สรุปสั้น: เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และสิทธิบัตร เป็นทรัพย์สินทางปัญญาคนละประเภท เครื่องหมายการค้า คุ้มครองชื่อและโลโก้ที่ใช้แยกสินค้าของเราออกจากของคนอื่น ลิขสิทธิ์ คุ้มครองงานสร้างสรรค์ เช่น ภาพ ข้อความ เพลง ซอฟต์แวร์ และเกิดขึ้นเองทันทีที่สร้างงาน ส่วน สิทธิบัตร คุ้มครองการประดิษฐ์และการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องยื่นขอและได้รับจดทะเบียนก่อนจึงจะได้รับความคุ้มครอง เจ้าของแบรนด์ส่วนใหญ่ต้องใช้มากกว่าหนึ่งอย่างพร้อมกัน
ทำไมเจ้าของธุรกิจถึงสับสน 3 คำนี้
เพราะสินค้าชิ้นเดียวมักมีทรัพย์สินทางปัญญาหลายชั้นซ้อนกัน ลองนึกถึงขวดเครื่องดื่มหนึ่งขวด ชื่อแบรนด์และโลโก้บนขวดเป็นเรื่องของเครื่องหมายการค้า ภาพกราฟิกและข้อความโฆษณาบนฉลากเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ รูปทรงขวดที่ออกแบบใหม่อาจขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ และกลไกฝาปิดแบบใหม่อาจขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรืออนุสิทธิบัตรได้ ถ้าเลือกคุ้มครองผิดประเภท ก็อาจเหลือช่องโหว่ให้คู่แข่งลอกเลียนได้
ตารางเปรียบเทียบ เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
| หัวข้อ | เครื่องหมายการค้า | ลิขสิทธิ์ | สิทธิบัตร / อนุสิทธิบัตร |
|---|---|---|---|
| คุ้มครองอะไร | ชื่อ คำ โลโก้ รูป หรือสัญลักษณ์ที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ | งานสร้างสรรค์ เช่น วรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรี ภาพยนตร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ | การประดิษฐ์ (ผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธี) และการออกแบบรูปร่างลักษณะผลิตภัณฑ์ |
| กฎหมายหลัก | พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 | พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 | พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 |
| ต้องจดทะเบียนไหม | ต้องยื่นจดทะเบียนจึงได้สิทธิแต่เพียงผู้เดียว | ไม่ต้อง เกิดสิทธิทันทีเมื่อสร้างงาน (มีระบบแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์โดยสมัครใจ) | ต้องยื่นคำขอและได้รับสิทธิบัตรก่อน |
| เงื่อนไขสำคัญ | ต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ ไม่เป็นเครื่องหมายต้องห้าม และไม่เหมือนหรือคล้ายของผู้อื่น | ต้องเป็นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นเอง ไม่ได้ลอกเลียนผู้อื่น | ต้องใหม่ และ (สำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์) มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นและนำไปใช้ทางอุตสาหกรรมได้ |
| ตัวอย่างในธุรกิจ | ชื่อร้าน ชื่อแบรนด์ครีม โลโก้คาเฟ่ | ภาพถ่ายสินค้า บทความ วิดีโอรีวิว ลายการ์ตูนบนบรรจุภัณฑ์ | เครื่องมือแบบใหม่ สูตรกรรมวิธีผลิต รูปทรงขวดที่ออกแบบใหม่ |
| หน่วยงาน | กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ | ||
เครื่องหมายการค้า: คุ้มครอง “ตัวตน” ของแบรนด์
เครื่องหมายการค้าใช้กับสินค้า ส่วนเครื่องหมายบริการใช้กับบริการ (กฎหมายยังมีเครื่องหมายรับรองและเครื่องหมายร่วมด้วย) สิ่งที่ได้จากการจดทะเบียนคือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายกับสินค้าหรือบริการที่ระบุไว้ในจำพวกที่จด ระบบไทยให้สิทธิผู้ยื่นก่อนที่สุจริต ถ้ามีคนยื่นชื่อเดียวกันก่อน เจ้าของที่ใช้ชื่อมาก่อนอาจต้องต่อสู้ด้วยการคัดค้านหรือขอเพิกถอน ซึ่งยุ่งยากกว่ามาก
ข้อที่คนมักเข้าใจผิดคือ โลโก้ที่จ้างนักออกแบบทำ มีทั้งลิขสิทธิ์ในตัวงานออกแบบ และสามารถจดเป็นเครื่องหมายการค้าได้ ควรทำสัญญาให้ลิขสิทธิ์ในโลโก้ตกเป็นของบริษัทด้วย ไม่เช่นนั้นอาจมีข้อโต้แย้งภายหลัง อ่านพื้นฐานเพิ่มเติมได้ที่ เครื่องหมายการค้าคืออะไร
