มอก. คืออะไร สินค้าแบบไหนต้องจด มอก. เช็คให้ครบ

ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยของสินค้า” มากขึ้น มาตรฐานต่าง ๆ จึงกลายเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หนึ่งในมาตรฐานที่สำคัญมากสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมในประเทศไทยก็คือ มอก.”หรือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งผู้ประกอบการหลายคนอาจเคยเห็นสัญลักษณ์นี้บนสินค้า แต่ยังไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้ว มอก. คืออะไร สินค้าแบบไหนต้องมี และถ้าไม่ทำจะเกิดอะไรขึ้น Livilution เราอธิบายให้ครบทุกมุม เพื่อให้คุณทำธุรกิจได้อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือมากขึ้น


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


มอก. คืออะไร มีไว้เพื่ออะไร มีกี่ประเภท

มอก. ย่อมาจาก มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Thai Industrial Standard – TIS) คือข้อกำหนดทางวิชาการที่กำหนดโดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า โดยแบ่งเป็นมาตรฐานบังคับและทั่วไป เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย

จุดประสงค์ของ มอก. คือเพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าให้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน มีมาตรฐานเดียวกัน และช่วยป้องกันสินค้าไม่ได้คุณภาพเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง หรืออุปกรณ์ความปลอดภัย

ในแง่ของผู้ประกอบการ การมี มอก. ไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่มักเลือกสินค้าที่มีเครื่องหมายรับรองมากกว่าสินค้าที่ไม่มี

มอก. คืออะไร

เครื่องหมาย มอก. มีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร

โดยทั่วไปเครื่องหมาย มอก. สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ มอก. บังคับ และ มอก. ทั่วไป ซึ่งทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันในเรื่องของ “ข้อบังคับทางกฎหมาย” และ “ระดับความจำเป็นในการขออนุญาต” อย่างชัดเจน

ความแตกต่างระหว่าง มอก. บังคับ กับ มอก. ทั่วไป

มอก. บังคับ คือมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดให้สินค้าต้องได้รับการรับรองก่อนนำออกจำหน่าย โดยมักใช้กับสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ หากสินค้าไม่ผ่านมาตรฐานหรือไม่มีเครื่องหมาย มอก. บังคับ จะไม่สามารถวางขายได้ตามกฎหมาย และผู้ประกอบการอาจมีความผิดทันที

ในขณะที่ มอก. ทั่วไป เป็นมาตรฐานที่ไม่ได้บังคับตามกฎหมาย ผู้ประกอบการสามารถเลือกได้ว่าจะขอหรือไม่ก็ได้ โดยมักใช้กับสินค้าที่ไม่ได้มีความเสี่ยงสูงต่อผู้บริโภค แต่ต้องการยกระดับคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน การมี มอก. ประเภทนี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้า ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจมากขึ้น และยังสามารถใช้เป็นจุดขายทางการตลาดได้

โดยสรุป มอก. บังคับ จะเน้นเรื่อง “ความปลอดภัยเป็นหลักและต้องมีตามกฎหมาย” ส่วน มอก. ทั่วไป จะเน้น “การรับรองคุณภาพและสร้างความน่าเชื่อถือ” ซึ่งแม้จะไม่บังคับ แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ง่ายขึ้นในระยะยาว

สินค้า มอก. บังคับ มีอะไรบ้าง

สินค้า มอก. บังคับ จะเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ “ไฟฟ้า โครงสร้าง และความปลอดภัย” ซึ่งพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ปลั๊กไฟ สายไฟ สวิตช์ เต้ารับ เตารีด พัดลม หม้อหุงข้าว เครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งหากไม่ได้มาตรฐานอาจเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้
  • วัสดุก่อสร้างและโครงสร้างอาคาร เช่น เหล็กเส้น ปูนซีเมนต์ ท่อ PVC ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของอาคารและความปลอดภัยในการใช้งาน
  • สินค้าเกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น หมวกกันน็อก ถังแก๊สหุงต้ม อุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ ซึ่งต้องได้มาตรฐานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
  • ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น สายเคเบิล อุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้า หรือสินค้าที่ใช้ในโรงงาน ซึ่งต้องผ่านมาตรฐานก่อนใช้งานจริง

ในปัจจุบัน รายการสินค้า มอก. บังคับมีจำนวนมาก และมีการอัปเดตอยู่เสมอ โดยมักถูกเรียกว่า “สินค้า มอก. 151 รายการ” ซึ่งผู้ประกอบการควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำสินค้าเข้าสู่ตลาดทุกครั้ง

