อยากขายสินค้าให้ถูกกฎหมาย แต่ติดตรง “ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?” นี่คือจุดที่ทำให้หลายธุรกิจเริ่มช้า หรือโดนตีกลับโดยไม่รู้ตัว เพราะการขอ อย. ไม่ได้มีแค่กรอกฟอร์ม แต่ต้องใช้เอกสารที่ “ถูกต้อง ครบ และตรงตามประเภทสินค้า” ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ยา หรือวัตถุอันตราย ซึ่งแต่ละหมวดมีรายละเอียดต่างกันทั้งหมด Livilution เรารวบรวมเอกสารที่ต้องใช้แบบครบทุกหมวดไว้ให้แล้ว เพื่อให้คุณเตรียมตัว ลดความผิดพลาด กันความสับสน และยื่นจด อย. ผ่านได้ง่ายๆ ตั้งแต่ครั้งแรก
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- จด อย. คืออะไร
- เอกสารที่ใช้จด อย. มีอะไรบ้าง
- เอกสารขอจด อย. อาหาร
- เอกสารขอจด อย. ยา
- เอกสารขอจด อย. เครื่องสำอาง
- เอกสารขอจด อย. เครื่องมือแพทย์
- เอกสารขอจด อย. วัตถุอันตราย
- เตรียมเอกสารอย่างไรให้ขอ อย. ผ่านในครั้งเดียว
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จด อย. คืออะไร ทำไมต้องเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่น
การจด อย. คือกระบวนการยื่นขออนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้สินค้าสามารถผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยครอบคลุมสินค้าหลายประเภท เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค
สิ่งสำคัญของการขอ อย. ไม่ได้อยู่แค่การยื่นคำขอ แต่คือ “ความครบถ้วนของเอกสาร” เพราะเอกสารเป็นตัวหลักที่ใช้พิจารณาว่าสินค้านั้นมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และสามารถวางจำหน่ายได้หรือไม่ หากเอกสารไม่ครบ ไม่ถูกต้อง หรือมีรายละเอียดไม่ตรงตามข้อกำหนด ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกตีกลับและต้องแก้ไขใหม่
การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น จึงช่วยลดทั้งเวลาในการดำเนินการ ลดโอกาสเกิดค่าใช้จ่ายซ้ำ และทำให้กระบวนการขอ อย. ผ่านได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำสินค้าออกสู่ตลาดให้ทันเวลา การวางแผนเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่แรกถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก

เอกสารที่ใช้จด อย. มีอะไรบ้าง
แม้ว่าสินค้าแต่ละประเภทจะมีรายละเอียดเอกสารแตกต่างกัน แต่โดยภาพรวมแล้ว การจด อย. มักใช้เอกสารหลักที่คล้ายกันในหลายหมวด ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมให้ครบก่อนยื่นคำขอ โดยเอกสารสำคัญที่ใช้โดยทั่วไป มีดังนี้
1. เอกสารเกี่ยวกับผู้ประกอบการ
เช่น สำเนาบัตรประชาชน หนังสือรับรองบริษัท สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอ
2. เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต / นำเข้า
เช่น ใบอนุญาตสถานที่ผลิต แผนผังโรงงาน หรือเอกสารรับรองมาตรฐาน (เช่น GMP) ในกรณีที่เป็นสินค้าผลิต หรือเอกสารเกี่ยวกับผู้นำเข้าในกรณีสินค้านำเข้า
3. เอกสารรายละเอียดสินค้า
เอกสารเกี่ยวกับรายละเอียดสินค้า เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เช่น
- สูตรส่วนประกอบ
- รายละเอียดวัตถุดิบ
- วิธีการผลิต
- คุณสมบัติของสินค้า
4. เอกสารฉลากสินค้า
ฉลากต้องมีข้อมูลครบถ้วนตามกฎหมาย เช่น ชื่อสินค้า ส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน และรายละเอียดผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
5. เอกสารผลการทดสอบ / วิเคราะห์
ในบางประเภทสินค้า เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือเครื่องมือแพทย์ อาจต้องมีผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า
แม้เอกสารเหล่านี้จะเป็นโครงหลักที่ใช้ร่วมกัน แต่ในแต่ละหมวดสินค้า จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่แตกต่างกันออกไป เช่น สินค้าบางประเภทต้องมีเอกสารทางวิชาการเพิ่มเติม หรือเอกสารรับรองเฉพาะด้าน