ลิขสิทธิ์: คุ้มครอง “งานสร้างสรรค์” โดยอัตโนมัติ
ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีที่ผู้สร้างสรรค์สร้างงานขึ้น โดยไม่ต้องจดทะเบียน งานที่ได้รับความคุ้มครองมีหลายประเภท เช่น วรรณกรรม (รวมโปรแกรมคอมพิวเตอร์) นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง และงานแพร่เสียงแพร่ภาพ
กรมทรัพย์สินทางปัญญามีบริการ แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นการบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้นโดยสมัครใจ ไม่ใช่การจดทะเบียนที่ทำให้เกิดสิทธิ แต่มีประโยชน์เวลาต้องพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับ ภาพร่าง และหลักฐานวันที่สร้างงานไว้ให้ดี
สิ่งที่ลิขสิทธิ์ ไม่ คุ้มครอง ได้แก่ ความคิด ขั้นตอน กรรมวิธี หรือหลักการ ดังนั้นไอเดียสินค้าหรือวิธีทำธุรกิจที่ยังไม่ได้แสดงออกเป็นงาน ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์
สิทธิบัตร: คุ้มครอง “การประดิษฐ์และการออกแบบ”
พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 แบ่งความคุ้มครองเป็น 3 แบบ
- สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สำหรับผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธีที่ใหม่ มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และนำไปใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรมได้
- อนุสิทธิบัตร สำหรับการประดิษฐ์ที่ใหม่และใช้ทางอุตสาหกรรมได้ แต่ไม่ถึงขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น เหมาะกับการปรับปรุงเล็กน้อย
- สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ สำหรับรูปร่างหรือลวดลายของผลิตภัณฑ์ที่ใหม่และใช้ทางอุตสาหกรรมได้
หัวใจของสิทธิบัตรคือ “ความใหม่” ถ้าเปิดเผยการประดิษฐ์หรือขายสินค้าต่อสาธารณะก่อนยื่นคำขอ อาจทำให้ขาดความใหม่และขอรับสิทธิบัตรไม่ได้ จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนโพสต์ เปิดตัว หรือออกงานแสดงสินค้า
ธุรกิจแบบไหนควรจดอะไร
| ธุรกิจ | สิ่งที่ควรคุ้มครองก่อน |
|---|---|
| แบรนด์เครื่องสำอาง อาหารเสริม (OEM) | เครื่องหมายการค้าของชื่อและโลโก้ ส่วนลิขสิทธิ์ในภาพและข้อความบนบรรจุภัณฑ์เกิดขึ้นเอง |
| ร้านอาหาร คาเฟ่ บริการ | เครื่องหมายบริการของชื่อร้าน และเครื่องหมายการค้าหากมีสินค้าขาย |
| ผู้ผลิตสินค้านวัตกรรม | สิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร ก่อนเปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมเครื่องหมายการค้าของชื่อสินค้า |
| ครีเอเตอร์ ผู้ผลิตคอนเทนต์ ซอฟต์แวร์ | ลิขสิทธิ์ (เก็บหลักฐานหรือแจ้งข้อมูล) และเครื่องหมายการค้าของชื่อช่องหรือชื่อแอป |
สำหรับธุรกิจใหม่ ควรดูภาพรวมเรื่องที่ต้องจดทั้งหมดใน เริ่มต้นทำธุรกิจ ต้องจดอะไรบ้าง และก่อนยื่นจดเครื่องหมายการค้า ควร ตรวจสอบเครื่องหมายการค้า ก่อนว่ามีชื่อซ้ำหรือคล้ายหรือไม่
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้าม: ความลับทางการค้า
นอกจาก 3 ประเภทหลัก ยังมี ความลับทางการค้า ตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ซึ่งคุ้มครองข้อมูลทางการค้าที่ยังไม่รู้กันทั่วไป มีมูลค่าเพราะเป็นความลับ และเจ้าของได้ใช้วิธีที่เหมาะสมรักษาไว้ เช่น สูตรผลิตภัณฑ์ รายชื่อลูกค้า หรือต้นทุน ความลับทางการค้าไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องดูแลเอง เช่น ทำสัญญารักษาความลับ (NDA) กับพนักงานและคู่ค้า และจำกัดคนที่เข้าถึงข้อมูล
