มอก. 2603 เล่ม 2-2556 อินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์ มีข้อกำหนดและมาตรฐานอะไรบ้าง

อินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์ เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อใช้งานกับระบบไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ประเภทนี้มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรตรวจสอบก่อนนำสินค้าเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะ มอก. 2603 เล่ม 2-2556 ที่กำหนดข้อกำหนดเฉพาะสำหรับอินเวอร์เตอร์ในระบบเซลล์แสงอาทิตย์ สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังศึกษาข้อมูลหรือเตรียม จด มอก. บทความนี้ Livilution สรุปให้ว่า มอก. 2603 เล่ม 2-2556 คืออะไร ครอบคลุมอินเวอร์เตอร์ประเภทไหน และมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอะไรที่ควรรู้ก่อนดำเนินการ


สรุปแบบสั้นๆ

  • มอก. 2603 เล่ม 2-2556 เป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอินเวอร์เตอร์ที่ใช้ในระบบโซลาร์เซลล์
  • ชื่อมาตรฐานคือ ความปลอดภัยของตัวแปลงผันกำลังไฟฟ้าสำหรับระบบกำลังไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ เล่ม 2 คุณลักษณะที่ต้องการเฉพาะสำหรับตัวผกผัน
  • มาตรฐานไทยฉบับนี้สอดคล้องกับแนวทางของ IEC 62109-2:2011
  • ครอบคลุมอินเวอร์เตอร์ DC เป็น AC รวมถึงอินเวอร์เตอร์แบบเชื่อมต่อกริด แบบอิสระ และแบบหลายโหมด
  • ต้องพิจารณาร่วมกับข้อกำหนดทั่วไปของ มอก. 2603 เล่ม 1-2556 / IEC 62109-1
  • ข้อกำหนดสำคัญครอบคลุมการป้องกันไฟฟ้าช็อต อันตรายจากพลังงาน ความร้อน ไฟไหม้ อันตรายทางกล และความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน
  • หากเป็นอินเวอร์เตอร์ On-Grid การผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะผ่านข้อกำหนดสำหรับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพราะยังมีมาตรฐานและข้อกำหนดด้าน Grid Connection ที่ต้องพิจารณาแยกต่างหาก

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


มอก. 2603 เล่ม 2-2556 คืออะไร

มอก. 2603 เล่ม 2-2556 มีชื่อเต็มว่า “ความปลอดภัยของตัวแปลงผันกำลังไฟฟ้าสำหรับระบบกำลังไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ เล่ม 2 คุณลักษณะที่ต้องการเฉพาะสำหรับตัวผกผัน” เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่กำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเฉพาะของอินเวอร์เตอร์สำหรับระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีรายชื่อมาตรฐานดังกล่าวอยู่ในระบบมาตรฐานที่เปิดให้บริการ

มาตรฐานนี้มีความสัมพันธ์กับมาตรฐานสากล IEC 62109-2:2011 – Safety of power converters for use in photovoltaic power systems – Part 2: Particular requirements for inverters ซึ่งกำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับในระบบโซลาร์เซลล์

จุดสำคัญคือ มาตรฐานเล่ม 2 ไม่ได้พิจารณาแบบแยกเดี่ยว แต่ใช้ร่วมกับข้อกำหนดทั่วไปของ IEC 62109-1 ซึ่งในประเทศไทยมี มอก. 2603 เล่ม 1-2556 เป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทั่วไปด้านความปลอดภัยของตัวแปลงผันกำลังไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์

มอก. 2603 เล่ม 2-2556 ครอบคลุมอินเวอร์เตอร์แบบไหน

ขอบข่ายของมาตรฐานมุ่งเน้นอินเวอร์เตอร์ที่ใช้ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้าจาก DC เป็น AC รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีฟังก์ชันอินเวอร์เตอร์เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ด้วย

ตามขอบข่ายของ IEC 62109-2:2011 อินเวอร์เตอร์ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวสามารถเป็นได้ทั้ง Grid-interactive Inverter สำหรับทำงานร่วมกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า, Stand-alone Inverter สำหรับระบบที่ทำงานแยกจากโครงข่าย และ Multiple-mode Inverter ที่สามารถทำงานได้หลายรูปแบบ รวมถึงอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่หรือระบบกักเก็บพลังงาน

มอก. 2603 เล่ม 2-2556 มีข้อกำหนดอะไรบ้าง

หัวใจของ มอก. 2603 เล่ม 2-2556 คือการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากอินเวอร์เตอร์ระหว่างการติดตั้ง ใช้งาน หรือเมื่ออุปกรณ์เกิดความผิดปกติ โดยโครงสร้างข้อกำหนดตาม IEC 62109 ครอบคลุมประเด็นด้านความปลอดภัยหลายส่วน เช่น การทำเครื่องหมายและเอกสาร สภาพแวดล้อมในการใช้งาน การป้องกันไฟฟ้าช็อตและอันตรายจากพลังงาน อันตรายทางกล อัคคีภัย ของเหลว สารเคมี ตลอดจนข้อกำหนดทางกายภาพและส่วนประกอบของอุปกรณ์

