ขั้นตอนการขอ อย. น้ำพริก ใช้เอกสารอะไร ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

น้ำพริก เป็นอาหารแปรรูปที่มีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกเผา น้ำพริกนรก น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกกุ้งเสียบ น้ำพริกตาแดง หรือน้ำพริกประเภทอื่น ๆ หากผลิตเป็นสินค้าแบบบรรจุเพื่อจำหน่าย ต้องขอ เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) และใช้สถานที่ผลิตที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด บทความนี้ Livilution จึงรวบรวมขั้นตอนการขอ อย. น้ำพริก ตั้งแต่การพิจารณาประเภทอาหาร การขออนุญาตสถานที่ผลิต เอกสารที่ใช้ การเตรียมสูตรและฉลาก ไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ


สรุปแบบสั้นๆ

  • น้ำพริกบรรจุขายโดยทั่วไปต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายขอ เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) หรือไม่ ตามสูตร กรรมวิธีผลิต ภาชนะ และการเก็บรักษา
  • ผู้ผลิตที่มีโรงงานหรือสถานที่ผลิตเอง ต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตและให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP
  • เอกสารสำคัญมีทั้งเอกสารผู้ประกอบการ เอกสารสถานที่ผลิต สูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีผลิต ภาชนะบรรจุ และข้อมูลฉลาก
  • สูตรน้ำพริกต้องตรวจสอบวัตถุเจือปนอาหาร สารก่อภูมิแพ้ รวมถึงค่า pH / Aw ในบางกรณี
  • การยื่นขอ อย. ดำเนินการผ่านระบบ e-Submission หลังสถานที่ผลิตได้รับอนุญาตแล้ว
  • ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามประเภทสถานที่ ประเภทอาหาร การตรวจวิเคราะห์ และการเตรียมเอกสาร
  • หากจ้างโรงงาน OEM ผลิต ควรตรวจสอบให้ชัดว่าใครเป็นผู้ยื่นและถือเลข อย. ของผลิตภัณฑ์
  • ขายน้ำพริกออนไลน์ก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายอาหาร หากผลิตภัณฑ์เข้าข่ายต้องขอ อย.

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


ขายน้ำพริกต้องขอ อย. หรือไม่

การพิจารณาว่า น้ำพริกต้องขอ อย. หรือไม่ ไม่สามารถดูจากคำว่า “น้ำพริก” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้ง สูตร ส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต ลักษณะผลิตภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ วิธีเก็บรักษา และรูปแบบการจำหน่าย

สำหรับน้ำพริกที่ผลิตเป็น อาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภค บรรจุในภาชนะเพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภค โดยทั่วไปจะเข้าข่ายผลิตภัณฑ์ที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอาหารและขอเลขสารบบอาหารก่อนวางจำหน่าย อย่างไรก็ตาม น้ำพริกมีหลายรูปแบบ เช่น

  • น้ำพริกแห้ง
  • น้ำพริกเผา
  • น้ำพริกปลาร้า
  • น้ำพริกกะปิ
  • น้ำพริกนรก
  • น้ำพริกปลาย่าง
  • น้ำพริกกุ้งเสียบ
  • น้ำพริกที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ
  • น้ำพริกที่มีความชื้นสูง
  • น้ำพริกบรรจุกระปุกหรือขวดและเก็บที่อุณหภูมิห้อง
  • น้ำพริกที่ต้องแช่เย็น

รายละเอียดเหล่านี้อาจทำให้การจัดประเภทและข้อกำหนดทางกฎหมายแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนก่อนยื่นคำขอ

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายังจัดทำ คู่มือการขอรับเลขสารบบอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำพริก เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการอีกด้วย

น้ำพริกจัดเป็นอาหารประเภทไหน

การจัดประเภทน้ำพริกต้องพิจารณาจากลักษณะของผลิตภัณฑ์จริง โดยน้ำพริกพร้อมบริโภคอาจเข้าข่าย อาหารแปรรูปบางชนิดประเภทอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที ตามลักษณะผลิตภัณฑ์

