ขั้นตอนการขอ อย. อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป ฉบับเข้าใจง่าย

การเริ่มทำแบรนด์อาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารพร้อมทาน สิ่งที่หลายคนกังวลมากที่สุดคือ ขั้นตอนการขอ อย. อาหาร เพราะดูเหมือนซับซ้อนและมีหลายขั้นตอน แต่จริง ๆ แล้ว หากเข้าใจภาพรวม จะสามารถวางแผนและดำเนินการได้ง่ายขึ้นมาก บทความนี้ Livilution จะสรุปขั้นตอนทั้งหมดแบบเป็นลำดับเพื่อให้คุณเข้าใจขั้นตอนการขอ อย. มากขึ้น


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


อย. อาหารแปรรูป / อาหารสำเร็จรูป คืออะไร

การขอ อย. อาหาร หมายถึง การขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าอาหารต่อ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยของอาหารก่อนออกสู่ตลาด โดยการอนุญาตจะพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญ เช่น ความปลอดภัยของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต มาตรฐานสถานที่ และความถูกต้องของฉลากสินค้า

สำหรับอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป เช่น น้ำพริก ขนม ซอส อาหารแช่แข็ง หรืออาหารพร้อมรับประทาน ส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้การกำกับตาม พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องดำเนินการขออนุญาตก่อนวางจำหน่าย โดยขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารว่าเข้าข่าย

  • อาหารที่ต้องขออนุญาต (เช่น อาหารควบคุมเฉพาะ)
  • อาหารที่ต้องจดทะเบียน
  • หรืออาหารที่ต้องแจ้งรายละเอียด

เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะได้รับ เลขสารบบอาหาร (เลข อย. 13 หลัก) ซึ่งเป็นหลักฐานว่าสินค้าผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และสามารถจำหน่ายในท้องตลาดได้อย่างถูกต้อง

อาหารแบบไหน ไม่ต้องมี อย. และแบบไหน ต้องขอ อย.

ก่อนจะเริ่มขอ อย. สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้คือ ไม่ใช่อาหารทุกประเภทที่ต้องมีเลข อย. เพราะตามหลักเกณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้มีการแบ่งประเภทอาหารออกเป็นกลุ่มที่ต้องขอ และไม่ต้องขอ อย่างชัดเจน ซึ่งหากเข้าใจจุดนี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้วางแผนธุรกิจได้ง่ายขึ้น และไม่เสียเวลาไปกับขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

อาหารที่ไม่ต้องมีเลข อย.

ในกลุ่มแรก คือ อาหารที่ไม่ต้องมีเลข อย. มักเป็นอาหารที่ยังไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป หรือแปรรูปเพียงเล็กน้อย เช่น ผักสด ผลไม้สด เนื้อสัตว์สด หรืออาหารปรุงสดอย่างขนมและอาหารที่ทำใหม่ในแต่ละวัน โดยอาหารประเภทนี้โดยทั่วไป ผู้บริโภคยังต้องนำไปปรุงหรือผ่านความร้อนก่อนบริโภค อีกทั้งลักษณะการผลิตมักเป็นระดับครัวเรือนหรือชุมชน ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน เช่น ใช้เครื่องจักรขนาดเล็ก หรือมีแรงงานไม่มาก จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตยังคงต้องแสดงฉลากสินค้าให้ถูกต้อง และไม่สื่อสารข้อมูลที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

อาหารที่ต้องมีเลข อย.

ในทางกลับกัน อาหารที่ต้องมีเลข อย. จะเป็นกลุ่มอาหารที่ผ่านการแปรรูปแล้ว เช่น อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารที่บรรจุพร้อมจำหน่าย ซึ่งอาหารกลุ่มนี้มีโอกาสส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคมากกว่า จึงอยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตรายเล็กหรือรายใหญ่ก็ต้องดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง โดยผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร พร้อมทั้งยื่นขอขึ้นทะเบียนหรือแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ตามประเภทของอาหาร ก่อนที่จะสามารถวางจำหน่ายได้

อาหารแบบไหน ไม่ต้องมี อย. และแบบไหน ต้องขอ อย.

