มาตรฐานการผลิตนมแพะและนมแพะปรุงแต่ง ให้ผ่าน อย. ตามประกาศฯ ฉบับที่ 470 พ.ศ. 2569

นมแพะและนมแพะปรุงแต่ง มีมาตรฐานใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ หลังประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 470) พ.ศ. 2569 กำหนดให้นมแพะและนมแพะปรุงแต่งเป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน พร้อมกำหนดรายละเอียดตั้งแต่กรรมวิธีฆ่าเชื้อ คุณภาพผลิตภัณฑ์ จุลินทรีย์ สารปนเปื้อน ไปจนถึงการแสดงฉลาก ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ผลิตและผู้นำเข้า ในบทความนี้ Livilution สรุปข้อกำหนดสำคัญจากประกาศฉบับใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจและเตรียมผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และดำเนินการ ขอ อย. ผลิตภัณฑ์นมแพะได้อย่างราบรื่น


สรุปแบบสั้นๆ

  • ประกาศฯ ฉบับที่ 470 พ.ศ. 2569 กำหนดคุณภาพและมาตรฐานสำหรับนมแพะ นมแพะคืนรูป นมแพะปรุงแต่ง และนมแพะคืนรูปปรุงแต่ง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 5 สิงหาคม 2569
  • นมแพะชนิดเหลวต้องผ่านการฆ่าเชื้อ เช่น พาสเจอร์ไรส์ สเตอริไลส์ หรือ UHT และต้องผ่านเกณฑ์ด้านส่วนประกอบและจุลินทรีย์ตามที่กำหนด
  • นมแพะต้องมีเนื้อนมไม่รวมมันเนย ≥ 7.5% และโปรตีนนม ≥ 2.8% ส่วนนมแพะปรุงแต่งต้องมี ≥ 7% และ ≥ 2.6% ตามลำดับ
  • นมแพะจะต้องมีการควบคุมความปลอดภัย ตั้งแต่ E. coli และจำนวนแบคทีเรีย รวมถึงสารปนเปื้อน จุลินทรีย์ก่อโรค ยาสัตว์ตกค้าง สารพิษตกค้าง และวัตถุเจือปนอาหาร
  • ภาชนะบรรจุนมแพะต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามกฎหมาย และมีกรรมวิธีผลิตที่เหมาะกับอุณหภูมิหรือกระบวนการฆ่าเชื้อ
  • ฉลากต้องระบุประเภทผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน เช่น “นมแพะ” หรือ “นมแพะปรุงแต่ง” และผลิตภัณฑ์ชนิดเหลวต้องระบุกรรมวิธีฆ่าเชื้อ เช่น “พาสเจอร์ไรส์” “สเตอริไลส์” หรือ “ยู เอช ที”
  • ผู้ผลิตและผู้นำเข้ารายเดิมมีเวลาปรับตัว 2 ปี นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ ส่วนผู้ประกอบการที่ต้องการขอ อย. นมแพะ ควรตรวจสอบสูตร กระบวนการผลิต มาตรฐาน ภาชนะบรรจุ และฉลากให้ครบก่อนยื่นคำขอ

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


ประกาศฯ ฉบับที่ 470 พ.ศ. 2569 คืออะไร

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 470) พ.ศ. 2569 คือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง นมแพะและนมแพะปรุงแต่ง เพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมแพงและนมแพะปรุงแต่งสำหรับการบริโภค รวมถึงการแสดงฉลากให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้เป็นกฎหมายด้านอาหารที่ประกาศและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และควบคุมดูแลโดย ⁠กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

นิยามของนมแพะและนมแพะปรุงแต่งตามประกาศ

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 470) พ.ศ. 2569 กำหนดนิยามของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับนมแพะไว้หลายประเภท ดังนี้

  • นมแพะ คือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากน้ำนมแพะที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อ และอาจมีการแยกหรือเติมมันเนย หรือปรับปริมาณเนื้อนมด้วยนมแพะผง
  • นมแพะคืนรูป คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำนมแพะผงมาคืนรูป เพื่อให้มีคุณภาพหรือมาตรฐานเทียบเท่านมแพะ
  • นมแพะปรุงแต่ง คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากน้ำนมแพะ ผ่านกรรมวิธีการผลิตและปรุงแต่ง โดยสามารถเติมกลิ่น รส หรือวัตถุอื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
  • นมแพะคืนรูปปรุงแต่ง คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำนมแพะผงมาคืนรูปและปรุงแต่ง เพื่อให้มีคุณภาพหรือมาตรฐานเทียบเท่านมแพะปรุงแต่ง

นมแพะต้องผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อแบบใด

นมแพะและนมแพะปรุงแต่งชนิดเหลวต้องผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้ออย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อควบคุมความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยประกาศกำหนดกรรมวิธี ได้แก่

1. พาสเจอร์ไรส์ (Pasteurization)

สินค้านมแพะที่ผ่านการพาสเจอร์ไรศ์จะต้องฆ่าเชื้อด้วยความร้อนเพื่อลดปริมาณจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยเข้าข่ายการกำหนดอุณหภูมิข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • อุณหภูมิไม่น้อยกว่า 63 องศาเซลเซียส เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที แล้วทำให้เย็นลงทันที ที่ 5 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า
  • อุณหภูมิไม่น้อยกว่า 72 องศาเซลเซียส เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วินาที แล้วทำให้เย็นลงทันที ที่ 5 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า

2. สเตอริไลส์ (Sterilization)

สินค้านมแพะที่ผ่านการสเตอริไลส์เป็นกรรมวิธีฆ่าเชื้อในนมแพะหลังจากบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิทด้วยความร้อน โดยต้องให้ผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับ Commercial Sterilization และผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน

3. ยูเอชที (UHT)

สินค้านมแพะที่ผ่านการฆ่าเชื้อแบบ UHT คือใช้ระบบการผลิตและการบรรจุแบบปลอดเชื้อ หรือ Aseptic Processing and Aseptic Packaging Systems และผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้กรรมวิธีฆ่าเชื้ออื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับกรรมวิธีข้างต้นได้ตามที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

คุณภาพหรือมาตรฐานของนมแพะ

นมแพะที่ถูกจำหน่ายต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่ประกาศกำหนด ดังนี้

  • มีกลิ่นรสตามลักษณะเฉพาะของน้ำนมแพะ
  • ปราศจากสิ่งแปลกปลอมและการปลอมปน
  • ไม่มีน้ำนมเหลืองเจือปน
  • มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกัน
  • มีเนื้อนมไม่รวมมันเนย ไม่น้อยกว่า 7.5% ของน้ำหนัก
  • มีโปรตีนในนมไม่น้อยกว่า 2.8% ของน้ำหนัก
  • ตรวจไม่พบแบคทีเรีย E. coli (Escherichia coli) ใน 0.1 มิลลิลิตร
  • นมแพะพาสเจอร์ไรส์ ตรวจพบแบคทีเรียได้ไม่เกิน 50,000 ใน 1 มิลลิลิตร
  • นมแพะสเตอริไลส์และนมแพะยูเอชที ต้องตรวจไม่พบแบคทีเรียใน 0.1 มิลลิลิตร

คุณภาพหรือมาตรฐานของนมแพะชนิดผง

สำหรับ นมแพะผง ประกาศกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ ดังนี้

  • มีกลิ่นรสตามลักษณะเฉพาะของนมแพะ
  • ปราศจากสิ่งแปลกปลอมและการปลอมปน
  • มีลักษณะเป็นผงและไม่เกาะเป็นก้อน
  • มีความชื้นไม่เกิน 5% ของน้ำหนัก
  • มีโปรตีนนมในเนื้อนมไม่รวมมันเนยไม่น้อยกว่า 34% ของน้ำหนัก
  • ตรวจไม่พบแบคทีเรีย E. coli (Escherichia coli) ใน 0.1 กรัม
  • ตรวจพบแบคทีเรียได้ไม่เกิน 50,000 ใน 1 กรัม

คุณภาพหรือมาตรฐานของนมแพะปรุงแต่ง

นมแพะปรุงแต่งต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานที่เป็นไปตามเกณฑ์ดังนี้

  • มีกลิ่นรสตามลักษณะเฉพาะของนมแพะปรุงแต่งชนิดนั้น
  • ปราศจากสิ่งแปลกปลอมและการปลอมปน
  • ไม่มีน้ำนมเหลืองเจือปน
  • มีเนื้อนมไม่น้อยกว่า 7% ของน้ำหนัก
  • มีโปรตีนนมไม่น้อยกว่า 2.6% ของน้ำหนัก
  • ตรวจไม่พบแบคทีเรีย E. coli (Escherichia coli) ใน 0.1 มิลลิลิตร
  • นมแพะปรุงแต่งพาสเจอร์ไรส์ ตรวจพบแบคทีเรียได้ไม่เกิน 50,000 ใน 1 มิลลิลิตร
  • นมแพะปรุงแต่งสเตอริไลส์และยูเอชที ต้องตรวจไม่พบแบคทีเรียใน 0.1 มิลลิลิตร

คุณภาพหรือมาตรฐานของนมแพะปรุงแต่งชนิดแห้ง

สำหรับ นมแพะปรุงแต่งชนิดแห้ง ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน ดังนี้

  • มีกลิ่นรสตามลักษณะเฉพาะของนมแพะปรุงแต่งชนิดนั้น
  • ปราศจากสิ่งแปลกปลอมและการปลอมปน
  • มีลักษณะเป็นผง ไม่เกาะเป็นก้อน
  • มีความชื้นไม่เกิน 5% ของน้ำหนัก
  • เมื่ออยู่ในสภาพพร้อมบริโภคตามวิธีละลายที่ระบุบนฉลาก ต้องมีเนื้อนมไม่รวมมันเนยไม่น้อยกว่า 7% ของน้ำหนัก
  • เมื่ออยู่ในสภาพพร้อมบริโภคตามวิธีละลายที่ระบุบนฉลาก ต้องมีโปรตีนนมไม่น้อยกว่า 2.6% ของน้ำหนัก
  • ตรวจไม่พบแบคทีเรีย E. coli (Escherichia coli) ใน 0.1 กรัม
  • ตรวจพบแบคทีเรียได้ไม่เกิน 100,000 ใน 1 กรัม

สารปนเปื้อนและจุลินทรีย์ในนมแพะต้องควบคุมอย่างไร

นอกจากคุณภาพและองค์ประกอบของนมแล้ว นมแพะและนมแพะปรุงแต่ง ยังต้องควบคุมสารปนเปื้อน จุลินทรีย์ ยาสัตว์ตกค้าง สารพิษตกค้าง และวัตถุเจือปนอาหาร โดยต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • สารปนเปื้อน ต้องไม่เกินค่าปริมาณสูงสุด (Maximum Level: ML) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยมาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน โดยสารที่เกี่ยวข้องกับน้ำนมโดยตรง เช่น อะฟลาทอกซิน M1 (Aflatoxin M1) กำหนดใน “น้ำนม” ไม่เกิน 0.5 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ส่วนสารปนเปื้อนอื่นต้องพิจารณาตามประเภทอาหารและวัตถุดิบเป็นรายกรณี หากไม่มีค่าเฉพาะ กฎหมายมีหลักเกณฑ์สำหรับการพิจารณาค่า ML ของอาหารอื่น เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู และดีบุกด้วย
  • จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค นอกจากเกณฑ์ E. coli และจำนวนแบคทีเรียที่กำหนดไว้โดยตรงในประกาศฯ ฉบับที่ 470 แล้ว ยังต้องเป็นไปตามประกาศฯ ฉบับที่ 416 พ.ศ. 2563 โดยผลิตภัณฑ์นมอาจต้องพิจารณาเชื้อสำคัญ เช่น Salmonella spp., Staphylococcus aureus, Bacillus cereus และ Listeria monocytogenes ตามชนิดผลิตภัณฑ์และกรรมวิธีผลิต เช่น ผลิตภัณฑ์พาสเจอร์ไรส์มีรายการเชื้อที่ต้องควบคุมแตกต่างจาก UHT/Sterilized และผลิตภัณฑ์ชนิดแห้ง
  • ยาสัตว์ตกค้าง เนื่องจากน้ำนมแพะเป็นผลิตผลจากสัตว์ จึงต้องควบคุมยาสัตว์ที่อาจตกค้างในน้ำนมให้ไม่เกิน ค่า Maximum Residue Limit (MRL) ของยาแต่ละชนิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง โดยไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขเดียวสำหรับ “ยาสัตว์ตกค้างทั้งหมด” ได้ เพราะยาแต่ละชนิดมีค่า MRL แตกต่างกัน
  • สารพิษตกค้าง เช่น สารกำจัดศัตรูพืชที่อาจตกค้างจากวัตถุดิบหรือเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร ต้องไม่เกิน ค่า Maximum Residue Limit (MRL) ที่กำหนดสำหรับสารแต่ละชนิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารที่มีสารพิษตกค้าง จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ครอบคลุมสารพิษตกค้างทุกชนิด
  • วัตถุเจือปนอาหาร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ นมแพะปรุงแต่ง ที่อาจมีการใช้วัตถุเจือปนอาหารเพื่อประโยชน์ในการผลิต ต้องตรวจสอบว่าสารชนิดนั้นได้รับอนุญาตให้ใช้กับอาหารประเภทดังกล่าวหรือไม่ และใช้ได้ในปริมาณสูงสุดเท่าใด ปัจจุบันต้องพิจารณาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารและ ประกาศฯ ฉบับที่ 468 พ.ศ. 2568 รวมถึงฐานข้อมูลวัตถุเจือปนอาหารของ อย. เนื่องจากวัตถุเจือปนแต่ละชนิดมีเงื่อนไขและปริมาณสูงสุดแตกต่างกัน บางชนิดกำหนดเป็นตัวเลข ขณะที่บางชนิดใช้ตามหลัก GMP

