เกลือผสมไนไทรต์ คืออะไร? ทำไม อย. กำหนดให้เป็นสีชมพู ติดคำเตือนบนฉลาก

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ติดตามพบปัญหาการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์ไม่ถูกต้องในร้านค้าและสถานที่ปรุงอาหารบางแห่ง จึงออกมาตรการขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้า เกลือผสมไนไทรต์ เติมสีชมพูและแสดงคำเตือนบนฉลาก เพื่อช่วยแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปและลดความเสี่ยงจากการหยิบใช้ผิดประเภท โดยมาตรการนี้มีรายละเอียดอย่างไร เริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่ และผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวอย่างไร Livilution สรุปไว้ให้แล้วในบทความนี้


สรุปแบบสั้นๆ

  • เกลือผสมไนไทรต์ คือวัตถุเจือปนอาหารที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม และเบคอน
  • อย. ขอความร่วมมือให้เกลือผสมไนไทรต์เป็นสีชมพู เพื่อให้แยกจากเกลือบริโภคทั่วไปได้ง่าย และลดความเสี่ยงจากการหยิบใช้ผิด
  • อย. กำหนดให้เติม สีผสมอาหารคาร์มีน (Carmine; INS 120) ปริมาณ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือร้อยละ 0.0025 เพื่อทำให้เกลือผสมไนไทรต์มี สีชมพู
  • ฉลากต้องมีข้อความว่า “ระวัง ให้ใช้ตามปริมาณที่แนะนำที่ฉลาก หากใช้เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอันตรายได้” และเป็นตัวอักษรเส้นทึบสีแดง สูงไม่น้อยกว่า 2 มม.
  • ปัจจุบันยังเป็นมาตรการขอความร่วมมือโดยสมัครใจ ขณะที่ อย. อยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายเพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานบังคับในวันข้างหน้า
  • ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรเริ่ม ตรวจสอบสูตร ปรับสีและฉลาก พร้อมติดตามประกาศใหม่จาก อย. เพื่อเตรียมพร้อมก่อนข้อกำหนดมีผลบังคับใช้

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


เกลือผสมไนไทรต์ คืออะไร

เกลือผสมไนไทรต์ เป็นวัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์เป็นส่วนประกอบ ใช้ในกระบวนการผลิตอาหาร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป

ไนไตรต์ (Nitrite) คือสารประกอบทางเคมีที่มีสูตรไอออนเป็น NO₂⁻ เกิดขึ้นได้ทั้งในธรรมชาติจากวัฏจักรไนโตรเจน และจากการสังเคราะห์ ไนไทรต์มีหน้าที่สำคัญทั้งช่วยยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายในอาหาร และช่วยตรึงสีของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ให้มีลักษณะสีแดงอมชมพูตามลักษณะของผลิตภัณฑ์

เกลือผสมไนไทรต์ คืออะไร

เกลือผสมไนไทรต์ ใช้กับอาหารอะไร

เกลือผสมไนไทรต์ นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านกระบวนการหมัก บ่ม หรือทำให้สุก ซึ่งไนไทรต์มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตราย และช่วยตรึงสีของเนื้อสัตว์ให้มีลักษณะสีแดงอมชมพู

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่อาจมีการใช้ไนไทรต์ ได้แก่

  • ไส้กรอก ช่วยในการควบคุมจุลินทรีย์และรักษาลักษณะสีของผลิตภัณฑ์
  • แฮม ช่วยให้เนื้อมีสีแดงอมชมพูตามลักษณะของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่ผ่านการบ่ม
  • เบคอน ใช้ในกระบวนการบ่มเนื้อและช่วยรักษาลักษณะสีของผลิตภัณฑ์
  • เนื้อสัตว์หมักหรือเนื้อสัตว์บ่ม เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว หรือเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการบ่มบางประเภท
  • ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปอื่น ๆ ที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ไนไทรต์เป็นวัตถุเจือปนอาหาร

ทำไมเกลือผสมไนไทรต์จึงต้องเป็นสีชมพู

เดิมเกลือผสมไนไทรต์มีลักษณะเป็น ผงหรือผลึกสีขาวคล้ายกับเกลือบริโภคทั่วไป ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหยิบใช้ผิด โดยเฉพาะในร้านอาหารหรือสถานที่ปรุงอาหารที่มีการจัดเก็บวัตถุดิบและเครื่องปรุงหลายประเภท

หลังจาก อย. ติดตามปัญหาการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์ไม่ถูกต้อง และหารือร่วมกับสมาคมร้านอาหาร-ภัตตาคาร รวมถึงผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร จึงมีแนวทางให้ทำเกลือผสมไนไทรต์มีสีที่แตกต่างจากเกลือทั่วไปอย่างชัดเจน

