ในยุคที่การเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่เรื่องไกลตัว หลายคนเริ่มจากการขายของออนไลน์ ขยายไปสู่การสร้างแบรนด์ หรือพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างจริงจัง สิ่งหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจควรรู้ตั้งแต่ต้นคือ “การจดทะเบียนบริษัท” เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของความน่าเชื่อถือ แต่ยังเกี่ยวข้องกับกฎหมาย ภาษี และโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต Livilution เราจะพาคุณไขข้อสงสัยว่า จดบริษัทต้องมีกี่คน ใช้ทุนเท่าไหร่ จดบริษัทที่ไหน ต้องเตรียมอะไรบ้าง และมีขั้นตอนอย่างไร ไปดูกันครับ
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- จดบริษัทคืออะไร ทำไมต้องจด
- จดบริษัทต้องมีกี่คน
- ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำกี่บาท
- จดทะเบียนบริษัทที่ไหนได้บ้าง
- จดบริษัทต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
- ขั้นตอนการจดบริษัทแบบเข้าใจง่าย
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จดบริษัทคืออะไร ทำไมต้องจด
การจดทะเบียนบริษัท คือ การจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมาย เพื่อให้ธุรกิจมีสถานะเป็น “บริษัทจำกัด” แยกออกจากตัวบุคคลอย่างชัดเจน หมายความว่า บริษัทสามารถทำธุรกรรมทางการเงิน ทำสัญญา หรือถือครองทรัพย์สินได้ในนามของบริษัทเอง ไม่ใช่ในนามเจ้าของ
เหตุผลที่ควรจดทะเบียนบริษัท
เหตุผลที่ธุรกิจควรจดบริษัทมีหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง “ความน่าเชื่อถือ” เพราะบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องจะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า คู่ค้า และสถาบันการเงินได้มากกว่า อีกทั้งยังช่วยให้สามารถขยายธุรกิจได้ง่ายขึ้น เช่น การหาพันธมิตร การขอสินเชื่อ หรือการเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ
นอกจากนี้ การจดบริษัทช่วยจำกัดความรับผิดของเจ้าของธุรกิจ กล่าวคือ หากเกิดปัญหาหนี้สิน เจ้าของจะรับผิดเท่าทุนที่ลงทุน ไม่ต้องรับผิดด้วยทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดเหมือนการทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา

จดบริษัทต้องมีกี่คน
หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยมากที่สุดคือ “จดบริษัทต้องมีกี่คน” โดยตามกฎหมายไทย บริษัทจำกัดจะต้องมีผู้เริ่มก่อตั้งอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป ซึ่งบุคคลเหล่านี้เรียกว่า “ผู้ก่อการ” และจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทหลังจากจดทะเบียนเสร็จเรียบร้อย
ในโครงสร้างบริษัทจะมีองค์ประกอบหลักที่ควรรู้ ได้แก่ ผู้ถือหุ้น และกรรมการบริษัท โดยผู้ถือหุ้นคือผู้ที่ลงทุนในบริษัท ส่วนกรรมการคือผู้มีอำนาจบริหารและตัดสินใจในนามบริษัท ซึ่งในหลายกรณี คน ๆ เดียวสามารถเป็นได้ทั้งผู้ถือหุ้นและกรรมการ
คำถามที่พบบ่อยคือ “จดบริษัทคนเดียวได้ไหม” คำตอบคือ ไม่สามารถจดบริษัทแบบมีคนเดียวได้ตามกฎหมายไทย แต่สามารถใช้วิธีให้มีผู้ถือหุ้นมากกว่า 1 คน เช่น คนในครอบครัวหรือพาร์ทเนอร์เข้ามาถือหุ้นร่วมกัน โดยอาจแบ่งสัดส่วนหุ้นตามที่ตกลงกัน
ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำกี่บาท
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือ “ทุนจดทะเบียน” ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำแบบตายตัว คุณสามารถตั้งทุนเท่าไหร่ก็ได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีขั้นต่ำ แต่การกำหนดทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะทุนจดทะเบียนมีผลต่อหลายเรื่อง เช่น ความน่าเชื่อถือของบริษัท สายตาของคู่ค้า หรือการขอสินเชื่อจากธนาคาร
ในทางปฏิบัติ ธุรกิจขนาดเล็กมักเริ่มต้นที่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท เช่น 100,000 – 1,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ หากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เช่น นำเข้าสินค้า หรือผลิตสินค้า อาจตั้งทุนสูงขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานจริง
อีกคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ต้องจ่ายเงินจริงไหม” คำตอบคือ โดยทั่วไปสามารถทยอยชำระค่าหุ้นได้ ไม่จำเป็นต้องมีเงินสดครบตามทุนทันที แต่ต้องมีความพร้อมในการลงทุนจริงตามที่ระบุไว้