เอกสารขอจด อย. อาหาร
การจด อย. อาหาร เป็นหนึ่งในหมวดที่ผู้ประกอบการทำกันมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม หรืออาหารเสริม ซึ่งเอกสารที่ใช้จะเน้นไปที่ “ความปลอดภัยของผู้บริโภค” และ “ความถูกต้องของข้อมูลสินค้า” เป็นหลัก โดยเอกสารหลักในการขอ อย. ผลิตภัณฑ์อาหารประกอบด้วย แบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนอาหาร, ประเมินผลิตภัณฑ์, ประเมินวัตถุเจือปนอาหาร, พร้อมสำเนาเอกสารนิติบุคคล ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนผู้ขอ รวมถึง แผนที่สถานที่ผลิต และภาพถ่ายสถานที่ อุปกรณ์ต่างๆ

แบบคำขอผลิตภัณฑ์
- ใบจดทะเบียนอาหาร/แจ้งรายละเอียดของอาหาร (สำหรับอาหารทั่วไปที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียนตำรับ)
- คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (สำหรับอาหารควบคุมเฉพาะ เช่น อาหารทารก)
- คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร
เอกสารแนบทางวิชาการ/ผลิตภัณฑ์
- เอกสารประเมินผลิตภัณฑ์สำหรับจดทะเบียนอาหาร
- เอกสารตรวจสอบปริมาณการใช้วัตถุเจือปนอาหาร
- เอกสารตรวจสอบปริมาณ วิตามิน/แร่ธาตุ, กรดอะมิโน, หรือสมุนไพร/สารสกัด (ถ้ามี)
- สูตรส่วนประกอบ (แสดงวัตถุดิบเป็นเปอร์เซ็นต์)
- ข้อมูลขั้นตอนการผลิต
- ตัวอย่างฉลากผลิตภัณฑ์
เอกสารนิติบุคคล/บุคคลธรรมดา
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (ไม่เกิน 6 เดือน)
- สำเนาทะเบียนบ้าน/สำเนาบัตรประชาชน
เอกสารสถานที่ผลิต
- แผนที่ตั้งและพิกัดสถานที่ผลิต
- ภาพถ่ายสถานที่ผลิตและอุปกรณ์
นอกจากนี้ ยังมีเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก ซึ่งอาจต้องใช้เพิ่มเติมขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร เช่น อาหารเสริม อาหารควบคุมเฉพาะ หรือรายละเอียดของสูตรและวัตถุดิบในแต่ละผลิตภัณฑ์ รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละรายการผลิต ดังนั้นก่อนยื่นคำขอ ควรตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนตามประเภทสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตีกลับและเสียเวลาแก้ไขภายหลัง โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/download/

เอกสารขอจด อย. ยา
การขอ อย. ยา เป็นหมวดที่มีความเข้มงวดสูงที่สุด เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตและความปลอดภัยของผู้บริโภค เอกสารที่ใช้จึงมีความละเอียดและเป็นเชิงวิชาการสูง โดยต้องครอบคลุมทั้ง คุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของยา เอกสารหลักที่ต้องเตรียม มีดังนี้
เอกสารขออนุญาตด้านยา
- ชุดคำขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1)
- ชุดคำขอขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์ (ขย.3)
- ชุดคำขออนุญาตขาย / ผลิต / นำเข้า ยาแผนโบราณ
เอกสารเกี่ยวกับการขออนุญาตขายยา
- แบบ ขย.1 คำขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน
- แบบ ขย.2 คำขอขายยาแผนปัจจุบัน (ยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตราย)
- แบบ ขย.3 คำขอขายยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์
- แบบ ขย.4 คำขออนุญาตขายส่งยาแผนปัจจุบัน
ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
- แบบ ขย.5 ใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน
- แบบ ขย.6 ใบอนุญาต (กรณีสืบสิทธิ์)
- แบบ ขย.7 ใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์
- แบบ ขย.8 ใบอนุญาตขายส่งยา
เอกสารทางบัญชีและรายงานการขายยา
- แบบ ขย.9 บัญชีการซื้อยา
- แบบ ขย.10 บัญชีการขายยาควบคุมพิเศษ
- แบบ ขย.11 บัญชีการขายยาอันตราย
- แบบ ขย.12 บัญชีการขายยาตามใบสั่งแพทย์
- แบบ ขย.13 รายงานการขายยา
เอกสารเกี่ยวกับผู้รับอนุญาตและเภสัชกร
- แบบ ขย.14 คำรับรองของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
- คำรับรองจากหน่วยงาน
- สัญญาระหว่างผู้รับอนุญาตกับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
- หนังสือรับรองการมีเภสัชกรประจำร้าน
เอกสารสถานที่และการดำเนินกิจการ
- แบบประเมินร้านขายยา (กรณีเปิดใหม่)
- แบบติดภาพถ่ายสถานที่
- แบบคำขอพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา
การขออนุญาตด้านยาไม่ได้มีแค่ “เอกสารสินค้า” เท่านั้น แต่ยังมี แบบฟอร์มทางกฎหมายและเอกสารควบคุมการดำเนินธุรกิจจำนวนมาก ซึ่งต้องจัดเตรียมให้ครบและถูกต้องตามประเภทกิจการ เพื่อให้การยื่นขอ อย. ผ่านได้อย่างราบรื่นและไม่ถูกตีกลับ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://fdakorat.com/drugform/

