สายไฟในระบบโซลาร์เซลล์ต้องทำงานกลางแดด เจอทั้งความร้อน ความชื้น รังสียูวี และรองรับไฟฟ้ากระแสตรงอย่างต่อเนื่อง หากเลือกใช้สายที่คุณสมบัติไม่เหมาะสม อาจกระทบทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบได้ โดยเฉพาะผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่ต้องตรวจสอบให้ชัดว่าสินค้าเข้าข่ายข้อกำหนดใดบ้าง บทความนี้ Livilution จะพาไปดูว่า สายไฟโซลาร์เซลล์ มีมาตรฐานอะไรที่ควรรู้ แต่ละมาตรฐานต่างกันอย่างไร และที่สำคัญจะขอ มอก. 62930-2564 สายไฟโซลาร์เซลล์ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ไปดูกัน
สรุปแบบสั้นๆ
- EN 50618:2014 มาตรฐานยุโรปสำหรับสายไฟโซลาร์เซลล์ DC 1.5 kV เน้นสาย Low Smoke Halogen-Free และทนต่อสภาพแวดล้อมกลางแจ้ง
- IEC 62930:2017 มาตรฐานสากลสำหรับสายไฟโซลาร์เซลล์ DC ไม่เกิน 1.5 kV ครอบคลุมทั้งแบบ Halogen-Free และมี Halogen
- มอก. 62930-2564 มาตรฐานไทยสำหรับสายไฟระบบเซลล์แสงอาทิตย์แรงดันไม่เกิน 1.5 kV DC โดยอ้างอิง IEC 62930:2017
- การ ขอ มอก. 62930-2564 ต้องผ่านการทดสอบผลิตภัณฑ์และการประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน
- สายไฟที่ได้รับอนุญาตต้อง แสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- วสท. 022013-22 เป็นมาตรฐานด้านการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา โดยกำหนดมาตรฐานสายที่ยอมรับ เช่น EN 50618, PV2-F, UL 4703, VDE-AR-E 2283-4 และ IEC 62930
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- สายไฟโซลาร์เซลล์ คืออะไร
- มาตรฐานสายไฟโซลาร์เซลล์ที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง
- แต่ละมาตรฐาน แตกต่างกันอย่างไร
- สายไฟโซลาร์เซลล์ขอ มอก. 62930-2564 ต้องตรวจอะไรบ้าง
- เครื่องหมาย มอก. บนสายไฟโซลาร์เซลล์ต้องแสดงอย่างไร
สายไฟโซลาร์เซลล์ คืออะไร
สายไฟโซลาร์เซลล์ หรือ PV Cable คือสายไฟที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะบริเวณวงจรไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เช่น การเชื่อมต่อระหว่างแผงโซลาร์เซลล์ การต่อ PV String และ PV Array ไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบ
เนื่องจากสายไฟบางส่วนต้องติดตั้งกลางแจ้งและใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน สายไฟโซลาร์เซลล์จึงต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม เช่น ทนความร้อน ทนรังสียูวี ทนความชื้น ทนต่อสภาพแวดล้อม มีคุณสมบัติไม่ลามไฟ และมีฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าของระบบ
มาตรฐานสายไฟโซลาร์เซลล์ที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง
มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสายไฟโซลาร์เซลล์มีทั้งมาตรฐานผลิตภัณฑ์ระดับสากล มาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย และมาตรฐานด้านการติดตั้ง โดยมาตรฐานสำคัญที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการควรรู้ มีดังนี้

1. EN 50618:2014 มาตรฐานสายไฟโซลาร์เซลล์จากยุโรป
EN 50618:2014 เป็นมาตรฐานสายไฟสำหรับระบบโซลาร์เซลล์จากยุโรป จัดทำโดย European Committee for Electrotechnical Standardization (CENELEC) และเผยแพร่ในปี 2014 ครอบคลุมสายไฟแบบ Single-Core, Flexible และ Low Smoke Halogen-Free ที่ใช้ฉนวนและปลอกหุ้มประเภท Cross-Linked สำหรับระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และเหมาะกับการติดตั้งกลางแจ้ง โดยมีข้อกำหนดไว้ดังนี้
- รองรับแรงดันไฟฟ้า DC 1.5 kV และ Rated AC Voltage 1.0/1.0 kV
- ใช้งานต่อเนื่องที่อุณหภูมิตัวนำสูงสุด 90°C และชั่วคราวสูงสุด 120°C ตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ออกแบบให้มีอายุการใช้งานขั้นต่ำ 25 ปี ภายใต้สภาวะการใช้งานปกติ
- ใช้ตัวนำ ทองแดงเคลือบดีบุก Class 5 ตาม EN 60228
- ฉนวนและปลอกหุ้มต้องเป็นวัสดุ Cross-Linked ที่ทนความร้อน ความเย็น แรงกระแทก และสารเคมี
- ต้องระบุ ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าผู้ผลิต รหัส H1Z2Z2-K และขนาดหน้าตัดตัวนำ บนสาย
