อย. คืออะไร สินค้าแบบไหนต้องขอ อย. ก่อนขาย สินค้าคุณเข้าข่ายไหม?

ในยุคที่ใคร ๆ ก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย โดยเฉพาะการขายของออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ครีม หรือสินค้าเพื่อสุขภาพ สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการมือใหม่มักมองข้าม แต่สำคัญมากคือ การขอ อย. เพราะไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่ยังเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของแบรนด์โดยตรง Livilution เราจะพาคุณไปเข้าใจแบบครบทุกมุมว่า อย. คืออะไร สินค้าแบบไหนต้องขอ แบบไหนไม่ต้องขอ และถ้าไม่ขอจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้คุณเริ่มธุรกิจได้อย่างมั่นใจและถูกต้องตั้งแต่แรก


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


อย. คืออะไร ทำไมธุรกิจต้องรู้จัก

“อย.” คือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ควบคุม กำกับ และดูแลความปลอดภัยของสินค้าในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชน เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และวัตถุอันตรายบางประเภท

หน้าที่หลักของ อย. คือการตรวจสอบว่า สินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดมีความปลอดภัย มีคุณภาพ และมีข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ซึ่งหมายความว่า หากสินค้าของคุณอยู่ในกลุ่มที่ อย. ควบคุม คุณจำเป็นต้อง “ขออนุญาต” ก่อนนำออกจำหน่าย

ทำไมธุรกิจต้องมี อย.

  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้า ลูกค้ามั่นใจมากขึ้น
  • ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
  • ทำให้สามารถขายผ่านแพลตฟอร์มใหญ่ได้ เช่น Shopee, Lazada
  • เป็นพื้นฐานสำหรับการขยายธุรกิจ เช่น OEM หรือส่งออก

ถ้าไม่ขอ อย. แล้วขายเลย จะเกิดอะไรขึ้น มีความผิดอย่างไร

หลายคนอาจคิดว่า “ขายเล็ก ๆ ไม่น่าจะเป็นอะไร” แต่ในความเป็นจริง สินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ อย. หากนำมาจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่า “ผิดกฎหมายโดยตรง” และมีบทลงโทษชัดเจนตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

ความผิดทางกฎหมาย (อ้างอิงตามกฎหมายไทย)

การจำหน่ายสินค้าโดยไม่มี อย. จะเข้าข่ายผิดกฎหมายตามประเภทสินค้า เช่น

  • พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 (กรณีอาหาร / อาหารเสริม)
  • พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 (กรณีเครื่องสำอาง)
  • พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 (กรณียา)
  • พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551

โทษที่อาจได้รับ

ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความรุนแรงของความผิด โดยทั่วไปมีดังนี้

  • ปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท หรือมากกว่า
  • ในบางกรณี อาจมีโทษ จำคุก
  • สินค้าอาจถูก ยึด อายัด หรือสั่งทำลาย
  • ถูกสั่ง ระงับการผลิตและจำหน่ายทันที

หากมีการโฆษณาเกินจริง เช่น อ้างว่าสินค้ารักษาโรคได้ ทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษเพิ่มขึ้นอีก

ความผิดจากการโฆษณา ที่หลายคนพลาด

นอกจากเรื่อง ไม่มีเลข อย. แล้ว การสื่อสารการตลาดก็มีผลทางกฎหมายเช่นกัน เช่น

  • อ้างสรรพคุณรักษาโรคโดยไม่มีหลักฐาน
  • ใช้คำว่า “เห็นผลทันที” “ขาวใน 3 วัน”
  • ใช้รีวิวปลอม หรือ Before-After เกินจริง

ความเสี่ยงทางธุรกิจ ที่หนักกว่าค่าปรับ

แม้บางกรณีค่าปรับอาจไม่สูงมาก แต่ “ผลกระทบทางธุรกิจ” มักรุนแรงกว่า เช่น

  • โดนแพลตฟอร์ม ปิดร้านทันที (Shopee, Lazada, TikTok Shop)
  • ถูกลูกค้าแจ้งร้องเรียน → เสียความน่าเชื่อถือ
  • ไม่สามารถขยายแบรนด์ หรือทำ OEM ต่อได้
  • เสียโอกาสในการทำการตลาดระยะยาว

เลข อย. มีกี่หลัก แต่ละตัวหมายถึงอะไร

เลข อย. เป็นรหัสที่ใช้ระบุว่าสินค้านั้นได้รับการอนุญาตแล้ว โดยปกติจะมีลักษณะเป็นตัวเลข 13 หลัก (ในกรณีอาหาร) หรือรูปแบบเฉพาะตามประเภทสินค้า

XXXXXXXXXXXXX

  • XX เลขจังหวัดของสถานที่ผลิต
  • X เลขสถานะของสถานที่ผลิตหรือนำเข้า และหน่วยงานที่อนุญาต
  • XXX เลขประจำสถานที่ผลิตหรือนำเข้า
  • XX เลขท้ายของ พ.ศ. ที่อนุญาต
  • X เลขหน่วยงานที่ออกเลขสารบบ อนุญาตผลิตภัณฑ์
  • XXXX เลขลำดับที่ของอาหารตามสถานที่อนุญาต

ความหมายของเลข อย. 13 หลัก

สินค้าแบบไหนต้องขอ อย. ก่อนขาย

สินค้าไม่ได้ทุกประเภทที่ต้องขอ อย. แต่จะมีเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัย ดังนี้

1. อาหารและเครื่องดื่ม

  • อาหารเสริม
  • น้ำผลไม้ เครื่องดื่ม
  • ขนม อาหารแปรรูป

2. เครื่องสำอาง

  • ครีมบำรุงผิว
  • เซรั่ม
  • กันแดด
  • สบู่

3. ยาและสมุนไพร

  • ยาแผนปัจจุบัน
  • ยาสมุนไพร
  • ผลิตภัณฑ์รักษาโรค

4. เครื่องมือแพทย์

  • เครื่องวัดความดัน
  • ATK
  • อุปกรณ์ทางการแพทย์

5. วัตถุอันตรายบางประเภท

  • น้ำยาฆ่าเชื้อ
  • ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง

สินค้าที่ต้องขอ อย.

สินค้าอะไร ไม่ต้องขอ อย.

ไม่ใช่ทุกสินค้าที่ต้องขอ อย. โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง เช่น

  • เสื้อผ้า
  • ของใช้ทั่วไป
  • เครื่องประดับ
  • สินค้าแฟชั่น
  • อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน

สินค้ากลุ่มนี้โดยปกติสามารถจำหน่ายได้เลยโดย ไม่ต้องขอเลข อย. แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หรือการแสดงฉลากสินค้าให้ถูกต้อง แต่ต้องระวัง! “คำโฆษณา” อาจทำให้ต้องขอ อย. แม้ว่าตัวสินค้าเดิมจะไม่อยู่ในกลุ่มที่ต้องขอ อย. แต่หากมีการ อ้างสรรพคุณเชิงสุขภาพหรือการรักษา ก็อาจเข้าข่ายเป็นสินค้าควบคุมทันที

สินค้าอะไร ไม่ต้องขอ อย.

ใช้เวลากี่วันถึงจะได้เลข อย.

ระยะเวลาในการขอ อย. จะขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าเป็นหลัก เนื่องจากแต่ละหมวดมีระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้ว สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางซึ่งเป็นการ “จดแจ้ง” จะใช้เวลาไม่นาน อาจใช้เวลาเพียงประมาณ 1–7 วัน หากเอกสารครบถ้วนและข้อมูลถูกต้องตั้งแต่แรก ในขณะที่สินค้าในกลุ่มอาหาร เช่น อาหารเสริมหรืออาหารแปรรูป จะใช้เวลานานขึ้น โดยเฉลี่ยประมาณ 7–30 วัน เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดสูตร ส่วนประกอบ และฉลากสินค้าอย่างละเอียดมากขึ้น

สำหรับสินค้าที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคสูง เช่น ยา หรือเครื่องมือแพทย์ ระยะเวลาจะยาวนานมากขึ้น โดยอาจใช้เวลาตั้งแต่ 30–90 วัน หรือในบางกรณีอาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการพิจารณาและการประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อระยะเวลาไม่ได้มีแค่ประเภทสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความครบถ้วนของเอกสาร ความถูกต้องของสูตรสินค้า รวมถึงรูปแบบฉลากที่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. หากมีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้เอกสารถูกตีกลับและต้องเริ่มกระบวนการใหม่ ส่งผลให้ระยะเวลาล่าช้าออกไปได้อย่างมาก ดังนั้นการเตรียมข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้การขอ อย. เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นมากที่สุด

ค่าใช้จ่ายในการขอ อย. เท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการขอ อย. ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความซับซ้อนของกระบวนการ โดยหลักจะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมภาครัฐ ค่าทดสอบสินค้า (ในบางกรณี) และค่าบริการที่ปรึกษาหากเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดำเนินการ

โดยทั่วไป เครื่องสำอางซึ่งเป็นการจดแจ้งจะมีค่าใช้จ่ายระดับหลักพันบาท ขณะที่สินค้าในกลุ่มอาหาร เช่น อาหารเสริม อาจอยู่ในช่วงหลักพันถึงหลักหมื่นบาท ส่วนสินค้าอย่างยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีความเข้มงวดสูง ค่าใช้จ่ายมักเริ่มต้นที่หลักหมื่นบาทขึ้นไป

การขอ อย. ไม่ใช่แค่ “เรื่องกฎหมาย” แต่คือรากฐานของธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างมั่นคง หากคุณเริ่มต้นถูกตั้งแต่แรก คุณจะลดความเสี่ยง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และขยายธุรกิจได้ง่ายขึ้นในอนาคต หากคุณกำลังเริ่มต้นธุรกิจ และยังไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณต้องขอ อย. หรือไม่ รวมถึงต้องเตรียมอะไรบ้าง สามารถกรอกข้อมูลให้ทีม Livilution ติดต่อกลับเพื่อให้คำแนะนำ หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อย. ใช้ได้กี่ปี ต้องต่ออายุไหม

อายุของ อย. ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า โดยบางประเภท เช่น เครื่องสำอาง ไม่ต้องต่ออายุ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงสูตร ฉลาก หรือข้อมูลสินค้า จำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลกับ อย. ให้ถูกต้อง

สินค้านำเข้า ต้องขอ อย. ใหม่ไหม

สินค้านำเข้า ต้องขอ อย. ใหม่ในประเทศไทยทุกกรณี แม้ว่าสินค้านั้นจะมีใบอนุญาตหรือผ่านการรับรองจากต่างประเทศแล้วก็ตาม

OEM ใครเป็นเจ้าของเลข อย.

ในกรณี OEM เจ้าของเลข อย. โดยปกติจะเป็น “เจ้าของแบรนด์” ที่ยื่นขอจดทะเบียน ไม่ใช่โรงงานผู้ผลิต

ขายออนไลน์ ต้องมี อย. ไหม

การขายออนไลน์ ต้องมี อย. หากสินค้านั้นอยู่ในกลุ่มที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะขายผ่านช่องทางใด เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ก็ต้องมีเลข อย. ก่อนจำหน่ายเสมอ

แชร์บทความนี้....