณฑ์ หรือแม่พิมพ์บรรจุภัณฑ์ ควรตรวจสอบเรื่อง QR Code ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มผลิตจริง</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section4"></a>QR Code มอก. แสดงข้อมูลอะไรบ้าง?</span></h2>
<p>เมื่อสแกน QR Code ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เช่น</p>
<ul>
<li>ชื่อผู้ได้รับใบอนุญาต</li>
<li>ชื่อบริษัทผู้ผลิต</li>
<li>ชื่อผู้นำเข้า (กรณีสินค้านำเข้า)</li>
<li>เลขที่ใบอนุญาต</li>
<li>เลขมาตรฐาน มอก.</li>
<li>ชื่อผลิตภัณฑ์</li>
<li>ประเภทสินค้า</li>
<li>สถานะใบอนุญาต</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section5"></a>การแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. และ QR Code ที่ถูกต้อง</span></h2>
<p>การแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. และ QR Code จะต้องถูกต้องตามกฎกระทรวง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสแกนดูรายละเอียดข้อมูลสินค้าและใบอนุญาตได้ ซึ่งแนวทางการแสดงเครื่องหมายและ QR Code มอก. ควรยึดหลักดังนี้</p>
<h3>1. แสดง QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก.</h3>
<p>QR Code ต้องอยู่ร่วมกับเครื่องหมายมาตรฐานเพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตได้อย่างชัดเจน</p>
<h3>2. ติดในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย</h3>
<p>ควรอยู่บนตัวสินค้า ฉลาก หรือบรรจุภัณฑ์ในตำแหน่งที่ผู้ใช้งานสามารถสังเกตเห็นได้ทันที</p>
<h3>3. ไม่หลุดลอกหรือเสียหายง่าย</h3>
<p>วัสดุที่ใช้พิมพ์หรือสติกเกอร์ที่ใช้ติดต้องมีความคงทนเหมาะสมกับลักษณะสินค้า</p>
<h3>4. ขนาดต้องสามารถสแกนได้จริง</h3>
<p>ไม่ควรย่อ QR Code เล็กจนเกินไป เพราะอาจทำให้ระบบไม่สามารถอ่านข้อมูลได้</p>
<h3>5. มีความคมชัดเพียงพอ</h3>
<p>แม้จะสามารถใช้สีอื่นนอกเหนือจากสีดำได้ แต่ต้องมีความแตกต่างของสีที่เพียงพอเพื่อให้สแกนได้</p>
<h3>6. ข้อมูลต้องเชื่อมต่อกับระบบของ สมอ.</h3>
<p>ก่อนผลิตฉลากจำนวนมาก ควรทดลองสแกนเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่แสดงถูกต้องครบถ้วน</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section6"></a>เครื่องหมาย มอก. QR Code ต้องติดตรงไหน?</span></h2>
<p>สมอ. ไม่ได้กำหนดตำแหน่ง QR Code มอก. ตายตัวสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ แต่เครื่องหมาย มอก. พร้อม QR Code ต้องแสดงไว้ที่ ตัวผลิตภัณฑ์ หรือ สิ่งบรรจุ หีบห่อ ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน โดยต้องพิมพ์หรือติดไว้ในบริเวณเดียวกันกับเครื่องหมายมาตรฐานเสมอ ตามหลักเกณฑ์ของ สมอ.</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section7"></a>สแกน มอก. ยังไง? ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนวางขาย</span></h2>
<p>แม้ QR Code จะถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบสินค้าได้สะดวก แต่ผู้ประกอบการควรเป็นผู้ตรวจสอบก่อนวางจำหน่ายเสมอ โดยวิธีตรวจสอบสแกน มอก. สำหรับผู้ประกอบการ มีดังนี้</p>
<ol>
<li>สแกนผ่านแอปพลิเคชันหรือกล้อง: ใช้กล้องสมาร์ตโฟนสแกนไปที่ QR Code บนตัวสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์</li>
<li>ตรวจสอบข้อมูลในระบบ: เมื่อสแกนแล้ว ลิงก์จะนำไปยังเว็บไซต์ของ สมอ. หรือระบบของภาครัฐ ให้ตรวจสอบว่า ชื่อบริษัท, เลขที่ใบอนุญาต, ประเภทสินค้า, และ รุ่น ตรงกับสินค้าจริงที่จะนำมาขายหรือไม่</li>
<li>กรณีสแกนแล้วไม่พบข้อมูล: หากสแกนไม่ขึ้น, ลิงก์เสีย, หรือข้อมูลไม่ตรงกับตัวสินค้า (เช่น แสดงว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ตัวสินค้ากลับเป็นพลาสติก) ห้ามนำมาวางขายเด็ดขาด เพราะอาจเป็นสินค้าปลอมแปลงและผิดกฎหมาย</li>
</ol>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section8"></a>หากไม่แสดง QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก. มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?</span></h2>
<p>การไม่แสดง QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก. ตามประกาศของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวง มีความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมายและธุรกิจ ดังนี้</p>
<h3>ความเสี่ยงด้านกฎหมายและบทลงโทษ</h3>
<ul>
<li>ผู้จำหน่ายสินค้า: โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li>
<li>ผู้นำเข้าสินค้า: โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li>
<li>ผู้รับใบอนุญาต (ผู้ผลิต/ผู้นำเข้าที่ได้รับอนุญาต): หากไม่ติดแสดง QR Code บนตัวสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 บาท</li>
<li>ถูกเพิกถอนใบอนุญาต: หาก สมอ. ตรวจสอบพบความตั้งใจหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน อาจนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาต และถูกสั่งระงับการจำหน่ายหรือปิดแพลตฟอร์มออนไลน์</li>
</ul>
<h3>ความเสี่ยงด้านธุรกิจและความน่าเชื่อถือ</h3>
<ul>
<li>การสูญเสียความเชื่อมั่น ผู้บริโภคในปัจจุบันได้รับการรณรงค์ให้สังเกต QR Code การไม่มี QR Code อาจทำให้ถูกมองว่าเป็นสินค้าปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน</li>
<li>ถูกระงับการขายบนแพลตฟอร์ม มาร์เก็ตเพลสต่างๆ เช่น Shopee, Lazada หรือ LINE SHOPPING มีข้อบังคับเข้มงวด หากตรวจพบสินค้าควบคุมที่ไม่มี QR Code คู่กับ มอก. จะถูกลบสินค้าออกจากระบบทันที</li>
</ul>
<p>QR Code มอก. คือระบบตรวจสอบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้เครื่องหมาย มอก. ต้องแสดงควบคู่กับเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้าและบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาต ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และรายละเอียดสินค้าได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังเตรียม<a href="https://livilution.com/tsi-license-request/">ขอ มอก.</a> หรือได้รับใบอนุญาตแล้ว การวางแผนเรื่องการแสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบฉลาก จะช่วยลดปัญหาการแก้ไขงานภายหลัง และทำให้สินค้าพร้อมจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนดของ สมอ.</p>
<p>หากคุณต้องการขอ มอก. สำหรับสินค้า หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานบนฉลากและบรรจุภัณฑ์ ทีมงาน <span style="color: #238f9c;">Livilution Consult</span> พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลตั้งแต่การเตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ ประสานงานกับ สมอ. ไปจนถึงได้รับใบอนุญาตอย่างครบวงจร เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: <a href="https://lin.ee/xbB7qfR">@liviconsult</a> ปรึกษาฟรีได้เลย</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/qr-code-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">QR Code มอก. คืออะไร? ต้องติดอย่างไร แนวทางการใช้คู่กับเครื่องหมาย มอก.</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/qr-code-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มอก. ทั่วไป กับ มอก. บังคับ ต่างกันยังไง? ผู้ประกอบการต้องรู้</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%9a/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 May 2026 05:44:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[จด มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก. ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[มอก. บังคับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1257</guid>