จุดที่ผู้ประกอบการน้ำพริกต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในปี 2569 คือ หากผลิตภัณฑ์มีลักษณะเป็นอาหารพร้อมบริโภคและมีกรรมวิธีหรือคุณสมบัติเข้าเงื่อนไข อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ก็อาจต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 469) พ.ศ. 2569 เพิ่มเติมด้วย

หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  1. บรรจุในภาชนะที่เข้าข่ายภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท หรือมีการให้ความร้อนหลังบรรจุ
  2. สามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง
  3. มีค่า Water Activity หรือ Aw มากกว่า 0.85
  4. เป็นอาหารกรดต่ำหรืออาหารปรับกรด

หากเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 4 ข้อ ผลิตภัณฑ์จะเข้าข่ายอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท

ดังนั้น น้ำพริก 2 สูตรที่ดูคล้ายกันอาจมีข้อกำหนดในการขออนุญาตแตกต่างกันได้ เช่น น้ำพริกแห้งที่มีค่า Aw ต่ำ กับน้ำพริกที่มีความชื้นสูง บรรจุขวดปิดสนิทและสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง การจัดประเภทอาหารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นขั้นตอนสำคัญมากในการขอ อย. น้ำพริก

ผลิตน้ำพริกขาย ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง

การขอ อย. น้ำพริกสำหรับผู้ที่มีสถานที่ผลิตของตนเอง สามารถแบ่งกระบวนการหลักออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

1. ขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร

ก่อนที่จะขอเลข อย. ของน้ำพริกได้ ผู้ประกอบการต้องมีสถานที่ผลิตอาหารที่ถูกต้องก่อน ซึ่งสถานที่ผลิตจะต้องจัดพื้นที่ กระบวนการผลิต เครื่องมือ เครื่องจักร สุขลักษณะ และระบบควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะพิจารณาตามลักษณะสถานที่ว่าเข้าข่าย

  • โรงงาน ยื่นขอใบอนุญาตผลิตอาหาร และเมื่อได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาต อ.2
  • ไม่เข้าข่ายโรงงาน ยื่นคำขอตามแบบ สบ.1 และเมื่อผ่านการพิจารณาจะได้รับเลขสถานที่ผลิตตามแบบ สบ.1/1

หลังจากมีสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาตแล้ว จึงดำเนินการขอเลขสารบบอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำพริกต่อไป

2. ขอเลขสารบบอาหารสำหรับน้ำพริก

เมื่อสถานที่ผลิตผ่านเกณฑ์แล้ว ผู้ประกอบการจึงนำข้อมูลสถานที่ดังกล่าวมาใช้ประกอบการยื่นรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ เช่น

  • ชื่ออาหาร
  • สูตรส่วนประกอบ
  • กรรมวิธีการผลิต
  • ประเภทอาหาร
  • ภาชนะบรรจุ
  • วิธีเก็บรักษา
  • อายุการเก็บรักษา
  • ข้อมูลฉลาก
  • รายละเอียดอื่นตามประเภทอาหาร

เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะได้รับ เลขสารบบอาหาร 13 หลัก สำหรับนำไปแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

สถานที่ผลิตน้ำพริกต้องผ่าน GMP หรือไม่

สถานที่ผลิตน้ำพริกต้องพิจารณาตามข้อกำหนดของกฎหมาย โดยหลักเกณฑ์ GMP 420 ครอบคลุมสถานที่ผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย และกำหนดข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหาร ขณะที่อาหารบางประเภทหรือกรรมวิธีที่มีความเสี่ยงจะมีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม ดังนั้น หากต้องการเปิดสถานที่ผลิตน้ำพริกเพื่อบรรจุเป็นสินค้าและจำหน่าย ผู้ประกอบการควรวางระบบสถานที่ผลิตให้สอดคล้องกับ GMP ตั้งแต่ก่อนยื่นขออนุญาต โดยสิ่งที่ต้องเตรียม เช่น