- ต้องผ่านการทดสอบด้าน แรงดันไฟฟ้า ฉนวน ความร้อน ความเย็น รังสียูวี โอโซน น้ำ ความชื้น เปลวไฟ และสารเคมี ตามข้อกำหนด
2. IEC 62930:2017 มาตรฐานสายไฟโซลาร์เซลล์ระดับสากล
IEC 62930:2017 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับสายไฟที่ใช้ในระบบโซลาร์เซลล์ จัดทำโดย International Electrotechnical Commission (IEC) และเผยแพร่ในปี 2017 ครอบคลุมสายไฟแบบ Single-Core สำหรับระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ทั้งประเภท Halogen-Free และมี Halogen โดยเน้นคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและความทนทานสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง จึงมีข้อกำหนด ดังนี้
- รองรับแรงดันไฟฟ้าระบบ DC สูงสุด 1.5 kV
- ใช้งานที่อุณหภูมิตัวนำสูงสุด 90°C ในสภาวะปกติ และชั่วคราวสูงสุด 120°C ตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ออกแบบให้มีอายุการใช้งานขั้นต่ำ 25 ปี ภายใต้สภาวะการใช้งานปกติ
- ใช้ตัวนำ ทองแดงเคลือบดีบุกตาม IEC 60228 โดยใช้ Class 5 สำหรับการต่อกับแผงโซลาร์เซลล์ และสามารถใช้ Class 2 สำหรับการติดตั้งแบบถาวรตามข้อกำหนด
- ฉนวนและปลอกหุ้มใช้วัสดุประเภท Cross-Linked ที่ทนต่อความร้อน ความเย็น แรงกระแทก และสภาพแวดล้อม
- ต้องระบุ ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าผู้ผลิต รหัสมาตรฐาน และขนาดหน้าตัดตัวนำ บนสาย รวมถึงข้อความที่กำหนดสำหรับสายประเภท Halogen-Free
- ต้องผ่านการทดสอบด้าน ความต้านทานตัวนำ แรงดันไฟฟ้า แรงกระแทก ความร้อน ความชื้น รังสียูวี โอโซน การลามไฟ การยืดตัว และการหดตัว ตามข้อกำหนด
IEC 62930:2017 ถือเป็นมาตรฐานสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นฐานที่ประเทศไทยนำมาใช้อ้างอิงในการจัดทำ มอก. 62930-2564
3. มาตรฐานมอก. 62930-2564
มอก. 62930-2564 เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของไทยสำหรับ สายไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 1.5 kV DC จัดทำโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยอ้างอิงข้อกำหนดจาก IEC 62930:2017 เพื่อกำหนดคุณสมบัติและการทดสอบสายไฟที่ใช้ในระบบโซลาร์เซลล์ มีสาระสำคัญ ดังนี้
- ครอบคลุมสายไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนด ไม่เกิน 1.5 kV DC
- ข้อกำหนดของมาตรฐานอ้างอิงจาก IEC 62930:2017
- การขอรับรองเกี่ยวข้องกับ การทดสอบผลิตภัณฑ์ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน
- มีการ ประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน เพื่อพิจารณาความสามารถในการรักษาคุณภาพการผลิต
- ใบอนุญาตระบุขอบข่ายผลิตภัณฑ์ เช่น ชนิดสาย รหัส ประเภทตัวนำ และขนาดหน้าตัด
- ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตต้อง แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- ต้องแสดง QR Code ข้อมูลผลิตภัณฑ์ บริเวณเดียวกับเครื่องหมายมาตรฐาน หรือบนบรรจุภัณฑ์ในกรณีที่ไม่สามารถแสดงบนผลิตภัณฑ์ได้
4. วสท. 022013-22 สายไฟโซลาร์เซลล์
วสท. 022013-22 เป็นมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา จัดทำโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) โดยในส่วนของ สายไฟโซลาร์เซลล์ กำหนดให้เลือกใช้สายที่มีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพการติดตั้ง ทนต่อรังสียูวี ความร้อน และไม่ลามไฟ รวมถึงต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
- สายไฟต้อง ทนต่อรังสียูวีและความร้อน เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมของระบบโซลาร์เซลล์
- สายต้องมี ความยืดหยุ่นและมีคุณสมบัติไม่ลามไฟ
- เคเบิลแรงต่ำที่ใช้ในระบบต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น EN 50618, PV2-F (TÜV 2 PfG 1169), UL 4703, VDE-AR-E 2283-4 หรือ IEC 62930
- การเดินสายต้องออกแบบให้ พื้นที่วงรอบของสายมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบจากฟ้าผ่าและแรงดันเหนี่ยวนำ
- ระบบต้องมีการป้องกันทางไฟฟ้าที่เหมาะสม เช่น การป้องกันกระแสเกิน ความผิดพร่องลงดิน ฟ้าผ่า และแรงดันเกิน
- กำหนดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงสูงสุดของ PV Array ที่ ไม่เกิน 1 kV สำหรับอาคารที่พักอาศัย และไม่เกิน 1.5 kV สำหรับอาคารประเภทอื่น
EN 50618, IEC 62930, มอก. 62930-2564 และ วสท. 022013-22 ต่างกันอย่างไร
มาตรฐานทั้ง 4 ฉบับเกี่ยวข้องกับ สายไฟโซลาร์เซลล์ แต่มีขอบเขตและวัตถุประสงค์ต่างกัน โดย EN 50618 และ IEC 62930 เน้นข้อกำหนดของตัวสายไฟ ขณะที่ มอก. 62930-2564 เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย ส่วน วสท. 022013-22 เน้นข้อกำหนดด้านการออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์
| มาตรฐาน | ประเภท | ขอบเขตสำคัญ |
|---|---|---|
| EN 50618:2014 | มาตรฐานยุโรป | กำหนดคุณสมบัติ โครงสร้าง และการทดสอบสายไฟโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะสาย Low Smoke Halogen-Free |
| IEC 62930:2017 | มาตรฐานสากล | กำหนดคุณสมบัติและการทดสอบสายไฟสำหรับระบบ PV ที่รองรับแรงดัน DC ไม่เกิน 1.5 kV |
| มอก. 62930-2564 | มาตรฐานประเทศไทย | มาตรฐานผลิตภัณฑ์สำหรับสายไฟระบบเซลล์แสงอาทิตย์ไม่เกิน 1.5 kV DC โดยอ้างอิง IEC 62930:2017 |
| วสท. 022013-22 | มาตรฐานการติดตั้งในไทย | กำหนดหลักเกณฑ์การออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา รวมถึงคุณสมบัติและมาตรฐานของสายไฟที่นำมาใช้ |
สรุปคือ EN 50618 และ IEC 62930 ใช้กำหนดว่าสายไฟควรมีคุณสมบัติอย่างไร, มอก. 62930-2564 ใช้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์สายไฟโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย ส่วน วสท. 022013-22 ใช้กำหนดว่าสายไฟและอุปกรณ์ควรถูกเลือกและติดตั้งในระบบอย่างไร
สายไฟโซลาร์เซลล์ขอ มอก. 62930-2564 ต้องตรวจอะไรบ้าง
การขอ มอก. 62930-2564 สำหรับสายไฟโซลาร์เซลล์ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องผ่านการตรวจสอบหลัก 2 ส่วน เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเป็นไปตามข้อกำหนด ได้แก่
- การทดสอบผลิตภัณฑ์ ตรวจสอบตัวอย่างสายไฟตามข้อกำหนดของ มอก. 62930-2564 เช่น โครงสร้างและขนาด คุณสมบัติของตัวนำและฉนวน ความต้านทานทางไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า ความทนต่อความร้อน ความชื้น รังสียูวี โอโซน การลามไฟ และคุณสมบัติอื่นตามที่มาตรฐานกำหนด
- การประเมินระบบควบคุมคุณภาพโรงงาน ตรวจสอบกระบวนการผลิต การควบคุมวัตถุดิบ การตรวจสอบและทดสอบระหว่างการผลิต การควบคุมผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ตลอดจนระบบที่ช่วยให้สินค้าที่ผลิตมีคุณภาพสม่ำเสมอตามมาตรฐาน
เมื่อผ่านเกณฑ์และได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการต้องผลิตหรือนำเข้าสินค้าให้ตรงกับ ชนิดสาย ประเภทตัวนำ ขนาดหน้าตัด และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต
เครื่องหมาย มอก. บนสายไฟโซลาร์เซลล์ต้องแสดงอย่างไร
สายไฟโซลาร์เซลล์ที่ได้รับใบอนุญาตตาม มอก. 62930-2564 ต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานและข้อมูลผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลและการรับรองของผลิตภัณฑ์ได้ โดยมีข้อกำหนดดังนี้
- เครื่องหมาย มอก. ต้องแสดงไว้บนผลิตภัณฑ์ และสามารถแสดงบนสิ่งบรรจุหรือหีบห่อเพิ่มเติมได้
- ขนาดเครื่องหมาย มอก. ต้องเหมาะสมกับขนาดของผลิตภัณฑ์ โดยไม่ควรมีขนาดเล็กกว่า 2 มิลลิเมตร
- QR Code ต้องแสดงบริเวณเดียวกับเครื่องหมายมาตรฐาน เพื่อใช้แสดงข้อมูลของผลิตภัณฑ์
- ขนาด QR Code ต้องไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร
- หากลักษณะหรือขนาดของสายไฟ ไม่สามารถแสดง QR Code บนผลิตภัณฑ์ได้ สามารถแสดง QR Code บนสิ่งบรรจุหรือหีบห่อแทนได้
สายไฟโซลาร์เซลล์ มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านคุณสมบัติผลิตภัณฑ์และการติดตั้ง โดยผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรตรวจสอบสเปกสินค้า ขอบข่ายมาตรฐาน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หากไม่แน่ใจว่าสินค้าเข้าข่าย มอก. 62930-2564 หรือต้องเตรียมการอย่างไร Livilution บริการรับขอ มอก. พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อปรึกษาฟรีได้เลย