					<description><![CDATA[<p>มอก. ทั่วไป กับ มอก. บังคับ ต่างกันที่ข้อกฎหมาย โดย มอก. บังคับเป็นมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดให้สินค้าทุกชิ้นต้องผ่านการรับรองจึงจะจำหน่ายได้ ขณะที่ มอก. ทั่วไป เป็นการสมัครใจของผู้ผลิต</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%9a/">มอก. ทั่วไป กับ มอก. บังคับ ต่างกันยังไง? ผู้ประกอบการต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ “มอก.” เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายสินค้าในประเทศไทย เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับสินค้าหลายประเภทอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนยังสับสนว่า มอก. ทั่วไป และ มอก. บังคับ แตกต่างกันอย่างไร สินค้าแบบไหนต้องขอ และหากจำหน่ายสินค้าโดยไม่มี มอก. จะมีความผิดหรือไม่ บทความนี้ <span style="color: #238f9c;">Livilution</span> จะพาคุณทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง มอก. ทั้ง 2 ประเภท</p>
<hr />
<p><strong>📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a href="#section1">มอก. คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section2">มอก. บังคับ คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section3">มอก. บังคับ ใช้กับสินค้าอะไร</a></li>
<li><a href="#section4">มอก. ทั่วไป คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section5">มอก. ทั่วไป ใช้กับสินค้าแบบไหน</a></li>
<li><a href="#section6">มอก. ทั่วไป และ มอก. บังคับ ต่างกันอย่างไร</a></li>
</ul>
<hr />
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section1"></a>มอก. คืออะไร</span></h2>
<p><a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">มอก.</a> ย่อมาจาก มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คือข้อกำหนดทางวิชาการที่กำหนดโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อเป็นเกณฑ์ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน โดย<a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/">เครื่องหมาย มอก.</a> แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่</p>
<ol>
<li>มอก. บังคับ (เครื่องหมายสีแดง) เป็นมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องผลิตและจำหน่ายเฉพาะสินค้าที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย ตัวอย่างสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า, สายไฟ, ของเล่นเด็ก, หมวกกันน็อก, ท่อ PVC และถังแก๊ส</li>
<li>มอก. ทั่วไป (เครื่องหมายสีดำ/น้ำเงิน) เป็นมาตรฐานที่ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอการรับรองได้ด้วย ความสมัครใจ เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามเกณฑ์และเพิ่มความน่าเชื่อถือ แม้ไม่มีเครื่องหมายนี้ก็สามารถวางขายได้ ตัวอย่างสินค้า เช่น น้ำดื่ม, กระดาษถ่ายเอกสาร, เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องครัว</li>
</ol>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section2"></a>มอก. บังคับ คืออะไร</span></h2>
<p>มอก. บังคับ คือ เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่กฎหมายกำหนดให้สินค้าชิ้นนั้นๆ &#8220;ต้องมี&#8221; เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย จะต้องผลิต นำเข้า และจำหน่ายเฉพาะสินค้าที่ผ่านการรับรองและมีเครื่องหมาย มอก. บังคับ เท่านั้น การฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section3"></a>มอก. บังคับ ใช้กับสินค้าอะไร</span></h2>
<p>มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) แบบบังคับ ใช้กับสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน สุขภาพ สิ่งแวดล้อม หรือเศรษฐกิจของประเทศ กฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายทุกคนต้องผลิต นำเข้า และจำหน่ายสินค้าที่ได้มาตรฐานเท่านั้น</p>
<h3>กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า</h3>
<ul>
<li>พัดลมไฟฟ้า</li>
<li>ตู้เย็น</li>
<li>เครื่องซักผ้า</li>
<li>หม้อหุงข้าวไฟฟ้า</li>
<li>เครื่องปรับอากาศ</li>
<li>เตารีดไฟฟ้า</li>
</ul>
<h3>กลุ่มสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า</h3>
<ul>
<li>สายไฟฟ้า</li>
<li>ปลั๊กไฟ</li>
<li>เต้ารับ</li>
<li>สวิตช์ไฟ</li>
<li>เบรกเกอร์ไฟฟ้า</li>
</ul>
<h3>กลุ่มวัสดุก่อสร้าง</h3>
<ul>
<li>เหล็กเส้น</li>
<li>ปูนซีเมนต์</li>
<li>ท่อ PVC บางประเภท</li>
</ul>
<h3>กลุ่มยานยนต์และอุปกรณ์</h3>
<ul>
<li>ยางรถยนต์</li>
<li>หมวกนิรภัย</li>
<li>กระจกนิรภัย</li>
</ul>
<h3>กลุ่มของใช้เด็ก</h3>
<ul>
<li>ขวดนมเด็ก</li>
<li>ของเล่นบางประเภท</li>
<li>ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเด็ก</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section4"></a>มอก. ทั่วไป คืออะไร</span></h2>
<p>มอก. ทั่วไป คือ เครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดมาตรฐานขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการยื่นขอการรับรองได้โดยความสมัครใจ ไม่ได้มีผลบังคับทางกฎหมายเหมือน มอก. บังคับ จุดประสงค์หลักเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าและเพิ่มความน่าเชื่อถือ</p>
<h2><span style="color: #238f9c;">มอก. ทั่วไป ใช้กับสินค้าแบบไหน</span></h2>
<p>มอก. ทั่วไป ใช้กับสินค้าทั่วไปที่เน้นการพัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางการตลาด โดยผู้ประกอบการจะแสดงเครื่องหมายนี้คู่กับชื่อผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างสินค้าที่นิยมขอ มอก. ทั่วไป เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องใช้สำนักงาน กระดาษ ปากกา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1270 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/05/Mandatory-Standard-300x200.png" alt="มอก. ทั่วไป และ มอก. บังคับ ต่างกันอย่างไร" width="1062" height="708" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/05/Mandatory-Standard-300x200.png 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/05/Mandatory-Standard-768x512.png 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/05/Mandatory-Standard.png 1000w" sizes="(max-width: 1062px) 100vw, 1062px" /></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section5"></a>มอก. ทั่วไป และ มอก. บังคับ ต่างกันอย่างไร</span></h2>
<p>มอก. ทั่วไป และ มอก. บังคับ แม้ทั้งสองประเภทจะเป็นมาตรฐานภายใต้การกำกับดูแลของ สมอ. เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันที่ข้อกฎหมายและการบังคับใช้</p>
<h3>1. ความสมัครใจในการขอรับรอง</h3>
<ul>
<li>มอก. ทั่วไป เป็นการขอรับรองโดยสมัครใจ</li>
<li>มอก. บังคับ เป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการก่อนจำหน่ายสินค้า</li>
</ul>
