QR Code มอก. ไม่สามารถสร้างจากเว็บไซต์สร้าง QR Code ทั่วไปได้ แต่ต้องดาวน์โหลดจากระบบที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนด เพื่อใช้แสดงคู่กับเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้าและบรรจุภัณฑ์อย่างถูกต้อง หากคุณเพิ่งได้รับใบอนุญาต มอก. และกำลังมองหาวิธีสร้างหรือดาวน์โหลด QR Code บทความนี้ Livilution จะอธิบายขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่การเข้าระบบ การสร้าง QR Code ไปจนถึงแนวทางการนำไปใช้งานจริง
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- QR Code มอก. คืออะไร? ทำไมต้องมี
- ผู้ประกอบการต้องสร้าง QR Code มอก. เองหรือไม่
- วิธีสร้าง QR Code มอก. ง่ายๆ 3 ขั้นตอน
- QR Code มอก. ต้องติดตรงไหน? มีขนาดเท่าไหร่?
QR Code มอก. คืออะไร? ทำไมต้องมี
QR Code มอก. คือคิวอาร์โค้ดที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดให้ผู้ประกอบการติดคู่กับเครื่องหมาย มอก. บนตัวผลิตภัณฑ์ เมื่อสแกนแล้วจะแสดงรายละเอียดข้อมูลสินค้า ใบอนุญาต และมาตรฐานความปลอดภัย
ทำไมต้องมี QR Code มอก.?
- ป้องกันของปลอม: ใช้ตรวจสอบว่าสินค้านั้นได้รับใบอนุญาต มอก. ของแท้จาก สมอ. จริงหรือไม่ เพื่อป้องกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานแอบอ้างเครื่องหมาย
- ตรวจสอบข้อมูลสินค้า: ผู้บริโภคสามารถดูรายละเอียดผู้ผลิต รายละเอียดใบอนุญาต และคุณลักษณะของสินค้าได้ทันทีก่อนตัดสินใจซื้อ
- ช่องทางร้องเรียน: หากสินค้ามีปัญหาหรือไม่ได้มาตรฐาน ผู้ซื้อสามารถใช้เป็นช่องทางในการแจ้งเรื่องร้องเรียนกับ สมอ. ได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ประกอบการต้องสร้าง QR Code มอก. เองหรือไม่
ผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้สร้าง QR Code มอก. ด้วยตนเอง หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เรียบร้อยแล้ว โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติมีดังนี้
- การสร้าง QR Code: ผู้ประกอบการต้องเข้าสู่ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของ สมอ. เพื่อดาวน์โหลดลิงก์และนำมาสร้างเป็น QR Code
- การแสดงผล: จะต้องติด QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน
- ข้อกำหนดทางกฎหมาย: ลิงก์ปลายทางของ QR Code ต้องเป็นข้อมูลที่ สมอ. กำหนดเท่านั้น ห้ามมีการครอบลิงก์ที่มีโฆษณาคั่นโดยเด็ดขาด
วิธีสร้าง QR Code มอก. ง่ายๆ 3 ขั้นตอน
หลังจากผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาต มอก. จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แล้ว ไม่ว่าจะเป็น มอก. ทั่วไป หรือ มอก. บังคับ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการสร้าง QR Code สำหรับใช้แสดงคู่กับเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้า ฉลาก หรือบรรจุภัณฑ์ โดยสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนดังนี้

1. เข้าสู่ระบบ QR Code ของ สมอ.