  • สถานที่ตั้งและอาคารผลิตเหมาะสม
  • แบ่งพื้นที่ผลิตอย่างเป็นสัดส่วน
  • พื้น ผนัง และบริเวณผลิตสามารถทำความสะอาดได้
  • มีระบบป้องกันสัตว์และแมลง
  • เครื่องมือและอุปกรณ์สัมผัสอาหารเหมาะสม
  • มีจุดล้างมือและสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน
  • มีระบบจัดเก็บวัตถุดิบ
  • มีระบบจัดเก็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
  • ควบคุมคุณภาพน้ำที่ใช้ในการผลิต
  • มีวิธีทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์
  • มีการควบคุมกระบวนการผลิต
  • มีระบบป้องกันการปนเปื้อน
  • มีเอกสารหรือบันทึกที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

ขั้นตอนการขอ อย. น้ำพริก ต้องทำอย่างไร

เมื่อเข้าใจภาพรวมแล้ว ขั้นตอนการขอ อย. น้ำพริกสามารถแบ่งออกเป็นลำดับดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมสถานที่ผลิตน้ำพริก

เริ่มจากการกำหนดสถานที่ผลิตและจัดเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตจริง ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ เตรียมวัตถุดิบ ล้าง หั่น บด คั่ว ทอด ผสม ให้ความร้อน บรรจุ ปิดผนึก ไปจนถึงการจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป

จุดสำคัญคือควรออกแบบ Flow การผลิต ให้ลดโอกาสเกิดการปนเปื้อนย้อนกลับ เช่น ไม่ให้วัตถุดิบสดหรือวัตถุดิบที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดย้อนกลับมาปะปนกับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านความร้อนแล้ว

ขั้นตอนที่ 2 สมัคร OPEN ID และเปิดสิทธิ์ระบบ e-Submission

การยื่นคำขอเกี่ยวกับอาหารในปัจจุบันดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมบัญชีสำหรับยืนยันตัวตนและดำเนินการเปิดสิทธิ์ใช้งานระบบที่เกี่ยวข้อง และหลังจากได้รับสิทธิ์แล้วจึงสามารถดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลสถานประกอบการและยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้

ในกรณีดำเนินการในนามนิติบุคคล ควรตรวจสอบข้อมูลบริษัท ผู้มีอำนาจลงนาม และการมอบอำนาจให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อลดปัญหาเอกสารไม่ตรงกันในภายหลัง

ขั้นตอนที่ 3 ขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร

ผู้ประกอบการต้องยื่นรายละเอียดของสถานที่ผลิต พร้อมเอกสารและแผนผังที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและประเมินสถานที่ตามหลักเกณฑ์ GMP ที่เกี่ยวข้อง หากสถานที่หรือเอกสารมีประเด็นที่ต้องแก้ไข ผู้ประกอบการต้องดำเนินการปรับปรุงให้เรียบร้อยตามข้อสังเกต และเมื่อผ่านการประเมินและได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการขอเลขสารบบอาหารของน้ำพริก

ขั้นตอนที่ 4 จัดประเภทน้ำพริก

ก่อนกรอกคำขอผลิตภัณฑ์ ต้องพิจารณาก่อนว่าน้ำพริกสูตรนั้นจัดอยู่ในอาหารประเภทใด โดยข้อมูลที่มีผลต่อการจัดประเภท เช่น

  • ส่วนประกอบ
  • มีเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์หรือไม่
  • ปริมาณความชื้น
  • ค่า Aw
  • ค่า pH
  • กรรมวิธีการให้ความร้อน
  • ลักษณะภาชนะ
  • การปิดผนึก
  • วิธีการเก็บรักษา
  • พร้อมรับประทานหรือยังต้องนำไปปรุงต่อ

