3 ประเภทของเครื่องสำอาง ที่ควรรู้ ก่อนจดแจ้ง อย.

การจดแจ้งเครื่องสำอางกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และเจ้าของแบรนด์ต้องดำเนินการก่อนวางจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้ปัจจุบันเครื่องสำอางทุกประเภทจะต้องจดแจ้งกับ อย. แต่การทำความเข้าใจการแบ่งประเภทของเครื่องสำอาง จะช่วยให้ทราบถึงระดับการควบคุม ความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ และการเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นจดแจ้งได้อย่างถูกต้อง


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


ประเภทของเครื่องสำอางตามความเสี่ยง

เดิมกฎหมายได้แบ่งเครื่องสำอางออกตามระดับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เครื่องสำอางทั่วไป เครื่องสำอางควบคุม และเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ดังนี้

1. เครื่องสำอางทั่วไป

เครื่องสำอางทั่วไป คือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารอันตรายหรือสารที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ จึงมีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคในระดับต่ำ

ตัวอย่างเครื่องสำอางทั่วไป

  • แชมพูที่ไม่มีสารขจัดรังแค
  • ครีมนวดผม
  • โลชั่นทาผิว
  • ครีมบำรุงผิว
  • อายแชโดว์
  • อายไลเนอร์
  • ดินสอเขียนคิ้ว
  • บลัชออน
  • ลิปสติก
  • รองพื้น
  • แป้งทาหน้า
  • สบู่ก้อนและสบู่เหลว
  • โฟมล้างหน้า
  • บอดี้ออยล์
  • ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
  • ยาทาเล็บ
  • มูสและเจลแต่งผม

2. เครื่องสำอางควบคุม

เครื่องสำอางควบคุม คือ ผลิตภัณฑ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้ได้ หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือมีการใช้สารควบคุมบางชนิด ผู้ประกอบการจึงต้องแจ้งรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการผลิตหรือการนำเข้า

ตัวอย่างเครื่องสำอางควบคุม

  • ผ้าอนามัยชนิดแผ่น
  • ผ้าอนามัยชนิดสอด
  • ผ้าเย็นหรือกระดาษในภาชนะบรรจุที่ปิด
  • แป้งฝุ่นโรยตัว
  • แป้งน้ำ
  • ครีมกันแดด
  • แชมพูที่มีสารขจัดรังแค เช่น
    • ซิงก์ไพริไทโอน (Zinc Pyrithione)
    • ไพรอกโทน โอลามีน (Piroctone Olamine)
    • คลิมบาโซล (Climbazole)

3. เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ

เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารควบคุมพิเศษหรือมีความเสี่ยงสูงต่อผู้บริโภค จึงต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด และต้องผ่านการขึ้นทะเบียนตำรับก่อนจึงจะสามารถผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายได้

ตัวอย่างเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ

  • ยาสีฟัน
  • น้ำยาบ้วนปาก
  • ไหมขัดฟันที่มีฟลูออไรด์
  • น้ำยาบ้วนปากที่มีเซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์
  • ผลิตภัณฑ์ดัดผม
  • ผลิตภัณฑ์ยืดผม
  • ผลิตภัณฑ์ย้อมผม
  • ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผม
  • ผลิตภัณฑ์ปรับเปลี่ยนสีผม
  • ผลิตภัณฑ์แต่งสีผมที่มีส่วนผสมของเลดแอซีเทต
  • ผลิตภัณฑ์กำจัดขนหรือทำให้ขนหลุดร่วง

ปัจจุบันเครื่องสำอางทุกประเภทต้องจดแจ้งกับ อย.

แม้ว่ากฎหมายเดิมจะแบ่งเครื่องสำอางออกเป็น 3 ประเภท แต่ปัจจุบันประเทศไทยได้ปรับระบบการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับกฎหมายอาเซียน โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา เครื่องสำอางทุกประเภทต้องดำเนินการ จดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. ก่อนผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย

ผู้ประกอบการจึงต้องยื่นรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ผ่านระบบของ อย. เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนออก เลขที่ใบรับแจ้ง สำหรับใช้ในการจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เอกสารและข้อมูลที่ใช้ในการจดแจ้งเครื่องสำอาง

การยื่นจดแจ้งเครื่องสำอางจะต้องเตรียมข้อมูลสำคัญ ได้แก่

  • ชื่อแบรนด์
  • ชื่อผลิตภัณฑ์
  • ประเภทของเครื่องสำอาง หรือวัตถุประสงค์การใช้งาน
  • รายชื่อส่วนผสมทั้งหมด เรียงลำดับจากปริมาณมากไปน้อย พร้อมระบุเปอร์เซ็นต์ของสารที่ อย. กำหนดให้ควบคุม และใช้ชื่อสารตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด
  • ข้อมูลผู้รับผิดชอบการวางตลาด ผู้ผลิต หรือผู้แบ่งบรรจุ

เมื่อข้อมูลครบถ้วนและผ่านการพิจารณา อย. จะออก เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก สำหรับผลิตภัณฑ์นั้น

เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก มีความหมายอย่างไร

เลขที่ใบรับแจ้งที่ได้รับจาก อย. สามารถอธิบายได้ดังนี้

  • 2 หลักแรก แสดงจังหวัดที่ผลิตหรือจังหวัดที่แจ้งรายละเอียด
  • หลักที่ 3 แสดงลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตในประเทศ นำเข้า หรือผลิตเพื่อส่งออก
  • หลักที่ 4–5 แสดงปี พ.ศ. ที่แจ้งรายละเอียด
  • หลักที่ 6–10 เป็นลำดับการออกใบรับแจ้งของปีนั้น

ตัวอย่าง

เลขที่ใบรับแจ้ง 10-1-65-88888

  • 10 หมายถึง แจ้งรายละเอียดที่กรุงเทพมหานคร
  • 1 หมายถึง ผลิตในประเทศ
  • 65 หมายถึง แจ้งในปี พ.ศ. 2565
  • 88888 หมายถึง ลำดับการออกใบรับแจ้งในปีนั้น

เลขที่ใบรับแจ้งจึงเป็นหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์ได้ดำเนินการจดแจ้งกับ อย. ตามที่กฎหมายกำหนดก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย

วิธีตรวจสอบเลขจดแจ้งเครื่องสำอาง

ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้งของเครื่องสำอางได้จากฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะระบุคำว่า “เลขที่ใบรับแจ้ง” พร้อมเลข 10 หลัก จากนั้นสามารถนำเลขดังกล่าวไปตรวจสอบผ่านระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของ อย. เพื่อดูข้อมูล เช่น

  • ชื่อผลิตภัณฑ์
  • ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
  • ประเภทของผลิตภัณฑ์
  • สถานะของเลขที่ใบรับแจ้ง

การตรวจสอบก่อนเลือกซื้อ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ได้ดำเนินการจดแจ้งกับ อย. และมีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

แม้ว่ากฎหมายเดิมจะแบ่งเครื่องสำอางออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เครื่องสำอางทั่วไป เครื่องสำอางควบคุม และเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ แต่ปัจจุบันประเทศไทยกำหนดให้ เครื่องสำอางทุกประเภทต้องจดแจ้งกับ อย. ก่อนผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมข้อมูลของผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน เพื่อให้การยื่นจดแจ้งเป็นไปอย่างถูกต้องและลดความล่าช้าในการพิจารณา

หากคุณกำลังวางแผนผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอาง และต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบเอกสาร จัดเตรียมข้อมูล และดำเนินการจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. Livilution พร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้การยื่นคำขอเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้เลย

แชร์บทความนี้....