เข้าสู่ระบบของ สมอ. ที่ https://sso.tisi.go.th/login จากนั้นเลือกเข้าใช้งานระบบ QR Code แต่สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยใช้งานระบบมาก่อน จะต้องดำเนินการลงทะเบียนผู้ใช้งานและยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถเข้าใช้งานระบบได้
2. กรอกข้อมูลผลิตภัณฑ์และข้อมูลผู้ขอใช้งาน
เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว จะพบแบบฟอร์มสำหรับสร้าง QR Code ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- ข้อมูลผู้ประกอบการ ซึ่งระบบจะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลของ สมอ. มาแสดงอัตโนมัติ (หากยังไม่มีข้อมูล ระบบอาจไม่แสดงรายละเอียดในส่วนนี้)
- ข้อมูลผลิตภัณฑ์และใบอนุญาต ผู้ประกอบการจะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ เลขที่ใบอนุญาต หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง
- ข้อมูลผู้ยืนยันคำขอ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน เพื่อใช้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลที่กรอก
เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนกดบันทึกข้อมูล
3. ดาวน์โหลด QR Code เพื่อนำไปใช้งาน
หลังจากบันทึกข้อมูลเรียบร้อย ระบบจะสร้าง QR Code ให้โดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงทั้งในรูปแบบ URL และรูปภาพ QR Code ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้งานได้ 2 รูปแบบ ได้แก่
- คัดลอก URL ที่ระบบสร้างให้ เพื่อนำไปสร้าง QR Code เพิ่มเติมตามความต้องการ
- คัดลอกรูปภาพ QR Code ที่ระบบสร้างให้โดยตรง เพื่อนำไปใช้บนฉลากสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ QR Code ที่สร้างขึ้นสามารถสแกนได้ด้วยแอปพลิเคชันสแกน QR Code หรือกล้องสมาร์ตโฟนทั่วไป โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงข้อมูลหรือถอดรหัสแต่อย่างใด
QR Code มอก. ต้องติดตรงไหน? มีขนาดเท่าไหร่?
หลังจากสร้าง QR Code มอก. เรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องนำไปแสดงควบคู่กับเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนด โดย QR Code และเครื่องหมาย มอก. จะต้องอยู่ในบริเวณเดียวกันหรือแสดงคู่กันเสมอ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์และใบอนุญาตได้อย่างถูกต้อง
ตำแหน่งการแสดง QR Code มอก.
โดยหลักแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องแสดง QR Code และเครื่องหมาย มอก. บนตัวผลิตภัณฑ์โดยตรง แต่ในกรณีที่สินค้ามีขนาดเล็ก หรือมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถพิมพ์เครื่องหมายลงบนตัวสินค้าได้ สามารถแสดงบนบรรจุภัณฑ์ หีบห่อ หรือฉลากสินค้าแทนได้ โดยต้องแสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code ไว้ในตำแหน่งเดียวกันอย่างชัดเจน
ขนาดขั้นต่ำของ QR Code และเครื่องหมาย มอก.
สมอ. กำหนดให้ QR Code ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 x 10 มิลลิเมตร เพื่อให้สามารถสแกนอ่านข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
ส่วนเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตรเช่นกัน และตัวเลขมาตรฐานภายในเครื่องหมายต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ทั้งนี้สามารถขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นได้ตามความเหมาะสมของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ แต่ต้องคงสัดส่วนของเครื่องหมายให้ถูกต้องตามที่ สมอ. กำหนด
ข้อมูลที่อยู่ภายใน QR Code มอก.
QR Code ที่ผู้ประกอบการสร้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ สมอ. จะเชื่อมโยงไปยังข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน โดยประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ เช่น
- รายละเอียดผลิตภัณฑ์
- รายละเอียดผู้รับใบอนุญาต
- เลขที่ใบอนุญาต
- ข้อมูลบริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
- รายละเอียดมาตรฐาน มอก. ที่ได้รับการรับรอง
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ คู่ค้า และผู้บริโภคสามารถตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าได้ทันทีผ่านการสแกน QR Code ด้วยสมาร์ตโฟนทั่วไป
QR Code มอก. เป็นคิวอาร์โค้ดที่ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้เครื่องหมายมาตรฐานต้องแสดงคู่กับเครื่องหมาย มอก. บนสินค้าและบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตและรายละเอียดผลิตภัณฑ์ผ่านระบบของ สมอ. ได้อย่างถูกต้อง ผู้ประกอบการควรใช้ QR Code ที่ออกโดยระบบของ สมอ. เท่านั้น และควรตรวจสอบการแสดงผลก่อนผลิตฉลากทุกครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาการแก้ไขงานภายหลังและให้สินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
หากคุณกำลังเตรียมขอ มอก. หรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เครื่องหมายมาตรฐาน การจัดทำ QR Code และการเตรียมเอกสารต่าง ๆ ทีมงาน Livilution Consult พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลตั้งแต่ยื่นคำขอจนได้รับใบอนุญาตอย่างครบขั้นตอน เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรีได้เลย