การจัดประเภทผิดอาจทำให้เลือกคำขอผิด ใช้เอกสารไม่ครบ หรือกำหนดข้อมูลฉลากไม่ตรงกับกฎหมายที่ใช้บังคับ

ขั้นตอนที่ 5 เตรียมสูตรและกรรมวิธีผลิต

สูตรน้ำพริกต้องระบุส่วนประกอบให้ชัดเจน โดยควรแสดงวัตถุดิบและสัดส่วนให้สามารถตรวจสอบได้ ตัวอย่างข้อมูล เช่น

  • พริก
  • กระเทียม
  • หอมแดง
  • น้ำตาล
  • เกลือ
  • น้ำมัน
  • กะปิ
  • ปลา
  • กุ้ง
  • เครื่องเทศ
  • วัตถุเจือปนอาหารที่ใช้

รวมถึงต้องตรวจสอบว่า วัตถุเจือปนอาหาร ที่ใช้ได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหารประเภทนั้นหรือไม่ และปริมาณที่ใช้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่

ส่วนกรรมวิธีผลิตควรอธิบายตามกระบวนการจริง เช่น

รับวัตถุดิบ → คัดเลือก → ล้าง → เตรียมวัตถุดิบ → บด/สับ → คั่วหรือทอด → ผสม → ให้ความร้อน → บรรจุ → ปิดฝา → ทำให้เย็น → ติดฉลาก → จัดเก็บ

ขั้นตอนที่ 6 เตรียมฉลากน้ำพริก

ก่อนยื่นคำขอควรเตรียมข้อมูลบนฉลากให้สอดคล้องกับสูตรและรายละเอียดที่ยื่นต่อ อย. โดยข้อมูลบนฉลาก เช่น

  • ชื่ออาหาร
  • เลขสารบบอาหาร
  • ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต
  • ปริมาณสุทธิ
  • ส่วนประกอบสำคัญ
  • ข้อมูลวัตถุเจือปนอาหารตามที่กฎหมายกำหนด
  • ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร หากมี
  • วันผลิต/วันหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน ตามหลักเกณฑ์
  • วิธีเก็บรักษา
  • คำเตือนหรือข้อความอื่นที่กฎหมายกำหนด หากมี

ข้อมูลบนฉลากต้องตรงกับข้อมูลผลิตภัณฑ์จริง โดยเฉพาะ ชื่ออาหาร สูตรส่วนประกอบ และข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ ตัวอย่างเช่น น้ำพริกที่มี กุ้ง ปลา ถั่วเหลือง หรือส่วนประกอบอื่นที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ ต้องตรวจสอบข้อกำหนดการแสดงข้อมูลบนฉลากให้ครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 7 ยื่นขอเลขสารบบอาหารผ่าน e-Submission

เมื่อข้อมูลพร้อมแล้ว จึงยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission โดยดำเนินการตามประเภทคำขอที่ผลิตภัณฑ์เข้าข่าย ได้แก่

  1. เข้าระบบด้วยบัญชีที่ได้รับสิทธิ์
  2. เลือกสถานที่ผลิต
  3. เลือกประเภทอาหาร
  4. กรอกรายละเอียดผลิตภัณฑ์
  5. ดาวน์โหลดแบบคำขอที่ระบบกำหนด หากมี
  6. จัดเตรียมและลงนามเอกสาร
  7. อัปโหลดเอกสารกลับเข้าสู่ระบบ
  8. ส่งคำขอ
  9. ตรวจสอบสถานะคำขอ
  10. ชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายตามที่ระบบออกคำสั่งชำระ
  11. รอการตรวจสอบและพิจารณา
  12. แก้ไขข้อมูลเพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่ร้องขอ
  13. เมื่อได้รับอนุมัติ ดาวน์โหลดเอกสารหรือผลการอนุญาตจากระบบ

