10 สินค้ายอดฮิต ขอใบอนุญาต มอก. มากที่สุด อัปเดตล่าสุด

เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้ามากขึ้น การมีเครื่องหมาย มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของกฎหมาย แต่ยังเป็นตัวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับแบรนด์โดยตรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการวางขายสินค้าในตลาดไทย ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ การรู้ว่าสินค้าประเภทไหนต้องขอ มอก. และสินค้ากลุ่มไหนที่มีการยื่นขอมากที่สุด จะช่วยให้คุณวางแผนธุรกิจได้แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการรวบรวมข้อมูลการขอใบอนุญาต มอก. ในช่วงปี 2567–2568 โดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พบว่าสินค้า 10 กลุ่มต่อไปนี้ เป็นกลุ่มที่มีการยื่นขอมากที่สุด และถือเป็นสินค้ายอดฮิตที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนเริ่มขาย

ทำไมสินค้ากลุ่มนี้ถึงต้องขอ มอก. มากที่สุด

สินค้าที่ติดอันดับ “สินค้ายอดฮิตขอใบอนุญาต มอก.” ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับอาหาร เด็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งหากไม่ได้รับการรับรอง “มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)” อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินได้ ดังนั้นการขอใบอนุญาต มอก. จึงเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้สามารถวางจำหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ การมีเครื่องหมาย มอก. ยังช่วยยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ส่งผลให้สินค้าสามารถแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อีกด้วย

เครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร

1. ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร (มอก. 655-2553)

กลุ่มนี้ถือเป็นสินค้ายอดนิยมอันดับต้น ๆ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง เช่น ขวดพลาสติก กล่องใส่อาหาร กล่องไมโครเวฟ หรือภาชนะใส่อาหารเดลิเวอรี่ การขอ มอก. ในกลุ่มนี้จะเน้นเรื่อง “ความปลอดภัยของสารเคมี” ที่อาจปนเปื้อนในอาหาร รวมถึงความทนความร้อนและความแข็งแรงของวัสดุ หากไม่มีมาตรฐาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคได้ทันที จึงเป็นกลุ่มที่ถูกควบคุมเข้มงวดและมีการยื่นขอจำนวนมาก

2. ของเล่น (มอก. 685-2540)

ของเล่นเด็กเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเด็กโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นของเล่นพลาสติก ของเล่นเสริมพัฒนาการ หรือของเล่นที่มีชิ้นส่วนขนาดเล็ก มอก. จะกำหนดเรื่องความแข็งแรง ความปลอดภัยของวัสดุ สีที่ใช้ รวมถึงการออกแบบที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย เช่น การสำลักหรือบาดเจ็บ จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จะต้องยื่นขอ มอก. เป็นจำนวนมาก

3. เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับการดูแลผิวหรือผม (มอก. 1985-2549)

สินค้าในกลุ่มนี้ เช่น ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบผม เครื่องม้วนผม หรืออุปกรณ์ความงามไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องผ่านการรับรองด้าน “ความปลอดภัยทางไฟฟ้า” อย่างเข้มงวด เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าช็อตหรือไฟไหม้ การมี มอก. จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในการใช้งาน และทำให้สินค้าสามารถวางขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

4. เซลล์และแบตเตอรี่ทุติยภูมิ (มอก. 2217-2548)

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เช่น Power Bank หรือแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง หากไม่ได้มาตรฐานอาจเกิดการระเบิดหรือไฟไหม้ได้ มอก. ในกลุ่มนี้จะเน้นเรื่องความปลอดภัย การป้องกันความร้อนสูง และการควบคุมคุณภาพการผลิต จึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการยื่นขอใบอนุญาตจำนวนมากในช่วงหลัง

5. บริภัณฑ์เสียง วีดิทัศน์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (มอก. 62368-2563)

ครอบคลุมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ทีวี ลำโพง คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ IT ต่าง ๆ ซึ่งต้องผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งไฟฟ้าและโครงสร้าง รวมถึงการป้องกันอันตรายจากการใช้งาน มอก. ฉบับนี้ถือเป็นมาตรฐานสากลที่อัปเดตให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ทำให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องยื่นขออย่างต่อเนื่อง

6. กระเบื้องเซรามิก (มอก. 2508-2555)

กระเบื้องปูพื้นและผนัง เป็นวัสดุก่อสร้างที่ต้องมีมาตรฐานด้านความแข็งแรง การดูดซึมน้ำ และความทนทานต่อการใช้งาน มอก. ในกลุ่มนี้ช่วยให้มั่นใจว่าสินค้าจะไม่แตกร้าวง่าย ไม่ลื่น และเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือภายนอกอาคาร

7. เหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม (มอก. 2228-2565)

วัสดุก่อสร้างประเภทเหล็กเป็นสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานสูง เนื่องจากมีผลต่อโครงสร้างอาคารโดยตรง มอก. จะควบคุมคุณภาพของเหล็ก ความแข็งแรง และการเคลือบป้องกันสนิม เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว กลุ่มนี้จึงเป็นที่นิยมในการขอใบอนุญาต โดยเฉพาะในธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

อ่างล้างหน้า

8. เครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก (มอก. 792-2554)

เช่น โถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า หรืออุปกรณ์ในห้องน้ำ ซึ่งต้องผ่านมาตรฐานด้านความทนทาน การรับน้ำหนัก และการใช้งานในระยะยาว มอก. จะช่วยการันตีว่าสินค้าไม่แตกหักง่าย ใช้งานได้จริง และปลอดภัยต่อผู้ใช้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการยื่นขอใบอนุญาตสูง

9. หลอดฟลูออเรสเซนต์และอุปกรณ์ส่องสว่าง (มอก. 934-2558 / มอก. 1955-2551)

อุปกรณ์แสงสว่าง เช่น หลอดไฟ โคมไฟ หรือระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ต้องผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน มอก. จะช่วยควบคุมคุณภาพของแสง อายุการใช้งาน และความปลอดภัยในการใช้งาน ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้

10. คอนกรีตผสมเสร็จ (มอก. 213-2560)

คอนกรีตเป็นหัวใจสำคัญของงานก่อสร้าง มอก. จะควบคุมคุณภาพของส่วนผสม ความแข็งแรง และมาตรฐานการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างอาคารมีความมั่นคง ปลอดภัย และได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการขอ มอก. อย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรม

จากทั้ง 10 กลุ่มสินค้าที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัยของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เด็ก ไฟฟ้า หรือโครงสร้างอาคาร ซึ่งล้วนเป็นเหตุผลที่ภาครัฐต้องเข้ามาควบคุมอย่างเข้มงวด หากคุณเป็นผู้ประกอบการ การตรวจสอบก่อนว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายต้องขอ มอก. หรือไม่ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยให้ขายได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ในระยะยาวอีกด้วย และหากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณต้องขอใบอนุญาตหรือเตรียมเอกสารอย่างไร สามารถกรอกข้อมูลให้ทีม Livilution ติดต่อกลับเพื่อให้คำแนะนำแบบละเอียด หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรี เพื่อเริ่มต้นธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ลดความเสี่ยง และพร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคงในตลาดไทย

แชร์บทความนี้....