ผู้ผลิตและผู้นำเข้าแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ต้องการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย ต้องดำเนินการขอใบอนุญาต มอก. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) บทความนี้ Livilution ขั้นตอนการขอ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 พร้อมเอกสารที่ต้องใช้ หลักเกณฑ์การตรวจสอบทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และโรงงาน รวมถึงการแสดงเครื่องหมาย มอก. สำหรับโซลาเซลล์ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนยื่นคำขอ
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คืออะไร
- ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ในระบบ Solar Cell ที่ต้องมี มอก.
- เอกสารที่ใช้ในการขอ มอก.
- ขั้นตอนการขอจด มอก. แผงเซลล์แสงอาทิตย์
- การทดสอบผลิตภัณฑ์
- การตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน
- การแสดงเครื่องหมาย มอก.
- การตรวจติดตามหลังได้รับใบอนุญาต
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คืออะไร
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่กำหนดด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล IEC 61730-2:2023 เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการทดสอบและประเมินความปลอดภัยของแผงโซลาร์เซลล์ก่อนนำออกจำหน่ายหรือใช้งาน
มาตรฐานนี้ครอบคลุมทั้งการทดสอบตัวผลิตภัณฑ์และการประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานผู้ผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าแผงเซลล์แสงอาทิตย์มีความปลอดภัยในการใช้งาน สามารถลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าดูด ไฟไหม้ และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน
ทั้งนี้ มอก. 61730 ไม่ได้มุ่งเน้นการทดสอบประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์ แต่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบด้านความปลอดภัย ทั้งในด้านระบบไฟฟ้า ความร้อน และความแข็งแรงของโครงสร้าง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าเชื่อถือและสามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ในระบบ Solar Cell ที่ต้องมี มอก.
นอกจาก แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่ต้องเป็นไปตาม มอก. 61730 เล่ม 2-2567 แล้ว ปัจจุบันสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดมาตรฐานบังคับสำหรับ 5 อุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างมาตรฐานเดียวกันตลอดทั้งระบบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
| ผลิตภัณฑ์ | มาตรฐาน มอก. | มาตรฐานอ้างอิง |
|---|---|---|
| แผงเซลล์แสงอาทิตย์ | มอก. 61730 เล่ม 2-2567 (ด้านความปลอดภัย) | IEC 61730-2:2023 |
| อุปกรณ์ตัดกระแสไฟฟ้า (Circuit Breaker) | มอก. 60947 เล่ม 2-25xx | IEC 60947-2:2024 |
| ฟิวส์แรงดันไฟฟ้าต่ำ | มอก. 60269 เล่ม 6-2567 | IEC 60269-6:2021 |
| สายไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ (PV Cable) | มอก. 62930-2564 | IEC 62930:2017 |
| อินเวอร์เตอร์ | มอก. 2603 เล่ม 2-2556 (ด้านความปลอดภัย) | – |
| แบตเตอรี่สำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ | มอก. 63056-2567 (ด้านความปลอดภัย) | IEC 63056:2020 |
กำหนดเริ่มบังคับใช้มาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์ทั้ง 6 ประเภทข้างต้น มีกำหนดประกาศใช้เป็น มาตรฐานบังคับตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2569 ดังนั้น ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย ควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของตนได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อนนำออกจำหน่ายหรือใช้งาน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย
เอกสารที่ใช้ในการขอ มอก. แผงเซลล์แสงอาทิตย์
ก่อนยื่นคำขอ ผู้ประกอบการควรจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเอกสารประกอบด้วย
- เอกสารตามหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตของ สมอ.