แบรนด์ที่จ้างโรงงาน OEM ผลิตควรตกลงให้ชัดว่าสูตรเป็นของใคร และใครเป็นผู้ยื่นจดเครื่องหมายการค้า เพราะหากโรงงานหรือตัวแทนเป็นผู้ยื่นจดชื่อแบรนด์ในนามตัวเอง การแก้ไขภายหลังจะยุ่งยาก
ข้อควรระวังเมื่อจ้างนักออกแบบหรือเอเจนซี่
- ระบุในสัญญาว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ในโลโก้ ภาพ และงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพราะงานที่จ้างทำมีกฎเรื่องความเป็นเจ้าของของตัวเอง
- ขอไฟล์ต้นฉบับและหลักฐานการสร้างงาน เก็บไว้ใช้พิสูจน์สิทธิเมื่อมีข้อพิพาท
- ให้เอเจนซี่ยื่นจดเครื่องหมายการค้าในนามบริษัทของคุณ ไม่ใช่ในนามเอเจนซี่หรือพนักงาน
- ตรวจว่าภาพ ฟอนต์ และเพลงที่ใช้มีสิทธิใช้เชิงพาณิชย์ เพื่อไม่ให้แบรนด์ไปละเมิดลิขสิทธิ์ของคนอื่นเสียเอง
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องหมายการค้า กับ ลิขสิทธิ์ ต่างกันอย่างไร
เครื่องหมายการค้าคุ้มครองชื่อและโลโก้ที่ใช้แยกแยะสินค้าหรือบริการ และต้องจดทะเบียน ส่วนลิขสิทธิ์คุ้มครองงานสร้างสรรค์ เช่น ภาพ ข้อความ เพลง และเกิดขึ้นเองเมื่อสร้างงาน
โลโก้ควรจดเป็นเครื่องหมายการค้า หรือแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์
หากใช้โลโก้กับสินค้าหรือบริการ ควรจดเป็นเครื่องหมายการค้า เพราะให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้กับสินค้าในจำพวกที่จด ลิขสิทธิ์ในตัวงานออกแบบโลโก้มีอยู่แล้ว การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์เป็นเพียงหลักฐานเสริม
ชื่อแบรนด์จดลิขสิทธิ์ได้ไหม
โดยทั่วไปชื่อหรือคำสั้นๆ ไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ ชื่อแบรนด์จึงควรคุ้มครองด้วยการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
สิทธิบัตรกับอนุสิทธิบัตรต่างกันอย่างไร
ทั้งสองแบบคุ้มครองการประดิษฐ์ที่ใหม่และใช้ทางอุตสาหกรรมได้ แต่สิทธิบัตรการประดิษฐ์ต้องมีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นด้วย ส่วนอนุสิทธิบัตรเหมาะกับการปรับปรุงที่ไม่ซับซ้อน
จดเครื่องหมายการค้าในไทย คุ้มครองต่างประเทศด้วยไหม
ไม่คุ้มครอง เครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรเป็นสิทธิรายประเทศ หากจะขายต่างประเทศควรยื่นในประเทศนั้นหรือผ่านระบบระหว่างประเทศ ส่วนลิขสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองในประเทศสมาชิกอนุสัญญาเบิร์นตามหลักการของอนุสัญญา
ให้เราช่วยวางแผนคุ้มครองแบรนด์ของคุณ
Livilution Consult ให้บริการด้านเครื่องหมายการค้า การจดทะเบียนธุรกิจ และใบอนุญาตผลิตภัณฑ์มา 6 ปี เราช่วยตรวจค้นชื่อ วางแผนจำพวก และยื่นจดเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ดูรายละเอียดได้ที่ บริการรับจดเครื่องหมายการค้า (เริ่มต้น 15,000 บาทต่อคำขอ ยังไม่รวม VAT และค่าธรรมเนียมราชการ)
ปรึกษาเบื้องต้นว่าแบรนด์ของคุณควรคุ้มครองแบบไหน ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415
แหล่งอ้างอิง
- พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (ฉบับรวมแก้ไข): ipthailand.go.th (PDF)
- พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา krisdika.go.th
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา (เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร): ipthailand.go.th
- ระบบค้นหาข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา: search.ipthailand.go.th
- พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545: กรมทรัพย์สินทางปัญญา ipthailand.go.th
- WIPO ข้อมูลทั่วไปเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา: wipo.int/about-ip
ข้อมูล ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

