ขั้นตอนการขอ อย. อาหาร ที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชง เอกสารที่ใช้ ค่าธรรมเนียม

หากคุณต้องการผลิตหรือนำเข้าอาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชงเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย การขอเลข อย. จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งด้านส่วนประกอบ คุณภาพ ฉลาก และเอกสารที่กำหนด บทความนี้ Livilution มาพร้อมหลักเกณฑ์ ขั้นตอน เอกสาร ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาดำเนินการ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขออนุญาตได้อย่างถูกต้อง


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


หลักเกณฑ์การขอ อย. อาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชง

ผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตหรือนำเข้าอาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชาหรือกัญชง จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด โดยผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านชนิดของวัตถุดิบ คุณภาพ มาตรฐาน สูตรการผลิต ฉลากอาหาร และปริมาณสารสำคัญที่อนุญาต เพื่อให้สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนอาหารและได้รับเลขสารบบอาหารได้อย่างถูกต้อง

ส่วนของกัญชาหรือกัญชงที่ใช้ในการผลิตอาหารได้

อาหารที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนต้องอยู่ภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ. 2564 และ (ฉบับที่ 438) พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะ ส่วนของกัญชาและกัญชงที่ได้รับอนุญาต ได้แก่

  • เปลือก
  • ลำต้น
  • เส้นใย
  • กิ่งก้าน
  • ราก
  • ใบที่ไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย

อาหารประเภทใดที่สามารถพิจารณาให้ใช้กัญชาหรือกัญชงได้

อย. กำหนดแนวทางพิจารณาตามประเภทอาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชาหรือกัญชง โดยผลิตภัณฑ์ที่สามารถยื่นขอได้ เช่น

  • ชา
  • อาหารกึ่งสำเร็จรูป
  • ซอส
  • ขนมปัง
  • หมากฝรั่งและลูกอม
  • วุ้นและเยลลี่
  • ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
  • อาหารพร้อมรับประทาน
  • นมและผลิตภัณฑ์ของนม
  • ไอศกรีม
  • อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
  • อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ทั้งนี้ แต่ละประเภทอาหารจะมีเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะแตกต่างกัน จึงต้องตรวจสอบประกาศที่เกี่ยวข้องก่อนยื่นคำขอ

อาหารที่ห้ามใช้กัญชาหรือกัญชงเป็นส่วนประกอบ

อาหารบางประเภทไม่สามารถใส่ส่วนของกัญชาหรือกัญชงได้ ได้แก่

  • อาหารทารก
  • อาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก
  • นมดัดแปลงสำหรับทารก
  • อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก
  • เครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน (ยกเว้นชาและกาแฟตามที่กฎหมายกำหนด)
  • อาหารอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

กรณีเป็น Novel Food หรือ Novel Ingredients

หากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกัญชาหรือกัญชงมีการใช้ Novel Food หรือ Novel Ingredients จะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน จึงจะสามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ได้

คุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกัญชาหรือกัญชงต้องมีคุณภาพและมาตราฐานต่อไปนี้

  • สูตรส่วนประกอบและกรรมวิธีการผลิตที่เป็นไปตามกฎหมาย
  • คุณภาพและมาตรฐานของอาหารแต่ละประเภท
  • ไม่มีจุลินทรีย์ก่อโรค
  • มีสารปนเปื้อนไม่เกินค่ามาตรฐาน
  • ใช้วัตถุเจือปนอาหารตามที่กฎหมายอนุญาต
  • ไม่ใช้วัตถุต้องห้ามในอาหาร
  • ใช้ภาชนะบรรจุที่เป็นไปตามมาตรฐานของ อย.

ปริมาณ THC และ CBD ที่กฎหมายกำหนด

อาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชงต้องควบคุมปริมาณสารสำคัญให้อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยหลักเกณฑ์จะแตกต่างกันตามประเภทอาหารและลักษณะการจำหน่าย โดยอาหารที่จำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค ส่วนใหญ่ต้องมี

  • THC ไม่เกิน 1.6 มิลลิกรัมต่อหน่วยบรรจุ
  • CBD ไม่เกิน 1.41 มิลลิกรัมต่อหน่วยบรรจุ

การตั้งชื่อและการแสดงฉลาก

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกัญชาหรือกัญชงต้องปฏิบัติตามประกาศเรื่องการแสดงฉลากอาหาร โดยมีข้อกำหนดสำคัญ ได้แก่

  • ชื่ออาหารต้องมีคำว่า “กัญชา” หรือ “กัญชง” หรือระบุชื่อส่วนของพืชที่ใช้เป็นส่วนประกอบ
  • ฉลากต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย.
  • หากมีการกล่าวอ้างทางโภชนาการหรือกล่าวอ้างทางสุขภาพ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  • ชื่อผลิตภัณฑ์ เครื่องหมายการค้า และข้อความบนฉลากต้องไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

หมายเหตุ: แนวทางการพิจารณาประเภทอาหารและการอนุญาตให้ใช้ส่วนของกัญชาหรือกัญชงอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลด้านความปลอดภัยและประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในอนาคต ดังนั้น ก่อนยื่นคำขอควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ฉบับล่าสุดทุกครั้ง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ เพื่อให้การขอ อย. เป็นไปอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงในการแก้ไขเอกสารหรือถูกปฏิเสธคำขอ

เอกสารที่ใช้ในการขอ อย. อาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชง

การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนอาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชง ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด โดยเอกสารสำคัญมีดังนี้

1. แบบคำขอ

  • คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) สำหรับสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงาน
  • คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) สำหรับสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน

2. สูตรและกรรมวิธีการผลิต

  • สูตรส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ 100%
  • กรรมวิธีการผลิต
  • เอกสารข้อกำหนดเฉพาะ (Specification) ของวัตถุดิบ (ถ้ามี)
  • เอกสารข้อกำหนดเฉพาะ (Specification) ของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)

3. รายงานผลการตรวจวิเคราะห์

ต้องจัดเตรียมรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ เช่น

  • ผลการตรวจวิเคราะห์สาร Delta-9 Tetrahydrocannabinol (THC) ตามประเภทของอาหาร
  • รายงานผลตรวจคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
  • รายงานผลวิเคราะห์โภชนาการ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการหรือฉลาก GDA (ถ้ามี)
  • รายงานผลวิเคราะห์เพื่อรองรับการกล่าวอ้างทางโภชนาการ (ถ้ามี)

4. เอกสารเกี่ยวกับวัตถุเจือปนและสารสำคัญ

กรณีผลิตภัณฑ์มีการใช้ส่วนประกอบหรือสารอาหารเพิ่มเติม อาจต้องแนบเอกสาร เช่น

  • เอกสารตรวจสอบปริมาณการใช้วัตถุเจือปนอาหารของวัตถุดิบ (ถ้ามี)
  • เอกสารตรวจสอบปริมาณการใช้วัตถุเจือปนอาหารของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)
  • เอกสารตรวจสอบปริมาณวิตามินและแร่ธาตุ (ถ้ามี)
  • เอกสารตรวจสอบปริมาณกรดอะมิโน (ถ้ามี)
  • เอกสารตรวจสอบปริมาณสมุนไพร สารสกัด หรือสารสังเคราะห์ (ถ้ามี)

5. ฉลากอาหาร

จัดเตรียมแบบฉลากอาหารที่ใช้จริง โดยสามารถเป็นฉลากสีหรือขาวดำได้ แต่ต้องแสดงรายละเอียดให้ครบถ้วน เช่น

  • สีพื้นของฉลาก
  • รูปภาพหรือสัญลักษณ์
  • ข้อความและตัวอักษรที่ใช้บนฉลาก

6. เอกสารประกอบอื่น ๆ

เอกสารเพิ่มเติมที่อาจต้องใช้ ได้แก่

  • หนังสือรับรองการใช้ภาชนะบรรจุอาหารให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมเก็บผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุไว้ ณ สถานประกอบการ
  • เอกสารรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น การรับรอง Organic หากมีการกล่าวอ้าง)
  • รูปภาพตัวอย่างผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)
  • เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)

ขั้นตอนการขอ อย. อาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชง

การขอขึ้นทะเบียนอาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชงกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะดำเนินการผ่านระบบ e-Submission โดยผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission

ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ e-Submission ของ อย. ด้วยบัญชี OPEN ID จากนั้นดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำขอ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมอัปโหลดเอกสารประกอบการพิจารณาผ่านระบบ

2. ระบบตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร

ระบบ e-Submission จะตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของคำขอและเอกสารที่แนบ หากข้อมูลไม่ครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณา

3. ชำระค่าพิจารณาคำขอ

เมื่อคำขอผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ยื่นคำขอสามารถพิมพ์ใบสั่งชำระค่าพิจารณาจากระบบ e-Submission และชำระเงินตามช่องทางที่กำหนด

4. เจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอ

เจ้าหน้าที่ อย. จะตรวจประเมินผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เวลาประมาณ 21 วันทำการ หากพบข้อบกพร่องหรือจำเป็นต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ยื่นคำขอจะได้รับแจ้งผ่านระบบ e-Submission เพื่อแก้ไขหรือชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนด

5. พิจารณาอนุมัติ

เมื่อการประเมินแล้วเสร็จ ผู้มีอำนาจจะลงนามพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต ใช้เวลาประมาณ 7 วันทำการ

6. รับผลการอนุญาต

ระบบ e-Submission จะแจ้งผลการพิจารณาผ่านอีเมล ผู้ยื่นคำขอสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อดาวน์โหลดหลักฐานการอนุญาตได้ทันที หากมีค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร จะต้องชำระค่าธรรมเนียมก่อนจึงจะสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้

ใบอนุญาตที่ได้รับหลังผ่านการอนุมัติจาก อย.

เมื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พิจารณาอนุมัติคำขอแล้ว ผู้ประกอบการจะได้รับใบอนุญาตในรูปแบบ ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ (e-License) ตามประเภทของสถานที่ผลิต ดังนี้

1. ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18)

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยื่น คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) ซึ่งผลิตในสถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน เมื่อได้รับอนุมัติ จะได้รับ ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อย. และสามารถนำไปดำเนินการขอเลขสารบบอาหารและจำหน่ายได้ตามกฎหมาย

2. ใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1)

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยื่น คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) ซึ่งผลิตในสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน เมื่อได้รับอนุมัติ จะได้รับ ใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานการอนุญาตใช้ฉลากอาหารและการขอเลขสารบบอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต่อไป

ค่าธรรมเนียมการขอ อย. อาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชง

ผู้ประกอบการที่ยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชงกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะมีค่าธรรมเนียมตามประเภทของคำขอ ดังนี้

  • คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) หรือ คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3)
    ค่าธรรมเนียม 3,000 บาท ต่อคำขอ
  • คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) หรือ คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) กรณีอ้างอิงสูตร
    ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ต่อคำขอ
  • ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18)
    ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ต่อฉบับ

หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นอัตราที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับการพิจารณาคำขอและการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม เช่น ค่าตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ หรือค่าเตรียมเอกสาร ขึ้นอยู่กับลักษณะของผลิตภัณฑ์และกรณีที่ยื่นขอ

ระยะเวลาดำเนินการขอ อย. อาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ใช้ระยะเวลาพิจารณาคำขอ ประมาณ 1 เดือน นับจากวันที่ได้รับคำขอและเอกสารครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ โดยระยะเวลาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้หากผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อน หรือมีการขอให้ผู้ประกอบการชี้แจงหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมระหว่างการพิจารณา

เมื่อเตรียมเอกสารครบถ้วนและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ อย. กำหนด การขอขึ้นทะเบียนอาหารที่มีส่วนของกัญชาหรือกัญชงก็จะเป็นไปอย่างราบรื่นและช่วยลดความล่าช้าในการพิจารณา หากคุณต้องการผู้ช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ การเตรียมเอกสาร การตรวจสอบสูตรและฉลาก ไปจนถึงการยื่นคำขอกับ อย. Livilution พร้อมให้คำปรึกษาและรับดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้เลย

แชร์บทความนี้....