- ตัวอย่างการแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน พร้อมระบุตำแหน่งที่จะติดบนผลิตภัณฑ์
- Drawing ของแผงเซลล์แสงอาทิตย์
- Specification ของผลิตภัณฑ์
กรณีขอขยายกำลังไฟฟ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว ต้องจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่
- Design Specification
- Bill of Materials (BOM)
- ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์
ขั้นตอนการขอจด มอก. แผงเซลล์แสงอาทิตย์
การขอใบอนุญาต มอก. 61730 เล่ม 2-2567 สำหรับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ผู้ประกอบการจะต้องผ่านทั้งการยื่นคำขอ การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบผลิตภัณฑ์ และการตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน ก่อนที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จะพิจารณาออกใบอนุญาต โดยมีขั้นตอน ดังนี้
1. ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์อยู่ในขอบข่ายของมาตรฐาน
ก่อนยื่นคำขอ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนว่าแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ผลิตหรือนำเข้าอยู่ภายใต้ขอบข่ายของ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ เช่น ชนิดของแผง ประเภทของแผง ระดับชั้น (Class) รูปแบบการต่อเซลล์ แรงดันไฟฟ้าเปิดวงจร และกำลังไฟฟ้าที่กำหนด เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะใช้ในการพิจารณาและการทดสอบผลิตภัณฑ์
2. เตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำขอ
เมื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์อยู่ในขอบข่ายของมาตรฐานแล้ว ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำขอให้ครบถ้วน เช่น เอกสารตามหลักเกณฑ์การอนุญาต รายละเอียดทางเทคนิค (Specification) แบบ Drawing ของผลิตภัณฑ์ และตัวอย่างการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานบนผลิตภัณฑ์
หากเป็นการขอเพิ่มกำลังไฟฟ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว จะต้องจัดเตรียม Design Specification, Bill of Materials (BOM) และเอกสารเปรียบเทียบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมด้วย
3. ยื่นคำขอต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
หลังจากเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาต มอก. ต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณา โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจประเมินและทดสอบ
4. ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อทดสอบ
ผู้ยื่นคำขอจะต้องส่งตัวอย่างแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อทดสอบตามข้อกำหนดของมาตรฐาน โดยการเก็บตัวอย่างจะพิจารณาจากคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น ชนิดของแผง ประเภทของแผง ระดับชั้น รูปแบบการต่อเซลล์ แรงดันไฟฟ้าเปิดวงจร และกำลังไฟฟ้า เพื่อให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขออนุญาต
ในกรณีที่มีรายงานผลการทดสอบตามมาตรฐาน IEC 61730-2 จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 หรือ มอก. 17025 และเป็นห้องปฏิบัติการที่ สมอ. ยอมรับ ก็สามารถนำผลการทดสอบดังกล่าวมาใช้ประกอบการพิจารณาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
5. ตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน
นอกจากการทดสอบผลิตภัณฑ์แล้ว สมอ. จะดำเนินการตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการผลิตสามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
โรงงานที่ยื่นขอใบอนุญาตต้องเป็นโรงงานที่มีกระบวนการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างครบถ้วน และมีเครื่องมือสำหรับการตรวจสอบคุณภาพตามที่กำหนด เช่น เครื่องทดสอบความเป็นฉนวนไฟฟ้า (Insulation Test) และเครื่องทดสอบความต่อเนื่องของระบบต่อลงดิน (Continuity Test of Equipotential Bonding) พร้อมทั้งต้องมีเอกสารหรือรายงานที่แสดงถึงการควบคุมคุณภาพของโรงงานตามหลักเกณฑ์ของ สมอ.
6. สมอ. พิจารณาผลการตรวจสอบและออกใบอนุญาต
เมื่อผลการทดสอบผลิตภัณฑ์และผลการตรวจประเมินโรงงานเป็นไปตามข้อกำหนด สมอ. จะพิจารณาออกใบอนุญาต มอก. ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยใบอนุญาตจะระบุรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง เช่น ประเภทของแผง ระดับชั้น รูปแบบการต่อเซลล์ แรงดันไฟฟ้าเปิดวงจร และกำลังไฟฟ้า ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องผลิตหรือนำเข้าสินค้าให้ตรงตามรายละเอียดที่ได้รับอนุญาต
7. แสดงเครื่องหมาย มอก. และปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังได้รับใบอนุญาต
หลังได้รับใบอนุญาต ผู้ประกอบการสามารถแสดงเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์ได้ โดยต้องเป็นไปตามรูปแบบและตำแหน่งที่ สมอ. กำหนด รวมทั้งต้องรักษาระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน และยินยอมให้ สมอ. เข้าตรวจติดตามเป็นระยะ เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง หากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิต จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก่อนนำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย
การทดสอบผลิตภัณฑ์ตาม มอก. 61730 เล่ม 2-2567
การทดสอบผลิตภัณฑ์ เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการขอใบอนุญาต มอก. โดยผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่ สมอ. กำหนด เพื่อใช้ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 61730 เล่ม 2-2567 โดยปฎิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. การจำแนกประเภทผลิตภัณฑ์
ก่อนการทดสอบ ผลิตภัณฑ์จะถูกจำแนกตามคุณลักษณะต่าง ๆ เพื่อกำหนดขอบเขตของการทดสอบและการออกใบอนุญาต ได้แก่
- ชนิดของแผงเซลล์ เช่น ชนิดผลึกซิลิคอน (Crystalline Silicon) ชนิดฟิล์มบาง (Thin-film) และชนิดอื่นๆ
- ประเภทของแผงเซลล์ ได้แก่ Monofacial Module และ Bifacial Module
- ระดับชั้น ได้แก่ Class 0, Class II และ Class III
- รูปแบบการต่อเซลล์ภายใน ได้แก่ อนุกรม (Series), อนุกรม-ขนาน (Series-Parallel) และขนาน-อนุกรม (Parallel-Series)
- แรงดันไฟฟ้าเปิดวงจร (V)
- กำลังไฟฟ้าที่กำหนด (W)
2. การเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบ
ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ 1 ชุดตัวอย่าง สำหรับแต่ละชนิดของแผง ประเภทของแผง ระดับชั้น รูปแบบการต่อเซลล์ แรงดันไฟฟ้าเปิดวงจร และกำลังไฟฟ้าที่กำหนด
กรณียื่นขอหลายกำลังไฟฟ้า จะต้องส่งตัวอย่างที่มีกำลังไฟฟ้า ต่ำสุด สูงสุด และค่ากึ่งกลาง โดยค่าต่ำสุดและสูงสุดต้องแตกต่างจากค่ากึ่งกลางไม่เกิน 10% ทั้งนี้ ตัวอย่าง 1 ชุดประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (PV Module) จำนวน 10 หน่วย และแผงแบบไม่มีกรอบ (Unframed PV Module) จำนวน 2 หน่วย หรือจำนวนที่เพียงพอต่อการทดสอบ
หากเป็นการ ขอขยายกำลังไฟฟ้า ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องส่งตัวอย่างเพิ่มเติม พร้อมเอกสารด้านการออกแบบ (Design) ข้อมูลจำเพาะ (Specification) วัสดุ (Materials) และรายงานผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Original) ที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี เพื่อประกอบการพิจารณา
3. การใช้รายงานผลการทดสอบ
ผู้ยื่นคำขอสามารถใช้รายงานผลการทดสอบตามมาตรฐาน IEC 61730-2 ที่ออกโดยห้องปฏิบัติการซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 หรือ มอก. 17025 ได้ โดยรายงานผลการทดสอบต้องมีอายุไม่เกิน 3 ปี และต้องได้รับการทวนสอบจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมก่อนนำมาใช้ประกอบการยื่นคำขอ
4. การเตรียมความพร้อมของโรงงาน
โรงงานผู้ผลิตต้องมีระบบควบคุมคุณภาพที่สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน และมีเครื่องมือสำหรับการทดสอบอย่างน้อย
การตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน
การตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการขอใบอนุญาต มอก. 61730 เล่ม 2-2567 โดยโรงงานจะต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับกระบวนการควบคุมคุณภาพ เครื่องมือทดสอบ และผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ รวมถึงต้องมีเครื่องมือสำหรับการทดสอบที่จำเป็น เช่น
- เครื่องทดสอบความเป็นฉนวนไฟฟ้า (Insulation Test)