1. การป้องกันไฟฟ้าช็อตและอันตรายจากพลังงาน

อินเวอร์เตอร์ต้องได้รับการออกแบบเพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้าหรือแรงดันที่เป็นอันตราย ทั้งในสภาวะการใช้งานปกติและเมื่อเกิดความผิดปกติ โดยพิจารณาการป้องกัน การต่อลงดิน ฉนวน ระยะห่างทางไฟฟ้า และมาตรการป้องกันอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข้อกำหนดส่วนนี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากอินเวอร์เตอร์เชื่อมต่อทั้งด้าน DC จากชุดแผงโซลาร์เซลล์และด้าน AC ของระบบไฟฟ้า หากการออกแบบหรือฉนวนไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานและผู้ปฏิบัติงานได้

2. การป้องกันอุณหภูมิสูงและความร้อน

ระหว่างการแปลงกำลังไฟฟ้า ส่วนประกอบภายในอินเวอร์เตอร์สามารถเกิดความร้อนได้ จึงต้องมีการออกแบบและทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าอุณหภูมิของส่วนประกอบและพื้นผิวต่าง ๆ อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อฉนวน วัสดุ หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน

3. การป้องกันอันตรายจากไฟไหม้

อินเวอร์เตอร์ต้องได้รับการพิจารณาความเสี่ยงจากการเกิดและการลุกลามของไฟ โดยเฉพาะในกรณีที่วงจรหรือส่วนประกอบภายในเกิดความผิดปกติ เช่น กระแสเกิน ความร้อนสูง หรือความเสียหายของส่วนประกอบ

การเลือกใช้วัสดุ การจัดวางส่วนประกอบ และมาตรการป้องกันภายในอุปกรณ์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความปลอดภัยตามมาตรฐาน

4. การป้องกันอันตรายทางกล

นอกจากความปลอดภัยทางไฟฟ้าแล้ว ตัวอินเวอร์เตอร์ โครงสร้าง ฝาครอบ และส่วนประกอบต่าง ๆ ต้องมีความแข็งแรงเหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการแตกหัก หลุด หรือทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงส่วนที่เป็นอันตรายได้

5. ความปลอดภัยเมื่ออินเวอร์เตอร์เกิดความผิดปกติ

มาตรฐานไม่ได้ประเมินเฉพาะตอนที่อินเวอร์เตอร์ทำงานตามปกติ แต่ยังพิจารณาสภาวะผิดปกติที่สามารถคาดการณ์ได้ เพื่อให้การออกแบบยังคงลดความเสี่ยงต่อไฟฟ้าช็อต ความร้อน ไฟไหม้ หรืออันตรายอื่น ๆ หากส่วนประกอบบางส่วนทำงานผิดพลาด

6. การทำเครื่องหมายและเอกสาร

อินเวอร์เตอร์ต้องมีข้อมูลและคำเตือนที่จำเป็นต่อการติดตั้งและใช้งานอย่างปลอดภัย เช่น ข้อมูลพิกัดทางไฟฟ้า ข้อมูลผลิตภัณฑ์ คำแนะนำในการติดตั้ง และข้อควรระวังที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ติดตั้งและผู้ใช้งานสามารถใช้อุปกรณ์ตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด

มอก. 2603 เล่ม 1 และเล่ม 2 ต่างกันอย่างไร

แม้จะอยู่ในมาตรฐานชุดเดียวกัน แต่ มอก. 2603 เล่ม 1-2556 และ มอก. 2603 เล่ม 2-2556 มีหน้าที่แตกต่างกัน โดยเล่ม 1 เป็นข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทั่วไปของตัวแปลงผันกำลังไฟฟ้าที่ใช้ในระบบโซลาร์เซลล์ ขณะที่เล่ม 2 เพิ่มข้อกำหนดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของอินเวอร์เตอร์

กล่าวง่าย ๆ คือ เล่ม 1 วางข้อกำหนดความปลอดภัยพื้นฐานของอุปกรณ์ Power Conversion Equipment ส่วนเล่ม 2 เจาะจงข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับ Inverter ดังนั้น การประเมินอินเวอร์เตอร์ตาม IEC 62109-2 จึงต้องใช้ร่วมกับ IEC 62109-1 ไม่ใช่เลือกใช้เพียงเล่มใดเล่มหนึ่ง

IEC 62109-2 กับ มอก. 2603 เล่ม 2-2556 เกี่ยวข้องกันอย่างไร

IEC 62109-2:2011 เป็นมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยเฉพาะสำหรับอินเวอร์เตอร์ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ส่วนประเทศไทยนำแนวทางของ IEC 62109 มาใช้กับมาตรฐานในชุด มอก. 2603 โดยรายงานสถานภาพอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ของไทยระบุความสัมพันธ์ระหว่าง TIS 2603-1 กับ IEC 62109-1 และ TIS 2603-2 กับ IEC 62109-2

