การนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องผ่านข้อกำหนดและขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้าของ อย. ซึ่งมีผลต่อระยะเวลาและต้นทุนของธุรกิจ ปัจจุบัน อย. จึงนำ GIP Plus และ GIP Lane มาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานผู้นำเข้าและช่วยให้การตรวจปล่อยสินค้ารวดเร็วขึ้น บทความนี้ Livilution จะพาไปรู้จักว่า GIP Lane และ GIP Plus คืออะไร ต่างกันอย่างไร และช่วยผู้ประกอบการนำเข้าได้อย่างไร
สรุปแบบสั้นๆ
- GIP Plus เป็นหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ พัฒนาจาก GIP พ.ศ. 2560 โดยเพิ่มเกณฑ์ด้านคุณธรรม ธรรมาภิบาล และการบริหารจัดการ
- GIP เป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานด้านการนำเข้า ส่วน GIP Plus เพิ่มเกณฑ์การประเมินและการรับรอง พร้อมสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของ อย.
- GIP Lane เป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการตรวจปล่อยสินค้า ช่วยลดเวลาตรวจปล่อยและระยะเวลากักสินค้า
- GIP Plus เน้นระบบของผู้นำเข้า ส่วน GIP Lane เน้นการตรวจปล่อยสินค้า จึงมีหน้าที่ต่างกันแต่เชื่อมโยงกันในกระบวนการนำเข้า
- ผู้ผ่านการรับรอง GIP Plus ได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไข เช่น ลดขั้นตอนและเอกสาร ใช้ LPI Green Line สำหรับอาหารที่เข้าเงื่อนไข และได้รับคำแนะนำจาก Helper Team
- การตรวจปล่อยที่เร็วขึ้นช่วยลด ระยะเวลากักสินค้า ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง และการจัดเก็บ
- การขอรับรองเริ่มจากตรวจสอบหลักเกณฑ์และความพร้อม เตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ และเข้ารับการตรวจประเมิน
- ข้อมูลจาก อย. ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 มีผู้ประกอบการผ่านการรับรอง GIP Plus รวม 41 ราย
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- GIP Plus คืออะไร
- GIP Lane คืออะไร
- GIP Plus กับ GIP Lane ต่างกันอย่างไร
- ผ่าน GIP Plus แล้ว ผู้นำเข้าได้ประโยชน์อะไรบ้าง
- GIP Plus ช่วยลดต้นทุนการนำเข้าได้อย่างไร
- ขอรับรอง GIP Plus ต้องเตรียมอะไรบ้าง
- ปัจจุบัน GIP Plus มีผู้ประกอบการผ่านการรับรองแล้วกี่ราย
GIP Plus คืออะไร
GIP Plus (Good Importing Practices: GIP Plus) คือ หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการนำหรือสั่งผลิตภัณฑ์สุขภาพเข้ามาในราชอาณาจักร พัฒนาจาก GIP พ.ศ. 2560 โดยเพิ่มเกณฑ์ด้านคุณธรรม ธรรมาภิบาล และการบริหารจัดการ เพื่อให้ผู้นำเข้ามีระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า และผู้ที่ผ่านการรับรองจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการนำเข้าตามเงื่อนไขที่ อย. กำหนด
GIP Lane คืออะไร
GIP Lane คือ ช่องทางอำนวยความสะดวกในการตรวจปล่อยผลิตภัณฑ์สุขภาพนำเข้าสำหรับผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองตามเงื่อนไขของ อย. โดยใช้การบริหารจัดการตามระดับความเสี่ยง ช่วยให้ขั้นตอนตรวจปล่อยสินค้ารวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลากักสินค้า และลดต้นทุนด้านการขนส่งและการจัดเก็บ
GIP Plus กับ GIP Lane ต่างกันอย่างไร
GIP Plus เป็นหลักเกณฑ์สำหรับประเมินและรับรองระบบของผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส่วน GIP Lane เป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการตรวจปล่อยสินค้านำเข้าสำหรับผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองตามเงื่อนไขของ อย. พูดง่าย ๆ คือ GIP Plus เน้นที่มาตรฐานและระบบของผู้นำเข้า ขณะที่ GIP Lane เน้นช่วยให้ขั้นตอนตรวจปล่อยสินค้ารวดเร็วและคล่องตัวขึ้น
| เปรียบเทียบ | GIP Plus | GIP Lane |
|---|---|---|
| คืออะไร | หลักเกณฑ์สำหรับประเมินและรับรองผู้นำเข้า | ช่องทางอำนวยความสะดวกในการตรวจปล่อยสินค้า |
| เน้นเรื่อง | ระบบบริหารจัดการของผู้นำเข้า | ขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้านำเข้า |
| ผู้ประกอบการได้อะไร | การรับรองและสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไข | ตรวจปล่อยสินค้าได้รวดเร็วและคล่องตัวขึ้นตามเงื่อนไข |
| ผลต่อการนำเข้า | ช่วยให้ระบบการนำเข้ามีมาตรฐาน | ช่วยลดระยะเวลากักสินค้าและต้นทุนด้านการขนส่งและจัดเก็บ |
ผ่าน GIP Plus แล้ว ผู้นำเข้าได้ประโยชน์อะไรบ้าง
ผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรอง GIP Plus จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการนำเข้าตามเงื่อนไขที่ อย. กำหนด ดังนี้
1. ช่วยให้การตรวจปล่อยสินค้ารวดเร็วขึ้น
ผู้ประกอบการที่มีระบบบริหารจัดการที่ดีสามารถได้รับการอำนวยความสะดวกในการตรวจปล่อยตามระดับความเสี่ยง ผ่าน GIP Lane และระบบตรวจปล่อยสินค้าที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดขั้นตอนและทำให้การนำเข้าสินค้าคล่องตัวขึ้น
2. ผลิตภัณฑ์อาหารมีระบบตรวจปล่อยอัตโนมัติตามเงื่อนไข
สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรอง GIP Plus สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ด้าน การตรวจปล่อยอัตโนมัติ หรือ LPI Green Line ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
3. ลดขั้นตอนและเอกสารในการตรวจสอบ
สำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น อย. มีการลดขั้นตอนการตรวจสอบและลดเอกสารที่ใช้ประกอบการนำเข้าในบางกรณี ทำให้ผู้ประกอบการเตรียมและจัดการกระบวนการนำเข้าได้สะดวกขึ้น
4. ลดระยะเวลาการกักสินค้า
เมื่อขั้นตอนตรวจปล่อยรวดเร็วขึ้น สินค้าก็ใช้เวลารอการตรวจปล่อยน้อยลงตามระบบและเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งมีประโยชน์โดยเฉพาะกับธุรกิจที่นำเข้าสินค้าอย่างต่อเนื่อง
5. ช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์
ระยะเวลาในการตรวจปล่อยมีผลต่อต้นทุนของธุรกิจ หากสินค้าผ่านกระบวนการได้เร็วขึ้น ก็ช่วยลดภาระด้านการขนส่งและการจัดเก็บสินค้าได้ โดย อย. ระบุว่าการนำระบบตรวจปล่อยสินค้าอัตโนมัติและ GIP Lane มาใช้มีส่วนช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์
6. มี Helper Team ให้คำแนะนำ
ผู้ประกอบการยังได้รับการสนับสนุนจาก Helper Team ซึ่งช่วยแจ้งเตือนและให้คำแนะนำในกระบวนการตรวจปล่อยสินค้า เพื่อให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้นและลดปัญหาที่อาจเกิดระหว่างทาง
GIP Plus ช่วยลดต้นทุนการนำเข้าได้อย่างไร
GIP Plus ช่วยลดต้นทุนการนำเข้า จากการลดเวลาและขั้นตอนในการตรวจปล่อยสินค้า เมื่อสินค้าผ่านด่านได้เร็วขึ้น ระยะเวลาการกักสินค้าก็สั้นลง จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและการจัดเก็บ สำหรับธุรกิจที่นำเข้าสินค้าเป็นประจำ ยังช่วยให้วางแผนการนำสินค้าเข้าคลังและกระจายสินค้าได้ง่ายขึ้น
ขอรับรอง GIP Plus ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ก่อนขอรับรอง GIP Plus ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าระบบการนำเข้าของธุรกิจเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ อย. กำหนด พร้อมเตรียมคำขอและเอกสารประกอบสำหรับการตรวจประเมิน โดยกองด่านอาหารและยามีเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คำขอรับการรับรอง GIP Plus รายการเอกสารประกอบคำขอ ตัวอย่างเอกสาร และหลักเกณฑ์การตรวจประเมิน ผู้ประกอบการควรตรวจสอบหลักเกณฑ์และเอกสารฉบับล่าสุดก่อนยื่นคำขอ
ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการผ่านการรับรอง GIP Plus แล้วกี่ราย
ข้อมูลจาก อย. ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 ระบุว่า มีผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรอง GIP Plus รวม 41 ราย โดยในปี 2569 มีผู้ประกอบการได้รับการรับรองเพิ่ม 28 ราย และ อย. มีแผนขยายจำนวนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบ GIP Plus เพิ่มขึ้น
GIP Plus เป็นหลักเกณฑ์สำหรับพัฒนาระบบบริหารจัดการของผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส่วน GIP Lane เป็นช่องทางที่ช่วยให้การตรวจปล่อยสินค้าสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าเงื่อนไขรวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลากักสินค้าและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ดังนั้น ผู้ประกอบการที่วางแผนนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพควรเตรียมระบบ เอกสาร และข้อกำหนดของ อย. ให้พร้อมตั้งแต่ต้น หากไม่แน่ใจว่าต้องดำเนินการด้านใดบ้าง Livilution บริการรับจด อย. พร้อมให้คำปรึกษา เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อปรึกษาฟรีได้เลย
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.fda.moph.go.th/news/gip-plus