มอก. ทั่วไป

สินค้า มอก. ทั่วไป มีอะไรบ้าง

สินค้า มอก. ทั่วไป มักเป็นสินค้าที่ไม่ได้มีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัย เช่น สินค้าอุปโภคทั่วไป เครื่องใช้ในบ้านบางประเภท หรือสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างหรือไฟฟ้าโดยตรง แม้จะไม่บังคับ แต่การมี มอก. สำหรับสินค้ากลุ่มนี้สามารถช่วยให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูง หรือในกรณีที่ต้องการขยายตลาดไปยังห้างสรรพสินค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือช่องทางที่ต้องการมาตรฐานสินค้า

นอกจากนี้ มอก. ทั่วไปยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นจุดขายทางการตลาดได้ เช่น การสื่อสารว่าสินค้าได้รับการรับรองมาตรฐาน ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคโดยตรง

ถ้าไม่ขอ มอก. แล้วขาย จะผิดกฎหมายไหม

คำตอบคือ “อาจผิดกฎหมาย” ขึ้นอยู่กับว่าสินค้านั้นอยู่ในกลุ่ม มอก. บังคับ หรือ มอก. ทั่วไป หากเป็นสินค้า มอก. บังคับ ผู้ประกอบการจะต้องขอการรับรองก่อนนำออกจำหน่ายเท่านั้น หากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที

ในกรณีของสินค้า มอก. บังคับ กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าโดยไม่มีเครื่องหมาย มอก. ที่ถูกต้อง หากตรวจพบ อาจถูกดำเนินคดี พร้อมทั้งมีบทลงโทษ เช่น การปรับ ยึดสินค้า หรือสั่งระงับการจำหน่าย ซึ่งในบางกรณีอาจมีโทษทางอาญาเพิ่มเติมหากสินค้านั้นก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค

ในทางกลับกัน หากเป็นสินค้า มอก. ทั่วไป ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายการบังคับ ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องขอ มอก. อย่างไรก็ตาม หากมีการแอบอ้างว่า “สินค้าผ่าน มอก.” ทั้งที่ไม่ได้รับการรับรอง หรือใช้เครื่องหมายปลอม จะเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค และมีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน

วิธีตรวจสอบสินค้า มอก. ของแท้

การตรวจสอบสินค้า มอก. ของแท้ไม่ใช่เรื่องยาก และสามารถทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ หากรู้วิธีที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญคือไม่ควรดูแค่ว่ามีโลโก้ มอก. หรือไม่ แต่ควรตรวจสอบหลายจุดร่วมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้านั้นได้มาตรฐานจริงและปลอดภัยต่อการใช้งาน

Step 1: สแกน QR Code

วิธีที่ง่ายและแม่นยำที่สุดคือการสแกน QR Code ที่อยู่บนสินค้า โดยใช้กล้องมือถือสแกนทันที เมื่อสแกนแล้ว ระบบจะแสดงข้อมูลของสินค้า เช่น ชื่อบริษัทผู้ผลิต ประเภทสินค้า และสถานะใบอนุญาต ให้ตรวจสอบว่าข้อมูลเหล่านี้ตรงกับสินค้าที่เราซื้อหรือไม่ หากข้อมูลไม่ตรงหรือไม่มีรายละเอียด ควรหลีกเลี่ยงสินค้า

Step 2: ดูเลข มอก. แล้วเช็คในระบบ

หากสินค้าไม่มี QR Code ให้ดูเลข มอก. ที่อยู่บนสินค้า ซึ่งมักเป็นตัวเลขกำกับ เช่น 166-2549 จากนั้นนำเลขนี้ไปค้นหาในเว็บไซต์ของ สมอ. เพื่อเช็คว่าเลขนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ และตรงกับประเภทสินค้าหรือไม่ ถ้าเช็กแล้วไม่พบข้อมูล หรือเลขไม่ตรง แสดงว่าสินค้านั้นอาจไม่ผ่านมาตรฐาน

Step 3: ดูโลโก้และฉลากสินค้าให้ครบ

เครื่องหมาย มอก. ของแท้ต้องคมชัด ไม่เบลอ และต้องมีเลขกำกับเสมอ ไม่ใช่มีแค่โลโก้ลอย ๆ นอกจากนี้ ฉลากสินค้าควรมีข้อมูลครบ เช่น ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า หากสินค้าไม่มีข้อมูลเหล่านี้ หรือดูไม่น่าเชื่อถือ ควรระวังไว้ก่อน

Step 4: ซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ

ถึงแม้จะตรวจสอบตัวสินค้าแล้ว การเลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ก็สำคัญ ควรเลือกซื้อจากร้าน Official หรือแบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจน เพราะจะช่วยลดโอกาสเจอสินค้าปลอมได้มาก โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับไฟฟ้าหรือความปลอดภัย ควรเลือกซื้ออย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

วิธีตรวจสอบสินค้า มอก.