ดังนั้น ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่มี IEC 62109-2 Test Report/Certificate อยู่แล้ว สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์กับมาตรฐานไทยที่เกี่ยวข้องได้ แต่ไม่ควรตีความว่าการมี IEC Certificate จะเท่ากับได้รับการรับรอง มอก. โดยอัตโนมัติ เพราะการรับรองตามระบบของไทยยังต้องพิจารณาขอบข่ายผลิตภัณฑ์ เอกสาร ผลทดสอบ และหลักเกณฑ์ของ สมอ. ที่ใช้กับการยื่นคำขอนั้น

อินเวอร์เตอร์มี IEC 62109-2 แล้ว ต้องขอ มอก. 2603 เล่ม 2-2556 อีกไหม

ประเด็นนี้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรแยกระหว่าง “ผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐาน IEC” กับ “ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน มอก.” เพราะเป็นคนละสถานะกัน

IEC 62109-2 เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กำหนดและทดสอบความปลอดภัยของอินเวอร์เตอร์ ขณะที่ มอก. เป็นมาตรฐานของประเทศไทย การมีรายงานผลทดสอบหรือ Certificate ตาม IEC จึงเป็นหลักฐานทางเทคนิคที่สำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นได้รับใบอนุญาตหรือสิทธิ์แสดงเครื่องหมาย มอก. ในประเทศไทยแล้ว

ก่อนผลิตหรือนำเข้าอินเวอร์เตอร์ ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบสถานะและหลักเกณฑ์ล่าสุดของมาตรฐานกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) รวมถึงตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ รุ่น และลักษณะการใช้งานอยู่ในขอบข่ายของมาตรฐานใดบ้าง

มอก. 2603 เล่ม 2-2556 ครอบคลุมการเชื่อมต่อ Grid ด้วยหรือไม่

จุดนี้มักเกิดความสับสน เพราะอินเวอร์เตอร์ On-Grid ต้องเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า แต่ IEC 62109-2 มุ่งเน้นความปลอดภัยของตัวอินเวอร์เตอร์ และไม่ได้ครอบคลุมข้อกำหนดการเชื่อมต่อโครงข่ายทั้งหมด โดย IEC ระบุขอบข่ายของมาตรฐานไว้สำหรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของอินเวอร์เตอร์เป็นหลัก

ในประเทศไทยจึงยังมีมาตรฐานและข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบเชื่อมต่อโครงข่าย เช่น มอก. 2606-2557 ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณลักษณะการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของระบบ PV และมาตรฐาน/ข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับระบบของการไฟฟ้า

ดังนั้น หากเป็นอินเวอร์เตอร์ On-Grid หรือ Hybrid ที่มีโหมดเชื่อมต่อ Grid ผู้ประกอบการไม่ควรตรวจสอบเพียง มอก. 2603 เล่ม 2-2556 เท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบมาตรฐานด้านการเชื่อมต่อโครงข่ายและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย

ผู้ผลิตและผู้นำเข้าอินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์ควรตรวจสอบอะไรบ้าง

ก่อนผลิตหรือนำเข้าอินเวอร์เตอร์เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ควรเริ่มจากการตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจน ทั้งประเภทอินเวอร์เตอร์ รุ่น กำลังไฟฟ้า แรงดัน Input/Output รูปแบบการเชื่อมต่อระบบ และฟังก์ชันที่ผลิตภัณฑ์รองรับ จากนั้นจึงตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์อยู่ภายใต้มาตรฐานใด และมี Test Report หรือ Certificate ตาม IEC 62109-1 และ IEC 62109-2 หรือมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่

โดยเฉพาะอินเวอร์เตอร์ที่มีหลายฟังก์ชัน เช่น Hybrid Inverter ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และ Grid ได้ในเครื่องเดียว อาจต้องพิจารณาข้อกำหนดมากกว่าหนึ่งส่วนตามลักษณะการทำงานจริงของผลิตภัณฑ์

ก่อนผลิตหรือนำเข้า อินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบทั้งประเภทสินค้า ขอบข่ายมาตรฐาน และเอกสารผลทดสอบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ มอก. 2603 เล่ม 2-2556 และมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้กับอินเวอร์เตอร์แต่ละประเภท เพราะการเตรียมข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดขั้นตอนการแก้ไขเอกสารหรือการทดสอบเพิ่มเติมภายหลัง หากยังไม่แน่ใจว่าอินเวอร์เตอร์รุ่นที่ผลิตหรือนำเข้าเข้าข่ายมาตรฐานใด Livilutionบริการรับขอ มอก. พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อปรึกษาฟรีได้เลย

แชร์บทความนี้....