<h3>2. ผลทางกฎหมาย</h3>
<ul>
<li>มอก. ทั่วไป ไม่มีความผิดหากไม่ได้ขอรับรอง</li>
<li>มอก. บังคับ หากไม่มีใบอนุญาตแล้วนำมาจำหน่าย อาจมีโทษตามกฎหมาย</li>
</ul>
<h3>3. ประเภทสินค้า</h3>
<ul>
<li>มอก. ทั่วไป มักใช้กับสินค้าที่ไม่ได้ส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง</li>
<li>มอก. บังคับ มักใช้กับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้บริโภค</li>
</ul>
<h3>4. การควบคุมหลังได้รับอนุญาต</h3>
<ul>
<li>มอก. ทั่วไป มีการติดตามคุณภาพตามเงื่อนไขที่กำหนด</li>
<li>มอก. บังคับ มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องมากกว่า</li>
</ul>
<p>มอก. ทั่วไป คือ มาตรฐานที่ผู้ประกอบการสามารถขอรับรองได้โดยสมัครใจ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า ส่วน มอก. บังคับ คือ มาตรฐานที่กฎหมายกำหนดให้สินค้าบางประเภทต้องได้รับการรับรองก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง ดังนั้นก่อนเริ่มผลิตหรือนำเข้าสินค้า ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าสินค้าของตนอยู่ในกลุ่ม มอก. ทั่วไป และ มอก. บังคับ ประเภทใด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและสามารถวางแผนการขออนุญาตได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณต้องขอ มอก. หรือไม่ ต้องใช้มาตรฐานใด หรืออยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจสอบมาตรฐาน ยื่นเอกสาร และประสานงานกับ สมอ. ทีมงาน <span style="color: #238f9c;">Livilution Consult</span> พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลครบวงจร เพียงกรอกข้อมูลให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: <a href="https://lin.ee/xbB7qfR">@liviconsult</a> เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%9a/">มอก. ทั่วไป กับ มอก. บังคับ ต่างกันยังไง? ผู้ประกอบการต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 ต้องมี IE ระดับไหน คุณสมบัติแบบใด</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81866/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81866/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 May 2026 11:50:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1233</guid>

					<description><![CDATA[<p>มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 คือมาตรฐานบังคับใหม่สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับชนิดเหนี่ยวนำ 3 เฟส ที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายควรเตรียมพร้อม บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 69 เป็นต้นไป</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81866/">มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 ต้องมี IE ระดับไหน คุณสมบัติแบบใด</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันมอเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ พัดลมอุตสาหกรรม และสายการผลิตต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณสูง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟกลายเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของภาคธุรกิจ ล่าสุด สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ประกาศให้ “มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561” กลายเป็นมาตรฐานบังคับด้านประสิทธิภาพพลังงานสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส ทำให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายต้องเร่งเตรียมความพร้อม บทความนี้ <span style="color: #238f9c;">Livilution</span> จะพาไปทำความเข้าใจว่า มอก. 866 คืออะไร ครอบคลุมสินค้าประเภทไหน มีข้อกำหนดอะไรบ้าง รวมถึงบทลงโทษหากฝ่าฝืน</p>
<hr />
<p><strong>📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a href="#section1">มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section2">ประเภทของมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส</a></li>
<li><a href="#section3">ระดับ IE ของมอเตอร์คืออะไร</a></li>
<li><a href="#section4">มาตรฐานเริ่มบังคับใช้เมื่อไร</a></li>
<li><a href="#section5">มอเตอร์ที่อยู่ในขอบข่าย มอก. 866</a></li>
<li><a href="#section6">มอเตอร์ที่ไม่อยู่ในขอบข่าย มอก. 866</a></li>
<li><a href="#section7">มอเตอร์ต้องผ่านการทดสอบอะไรบ้าง</a></li>
<li><a href="#section8">ข้อมูลที่ต้องแสดงบนป้ายพิกัด</a></li>
<li><a href="#section9">บทลงโทษ หากฝ่าฝืนมาตรฐานบังคับ มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561</a></li>
</ul>
<hr />
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section1"></a>มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 คืออะไร</span></h2>
<p>มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับ เครื่องจักรกลไฟฟ้าชนิดหมุน เล่ม 30(101) ระดับชั้นประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับชนิดเหนี่ยวนำสามเฟส ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดระดับประสิทธิภาพพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล IEC</p>
<p>มาตรฐานสากล IEC นี้กำหนดให้มอเตอร์ต้องมีระดับชั้นประสิทธิภาพพลังงาน หรือ IE Code เพื่อแสดงว่ามอเตอร์ใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด โดยแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ IE1 ไปจนถึง IE4 ซึ่งยิ่งระดับสูงเท่าไร ยิ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงานและช่วยประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section2"></a>ประเภทของมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส</span></h2>
<p>มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส เป็นมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับที่นิยมใช้มากที่สุดในภาคอุตสาหกรรม โดยแบ่งตามชนิดของตัวหมุน (Rotor), ระดับชั้นการป้องกันสิ่งแปลกปลอม (รหัส IP), และระดับชั้นการประหยัดพลังงาน (รหัส IE) ดังนี้</p>
<h3>แบ่งตามชนิดของตัวหมุน</h3>
<ul>
<li>ตัวหมุนชนิดกรง (Cage-rotor) หรือที่นิยมเรียกว่า Squirrel-cage rotor เป็นโรเตอร์ที่มีแกนเหล็กเซาะร่องและมีแท่งตัวนำทองแดงหรืออะลูมิเนียมฝังอยู่ ขั้วปลายทั้งสองด้านเชื่อมต่อกันด้วยวงแหวน มีความทนทานสูงและบำรุงรักษาง่าย</li>
<li>ตัวหมุนชนิดพันขดลวด (Wound-rotor) ตัวโรเตอร์จะถูกพันด้วยขดลวดในสล็อต (Slot) และปลายขดลวดจะต่อเข้ากับสลิปริง (Slip Ring) ทำให้สามารถปรับความต้านทานภายนอกเพื่อควบคุมแรงบิดและกระแสขณะสตาร์ทได้</li>
</ul>
<h3>แบ่งตามชนิดของระดับชั้นการป้องกัน</h3>
<p>การแบ่งตามระดับชั้นป้องกัน เป็นการจำแนกความสามารถในการป้องกันฝุ่นและน้ำของตัวมอเตอร์ ตาม มอก. 866 เล่ม 5 ซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐานสากล (IP Code) เพื่อให้มั่นใจว่ามอเตอร์สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมพื้นที่ติดตั้งนั้นๆ</p>
<h3>แบ่งระดับชั้นประสิทธิภาพ</h3>
<p>การจำแนกประสิทธิภาพการใช้พลังงานของมอเตอร์ จะใช้รหัส IE (International Energy Efficiency Class) ตาม มอก. 866 เล่ม 30 โดยเฉพาะในส่วนที่ 1/101 สำหรับมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส โดยแบ่งระดับขั้นออกเป็น 4 ระดับ</p>