ภาชนะบรรจุนมแพะต้องเป็นแบบไหน

ภาชนะบรรจุ นมแพะและนมแพะปรุงแต่ง ต้องเป็นภาชนะสำหรับบรรจุอาหารที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามกฎหมาย โดยต้องเหมาะสมกับลักษณะของผลิตภัณฑ์และกรรมวิธีการผลิต เพื่อป้องกันการปนเปื้อนหรือสารจากภาชนะที่อาจถ่ายเทลงสู่อาหาร ทั้งนี้ ประกาศฯ ฉบับที่ 470 ไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้ขวด กล่อง หรือวัสดุชนิดใดเป็นการเฉพาะ แต่ให้อ้างอิงข้อกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยภาชนะบรรจุอาหาร

แต่หากกรณีใช้ ภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565 ได้แก่

  • เป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับสัมผัสอาหาร พลาสติกที่ใช้ต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด และต้องผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหาร ไม่ใช่พลาสติกทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับบรรจุอาหาร
  • เหมาะกับอุณหภูมิและกรรมวิธีฆ่าเชื้อ เช่น หากบรรจุผลิตภัณฑ์ก่อนนำไปผ่านความร้อน ภาชนะต้องทนอุณหภูมิของกระบวนการฆ่าเชื้อนั้นได้โดยไม่เสียสภาพ อย. ระบุในแนวทางเกี่ยวกับการฆ่าเชื้ออาหารในขวดพลาสติกว่า ภาชนะต้องได้รับการออกแบบให้เหมาะสม อยู่ในสภาพปิดสนิท และพลาสติกต้องทนอุณหภูมิที่ใช้ในการฆ่าเชื้อ
  • ต้องไม่ทำให้อาหารเกิดการปนเปื้อนจากวัสดุภาชนะ ภาชนะพลาสติกต้องผ่านข้อกำหนดด้านคุณภาพและมาตรฐานตามประกาศฯ ฉบับที่ 435 ซึ่งครอบคลุมการควบคุมสารที่อาจแพร่จากวัสดุสัมผัสอาหารเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนดสำหรับวัสดุแต่ละประเภท
  • ภาชนะต้องเหมาะกับประเภทของนมแพะ เช่น นมแพะพาสเจอร์ไรส์ นมแพะ UHT นมแพะสเตอริไลส์ หรือนมแพะผง มีกรรมวิธีผลิตและสภาวะการเก็บรักษาต่างกัน จึงต้องเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับกระบวนการผลิตและการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์นั้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่านความร้อนหรือบรรจุแบบปลอดเชื้อ

ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่านมแพะต้องบรรจุในขวดพลาสติกเท่านั้น ผู้ประกอบการสามารถเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ได้ แต่ภาชนะและวัสดุสัมผัสอาหารนั้นต้องผ่านข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเหมาะสมกับกรรมวิธีผลิตของนมแพะแต่ละประเภท

สำหรับผู้ประกอบการที่ใช้ ขวดหรือภาชนะพลาสติก สามารถตรวจสอบรายละเอียดของประกาศฯ ฉบับที่ 435 และคำชี้แจงของ อย. ได้ที่ กองอาหาร อย. – ภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก

ฉลากนมแพะต้องแสดงข้อความอะไรบ้าง

ฉลากนมแพะต้องแสดงข้อความอะไรบ้าง

การแสดงฉลากของ นมแพะและนมแพะปรุงแต่ง ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ดังนี้

  • ต้องระบุประเภทของผลิตภัณฑ์ โดยใช้ข้อความ “นมแพะ” “นมแพะผง” “นมแพะคืนรูป” “นมแพะปรุงแต่ง” หรือ “นมแพะคืนรูปปรุงแต่ง” เป็นส่วนหนึ่งของชื่ออาหารหรือกำกับชื่ออาหาร
  • ผลิตภัณฑ์ชนิดเหลวต้องระบุกรรมวิธีฆ่าเชื้อ บนฉลาก ได้แก่ นมแพะชนิดเหลว นมแพะคืนรูปชนิดเหลว นมแพะปรุงแต่งชนิดเหลว และนมแพะคืนรูปปรุงแต่งชนิดเหลว ต้องแสดงข้อความ “พาสเจอร์ไรส์” “สเตอริไลส์” “ยู เอช ที” หรือชื่อกรรมวิธีฆ่าเชื้ออื่นที่ได้รับอนุญาต เป็นส่วนหนึ่งของชื่ออาหารหรือกำกับชื่ออาหาร
  • การกล่าวอ้างทางโภชนาการ เช่น การกล่าวอ้างเกี่ยวกับปริมาณหรือคุณค่าของสารอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย ฉลากโภชนาการ ไม่สามารถกล่าวอ้างได้โดยอิสระแม้ผลิตภัณฑ์จะมีสารอาหารนั้นเป็นส่วนประกอบ
  • การกล่าวอ้างทางสุขภาพ หากต้องการแสดงข้อความที่กล่าวถึงส่วนประกอบของอาหารกับสุขภาพ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย การกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารบนฉลาก

ผู้ประกอบการนมแพะรายเก่าต้องทำอย่างไร

สำหรับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้านมแพะและนมแพะปรุงแต่งที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดเดิมอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ประกาศกำหนดช่วงเวลาให้ปรับตัว โดยสามารถดำเนินการตามข้อกำหนดเดิมต่อไปได้ เป็นระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ผู้ประกอบการเดิมจึงควรใช้ช่วงเวลาดังกล่าวตรวจสอบสูตรผลิตภัณฑ์ คุณภาพมาตรฐาน กระบวนการฆ่าเชื้อ ฉลาก และข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมให้สอดคล้องกับประกาศฉบับใหม่

ต้องการขอ อย. นมแพะ ควรเตรียมตัวอย่างไร

ผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตหรือนำเข้า นมแพะ นมแพะผง นมแพะคืนรูป หรือนมแพะปรุงแต่ง ควรตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ สูตรและส่วนประกอบ กรรมวิธีฆ่าเชื้อ คุณภาพและมาตรฐานด้านจุลินทรีย์ วัตถุเจือปนอาหาร ภาชนะบรรจุ สถานที่ผลิต รวมถึงรายละเอียดบนฉลาก ให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับที่ 470 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการขอ อย.

ด้วยข้อกำหนดที่ต้องตรวจสอบหลายส่วน การเตรียมข้อมูลและเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนยื่นคำขอ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้มีผู้ดูแลการดำเนินงาน Livilution บริการรับจด อย. พร้อมให้คำปรึกษา ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมจนถึงการดำเนินการยื่นขอ อย. เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี

แชร์บทความนี้....