ขั้นตอนการขอ อย. อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป

ภาพนี้อธิบายเส้นทางของคนที่ต้องการ ผลิตหรือนำเข้าอาหาร ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน และต้องไปต่ออย่างไรจนถึงวันที่สามารถขายสินค้าได้จริง

1. เริ่มต้นจากการดูว่า สินค้าของเราเป็นอาหารอะไร

จุดแรกคือผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนว่า สินค้าที่จะผลิตหรือนำเข้า “เข้าข่ายเป็นอาหารประเภทไหน” เพราะการขออนุญาตแต่ละแบบจะต่างกันตามชนิดของอาหาร

ถ้ายัง ไม่รู้ว่าสินค้าของตัวเองจัดเป็นอาหารประเภทใด ให้ยื่นขอวินิจฉัยประเภทอาหาร หรือที่เรียกว่า “จัดประเภทอาหาร” ก่อน เพื่อให้หน่วยงาน อย. ช่วยตีความว่า สินค้าของเราอยู่ในกลุ่มไหน และต้องใช้แนวทางขออนุญาตแบบใด

2. ตรวจสอบว่าอาหารนั้น เคยมีประวัติการใช้เป็นอาหารหรือไม่

เมื่อรู้ประเภทสินค้าแล้ว ขั้นต่อไปคือดูว่า วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์นั้น เคยมีประวัติการใช้เป็นอาหารมาก่อนหรือไม่

  • ถ้า มีประวัติการใช้เป็นอาหารอยู่แล้ว ก็ไปต่อในขั้นตอนการยื่นขอผลิตหรือนำเข้า
  • ถ้า ไม่มีประวัติการใช้เป็นอาหาร จะต้องเข้าสู่ขั้นตอน ยื่นคำขอทวนสอบอาหารใหม่ ก่อน เพื่อให้หน่วยงานพิจารณาความเหมาะสมและความปลอดภัย

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าสินค้าใหม่มาก หรือมีส่วนผสมแปลกใหม่ อย. อาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนว่าใช้เป็นอาหารได้จริงหรือไม่

3. ระบุวัตถุประสงค์ในการผลิตหรือนำเข้า

จากนั้นให้ดูว่าเราจะผลิตหรือนำเข้าอาหารเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เพราะในภาพมีการแยกเส้นทางไว้ชัดเจน

กรณีผลิตหรือนำเข้าแบบเฉพาะคราว

ถ้าเป็นการ ผลิตเฉพาะคราว หรือ นำเข้าเฉพาะคราว เช่น ผลิตเป็นครั้งพิเศษ นำเข้าเฉพาะล็อต หรือใช้เพื่อทดลองบางกรณี จะเข้าสู่เส้นทางขออนุญาตแบบเฉพาะคราว

กรณีผลิตหรือนำเข้าปกติ เพื่อขายหรือเชิงพาณิชย์

ถ้าเป็นการ ขายจริง หรือเพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ จะเข้าสู่เส้นทางขออนุญาตสถานที่ และขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารตามปกติ

4. ตรวจสอบว่า มีใบอนุญาตสถานที่ผลิตหรือนำเข้าอาหารหรือยัง

ถ้ายังไม่มีใบอนุญาตสถานที่ผลิตหรือนำเข้าอาหาร ต้องไปยื่น ขออนุญาตสถานที่ผลิตหรือนำเข้าอาหาร ก่อน เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว จะได้ เลขสถานที่ผลิตหรือนำเข้าอาหาร 8 หลัก ( XX – X – XXXXX )

ฉะนั้น ก่อนจะขอเลข อย. ของสินค้าได้ หลายกรณีต้องมีเลขสถานที่ก่อน เพื่อยืนยันว่าผลิตหรือนำเข้าจากสถานที่ที่ได้รับอนุญาตแล้ว แต่หากตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตสถานที่ผลิตหรือนำเข้าอาหารแล้ว สามารถไปขั้นตอนถัดไป คือ ยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์ เพื่อขอเลข อย. ของสินค้านั้นได้เลย

ขั้นตอนการขอ อย. อาหารแปรรูป

5. ยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์ เพื่อขอเลข อย. อาหาร

เมื่อเตรียมสถานที่และเอกสารเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสำคัญถัดมาคือ การยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อขอรับเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) โดยปัจจุบันสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด เมื่อผ่านขั้นตอนนี้จะได้ เลขสารบบอาหาร 13 หลัก ซึ่งก็คือเลขที่ใช้แสดงบนฉลากสินค้า เพื่อให้วางขายในตลาดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้ประกอบการต้องดำเนินการยื่นคำขอ คำขอขึ้นทะเบียนอาหาร คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร คำขอจดทะเบียนอาหาร และการแจ้งรายละเอียดอาหาร ผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. สร้างบัญชีผู้ใช้งาน

ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในระบบ OPEN ID ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เพื่อใช้เข้าสู่ระบบ e-Submission

2. ขอเปิดสิทธิ์ใช้งานระบบอาหาร

ยื่นคำขอเปิดสิทธิ์ พร้อมแนบเอกสารประกอบให้เจ้าหน้าที่พิจารณา

3. กรอกข้อมูลคำขอในระบบ

เข้าสู่ระบบ e-Submission เพื่อกรอกข้อมูลผลิตภัณฑ์ พร้อมแนบเอกสาร เช่น สูตรอาหาร ฉลาก และรายละเอียดสินค้า

4. ชำระค่าคำขอและติดตามสถานะ

ชำระค่าธรรมเนียมคำขอผ่านระบบ และติดตามผลการพิจารณา หากมีการขอข้อมูลเพิ่มเติม ต้องรีบชี้แจงภายในเวลาที่กำหนด

5. รับใบสำคัญและชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (ถ้ามี)

เมื่อคำขอผ่านการอนุมัติ จะได้รับใบสำคัญในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และในกรณีที่เป็น อาหารควบคุมเฉพาะ จะต้องชำระค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารเพิ่มเติม

6. เมื่อได้เลข อย. แล้ว จึงนำสินค้าออกขายได้

หลังจากยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์และได้รับเลขสารบบอาหารแล้ว จึงสามารถนำสินค้าเข้าท้องตลาดได้

7. ถ้าจะโฆษณาคุณประโยชน์หรือสรรพคุณอาหาร ต้องขอเพิ่ม

แม้สินค้าจะขายได้แล้ว แต่ถ้าแบรนด์ต้องการ โฆษณาคุณประโยชน์หรือสรรพคุณอาหาร เช่น เคลมว่าช่วยบำรุงอะไรบางอย่าง หรือสื่อสารคุณสมบัติพิเศษบางแบบ ก็ต้องไป ยื่นขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร เพิ่มอีกขั้น

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการขอ อย. มีลำดับขั้นที่ชัดเจน แต่ในทางการทำจริงอาจะเกิดผิดพลาดหรือตกหล่นได้ โดยเฉพาะการตีความประเภทสินค้า การจัดเตรียมฉลาก และเอกสารประกอบที่ต้องสอดคล้องกันทุกจุด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายธุรกิจถูกตีกลับและเสียเวลาแก้ไขหลายรอบ หากต้องการให้การยื่นเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบและวางแผนตั้งแต่ต้นจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า โดยทีม Livilution Consult พร้อมช่วยวิเคราะห์สินค้า ตรวจเอกสาร และดูแลกระบวนการยื่นให้ครบทุกขั้นตอน สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อขอคำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้ายังไม่มีโรงงาน สามารถขอ อย. อาหารได้ไหม?

ไม่สามารถขอเลข อย. ได้ หากยังไม่มีสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากต้องมี เลขสถานที่ผลิตอาหาร ก่อน จึงจะสามารถยื่นขอเลขสารบบอาหารของสินค้าได้

ใช้ครัวที่บ้านขอ อย. อาหารได้ไหม?

การใช้ครัวที่บ้านเป็นสถานที่ผลิตอาหารเพื่อขอ อย.อาหาร สามารถทำได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าสถานที่เข้าข่าย สถานที่ผลิตอาหาร ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากไม่ผ่านเกณฑ์ เช่น สุขลักษณะหรือโครงสร้างสถานที่ อาจไม่สามารถขออนุญาตได้

ขอ อย. อาหารเองได้ไหม หรือจำเป็นต้องใช้บริษัทช่วย?

สามารถดำเนินการเองได้ แต่ต้องมีความเข้าใจในขั้นตอน เอกสาร และข้อกำหนดของ อย. อย่างละเอียด หากไม่มั่นใจหรือไม่มีประสบการณ์ การใช้ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยลดความผิดพลาดและทำให้กระบวนการเร็วขึ้น

แชร์บทความนี้....