<ul>
<li>IE1: ประสิทธิภาพมาตรฐาน</li>
<li>IE2: ประสิทธิภาพสูง</li>
<li>IE3: ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม</li>
<li>IE4: ประสิทธิภาพสูงสุด</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1237 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/05/2151599442-300x200.jpg" alt="มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส" width="1112" height="741" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/05/2151599442-300x200.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/05/2151599442-768x512.jpg 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/05/2151599442.jpg 1000w" sizes="(max-width: 1112px) 100vw, 1112px" /></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section3"></a>ระดับ IE ของมอเตอร์คืออะไร</span></h2>
<p>ระดับ IE หรือ International Energy Efficiency Class คือ มาตรฐานสากลที่ใช้วัดและจำแนกระดับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้าอุตสาหกรรม (ตามมาตรฐาน IEC 60034-30-1) ยิ่งตัวเลข IE สูง มอเตอร์จะยิ่งแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลได้ดีขึ้น กินไฟน้อยลง และสูญเสียพลังงานในรูปของความร้อนน้อยลงค่าที่ใช้แบ่งระดับประสิทธิภาพพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปรียบเทียบคุณภาพและการใช้พลังงานของมอเตอร์แต่ละรุ่นได้ง่ายขึ้น</p>
<h3>ระดับประสิทธิภาพที่ใช้ในมาตรฐานสากล</h3>
<ul>
<li><strong>IE1 (Standard Efficiency)</strong>: มอเตอร์ประสิทธิภาพมาตรฐาน หรือที่หลายคนเรียกว่า “มอเตอร์รุ่นเก่า” เป็นระดับเริ่มต้นของมาตรฐาน IE ที่มีการสูญเสียพลังงานค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มลดการใช้งานมอเตอร์ระดับนี้ลง เพราะกินไฟมากและมีต้นทุนค่าไฟระยะยาวสูงกว่ารุ่นประสิทธิภาพสูง</li>
<li><strong>IE2 (High Efficiency)</strong>: มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง เป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นจาก IE1 โดยลดการสูญเสียพลังงานภายในมอเตอร์ เช่น ความร้อนและการสูญเสียในขดลวด ทำให้ประหยัดไฟมากขึ้น เหมาะกับโรงงานหรือเครื่องจักรที่ใช้งานต่อเนื่องในระดับทั่วไป และเริ่มถูกใช้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำในหลายอุตสาหกรรม</li>
<li><strong>IE3 (Premium Efficiency)</strong>: มอเตอร์ประสิทธิภาพระดับพรีเมียม เป็นระดับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภาคอุตสาหกรรมปัจจุบัน เพราะช่วยลดค่าไฟได้ชัดเจนเมื่อใช้งานระยะยาว โดยเฉพาะในโรงงานที่มีมอเตอร์จำนวนมากหรือเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยเริ่มกำหนดให้ IE3 เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ สำหรับมอเตอร์ที่ใช้งานทั่วไป เนื่องจากมีความสมดุลทั้งด้านประสิทธิภาพพลังงานและต้นทุนการลงทุน</li>
<li><strong>IE4 (Super Premium Efficiency)</strong>: มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงพิเศษ เป็นมอเตอร์ที่ถูกออกแบบให้ลดการสูญเสียพลังงานได้มากกว่า IE3 อีกระดับ มักใช้วัสดุคุณภาพสูงและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากขึ้น เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องเดินเครื่องต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น โรงงานขนาดใหญ่ ระบบปั๊มน้ำอุตสาหกรรม หรือสายการผลิตที่มีค่าไฟสูง เพราะแม้ต้นทุนเริ่มต้นจะสูงกว่า แต่สามารถคืนทุนจากการประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว</li>
<li><strong>IE5 (Ultra-Premium Efficiency)</strong>: มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงสุด เป็นระดับที่เน้นการประหยัดพลังงานสูงมาก โดยสามารถลดการสูญเสียพลังงานได้มากกว่า IE4 ประมาณ 20% มอเตอร์ระดับนี้มักใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น มอเตอร์แม่เหล็กถาวร หรือวัสดุพิเศษที่ช่วยลดความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจัง ตามแนวทาง Green Industry และ ESG ในอนาคต</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section4"></a>มาตรฐานเริ่มบังคับใช้เมื่อไร</span></h2>
<p>สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ประกาศให้ มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 เป็นมาตรฐานบังคับ โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งหลังจากวันดังกล่าว มอเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟสที่อยู่ในขอบข่ายของมาตรฐาน จะต้องทำการต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>มีใบอนุญาต มอก.</li>
<li>มีเครื่องหมาย มอก.</li>
<li>แสดงระดับ IE อย่างชัดเจน</li>
<li>ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานที่กำหนด</li>
</ul>
<p>หากสินค้าไม่ผ่านมาตรฐาน หรือไม่มีการรับรองจาก สมอ. จะไม่สามารถผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section5"></a>มอเตอร์ที่อยู่ในขอบข่าย มอก. 866</span></h2>
<p>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ครอบคลุม มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับชนิดเหนี่ยวนำสามเฟส ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐาน เช่น เป็นมอเตอร์ความเร็วเดียว ใช้งานกับระบบไฟฟ้าแบบไซน์เวฟ และมีพิกัดกำลังตามช่วงที่กำหนด ได้แก่</p>
<ul>
<li>มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส</li>
<li>มีกำลังที่พิกัด (Power) ตั้งแต่ 0.12 kW ถึง 375 kW</li>
<li>แรงดันไฟฟ้าสูงกว่า 50V ถึง 1kV</li>
<li>มี 2, 4, 6 หรือ 8 ขั้ว</li>
<li>เป็นมอเตอร์ความเร็วเดียว</li>
<li>สามารถทำงานต่อเนื่องที่กำลังพิกัดได้</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section6"></a>มอเตอร์ที่ไม่อยู่ในขอบข่าย มอก. 866</span></h2>
<p>แม้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้จะครอบคลุมมอเตอร์จำนวนมาก แต่ก็มีมอเตอร์บางประเภทที่ถูกยกเว้นจากมาตรฐาน เช่น มอเตอร์เฉพาะทาง หรือมอเตอร์ที่ไม่สามารถทดสอบแยกจากเครื่องจักรได้ โดยตัวอย่างมอเตอร์ที่ไม่อยู่ในขอบข่าย ได้แก่</p>
<ul>
<li>มอเตอร์ชนิดซิงโครนัส</li>
<li>มอเตอร์ชนิดแม่เหล็กถาวร</li>
<li>มอเตอร์ไฟฟ้าเฟสเดียว</li>
<li>มอเตอร์ที่มีจำนวนขั้ว 10 ขั้วขึ้นไป</li>
<li>มอเตอร์หลายความเร็ว</li>
<li>มอเตอร์ที่มีคอมมิวเตเตอร์ทางกล เช่น มอเตอร์กระแสตรง</li>
<li>มอเตอร์ที่ประกอบรวมในเครื่องจักรจนไม่สามารถแยกทดสอบได้ เช่น เครื่องสูบ พัดลม เครื่องอัด เครื่องจักรกลชนิดปิดหุ้มอากาศ</li>
<li>มอเตอร์ที่มีตัวแปลงผันความถี่รวมในตัว</li>
<li>มอเตอร์เบรก</li>
<li>มอเตอร์แช่น้ำ</li>
<li>มอเตอร์ชนิดสกัดควันที่อุณหภูมิสูงกว่า 400°C</li>
</ul>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section7"></a>มอเตอร์ต้องผ่านการทดสอบอะไรบ้าง</span></h2>
<p>มอเตอร์ที่จะขอการรับรองตาม มอก. 866 ต้องผ่านการทดสอบด้านประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่กำหนด โดยจะเน้นตรวจสอบประสิทธิภาพพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้า หรือรหัส IE เพื่อให้มั่นใจว่ามอเตอร์มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด และสามารถแสดงระดับ IE ได้อย่างถูกต้อง หัวข้อทดสอบหลัก ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>ระดับชั้นประสิทธิภาพพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้า (รหัส IE)</li>