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 อย. จึงออกประกาศขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้นำเข้าให้เติม สีผสมอาหารคาร์มีน (Carmine; INS 120) ปริมาณ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือร้อยละ 0.0025 เพื่อทำให้เกลือผสมไนไทรต์มี สีชมพู และสามารถสังเกตเห็นความแตกต่างจากเกลือบริโภคทั่วไปได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่เลือกใช้สีชมพู เพราะเกลือผสมไนไทรต์มักใช้ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม และเบคอน โดยไนไทรต์มีส่วนช่วยให้เนื้อสัตว์คงสีแดงอมชมพู การทำตัวเกลือให้เป็นสีชมพูจึงเหมาะสมและไม่ทำให้สีของอาหารเปลี่ยนไปมากเหมือนการใช้สีอื่น

อีกเหตุผลสำคัญคือ ช่วยให้แยกเกลือผสมไนไทรต์ออกจากเกลือทั่วไปได้ทันที เพราะเดิมทั้งสองชนิดมีลักษณะเป็นผงหรือผลึกสีขาวคล้ายกัน จนอาจหยิบใช้ผิดได้ การเติมสีชมพูจึงทำหน้าที่เป็นสีสัญลักษณ์เพื่อเตือนผู้ใช้งานว่าเป็นเกลือที่มีไนไทรต์และต้องใช้ตามปริมาณที่กำหนด ซึ่งเป็นแนวทางด้านความปลอดภัยที่มีการนำมาใช้ในต่างประเทศเช่นกัน

ฉลากเกลือผสมไนไทรต์ต้องแสดงคำเตือนอะไร

นอกจากการทำให้เกลือผสมไนไทรต์มีสีชมพูแล้ว อย. ยังขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าเพิ่มข้อความคำเตือนบนฉลาก เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบถึงความสำคัญของการใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เหมาะสม

ข้อความคำเตือนที่กำหนด

“ระวัง ให้ใช้ตามปริมาณที่แนะนำที่ฉลาก หากใช้เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอันตรายได้”

หรือข้อความอื่นที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน โดยข้อความคำเตือนต้องแสดงด้วย ตัวอักษรเส้นทึบสีแดง และมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร เพื่อให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนก่อนนำผลิตภัณฑ์ไปใช้

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.fda.moph.go.th/news/news2082569/

เกลือผสมไนไทรต์สีชมพู บังคับใช้เมื่อไหร่

ปัจจุบันการกำหนดให้ เกลือผสมไนไทรต์เป็นสีชมพูและแสดงข้อความคำเตือนบนฉลาก ยังเป็นมาตรการขอความร่วมมือโดยสมัครใจ จากผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร เพื่อให้สามารถเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยได้ทันที โดยไม่ต้องรอการออกกฎหมายฉบับใหม่

ขณะเดียวกัน อย. อยู่ระหว่างจัดทำ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขและประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเรื่องสีและข้อความคำเตือนของเกลือผสมไนไทรต์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และยกระดับให้เป็นข้อกำหนดที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป

ผู้ผลิตและผู้นำเข้าเกลือผสมไนไทรต์ต้องเตรียมตัวอย่างไร

แม้ข้อกำหนดเรื่องสีชมพูและข้อความคำเตือนจะยังอยู่ในรูปแบบมาตรการขอความร่วมมือ แต่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าเกลือผสมไนไทรต์ควรเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่ปัจจุบัน เนื่องจาก อย. อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงกฎหมายเพื่อกำหนดมาตรฐานดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ในอนาคต ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อม ดังนี้

  • ตรวจสอบสูตรผลิตภัณฑ์ และส่วนประกอบของวัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • เตรียมปรับสีของเกลือผสมไนไทรต์ โดยใช้ Carmine (INS 120) ตามปริมาณที่ อย. กำหนด
  • ตรวจสอบและปรับฉลากผลิตภัณฑ์ ให้มีข้อความคำเตือน รวมถึงขนาดและสีของตัวอักษรตามแนวทางที่กำหนด
  • ตรวจสอบข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์บนฉลาก โดยเฉพาะปริมาณที่แนะนำ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
  • ติดตามประกาศและกฎหมายฉบับใหม่จาก อย. เนื่องจากรายละเอียดอาจมีการกำหนดเพิ่มเติมเมื่อมาตรการดังกล่าวเปลี่ยนเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย

สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า เกลือผสมไนไทรต์และวัตถุเจือปนอาหาร ควรตรวจสอบสูตร ส่วนประกอบ และฉลากของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. พร้อมติดตามข้อกำหนดใหม่เรื่องการเติมสีชมพูและการแสดงคำเตือนบนฉลาก เพื่อเตรียมปรับผลิตภัณฑ์ให้พร้อมก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้

หากไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ต้องขอ อย. อย่างไร ต้องใช้เอกสารอะไร หรือฉลากต้องแสดงข้อมูลแบบไหน Livilution บริการรับจด อย. พร้อมให้คำปรึกษา ช่วยตรวจสอบและดำเนินการตั้งแต่การเตรียมเอกสาร ตรวจสอบฉลาก ไปจนถึงยื่นคำขอกับ อย. เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาฟรี

แชร์บทความนี้....