- เครื่องทดสอบความต่อเนื่องของระบบต่อลงดิน (Continuity Test of Equipotential Bonding)
นอกจากนี้ หากเป็นโรงงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์ของ สมอ. แล้ว สามารถใช้รายงานผลการประเมินระบบควบคุมคุณภาพ หรือหนังสือรับรองการเป็นไปตามข้อกำหนด (Letter of Conformance) ประกอบการพิจารณาได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
การแสดงเครื่องหมาย มอก. หลังได้รับอนุญาต
เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการต้องแสดงเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัด โดยขนาดของเครื่องหมายต้องเหมาะสมกับขนาดของผลิตภัณฑ์และมีขนาดไม่น้อยกว่า 30 มิลลิเมตร รวมถึงสามารถแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับเครื่องหมายมาตรฐานได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
หลักเกณฑ์ในการตรวจติดตามผล
หลังได้รับใบอนุญาตแล้ว สมอ. จะดำเนินการตรวจติดตามผลิตภัณฑ์และระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งการตรวจติดตามประกอบด้วย 4 เรื่องได้แก่
1. การตรวจติดตามผลิตภัณฑ์
ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจติดตามผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตจากสถานที่ผลิต สถานที่เก็บ หรือสถานที่จำหน่าย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเป็นไปตามระยะเวลาที่ สมอ. กำหนด ประกอบด้วย
- การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบทุกรายการตามมาตรฐาน ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยสุ่มเก็บตัวอย่างจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตเพื่อนำไปทดสอบตามข้อกำหนดทั้งหมดของมาตรฐาน
- การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบรายการสำคัญของมาตรฐาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อตรวจสอบรายการสำคัญ ได้แก่
- Insulation Test
- Continuity Test of Equipotential Bonding
- Wet Leakage Current Test
- Fire Test
- Bypass Diode Thermal Test
- Reverse Current Overload Test
- กรณีไม่มีห้องปฏิบัติการทดสอบในประเทศ หรือเป็นการทดสอบเฉพาะด้าน (Type Approval Test) สมอ. อาจพิจารณารับรองรายงานผลการทดสอบที่เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งมีอายุไม่เกิน 1 ปี หรือเป็นไปตามระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด
2. การตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน
ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจติดตามระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน โดยใช้รายงานผลการประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี หรือเป็นไปตามที่ สมอ. กำหนด หากไม่ดำเนินการตรวจติดตามผลิตภัณฑ์หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด สมอ. อาจเพิ่มความถี่ในการตรวจติดตามเป็นทุก 1 ปี หรือดำเนินการตามมาตรการที่เห็นสมควร
3. การรับรองตนเอง (Supplier’s Declaration of Conformity : SDOC)
ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถรับรองตนเองผ่านระบบ E-Surveillance โดยจัดส่งข้อมูลตามแบบ SDOC ที่ สมอ. กำหนด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาปรับความถี่ในการตรวจติดตามผลิตภัณฑ์และระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน
อย่างไรก็ตาม การขอรับรอง มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ไม่ได้มีเพียงการเตรียมเอกสารและส่งผลิตภัณฑ์เข้าทดสอบเท่านั้น แต่ยังต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ สมอ. ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลทางเทคนิค การตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน ไปจนถึงการตรวจติดตามหลังได้รับใบอนุญาต หากเตรียมความพร้อมได้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความล่าช้าและเพิ่มโอกาสให้การพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่น
หากคุณกำลังวางแผนขอ มอก. แผงเซลล์แสงอาทิตย์ หรือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมประเภทอื่น Livilution Consult พร้อมให้คำปรึกษาและรับดำเนินการขอ มอก. ตั้งแต่การตรวจสอบความพร้อมของผลิตภัณฑ์ การเตรียมเอกสาร การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการยื่นคำขอ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้เลย