หลังจากได้รับเลขสารบบอาหารแล้วจึงนำเลขดังกล่าวไปจัดทำฉลากจริงให้ถูกต้องก่อนวางจำหน่าย

เอกสารที่ใช้ขอ อย. น้ำพริก มีอะไรบ้าง

เอกสารจะแตกต่างกันตามรูปแบบผู้ประกอบการ สถานที่ผลิต และประเภทผลิตภัณฑ์ แต่สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

1. เอกสารเกี่ยวกับผู้ประกอบการ

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • เอกสารทะเบียนบ้าน ตามกรณี
  • หนังสือรับรองนิติบุคคล กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
  • เอกสารของผู้มีอำนาจลงนาม
  • หนังสือมอบอำนาจ หากมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการ
  • เอกสารประกอบการเปิดสิทธิ์ระบบ e-Submission

ควรตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลนิติบุคคลในเอกสารแต่ละฉบับให้ตรงกัน

2. เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิตน้ำพริก

  • เอกสารแสดงสิทธิ์การใช้สถานที่
  • แผนที่ตั้งสถานที่ผลิต
  • แผนผังบริเวณสถานที่
  • แปลนภายในอาคาร
  • การแบ่งพื้นที่ผลิต
  • ตำแหน่งเครื่องมือและเครื่องจักร
  • รายการเครื่องจักรและกำลังแรงม้า
  • จำนวนคนงาน
  • รายละเอียดกระบวนการผลิต
  • ระบบน้ำที่ใช้ในการผลิต
  • ระบบระบายน้ำและกำจัดของเสีย
  • ข้อมูลการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
  • เอกสารอื่นตามที่เจ้าหน้าที่หรือประเภทสถานที่กำหนด

สถานที่จริงควรตรงกับแปลนและข้อมูลที่ยื่น เพราะเป็นข้อมูลสำคัญในการตรวจประเมิน GMP

3. เอกสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำพริก

  • ชื่อผลิตภัณฑ์
  • ประเภทอาหาร
  • สูตรส่วนประกอบ
  • ปริมาณหรือร้อยละของส่วนประกอบ
  • รายละเอียดวัตถุดิบ
  • วัตถุเจือปนอาหารที่ใช้
  • กรรมวิธีการผลิต
  • รายละเอียดภาชนะบรรจุ
  • ขนาดบรรจุ
  • วิธีเก็บรักษา
  • อายุผลิตภัณฑ์
  • ข้อมูลฉลาก
  • ผลวิเคราะห์หรือเอกสารทางวิชาการตามกรณี
  • ค่า pH หรือ Aw หากจำเป็นต่อการจัดประเภทหรือควบคุมกระบวนการ
  • เอกสารอื่นตามประเภทอาหารที่ผลิตภัณฑ์เข้าข่าย

ข้อควรระวัง: น้ำพริกแต่ละสูตรอาจใช้เอกสารไม่เท่ากัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัตว์ มีกรรมวิธีฆ่าเชื้อ หรือเข้าข่ายอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท

ค่าใช้จ่ายในการขอ อย. น้ำพริก เท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขอ อย. น้ำพริกไม่ควรมองเฉพาะค่าธรรมเนียมของผลิตภัณฑ์ เพราะหากผู้ประกอบการ ตั้งโรงงานหรือสถานที่ผลิตใหม่เอง จะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมสถานที่ไปจนถึงการยื่นผลิตภัณฑ์ โดยสามารถแบ่งได้เป็น

รายการ ค่าใช้จ่าย
การขออนุญาตสถานที่ผลิต ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของสถานที่
การตรวจประเมินสถานที่/GMP ขึ้นอยู่กับกรณีและช่องทางการตรวจ
ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับใบอนุญาต เป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
การยื่นขอเลขสารบบอาหาร ขึ้นอยู่กับประเภทคำขอและประเภทอาหาร
ค่าตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ ขึ้นอยู่กับรายการทดสอบและห้องปฏิบัติการ
ค่าจัดทำหรือแก้ไขสถานที่ ขึ้นอยู่กับสภาพสถานที่จริง
ค่าจัดทำฉลาก/เอกสาร ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของผู้ประกอบการ

