อัปเดต! ผลิตน้ำมะพร้าวขาย ขอ อย. อย่างไร ต้องแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง

หากต้องการ ผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุขวดขาย ผู้ประกอบการไม่เพียงต้องดำเนินการขออนุญาตด้านอาหารกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ถูกต้อง แต่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา “มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์” ยังถูกกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม ทำให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มจากน้ำมะพร้าวที่มีปริมาณรับซื้อถึงเกณฑ์ ต้องจัดทำบัญชีและแจ้งข้อมูลด้านราคา ปริมาณ และสถานที่เก็บสินค้าเพิ่มเติมด้วย บทความนี้ Livilution จึงสรุปให้ครบว่า ผลิตน้ำมะพร้าวขายต้องขอ อย. อย่างไร ใครบ้างที่ต้องแจ้งข้อมูล ต้องแจ้งอะไร และมีเกณฑ์ปริมาณเท่าไหร่ที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนเริ่มผลิตและจำหน่าย


สรุปแบบสั้นๆ

  • น้ำมะพร้าวและมะพร้าวผลอ่อนถูกกำหนดให้เป็น สินค้าควบคุม ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
  • ผู้ผลิตเครื่องดื่มจากน้ำมะพร้าวที่ได้รับอนุญาตจาก อย. หากมีปริมาณรับซื้อถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องแจ้งข้อมูลต่อกรมการค้าภายใน
  • หากรับซื้อ น้ำมะพร้าวตั้งแต่ 4 ตัน/วัน หรือ 120 ตัน/เดือน ต้องแจ้งข้อมูล
  • หากรับซื้อ มะพร้าวผลอ่อนตั้งแต่ 10,000 ลูก/วัน หรือ 300,000 ลูก/เดือน ต้องแจ้งข้อมูล
  • ข้อมูลที่ต้องแจ้ง ได้แก่ ราคารับซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณรับซื้อ ปริมาณจำหน่าย ปริมาณการใช้ ปริมาณคงเหลือ และสถานที่เก็บสินค้า
  • ต้องจัดทำบัญชีสินค้าเป็นรายวัน และแจ้งข้อมูล ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
  • หากเพิ่งมีปริมาณรับซื้อถึงเกณฑ์ ต้องแจ้งข้อมูล ภายใน 15 วันนับจากวันที่เข้าเกณฑ์
  • หากเปลี่ยนสถานที่เก็บสินค้า ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลง ภายใน 7 วัน

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • ผลิตน้ำมะพร้าวขาย ทำไมต้องขอ อย.
  • ขั้นตอนขอ อย. น้ำมะพร้าว ต้องทำอย่างไร
  • มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ถูกกำหนดเป็นสินค้าควบคุม
  • ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวแบบไหน ต้องแจ้งข้อมูล
  • ผลิตน้ำมะพร้าว ต้องแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง
  • ต้องรายงานข้อมูลเมื่อไหร่
  • แจ้งข้อมูลน้ำมะพร้าวได้ที่ไหน
  • ผลิตน้ำมะพร้าวขาย ต้องเตรียมตัวอย่างไร
  • ถ้าไม่แจ้งข้อมูล มีโทษหรือไม่

ผลิตน้ำมะพร้าวขาย ทำไมต้องขอ อย. 

น้ำมะพร้าวที่ผ่านกระบวนการผลิตและบรรจุในภาชนะเพื่อจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ผู้ประกอบการจึงต้องดำเนินการด้านการอนุญาตอาหารกับ อย. ให้ถูกต้องก่อนวางจำหน่าย โดยต้องพิจารณาทั้ง สถานที่ผลิต กระบวนการผลิต สูตรผลิตภัณฑ์ คุณภาพมาตรฐาน ฉลาก และการขอเลขสารบบอาหาร ตามประเภทของผลิตภัณฑ์

สำหรับผู้ที่ผลิตเอง จะต้องมีสถานที่ผลิตอาหารที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ส่วนผู้ประกอบการที่จ้างโรงงาน OEM ผลิต ควรตรวจสอบว่าโรงงานมีใบอนุญาตและมาตรฐานการผลิตที่รองรับผลิตภัณฑ์นั้น ก่อนดำเนินการยื่นขอเลขสารบบอาหารในชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องตามรูปแบบธุรกิจ

ทั้งนี้ รายละเอียดและประเภทการยื่นกับ อย. อาจแตกต่างกันตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมะพร้าว 100% น้ำมะพร้าวที่มีการเติมน้ำตาล หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ จึงควรตรวจสอบสูตรและประเภทอาหารก่อนยื่นคำขอ

ขั้นตอนขอ อย. น้ำมะพร้าว ต้องทำอย่างไร

การผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุขวดหรือบรรจุภาชนะเพื่อจำหน่าย สามารถเตรียมดำเนินการโดยแบ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ ได้แก่

  1. ตรวจสอบประเภทของผลิตภัณฑ์ ว่าน้ำมะพร้าวที่ต้องการจำหน่ายจัดอยู่ในอาหารประเภทใดตามหลักเกณฑ์ของ อย.
  2. ขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร หรือเลือกใช้โรงงาน OEM ที่มีใบอนุญาตและมาตรฐานการผลิตที่ถูกต้อง
  3. จัดเตรียมรายละเอียดผลิตภัณฑ์ เช่น สูตร ส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต ภาชนะบรรจุ และรายละเอียดฉลาก
  4. ยื่นขอเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ตามประเภทและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
  5. จัดทำฉลากสินค้าให้ถูกต้อง ก่อนนำผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่าย

หากมีหลายสูตร เช่น น้ำมะพร้าว 100% น้ำมะพร้าวผสมเนื้อมะพร้าว หรือน้ำมะพร้าวปรุงแต่ง ควรตรวจสอบแต่ละสูตรแยกกัน เนื่องจากรายละเอียดส่วนประกอบอาจส่งผลต่อการจัดประเภทและข้อกำหนดในการยื่นขอ อย.

มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ถูกกำหนดเป็นสินค้าควบคุม

นอกจากเรื่องการขอ อย. แล้ว ปัจจุบัน มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ถูกกำหนดเป็นสินค้าควบคุม ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569 และมีประกาศกำหนดมาตรการให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มต้องแจ้งข้อมูลต่อกรมการค้าภายใน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับ ผู้ผลิตเครื่องดื่มจากน้ำมะพร้าวที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หากมีปริมาณการรับซื้อน้ำมะพร้าวถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องดำเนินการแจ้งข้อมูล แม้ว่าจะรับซื้อมาเพื่อผลิตเป็นเครื่องดื่มก็ตาม

ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวแบบไหน ต้องแจ้งข้อมูล

ไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตน้ำมะพร้าวทุกรายจะต้องรายงาน แต่ประกาศกำหนดเกณฑ์ตามปริมาณการรับซื้อ ดังนี้

สินค้าที่รับซื้อ เกณฑ์ที่ต้องแจ้งข้อมูล
มะพร้าวผลอ่อน รับซื้อตั้งแต่ 10,000 ลูก/วัน หรือ 300,000 ลูก/เดือน
น้ำมะพร้าว รับซื้อตั้งแต่ 4 ตัน/วัน หรือ 120 ตัน/เดือน

ดังนั้น โรงงานหรือผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวที่ได้รับอนุญาตจาก อย. และมีปริมาณการรับซื้อถึงเกณฑ์ดังกล่าว จะเข้าข่ายต้องดำเนินการตามมาตรการนี้

ตัวอย่างเช่น หากโรงงานรับซื้อน้ำมะพร้าวจากผู้จำหน่ายประมาณ 5 ตันต่อวัน เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำมะพร้าวบรรจุขวด โรงงานจะเข้าเกณฑ์ตั้งแต่ 4 ตันต่อวัน จึงต้องจัดทำบัญชีและแจ้งข้อมูลตามที่ประกาศกำหนด

ผลิตน้ำมะพร้าว ต้องแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง

ผู้ประกอบการที่เข้าเกณฑ์ต้องจัดทำบัญชีสินค้าเป็น รายวัน โดยข้อมูลสำคัญที่ต้องจัดเก็บและแจ้ง ได้แก่

  • ราคารับซื้อ
  • ราคาจำหน่าย
  • ปริมาณรับซื้อ
  • ปริมาณจำหน่าย
  • ปริมาณการใช้
  • ปริมาณคงเหลือ
  • สถานที่เก็บสินค้า

บัญชีดังกล่าวต้องลงรายการตั้งแต่วันที่มีการซื้อหรือจำหน่ายในแต่ละครั้ง และต้องเก็บบัญชีพร้อมหลักฐานการได้มาและการจำหน่ายไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้

หากมีการ เปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บสินค้า ผู้ประกอบการต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ทราบ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

ต้องรายงานข้อมูลน้ำมะพร้าวเมื่อไหร่

ประกาศแบ่งการแจ้งข้อมูลออกเป็น 2 กรณี

รายงานข้อมูลประจำเดือน

ผู้ประกอบการที่เข้าเกณฑ์ต้องแจ้งข้อมูล ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป เพื่อรายงานข้อมูลของเดือนที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น ข้อมูลการรับซื้อ การจำหน่าย การใช้ และสินค้าคงเหลือของเดือนกรกฎาคม จะต้องดำเนินการแจ้งภายในวันที่ 5 สิงหาคม

รายงานข้อมูลกรณีเริ่มเข้าเกณฑ์ภายหลัง

หากเดิมผู้ประกอบการมีปริมาณการรับซื้อไม่ถึงเกณฑ์ แต่ภายหลังปริมาณเพิ่มขึ้นจนเข้าเกณฑ์ จะต้องดำเนินการแจ้ง ภายใน 15 วันหลังจากวันที่เริ่มเข้าเกณฑ์

แจ้งข้อมูลน้ำมะพร้าวได้ที่ไหน

การแจ้งข้อมูลสามารถดำเนินการได้หลายช่องทาง ได้แก่ ยื่นด้วยตนเอง ส่งทางไปรษณีย์ โทรสาร หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) รวมถึงช่องทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งสำหรับสถานที่แจ้ง แบ่งตามภูมิลำเนาของผู้ประกอบการ ได้แก่

  • กรุงเทพมหานครและนนทบุรี แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
  • จังหวัดอื่นๆ แจ้งต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่นั้น

หลักเกณฑ์การแจ้งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อ้างอิงตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551

ผลิตน้ำมะพร้าวขาย ต้องเตรียมตัวอย่างไร

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มธุรกิจน้ำมะพร้าวบรรจุขวดหรือเครื่องดื่มจากน้ำมะพร้าว ควรแยกการเตรียมความพร้อมออกเป็น 2 ส่วน คือ เรื่อง อย. และ เรื่องการแจ้งข้อมูลสินค้าควบคุม

ในด้าน อย. ควรตรวจสอบประเภทอาหาร สูตรผลิตภัณฑ์ สถานที่ผลิต กระบวนการผลิต ฉลาก และการขอเลขสารบบอาหารให้ครบถ้วนก่อนจำหน่าย ขณะเดียวกัน หากธุรกิจมีการรับซื้อมะพร้าวผลอ่อนหรือน้ำมะพร้าวในปริมาณสูง ควรตรวจสอบว่าเข้าเกณฑ์ 10,000 ลูก/วัน หรือ 300,000 ลูก/เดือน สำหรับมะพร้าวผลอ่อน และ 4 ตัน/วัน หรือ 120 ตัน/เดือน สำหรับน้ำมะพร้าว หรือไม่ เพราะหากถึงเกณฑ์จะมีหน้าที่จัดทำบัญชีและรายงานข้อมูลเพิ่มเติมตามประกาศ

การเตรียมระบบเก็บข้อมูลการซื้อ การขาย การใช้ สินค้าคงเหลือ และสถานที่จัดเก็บตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรายงานข้อมูลได้ครบถ้วนตามกำหนด และลดความเสี่ยงจากการดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย

ไม่แจ้งข้อมูลน้ำมะพร้าว มีโทษหรือไม่

ผู้ประกอบการที่อยู่ในเกณฑ์แต่ไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มีโทษตามกฎหมาย ดังนั้น นอกจากการขอ อย. ให้ผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายแล้ว ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวควรตรวจสอบหน้าที่ด้านการรายงานข้อมูลควบคู่กัน โดยเฉพาะโรงงานที่มีปริมาณการรับซื้อวัตถุดิบสูง

หากกำลังวางแผนผลิตน้ำมะพร้าวเพื่อจำหน่าย การเตรียมเรื่องสถานที่ผลิต ผลิตภัณฑ์ ฉลาก และเอกสารสำหรับยื่นขอ อย. ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ขั้นตอนดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมลดปัญหาจากเอกสารหรือรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ครบถ้วน Livilution บริการรับจด อย. พร้อมให้คำปรึกษา ตั้งแต่ตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ เตรียมเอกสาร ไปจนถึงดำเนินการยื่นขออนุญาต สนใจสามารถ กรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี

แชร์บทความนี้....