<li>แรงดันไฟฟ้าที่พิกัด ความถี่ที่พิกัด และกำลังที่พิกัด</li>
<li>อุปกรณ์เสริมของมอเตอร์</li>
<li>พิกัดของมอเตอร์</li>
<li>การแบ่งระดับชั้นและการแสดงเครื่องหมาย</li>
<li>เกณฑ์กำหนดสำหรับระดับ IE1, IE2, IE3 และ IE4</li>
<li>การทดสอบค่าประสิทธิภาพ</li>
<li>เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของผลทดสอบ</li>
</ul>
<p>การทดสอบทั้งหมดจะอ้างอิงตาม มอก. 866 เล่ม 2(1) เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามอเตอร์มีประสิทธิภาพตรงตามมาตรฐาน และสามารถใช้งานได้ตามระดับ IE ที่ระบุบนแผ่นป้ายพิกัดอย่างถูกต้อง</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section8"></a>ข้อมูลที่ต้องแสดงบนป้ายพิกัด</span></h2>
<p>เมื่อมอเตอร์ผ่านมาตรฐาน มอก. แล้ว ผู้ผลิตจะต้องแสดงข้อมูลสำคัญบน Nameplate หรือแผ่นป้ายพิกัดของมอเตอร์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้อย่างชัดเจน ดังนี้</p>
<ul>
<li>รหัสระดับชั้นประสิทธิภาพ (Efficiency Class Code): ต้องแสดงรหัส IE (เช่น IE2, IE3) อย่างชัดเจน</li>
<li>ค่าประสิทธิภาพที่พิกัด (Rated Efficiency): ต้องแสดงค่าประสิทธิภาพที่พิกัดกำลัง (PN) และพิกัดความถี่ต่างๆ (หากมี) ตามมาตรฐาน</li>
<li>กำลังไฟฟ้าที่พิกัด (Rated Output, PN): มีหน่วยเป็น กิโลวัตต์ (kW) หรือ แรงม้า (HP)</li>
<li>แรงดันไฟฟ้าที่พิกัด (Rated Voltage, UN): มีหน่วยเป็น โวลต์ (V)</li>
<li>ความถี่ไฟฟ้าที่พิกัด (Rated Frequency): มีหน่วยเป็น เฮิรตซ์ (Hz)</li>
<li>กระแสไฟฟ้าที่พิกัด (Rated Current): มีหน่วยเป็น แอมแปร์ (A)</li>
<li>ความเร็วรอบที่พิกัด (Rated Speed): มีหน่วยเป็น รอบต่อนาที (RPM)</li>
<li>จำนวนขั้วแม่เหล็ก (Number of Poles): เช่น 2, 4, 6 หรือ 8 โพล</li>
<li>ชนิดการทำงาน (Duty Type): โดยทั่วไปสำหรับมอเตอร์ มอก. นี้ จะอ้างอิงการทำงานแบบต่อเนื่อง (S1)</li>
<li>ระดับชั้นอุณหภูมิของฉนวน (Insulation Class): เช่น Class B, F, หรือ H</li>
<li>พิกัดอุณหภูมิแวดล้อม (Ambient Temperature): อุณหภูมิการทำงานปกติ (เช่น 25 องศาเซลเซียส)</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้สามารถตรวจสอบข้อกำหนดฉบับเต็มและดาวน์โหลดเอกสารประกาศราชกิจจานุเบกษาเพิ่มเติมได้ผ่านทางเว็บไซต์ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือค้นหาข้อมูลมาตรฐานผลิตภัณฑ์ได้จากฐานข้อมูลของ <a href="https://www.tisi.go.th/data/standard/pdf/1_a866_30_101_2562.pdf" target="_blank" rel="noopener">สมอ. (TISI)</a></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section9"></a>บทลงโทษ หากฝ่าฝืนมาตรฐานบังคับ มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561</span></h2>
<p>หลังวันที่ 18 เมษายน 2569 เป็นต้นไป มอเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟสที่อยู่ในขอบข่ายของ มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 จะต้องได้รับการรับรองจาก สมอ. และมีเครื่องหมาย มอก. อย่างถูกต้อง หากผู้ประกอบการฝ่าฝืน อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 และมีบทลงโทษดังต่อไปนี้</p>
<h3>ผู้ผลิตและผู้นำเข้า</h3>
<p>กรณีผลิตหรือนำเข้ามอเตอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที เพราะมอเตอร์ในขอบข่ายจะถูกจัดเป็นสินค้าควบคุม</p>
<p><strong>บทลงโทษ </strong>จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 48</p>
<h3>ผู้จำหน่าย ร้านค้า และตัวแทนจำหน่าย</h3>
<p>หากมีการจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อขายมอเตอร์ที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. ภายหลังวันที่มาตรฐานเริ่มบังคับใช้ จะถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้เป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าโดยตรง</p>
<p><strong>บทลงโทษ</strong> จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 55</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจำหน่ายยังสามารถจำหน่ายสินค้าที่ผลิตหรือสั่งซื้อก่อนวันบังคับใช้ได้ โดยควรเก็บเอกสารหรือหลักฐานการสั่งซื้อจากผู้ผลิตไว้ เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ สมอ. หากมีการตรวจสอบ</p>
<h3>กรณีใช้เครื่องหมาย มอก. โดยไม่ได้รับอนุญาต</h3>
<p>การแอบอ้างนำตรา มอก. ไปติดบนสินค้า หรือแสดงเครื่องหมาย มอก. บนมอเตอร์ที่ยังไม่ได้ผ่านการรับรอง ถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย</p>
<p><strong>บทลงโทษ</strong> จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52</p>
<p>เมื่อ มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 มีผลบังคับใช้จริงในวันที่ 18 เมษายน 2569 เป็นต้นไป มอเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส จะไม่ใช่แค่สินค้าอุตสาหกรรมทั่วไปอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นสินค้าควบคุมที่ต้องผ่านมาตรฐานและได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. อย่างถูกต้อง ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายจึงควรรีบตรวจสอบว่าสินค้าของตนอยู่ในขอบข่ายหรือไม่ พร้อมเตรียมเอกสารและวางแผนการขออนุญาตล่วงหน้า เพราะหากดำเนินการไม่ถูกต้อง อาจกระทบทั้งการนำเข้า การจำหน่าย และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ ฉะนั้น อย่าปล่อยให้ธุรกิจมีความเสี่ยง ควรเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ หากต้องการทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการ<a href="https://livilution.com/tsi-license-request/">ขอ มอก.</a> จด มอก. ที่ช่วยดูแลตั้งแต่ตรวจสอบขอบข่ายสินค้า เตรียมเอกสาร ไปจนถึงประสานงานกับ สมอ. ทาง <span style="color: #238f9c;">Livilution</span> พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลแบบครบขั้นตอน เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าได้อย่างมั่นใจและถูกต้องตามกฎหมาย สามารถ Add LINE: <a href="https://lin.ee/xbB7qfR">@liviconsult</a> เพื่อปรึกษาฟรีได้ทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81866/">มอก. 866 เล่ม 30(101)-2561 ต้องมี IE ระดับไหน คุณสมบัติแบบใด</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81866/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 สินค้ายอดฮิต ขอใบอนุญาต มอก. มากที่สุด อัปเดตล่าสุด</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Apr 2026 16:29:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1033</guid>

					<description><![CDATA[<p>สินค้ายอดฮิตที่มีการขอใบอนุญาต มอก. มากที่สุด ได้แก่ กลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง เช่น ภาชนะพลาสติกใส่อาหาร ของเล่นเด็ก เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อความงาม แบตเตอรี่</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">10 สินค้ายอดฮิต ขอใบอนุญาต มอก. มากที่สุด อัปเดตล่าสุด</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้ามากขึ้น การมีเครื่องหมาย มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของกฎหมาย แต่ยังเป็นตัวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับแบรนด์โดยตรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการวางขายสินค้าในตลาดไทย ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ การรู้ว่าสินค้าประเภทไหนต้องขอ มอก. และสินค้ากลุ่มไหนที่มีการยื่นขอมากที่สุด จะช่วยให้คุณวางแผนธุรกิจได้แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการรวบรวมข้อมูลการขอใบอนุญาต มอก. ในช่วงปี 2567–2568 โดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พบว่าสินค้า 10 กลุ่มต่อไปนี้ เป็นกลุ่มที่มีการยื่นขอมากที่สุด และถือเป็นสินค้ายอดฮิตที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนเริ่มขาย</p>
<h2><span style="color: #238f9c;">ทำไมสินค้ากลุ่มนี้ถึงต้องขอ มอก. มากที่สุด</span></h2>
<p>สินค้าที่ติดอันดับ “สินค้ายอดฮิต<a href="https://livilution.com/tsi-license-request/">ขอใบอนุญาต มอก.</a>” ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับอาหาร เด็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งหากไม่ได้รับการรับรอง “มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (<a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">มอก.</a>)” อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินได้ ดังนั้นการขอใบอนุญาต มอก. จึงเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้สามารถวางจำหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ การมี<a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/">เครื่องหมาย มอก.</a> ยังช่วยยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ส่งผลให้สินค้าสามารถแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1039 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/2148803399-300x231.jpg" alt="เครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร" width="1032" height="795" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/2148803399-300x231.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/2148803399-768x592.jpg 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/2148803399.jpg 1000w" sizes="(max-width: 1032px) 100vw, 1032px" /></p>
<h3>1. ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร (มอก. 655-2553)</h3>
<p>กลุ่มนี้ถือเป็นสินค้ายอดนิยมอันดับต้น ๆ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง เช่น ขวดพลาสติก กล่องใส่อาหาร กล่องไมโครเวฟ หรือภาชนะใส่อาหารเดลิเวอรี่ การขอ มอก. ในกลุ่มนี้จะเน้นเรื่อง “ความปลอดภัยของสารเคมี” ที่อาจปนเปื้อนในอาหาร รวมถึงความทนความร้อนและความแข็งแรงของวัสดุ หากไม่มีมาตรฐาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคได้ทันที จึงเป็นกลุ่มที่ถูกควบคุมเข้มงวดและมีการยื่นขอจำนวนมาก</p>
<h3>2. ของเล่น (มอก. 685-2540)</h3>
<p>ของเล่นเด็กเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเด็กโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นของเล่นพลาสติก ของเล่นเสริมพัฒนาการ หรือของเล่นที่มีชิ้นส่วนขนาดเล็ก มอก. จะกำหนดเรื่องความแข็งแรง ความปลอดภัยของวัสดุ สีที่ใช้ รวมถึงการออกแบบที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย เช่น การสำลักหรือบาดเจ็บ จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จะต้องยื่นขอ มอก. เป็นจำนวนมาก</p>
<h3>3. เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับการดูแลผิวหรือผม (มอก. 1985-2549)</h3>
<p>สินค้าในกลุ่มนี้ เช่น ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบผม เครื่องม้วนผม หรืออุปกรณ์ความงามไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องผ่านการรับรองด้าน “ความปลอดภัยทางไฟฟ้า” อย่างเข้มงวด เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าช็อตหรือไฟไหม้ การมี มอก. จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในการใช้งาน และทำให้สินค้าสามารถวางขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1038 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/15146-300x200.jpg" alt="แบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์" width="1050" height="700" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/15146-300x200.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/15146-768x512.jpg 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/15146.jpg 1000w" sizes="(max-width: 1050px) 100vw, 1050px" /></p>
<h3>4. เซลล์และแบตเตอรี่ทุติยภูมิ (มอก. 2217-2548)</h3>
<p>แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เช่น Power Bank หรือแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง หากไม่ได้มาตรฐานอาจเกิดการระเบิดหรือไฟไหม้ได้ มอก. ในกลุ่มนี้จะเน้นเรื่องความปลอดภัย การป้องกันความร้อนสูง และการควบคุมคุณภาพการผลิต จึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการยื่นขอใบอนุญาตจำนวนมากในช่วงหลัง</p>
<h3>5. บริภัณฑ์เสียง วีดิทัศน์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (มอก. 62368-2563)</h3>
<p>ครอบคลุมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ทีวี ลำโพง คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ IT ต่าง ๆ ซึ่งต้องผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งไฟฟ้าและโครงสร้าง รวมถึงการป้องกันอันตรายจากการใช้งาน มอก. ฉบับนี้ถือเป็นมาตรฐานสากลที่อัปเดตให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ทำให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องยื่นขออย่างต่อเนื่อง</p>
<h3>6. กระเบื้องเซรามิก (มอก. 2508-2555)</h3>
<p>กระเบื้องปูพื้นและผนัง เป็นวัสดุก่อสร้างที่ต้องมีมาตรฐานด้านความแข็งแรง การดูดซึมน้ำ และความทนทานต่อการใช้งาน มอก. ในกลุ่มนี้ช่วยให้มั่นใจว่าสินค้าจะไม่แตกร้าวง่าย ไม่ลื่น และเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือภายนอกอาคาร</p>
<h3>7. เหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม (มอก. 2228-2565)</h3>
<p>วัสดุก่อสร้างประเภทเหล็กเป็นสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานสูง เนื่องจากมีผลต่อโครงสร้างอาคารโดยตรง มอก. จะควบคุมคุณภาพของเหล็ก ความแข็งแรง และการเคลือบป้องกันสนิม เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว กลุ่มนี้จึงเป็นที่นิยมในการขอใบอนุญาต โดยเฉพาะในธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1037 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/6269-300x200.jpg" alt="อ่างล้างหน้า" width="983" height="655" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/6269-300x200.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/6269-768x512.jpg 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/6269.jpg 1000w" sizes="(max-width: 983px) 100vw, 983px" /></p>
<h3>8. เครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก (มอก. 792-2554)</h3>
<p>เช่น โถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า หรืออุปกรณ์ในห้องน้ำ ซึ่งต้องผ่านมาตรฐานด้านความทนทาน การรับน้ำหนัก และการใช้งานในระยะยาว มอก. จะช่วยการันตีว่าสินค้าไม่แตกหักง่าย ใช้งานได้จริง และปลอดภัยต่อผู้ใช้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการยื่นขอใบอนุญาตสูง</p>
<h3>9. หลอดฟลูออเรสเซนต์และอุปกรณ์ส่องสว่าง (มอก. 934-2558 / มอก. 1955-2551)</h3>
<p>อุปกรณ์แสงสว่าง เช่น หลอดไฟ โคมไฟ หรือระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ต้องผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน มอก. จะช่วยควบคุมคุณภาพของแสง อายุการใช้งาน และความปลอดภัยในการใช้งาน ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้</p>
<h3>10. คอนกรีตผสมเสร็จ (มอก. 213-2560)</h3>
<p>คอนกรีตเป็นหัวใจสำคัญของงานก่อสร้าง มอก. จะควบคุมคุณภาพของส่วนผสม ความแข็งแรง และมาตรฐานการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างอาคารมีความมั่นคง ปลอดภัย และได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการขอ มอก. อย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรม</p>
<p>จากทั้ง 10 กลุ่มสินค้าที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัยของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เด็ก ไฟฟ้า หรือโครงสร้างอาคาร ซึ่งล้วนเป็นเหตุผลที่ภาครัฐต้องเข้ามาควบคุมอย่างเข้มงวด หากคุณเป็นผู้ประกอบการ การตรวจสอบก่อนว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายต้องขอ มอก. หรือไม่ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยให้ขายได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ในระยะยาวอีกด้วย และหากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณต้องขอใบอนุญาตหรือเตรียมเอกสารอย่างไร สามารถกรอกข้อมูลให้ทีม <span style="color: #238f9c;">Livilution</span> ติดต่อกลับเพื่อให้คำแนะนำแบบละเอียด หรือ Add LINE: <a href="https://lin.ee/xbB7qfR">@liviconsult</a> ปรึกษาฟรี เพื่อเริ่มต้นธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ลดความเสี่ยง และพร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคงในตลาดไทย</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">10 สินค้ายอดฮิต ขอใบอนุญาต มอก. มากที่สุด อัปเดตล่าสุด</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีเช็คเครื่องหมาย มอก. แท้หรือปลอม ป้องกันของไม่ได้มาตรฐาน</title>
		<link>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin2]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Apr 2026 15:55:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รอบรู้เรื่อง มอก.]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://livilution.com/?p=1024</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิธีเช็ค มอก. ให้มั่นใจว่าแท้หรือปลอม โดยดูโลโก้ เลข มอก. และ QR Code ควบคู่กับการค้นหาในระบบ สมอ. เพื่อยืนยันข้อมูลใบอนุญาตให้ตรงกับสินค้า ลดความเสี่ยงจากของไม่ได้มาตรฐาน</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">วิธีเช็คเครื่องหมาย มอก. แท้หรือปลอม ป้องกันของไม่ได้มาตรฐาน</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่สินค้าลอกเลียนแบบมีจำนวนมากขึ้น “เครื่องหมาย มอก.” กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า แม้สินค้าจะมีโลโก้ มอก. ติดอยู่ ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นของแท้เสมอไป เพราะปัจจุบันมีการปลอมแปลงเครื่องหมาย มอก. อย่างแนบเนียน ดังนั้นการรู้ “วิธีเช็คเครื่องหมาย มอก. แท้หรือปลอม” จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้คุณเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน</p>
<hr />
<p><strong>📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a href="#section1">เครื่องหมาย มอก. คืออะไร และสำคัญอย่างไร</a></li>
<li><a href="#section2">วิธีเช็ค มอก. ว่าแท้หรือปลอม</a></li>
<li><a href="#section3">สินค้าประเภทไหนที่ควรเช็ค มอก. เป็นพิเศษ</a></li>
<li><a href="#section4">ถ้าเจอเครื่องหมาย มอก. ปลอม ควรทำอย่างไร</a></li>
<li><a href="#section5">คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</a></li>
</ul>
<hr />
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section1"></a>เครื่องหมาย มอก. คืออะไร และสำคัญอย่างไร</span></h2>
<p><a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">เครื่องหมาย มอก.</a> คือ เครื่องหมายรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ที่ใช้ยืนยันว่าสินค้านั้นผ่านการตรวจสอบด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานการผลิตตามที่กฎหมายกำหนด โดยสินค้าที่ต้องมีเครื่องหมาย มอก. มักเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิต เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ ปลั๊กไฟ หมวกกันน็อก หรือวัสดุก่อสร้าง หากสินค้ากลุ่มนี้ไม่มี มอก. หรือใช้ มอก. ปลอม อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้งานได้</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section2"></a>วิธีเช็ค มอก. ว่าแท้หรือปลอม</span></h2>
<h3>1. เข้าสู่ระบบสืบค้น มอก.</h3>
<p>เริ่มจากเข้าไปที่ <a href="https://appdb.tisi.go.th/tis_dev/p4_license_report/p4license_report.php" target="_blank" rel="noopener">ระบบสืบค้นข้อมูลใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม</a> ของทางเว็บไซต์สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งจะเป็นหน้าสำหรับค้นหาข้อมูลใบอนุญาต มอก. ของสินค้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1025 aligncenter" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/tisi-300x155.jpg" alt="วิธีเช็ค มอก. ว่าแท้หรือปลอม" width="1095" height="566" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/tisi-300x155.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/tisi-768x396.jpg 768w" sizes="(max-width: 1095px) 100vw, 1095px" /></p>
<h3>2. เลือกวิธีค้นหา</h3>
<p>เลือกรูปแบบการค้นหาที่ต้องการใช้งาน โดยระบบมีตัวเลือกให้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>ค้นหาจากเลขที่ใบอนุญาต : กรอกเลขที่ใบอนุญาต เช่น 1234-xx/xxx</li>
<li>ค้นหาจากเลขที่ มอก. : กรอกตัวเลข มอก. ที่ต้องการ เช่น 123-25xx</li>
<li>ค้นหาจากชื่อ มอก. : กรอกประเภทสินค้า หรือคำที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ เช่น สายไฟฟ้า</li>
<li>ค้นหาจากชื่อผู้ประกอบการ : ใส่ชื่อบริษัทหรือชื่อโรงงาน</li>
<li>ค้นหาจากแบบขนาด : ใส่ขนาดของสินค้าที่ต้องการตรวจสอบ</li>
</ul>
<p>โดยต้องใส่ข้อมูลให้ถูกต้องและตรง เช่น ชื่อบริษัทต้องสะกดและเว้นวรรคให้ตรงตามจริง จากนั้นกด ค้นหาข้อมูล</p>
<h3>3. ตรวจสอบข้อมูลในระบบ</h3>
<p>ระบบจะประมวลผลและแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นมา หากสินค้านั้นมี มอก. อยู่จริง ข้อมูลจะปรากฏในระบบ และคุณสามารถกด <strong>ดูรายละเอียด</strong> เพื่อเข้าไปตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้ และสามารถนำข้อมูลที่แสดงในระบบมาเปรียบเทียบกับสินค้าจริง เช่น ชื่อบริษัท เลข มอก. และรายละเอียดสินค้า เพื่อยืนยันความถูกต้อง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม หากค้นหาแล้วพบข้อมูลและรายละเอียดตรงกัน แสดงว่าสินค้านั้นมี มอก. อยู่จริง แต่หากไม่พบข้อมูล หรือข้อมูลไม่ตรง ให้สงสัยว่าสินค้าอาจไม่ได้รับการรับรอง หรือใช้เครื่องหมาย มอก. ปลอม</p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section3"></a>สินค้าประเภทไหนที่ควรเช็ค มอก. เป็นพิเศษ</span></h2>
<p>แม้สินค้าหลายประเภทจะมีเครื่องหมาย มอก. แต่มีบางกลุ่มที่ “ควรตรวจสอบอย่างเข้มงวด” เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลม เตารีด หม้อหุงข้าว อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น สายไฟ ปลั๊กพ่วง เบรกเกอร์ อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกกันน็อก รวมถึงวัสดุก่อสร้างบางประเภท สินค้าเหล่านี้หากไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดไฟไหม้ ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออุบัติเหตุร้ายแรงได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-1029" src="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/เช็คมอก-300x164.jpg" alt="เจอเครื่องหมาย มอก. ปลอม ควรทำอย่างไร" width="1059" height="579" srcset="https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/เช็คมอก-300x164.jpg 300w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/เช็คมอก-1024x559.jpg 1024w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/เช็คมอก-768x419.jpg 768w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/เช็คมอก-1536x838.jpg 1536w, https://livilution.com/wp-content/uploads/2026/04/เช็คมอก-2048x1117.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1059px) 100vw, 1059px" /></p>
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section4"></a>ถ้าเจอเครื่องหมาย มอก. ปลอม ควรทำอย่างไร</span></h2>
<p>หากคุณพบว่าสินค้าอาจใช้เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ปลอม หรือมีความผิดปกติ เช่น ไม่มี QR Code เลข มอก. ไม่ตรงกับข้อมูลในระบบ หรือค้นหาแล้วไม่พบข้อมูล สิ่งสำคัญคือควรดำเนินการอย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อ โดยสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้</p>
<h3>1. หยุดใช้งานสินค้าในทันที</h3>
<p>หากเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ หรืออุปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ควรหยุดใช้งานทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรือการบาดเจ็บ</p>
<h3>2. ตรวจสอบข้อมูลซ้ำให้แน่ชัด</h3>
<p>ก่อนแจ้งหน่วยงาน ควรนำเลข มอก. หรือชื่อสินค้าไปตรวจสอบผ่านระบบของ สมอ. อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าข้อมูล “ไม่ตรงจริง” หรือ “ไม่มีอยู่ในระบบ” ลดความผิดพลาดในการแจ้งเรื่อง</p>
<h3>3. เก็บหลักฐานให้ครบถ้วน</h3>
<p>ถ่ายภาพสินค้า ฉลาก เครื่องหมาย มอก. จุดที่น่าสงสัย เช่น ไม่มี QR Code หรือเลขไม่ตรง รวมถึงข้อมูลร้านค้า ช่องทางการซื้อ และใบเสร็จ (ถ้ามี) เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการร้องเรียน</p>
<h3>4. แจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</h3>
<p>เมื่อมั่นใจว่าสินค้ามีความผิดปกติ สามารถแจ้งหน่วยงานได้หลายช่องทาง ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)</strong><br />
เว็บไซต์: service.tisi.go.th<br />
โทรศัพท์: 02-430-6815<br />
อีเมล: <a href="mailto:saraban@tisi.go.th">saraban@tisi.go.th</a><br />
ที่อยู่: เลขที่ 75/42 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400</li>
<li><strong>สภาองค์กรของผู้บริโภค</strong><br />
สายด่วน: 1502<br />
เว็บไซต์: <a href="http://www.tcc.or.th/">www.tcc.or.th</a></li>
<li><strong>กรมทรัพย์สินทางปัญญา (กรณีปลอมเครื่องหมายการค้า)</strong><br />
สายด่วน: 1368<br />
อีเมล: <a href="mailto:saraban@ipthailand.go.th">saraban@ipthailand.go.th</a></li>
</ul>
<h3>5. หลีกเลี่ยงการซื้อจากแหล่งเดิม</h3>
<p>หากพบว่าสินค้ามาจากร้านค้าหรือแพลตฟอร์มที่ไม่น่าเชื่อถือ ควรหลีกเลี่ยงทันที และเลือกซื้อจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ</p>
<h3>6. แจ้งเตือนผู้อื่นเพื่อลดความเสี่ยง</h3>
<p>หากเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า การบอกต่อหรือแชร์ข้อมูลให้คนรอบตัวทราบ จะช่วยลดโอกาสที่ผู้อื่นจะถูกหลอกและเกิดอันตราย</p>
<p>การตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการดูให้เป็น แต่คือการป้องกันความเสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัยและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการ การเข้าใจวิธีเช็คอย่างถูกต้องตั้งแต่การสังเกตเบื้องต้น ไปจนถึงการตรวจสอบผ่านระบบของ สมอ. จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ใช้งานหรือจำหน่ายนั้นได้มาตรฐานจริง และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการขอเครื่องหมาย มอก. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร สามารถให้ทีม <span style="color: #238f9c;">Livilution</span> ช่วยดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษา เตรียมเอกสาร ไปจนถึงยื่นขออนุญาต เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: <a href="https://lin.ee/xbB7qfR">@liviconsult</a> ปรึกษาฟรี พร้อมช่วยวางแผนให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าได้อย่างมั่นใจและถูกต้อง</p>
<hr />
<h2><span style="color: #238f9c;"><a id="section5"></a>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</span></h2>
<h3>มอก. มีวันหมดอายุหรือไม่ ต้องเช็คเรื่องนี้ด้วยไหม?</h3>
<p>มอก. มีสถานะของใบอนุญาต เช่น ยังมีผลใช้บังคับ ถูกระงับ หรือถูกยกเลิก ดังนั้นควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาต ในระบบของ สมอ. ด้วย ไม่ใช่ดูแค่ว่ามีเลข มอก. หรือไม่ เพราะบางสินค้าถึงเคยได้ มอก. แต่ปัจจุบันอาจถูกยกเลิกแล้ว</p>
<h3>สินค้านำเข้า ต้องมี มอก. เหมือนสินค้าผลิตในไทยไหม?</h3>
<p>สินค้านำเข้าที่อยู่ในกลุ่ม มอก. บังคับ จำเป็นต้องมี มอก. เช่นเดียวกับสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย โดยผู้นำเข้าจะต้องเป็นผู้ขอใบอนุญาตกับ สมอ. หากพบว่าสินค้านำเข้าในกลุ่มเสี่ยงไม่มี มอก. หรือใช้ มอก. ไม่ตรงกับสินค้า ถือว่าผิดกฎหมายและไม่ควรใช้งาน</p>
<h3 data-start="35" data-end="315">สินค้าที่ขายออนไลน์ ต้องมี มอก. แสดงให้เห็นชัดเจนไหม?</h3>
<p data-start="35" data-end="315">สินค้าที่อยู่ในกลุ่ม มอก. บังคับ แม้จะขายออนไลน์ก็ต้องแสดงข้อมูล มอก. ให้ชัดเจน เช่น รูปฉลาก เลข มอก. หรือรายละเอียดสินค้า หากร้านค้าไม่แสดงข้อมูลเหล่านี้ หรือหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูล ถือว่าเสี่ยงและควรหลีกเลี่ยงการซื้อ</p>
<p>The post <a href="https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/">วิธีเช็คเครื่องหมาย มอก. แท้หรือปลอม ป้องกันของไม่ได้มาตรฐาน</a> appeared first on <a href="https://livilution.com">Livilution Consult</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://livilution.com/blog-tsi/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