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายรวมของการขอ อย. น้ำพริกแต่ละรายอาจไม่เท่ากัน โดยผู้ที่มีสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้วจะมีขั้นตอนและต้นทุนแตกต่างจากผู้ที่ต้องเริ่มขออนุญาตสถานที่ผลิตใหม่ทั้งหมด

เช่นเดียวกับกรณีจ้างโรงงาน OEM ที่มีใบอนุญาตและมาตรฐานการผลิตเรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการอาจไม่ต้องลงทุนจัดทำสถานที่ผลิตเอง แต่ยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาสูตร การผลิต การตรวจวิเคราะห์ ฉลาก และการยื่นผลิตภัณฑ์ตามเงื่อนไขของโรงงาน

จ้างโรงงาน OEM ผลิตน้ำพริก ต้องขอ อย. เองไหม

สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ไม่มีโรงงานผลิตน้ำพริกเอง อีกทางเลือกหนึ่งคือการ จ้างโรงงาน OEM ผลิตน้ำพริก กรณีนี้สถานที่ผลิตที่ใช้ยื่นจะเป็นโรงงานที่รับผลิต ซึ่งโรงงานควรมีใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารและผ่านมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับอาหารประเภทนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำเลข อย. ของสินค้ารายอื่นในโรงงานมาใช้กับแบรนด์ใหม่ได้ทันที ต้องตรวจสอบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ เช่น

  • สูตรเดียวกันหรือไม่
  • ชื่ออาหาร
  • ผู้รับอนุญาต
  • ผู้ผลิต
  • ลักษณะผลิตภัณฑ์
  • ประเภทอาหาร
  • รายละเอียดการยื่นเลขสารบบอาหาร

ก่อนผลิตสินค้า เจ้าของแบรนด์จึงควรตกลงกับโรงงานให้ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้ดำเนินการขอเลขสารบบอาหาร ใครเป็นผู้ถือเลข และชื่อใดจะแสดงบนฉลาก

ทำน้ำพริกที่บ้านขายออนไลน์ ต้องขอ อย. ไหม

ทำน้ำพริกที่บ้านขายออนไลน์ หากเป็นน้ำพริกพร้อมบริโภคที่บรรจุใส่กระปุก ขวด หรือภาชนะเพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภค โดยทั่วไปต้องขอเลขสารบบอาหาร หรือเลข อย. แม้จะผลิตในครัวที่บ้านและขายผ่าน Facebook, TikTok, LINE หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ตาม เพราะช่องทางการขายไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ได้รับยกเว้นจากกฎหมายอาหาร โดย อย. ระบุว่าอาหารพร้อมบริโภคที่ผลิตและบรรจุในภาชนะเพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภคต้องขอเลขสารบบอาหาร และสถานที่ผลิตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP 420 ที่เกี่ยวข้องด้วย

การขอ อย. น้ำพริกให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จึงต้องดูมากกว่าแค่การยื่นขอเลขสารบบอาหาร แต่ควรตรวจสอบให้ครบทั้งประเภทอาหาร สูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต สถานที่ผลิต และฉลาก เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ อย. และลดปัญหาการแก้ไขเอกสารภายหลัง หากผู้ประกอบการไม่แน่ใจว่าน้ำพริกของตนเองเข้าข่ายอาหารประเภทใด ต้องเตรียมเอกสารอะไร หรือควรเริ่มดำเนินการจากขั้นตอนไหน Livilution บริการรับจด อย. อาหาร พร้อมช่วยตรวจสอบและให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมเอกสารจนถึงยื่นขอเลข อย. เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรี

แชร์บทความนี้....