เอกสารขอจด อย. เครื่องสำอาง
การจด อย. เครื่องสำอาง จะอยู่ในรูปแบบ “การจดแจ้ง” ซึ่งขั้นตอนจะไม่ซับซ้อนเท่าหมวดอาหารหรือยา แต่สิ่งที่สำคัญคือ “ความถูกต้องของข้อมูลสินค้า” โดยเฉพาะสูตร ส่วนประกอบ และฉลาก หากข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรงตามข้อกำหนด อาจทำให้การจดแจ้งไม่สมบูรณ์หรือมีปัญหาภายหลังได้
การเตรียมเอกสารขออย. เครื่องสำอางค์แบ่งเป็นหลักๆ คือเอกสารสำหรับสถานที่ (ผลิต/นำเข้า) และเอกสารจดแจ้งผลิตภัณฑ์ โดยต้องยื่นผ่านระบบ e-Submission เครื่องสำอาง เอกสารสำคัญ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านเจ้าของ, สัญญาเช่า/ยินยอมใช้สถานที่, แผนที่, บันทึกการฝึกอบรม, ใบจดแจ้ง, และข้อมูลส่วนผสม
เอกสารด้านสถานที่ (ผลิต/นำเข้า)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ดำเนินกิจการ
- สำเนาทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
- สำเนาทะเบียนบ้านสถานที่ผลิต/นำเข้า/เก็บเครื่องสำอาง
- สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (กรณีไม่ใช่เจ้าบ้าน)
- แผนที่ตั้งสถานที่ผลิต/เก็บเครื่องสำอาง (พร้อมระบุ GPS)
- เอกสารการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่/บุคลากร
เอกสารการจดแจ้งผลิตภัณฑ์
- แบบคำขอจดแจ้งเครื่องสำอาง
- ชื่อเครื่องสำอาง (ไทย-อังกฤษ) และชื่อทางการค้า
- รายการส่วนผสมของเครื่องสำอางทั้งหมด
- ภาพถ่ายฉลากและภาชนะบรรจุ (ต้องมีชื่อสินค้า, ส่วนผสม, ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า, ปริมาณ, ครั้งที่ผลิต, วันหมดอายุ)

เอกสารขอจด อย. เครื่องมือแพทย์
การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ (ขอเลข อย.) ต้องเตรียมเอกสารสำคัญตามมาตรฐาน CSDT (Common Submission Dossier Template) โดยหลักๆ ประกอบด้วย ฉลาก, คู่มือการใช้งาน, เอกสารทางเทคนิค (Technical File), รายงานการทดสอบ (Test Report), หนังสือรับรองการผลิต (ISO 13485), และ Declaration of Conformity ผ่านระบบ e-Submission ของ กองควบคุมเครื่องมือแพทย์
- ฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ ต้องมีรายละเอียดภาษาไทยครบถ้วน
- บทสรุปเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ประวัติการจำหน่าย และการได้รับอนุญาตในต่างประเทศ
- รายละเอียดหลักฐานทางเทคนิค ข้อมูลส่วนประกอบ, กระบวนการผลิต, การออกแบบ (Design), และซอฟต์แวร์ (ถ้ามี)
- เอกสารแสดงคุณภาพและความปลอดภัย รายงานผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ (Test Report) หนังสือรับรองคุณภาพการผลิต (เช่น ISO 13485)
- หนังสือรับรอง (Declaration) หนังสือรับรองวัตถุประสงค์การใช้ และใบรับรองตนเอง
- หนังสือมอบอำนาจ ในกรณียื่นคำขอนำเข้า