จดทะเบียนบริษัทที่ไหนได้บ้าง
การจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยสามารถดำเนินการผ่าน “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” (DBD) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องการจดทะเบียนนิติบุคคล
ปัจจุบันมี 2 ช่องทางหลักในการจดทะเบียน ได้แก่ การยื่นจดทะเบียนด้วยตนเองที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าในพื้นที่ และการยื่นผ่านระบบออนไลน์ (e-Registration) ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น
สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์หรือไม่ต้องการจัดการเอกสารเอง สามารถใช้บริการบริษัทที่ปรึกษาหรือผู้ให้บริการรับจดทะเบียน ซึ่งจะช่วยดูแลตั้งแต่เตรียมเอกสาร ตรวจสอบชื่อบริษัท ไปจนถึงยื่นจดทะเบียนให้ครบจบในที่เดียว
จดบริษัทต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การจดทะเบียนบริษัทผ่านเร็วขึ้น และลดโอกาสโดนตีกลับ โดยเอกสารหลักที่ต้องใช้มีดังนี้
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้ก่อการ / ผู้ถือหุ้น / กรรมการ (เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ก่อการ / ผู้ถือหุ้น / กรรมการ
- ชื่อบริษัท (ควรเตรียมไว้ 2–3 ชื่อ เผื่อกรณีชื่อซ้ำ)
- ที่ตั้งบริษัท (พร้อมเอกสารยืนยัน เช่น สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่)
- วัตถุประสงค์ของบริษัท (ระบุประเภทธุรกิจที่ต้องการดำเนินการ)
- รายละเอียดผู้ถือหุ้น (ชื่อ–สัดส่วนหุ้น)
- รายชื่อกรรมการบริษัท และอำนาจลงนาม
- ทุนจดทะเบียน และจำนวนหุ้น
- หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบฟอร์มจัดตั้งบริษัท)
- แบบคำขอจดทะเบียนบริษัท (แบบ บอจ. ต่าง ๆ)

ขั้นตอนการจดบริษัทแบบเข้าใจง่าย
ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทสามารถแบ่งออกเป็นลำดับดังนี้
- จองชื่อบริษัท
ยื่นจองชื่อผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยชื่อจะต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับบริษัทที่มีอยู่แล้ว - จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ
ระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น ชื่อบริษัท ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน และรายชื่อผู้ก่อการ - จัดประชุมจัดตั้งบริษัท
เพื่อแต่งตั้งกรรมการ กำหนดโครงสร้างผู้ถือหุ้น และอนุมัติข้อบังคับบริษัท - ชำระค่าหุ้นตามที่กำหนด
ผู้ถือหุ้นต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อยบางส่วนตามที่ตกลง - ยื่นจดทะเบียนบริษัท
ยื่นเอกสารทั้งหมดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทั้งแบบออนไลน์หรือยื่นที่สำนักงาน - รับหนังสือรับรองบริษัท
เมื่อผ่านการอนุมัติ บริษัทจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลอย่างสมบูรณ์ - ดำเนินการหลังจดทะเบียน
เช่น เปิดบัญชีธนาคารบริษัท ทำตรายาง และขึ้นทะเบียนภาษี (เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หากเข้าเงื่อนไข)
การจดทะเบียนบริษัทเป็นก้าวสำคัญของการเริ่มต้นธุรกิจอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนผู้ก่อการ ทุนจดทะเบียน หรือขั้นตอนต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ควรเข้าใจให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพราะจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว
หากคุณกำลังวางแผนเริ่มธุรกิจ หรือยังไม่แน่ใจว่าควรตั้งทุนเท่าไหร่ Livilution พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่ให้คำปรึกษา ไปจนถึงดำเนินการจดทะเบียนให้ครบจบในที่เดียว ช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ง่าย รวดเร็ว และถูกต้องตามกฎหมาย สามารถกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add Line: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาฟรีได้ทันที เริ่มต้นธุรกิจของคุณอย่างมั่นใจตั้งแต่วันนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จดบริษัทใช้เวลากี่วันถึงจะเสร็จ
การจดทะเบียนบริษัทใช้เวลาประมาณ 1–3 วันทำการ หากเอกสารครบและไม่มีปัญหาเรื่องชื่อบริษัท แต่หากมีการแก้ไขเอกสารหรือชื่อไม่ผ่าน อาจใช้เวลานานขึ้น
จดบริษัท จำเป็นต้องมีสำนักงานจริงไหม
การจดบริษัท จำเป็นต้องมีที่ตั้งบริษัท ที่สามารถติดต่อได้จริง โดยอาจเป็นบ้าน คอนโด หรือออฟฟิศก็ได้ แต่ต้องมีเอกสารยืนยัน เช่น สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
จดบริษัทแล้ว ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
เมื่อจดบริษัทแล้ว บริษัทต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) และหากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รวมถึงอาจมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีอื่น ๆ ตามลักษณะธุรกิจ