ค่าใช้จ่ายในการขอ มอก. เท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการขอ มอก. (ใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) จะขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความซับซ้อนของมาตรฐาน โดยหลัก ๆ จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมภาครัฐ และค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ เช่น การทดสอบสินค้าและการตรวจประเมินโรงงาน ซึ่งโดยรวมแล้วมักอยู่ในช่วง หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

ในส่วนของค่าธรรมเนียมพื้นฐาน ผู้ประกอบการจะต้องชำระค่าคำขอและค่าใบอนุญาต โดยค่าธรรมเนียมสำหรับการขอใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์หรือการนำเข้าสินค้า จะอยู่ที่ประมาณ ฉบับละ 3,000 บาท และสามารถยื่นขอผ่านระบบ E-license ได้โดยตรง หากต้องการขอใบแทนใบอนุญาต จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 1,500 บาทต่อฉบับ

นอกจากค่าธรรมเนียมแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการตรวจสอบมาตรฐาน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่แตกต่างกันในแต่ละสินค้า เช่น ค่าทดสอบผลิตภัณฑ์ในห้องปฏิบัติการ (LAB) ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและข้อกำหนดของมาตรฐาน รวมถึงค่าตรวจประเมินโรงงาน ซึ่งในกรณีตรวจในประเทศ อาจมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณหลักหมื่นบาทต่อวัน และอาจเพิ่มขึ้นหากเป็นการตรวจจากต่างประเทศหรือมีขั้นตอนเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะไม่เท่ากันในทุกกรณี เนื่องจากขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่ยื่นขอ (เช่น กลุ่ม มอก. 1–200 หรือ 201–400) และรายละเอียดของสินค้าแต่ละประเภท หากเลือกใช้บริการที่ปรึกษาในการดำเนินการ ก็จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มเติม แต่จะช่วยลดความผิดพลาดและทำให้กระบวนการรวดเร็วมากขึ้น

มอก. ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายบนสินค้า แต่เป็น “มาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพ” ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน หากคุณกำลังผลิต นำเข้า หรือวางแผนขายสินค้า การตรวจสอบว่าสินค้าของคุณต้องขอ มอก. หรือไม่ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายต้องขอ มอก. หรือไม่ หรือไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร สามารถกรอกข้อมูลให้ทีม Livilution ติดต่อกลับ เพื่อให้คำแนะนำแบบมืออาชีพ
หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ช่วยให้คุณเริ่มธุรกิจได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรก


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มอก. ใช้ได้กี่ปี ต้องต่ออายุไหม?

ใบอนุญาต มอก. มีระยะเวลาใช้งาน และต้องมีการต่ออายุหรือประเมินซ้ำตามเงื่อนไขของมาตรฐานที่ได้รับ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม มอก. บังคับ จะมีการตรวจติดตามคุณภาพอย่างต่อเนื่อง หากไม่ต่ออายุหรือไม่ผ่านการประเมิน อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้

สินค้านำเข้า ต้องขอ มอก. ใหม่ไหม?

สินค้านำเข้าที่อยู่ในกลุ่ม มอก. บังคับ จำเป็นต้องขอ มอก. ในประเทศไทยใหม่ทุกกรณี แม้ว่าสินค้านั้นจะมีมาตรฐานจากต่างประเทศแล้วก็ตาม โดยผู้นำเข้าจะเป็นผู้ยื่นขอและรับผิดชอบใบอนุญาต

OEM หรือโรงงาน ใครเป็นเจ้าของ มอก.?

ใบอนุญาต มอก. จะผูกกับ ผู้ยื่นขอ ซึ่งอาจเป็นผู้ผลิต (โรงงาน) หรือผู้นำเข้า ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจ หากเป็นการผลิตแบบ OEM จำเป็นต้องตกลงให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ถือใบอนุญาต เพื่อป้องกันปัญหาตามมาภายหลัง

แชร์บทความนี้....