เอกสารขอจด อย. วัตถุอันตราย
การขอ อย. วัตถุอันตรายในบ้านเรือน จะครอบคลุมตั้งแต่ การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ การขออนุญาตผลิต/นำเข้า/ครอบครอง ไปจนถึงการรายงานและต่ออายุ โดยต้องยื่นผ่านระบบ e-Submission ของ อย. และใช้เอกสารหลายชุดร่วมกันตามประเภทของวัตถุอันตราย เอกสารหลักสามารถแบ่งได้ดังนี้
เอกสารสำหรับการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย
- แบบคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (วอ.สธ 1)
- แบบรายละเอียดตำรับ (วอ.สธ 2)
- สูตรส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ (ระบุสารสำคัญและเปอร์เซ็นต์)
- เอกสารผลตรวจวิเคราะห์ / ผลทดสอบผลิตภัณฑ์
- เอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet: SDS)
เอกสารสำหรับขออนุญาตผลิต / นำเข้า / ครอบครอง
ขึ้นอยู่กับ “ชนิดของวัตถุอันตราย” ซึ่งแบ่งเป็นหลายระดับ โดยใช้เอกสารต่างกัน เช่น
วัตถุอันตรายชนิดที่ 1 (ความเสี่ยงต่ำ)
- ใบแจ้งข้อเท็จจริง (วอ./สธ 1)
วัตถุอันตรายชนิดที่ 2
- ใบแจ้งดำเนินการ (วอ./สธ 3)
วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (ควบคุมเข้มงวด)
- คำขออนุญาต (วอ.1 / วอ.3 / วอ.5 / วอ.7)
- เอกสารประกอบการผลิตหรือนำเข้า
เอกสารประกอบทั่วไป
- เอกสารนิติบุคคล (หนังสือรับรองบริษัท, ภ.พ.20)
- แผนที่ตั้งสถานประกอบการ
- แปลนสถานที่ผลิต / เก็บสินค้า
- เอกสารมาตรฐานโรงงาน เช่น GMP (กรณีผลิต)
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
เตรียมเอกสารอย่างไรให้ขอ อย. ผ่านในครั้งเดียว
การยื่นขอ อย. ให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ใช่แค่ “มีเอกสารครบ” แต่ต้องเป็น เอกสารที่ถูกต้อง ตรงตามข้อกำหนด และสอดคล้องกันทุกส่วน เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ มักมาจากรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น สูตรไม่ตรง ฉลากไม่ถูกต้อง หรือข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งสิ่งสำคัญที่ควรโฟกัสคือ
- ตรวจสอบประเภทสินค้าให้ชัด ว่าอยู่ในหมวดไหน (อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ฯลฯ)
- เตรียมเอกสารให้ตรงกับ “ประเภทการยื่น” ไม่ใช้ชุดเดียวกันทุกสินค้า
- ข้อมูลทุกจุดต้องสอดคล้องกัน เช่น สูตร ฉลาก และเอกสารประกอบ
- ใช้เอกสารอัปเดตล่าสุดตามประกาศของ อย.
แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียเวลาแก้เอกสารหลายรอบ หรือไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ให้ทีม Livilution Consult ช่วยดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ เราช่วยตรวจเอกสาร วิเคราะห์ประเภทสินค้า และวางแผนการยื่นให้เหมาะกับแต่ละเคส ดูแลครบทุกหมวดสินค้า อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย ลดความเสี่ยงเอกสารถูกตีกลับ ให้คำแนะนำแบบเข้าใจง่าย เหมาะกับมือใหม่และเจ้าของแบรนด์ เริ่มต้นง่าย ๆ เพียงกรอกข้อมูล เพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เอกสารขอ อย. ต้องใช้ตัวจริงหรือสำเนาได้?
เอกสารขอ อย. สามารถใช้เป็นสำเนาได้ในหลายรายการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือรับรองบริษัท แต่ต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ อย่างไรก็ตาม เอกสารบางประเภท เช่น หนังสือมอบอำนาจ หรือเอกสารจากต่างประเทศ อาจจำเป็นต้องใช้ตัวจริงหรือเอกสารที่มีการรับรองเพิ่มเติม
ถ้าเอกสารไม่ครบ สามารถยื่นขอ อย. ก่อนได้ไหม?
หากเอกสารขอ อย. ไม่ครบ สามารถยื่นก่อนได้ในบางกรณี แต่มีโอกาสสูงที่คำขอจะถูกตีกลับ หรือถูกเรียกเอกสารเพิ่มเติม ทำให้เสียเวลาและขั้นตอนซ้ำ ดังนั้นควรเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การยื่นผ่านได้เร็วขึ้น
เอกสารขอ อย. ใช้เวลาจัดเตรียมนานแค่ไหน?
ระยะเวลาในการเตรียมเอกสารขอ อย. ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความซับซ้อนของเอกสาร โดยทั่วไปอาจใช้เวลาไม่กี่วันในกรณีเอกสารพื้นฐานครบ แต่หากเป็นสินค้าที่ต้องมีผลทดสอบหรือเอกสารทางวิชาการเพิ่มเติม อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน




