เครื่องฟอกอากาศกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความต้องการสูงในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้นำเข้า การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ “เครื่องหมาย มอก.” ซึ่งไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสินค้า แต่ยังเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายก่อนการวางจำหน่ายในประเทศ บทความนี้ Livilution จะพาผู้ประกอบการไปทำความเข้าใจว่าเครื่องฟอกอากาศต้องมี มอก. อะไรบ้าง แต่ละมาตรฐานมีความแตกต่างกันอย่างไร
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- ทำไมเครื่องฟอกอากาศต้องมี มอก.
- มอก. เครื่องฟอกอากาศ มีอะไรบ้าง
- มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 คืออะไร
- มอก. 3061-2563 คืออะไร
- ตรวจวัดค่า CADR คืออะไร
- ความแตกต่างระหว่าง มอก. ด้านความปลอดภัย และ มอก. ด้านประสิทธิภาพ
- ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรเตรียมอะไรบ้างก่อนขอ มอก.
ทำไมเครื่องฟอกอากาศต้องมี มอก.
เครื่องฟอกอากาศ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน และมีหน้าที่กรองอากาศเพื่อช่วยลดฝุ่นละออง PM2.5 ภายในอาคาร หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน ดังนั้น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จึงกำหนดมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องฟอกอากาศ เพื่อควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ก่อนวางจำหน่ายในประเทศไทย
เครื่องหมาย มอก. บนเครื่องฟอกอากาศไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานว่าสินค้าได้รับการทดสอบตามมาตรฐานที่กำหนด ทั้งในด้านความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อและใช้งาน
มอก. เครื่องฟอกอากาศ มีอะไรบ้าง
ปัจจุบันมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องฟอกอากาศแบ่งออกเป็น 2 มาตรฐาน คือ มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 และ มอก. 3061-2563 โดยทั้งสองมาตรฐานมีหน้าที่แตกต่างกัน โดยมาตรฐานหนึ่งรับรองความปลอดภัยของเครื่อง ส่วนอีกมาตรฐานหนึ่งรับรองว่าประสิทธิภาพในการกรองอากาศเป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุ
| มาตรฐาน | วัตถุประสงค์ | ลักษณะ |
|---|---|---|
| มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 | ตรวจสอบความปลอดภัยของตัวเครื่อง | มาตรฐานบังคับ |
| มอก. 3061-2563 | ตรวจสอบประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM2.5 | มาตรฐานด้านประสิทธิภาพ |
มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 คืออะไร
มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับควบคุมความปลอดภัยของเครื่องฟอกอากาศสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัยและลักษณะการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน โดยมาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานบังคับตามกฎหมายที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตก่อนนำสินค้าออกจำหน่ายในประเทศไทย
มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 ตรวจสอบอะไรบ้าง
- ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า
- การป้องกันไฟฟ้ารั่ว
- การป้องกันไฟฟ้าดูด
- ความแข็งแรงของโครงสร้าง
- ความทนทานต่อความร้อน
- ความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้
- ความปลอดภัยของชิ้นส่วนภายใน
- ความปลอดภัยของสายไฟและปลั๊ก
มอก. 3061-2563 คืออะไร
มอก. 3061-2563 คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับ เครื่องฟอกอากาศ ใช้ประเมินประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศในการลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภายในพื้นที่หนึ่ง ซึ่งควบคุมและออกโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และหัวใจสำคัญของมาตรฐานนี้คือการตรวจวัดค่า CADR หรือ Clean Air Delivery Rate
ตรวจวัดค่า CADR คืออะไร
CADR ย่อมาจาก Clean Air Delivery Rate คือ อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ หรือ ส่งมอบอากาศสะอาด เป็นมาตรฐานสากลที่พัฒนาโดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (AHAM) ใช้วัดประสิทธิภาพและความเร็วของเครื่องฟอกอากาศในการกำจัดมลพิษ เช่น ฝุ่นละออง ควัน และละอองเกสรดอกไม้ ออกจากห้องในระยะเวลาที่กำหนด ยิ่งตัวเลขสูง อากาศยิ่งบริสุทธิ์เร็ว
ความแตกต่างระหว่าง มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 และ มอก. 3061-2563
แม้ทั้งสองมาตรฐานจะเกี่ยวข้องกับเครื่องฟอกอากาศเหมือนกัน แต่มีวัตถุประสงค์ในการรับรองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 เน้นการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของตัวเครื่อง เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้งาน เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟดูด หรือไฟไหม้ ขณะที่ มอก. 3061-2563 เป็นมาตรฐานที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพในการลดฝุ่น PM2.5 และตรวจสอบค่าอัตราการส่งมอบอากาศสะอาด (CADR) ว่าเป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุหรือไม่
| หัวข้อเปรียบเทียบ | มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 | มอก. 3061-2563 |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์ | รับรองความปลอดภัยของเครื่อง | รับรองประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM2.5 |
| ลักษณะมาตรฐาน | มาตรฐานบังคับ | มาตรฐานด้านประสิทธิภาพ |
| ตรวจสอบ | ระบบไฟฟ้า โครงสร้าง ความปลอดภัยในการใช้งาน | ประสิทธิภาพการกรองอากาศและค่า CADR |
| ป้องกัน | ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟดูด ไฟไหม้ | การโฆษณาประสิทธิภาพเกินจริง |
| เหมาะสำหรับ | ยืนยันว่าสินค้าใช้งานได้อย่างปลอดภัย | ยืนยันว่าสินค้ากรองฝุ่นได้จริงตามมาตรฐาน |
ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรเตรียมอะไรบ้างก่อนขอ มอก.
ผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้า หรือผลิตเครื่องฟอกอากาศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ควรเตรียมข้อมูลสำคัญ เช่น
- รายละเอียดผลิตภัณฑ์
- แบบแปลนหรือข้อมูลทางเทคนิค
- รายงานผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการ
- ระบบควบคุมคุณภาพการผลิต
- เอกสารของโรงงานผู้ผลิต
- เอกสารประกอบการยื่นขอใบอนุญาตตามที่ สมอ. กำหนด
เครื่องหมาย มอก. บนเครื่องฟอกอากาศไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง 2 เรื่องสำคัญ คือ ความปลอดภัยในการใช้งานตามมาตรฐาน มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 และประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM2.5 ตามมาตรฐาน มอก. 3061-2563 ที่อ้างอิงค่า CADR ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า การดำเนินการขอรับรองมาตรฐาน มอก. อย่างถูกต้อง ถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนวางจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย หากเตรียมเอกสารหรือดำเนินการไม่ครบถ้วน อาจทำให้การขอใบอนุญาตล่าช้าหรือไม่ผ่านการพิจารณา
Livilution พร้อมให้คำปรึกษาและให้บริการด้านการขอ มอก. ตั้งแต่การตรวจสอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การเตรียมเอกสาร การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ไปจนถึงการขอใบอนุญาตอย่างครบวงจร ช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย




