มาตรฐาน มอก. สำหรับแผงโซลาร์เซลล์มีอะไรบ้าง? ควรรู้ก่อนวางขาย

แผงโซลาร์เซลล์ เป็นอุปกรณ์สำคัญของระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งต้องติดตั้งกลางแจ้งและเผชิญทั้งความร้อน ความชื้น รังสี UV รวมถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดอายุการใช้งาน ดังนั้น นอกจากประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าแล้ว คุณภาพ ความทนทาน และความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายที่ต้องตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด บทความนี้ Livilution จะพาไปรู้จักว่า มาตรฐาน มอก. สำหรับแผงโซลาร์เซลล์มีอะไรบ้าง มอก. 61215 และ มอก. 61730 ต่างกันอย่างไร และแต่ละมาตรฐานควบคุมเรื่องใดบ้าง


สรุปแบบสั้นๆ

  • มาตรฐานสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ ได้แก่ มอก. 61215 และ มอก. 61730
  • มอก. 61215 เน้นทดสอบสมรรถนะและความทนทาน เช่น ความร้อน ความชื้น รังสี UV แรงทางกล และลูกเห็บ
  • มอก. 61730 เน้นด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้า เช่น ฉนวน แรงดันไฟฟ้า ไฟรั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร และความเสี่ยงจากไฟไหม้
  • แม้แผงจะผ่าน IEC 61215 หรือ IEC 61730 แล้ว ผู้ผลิตหรือนำเข้าจะต้องขอใบอนุญาต มอก. ในประเทศไทยด้วย
  • ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรตรวจสอบมาตรฐานที่บังคับใช้และดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่าย
  • แผงที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีสมรรถนะต่ำ เสื่อมเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อ ไฟรั่ว ไฟช็อต ไฟไหม้ รวมถึงระบบโซลาร์เซลล์โดยรวม

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


มาตรฐาน มอก. แผงโซลาร์เซลล์ คืออะไร

มาตรฐาน มอก. แผงโซลาร์เซลล์ คือข้อกำหนดทางเทคนิคที่ใช้ตรวจสอบว่าแผงเซลล์แสงอาทิตย์มีคุณภาพ สมรรถนะ ความทนทาน และความปลอดภัยตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ โดยอ้างอิงแนวทางจากมาตรฐานสากล IEC เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายมีมาตรฐานที่เหมาะสมต่อการใช้งาน

วัตถุประสงค์สำคัญของการกำหนดมาตรฐาน ได้แก่

  • ควบคุมคุณภาพและสมรรถนะของแผงโซลาร์เซลล์
  • ตรวจสอบความทนทานต่อสภาพแวดล้อมและการใช้งานระยะยาว
  • ลดความเสี่ยงด้านไฟฟ้า เช่น ไฟรั่ว ไฟช็อต และไฟไหม้
  • เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ติดตั้งและผู้ใช้งาน
  • ป้องกันการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

มาตรฐาน มอก. สำหรับแผงโซลาร์เซลล์มีอะไรบ้าง

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับแผงโซลาร์เซลล์มีหลายส่วนตามประเภทและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ แต่หากกล่าวถึงมาตรฐานหลักสำหรับการประเมินแผงเซลล์แสงอาทิตย์ จะพบมาตรฐานสำคัญ 2 กลุ่ม ได้แก่ มอก. 61215 ซึ่งเน้นด้านสมรรถนะและความทนทาน และ มอก. 61730 ซึ่งเน้นด้านความปลอดภัย

มอก. 61215 มาตรฐานด้านสมรรถนะและความทนทานของแผงโซลาร์เซลล์

มอก. 61215 เป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการรับรองแบบและคุณสมบัติของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยมีพื้นฐานจากมาตรฐานสากล IEC 61215

หัวใจสำคัญของมาตรฐานนี้คือการตรวจสอบว่าแผงโซลาร์เซลล์สามารถรักษาสมรรถนะและทนต่อสภาพแวดล้อมที่อาจพบในการใช้งานจริงได้หรือไม่ โดยมีการทดสอบสำคัญ เช่น

การทดสอบความร้อนและความชื้น (Damp Heat Test)
จำลองการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง เพื่อประเมินว่าแผงและส่วนประกอบต่าง ๆ จะเสื่อมสภาพหรือเกิดความเสียหายหรือไม่

การทดสอบรังสี UV (UV Test)
ตรวจสอบความสามารถของวัสดุในการทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์ต้องติดตั้งกลางแจ้งและรับแสงแดดต่อเนื่องเป็นเวลานาน

การทดสอบแรงทางกล (Mechanical Load Test)
ตรวจสอบความแข็งแรงของแผงเมื่อได้รับแรงกดหรือแรงกระทำ เช่น แรงลม หรือภาระอื่นที่อาจเกิดขึ้นขณะติดตั้งและใช้งาน

การทดสอบลูกเห็บ (Hail Test)
จำลองการกระแทกจากลูกเห็บหรือวัตถุที่อาจตกกระทบแผง เพื่อประเมินความแข็งแรงของกระจกและโครงสร้างแผง

ดังนั้น มอก. 61215 จึงเป็นมาตรฐานที่ช่วยประเมินว่าแผงโซลาร์เซลล์มี สมรรถนะและความทนทานเพียงพอสำหรับการใช้งานระยะยาวหรือไม่

มอก. 61730 มาตรฐานด้านความปลอดภัยของแผงโซลาร์เซลล์

อีกมาตรฐานสำคัญคือ มอก. 61730 ซึ่งอ้างอิงมาตรฐานสากล IEC 61730 และมุ่งเน้นการประเมินด้าน ความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์เป็นอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า หากผลิตภัณฑ์ไม่มีระบบฉนวนหรือโครงสร้างที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ไฟรั่ว ไฟช็อต การลัดวงจร หรือเพลิงไหม้ได้

การทดสอบด้านความปลอดภัยจึงครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น

การทดสอบแรงดันไฟฟ้า (Dielectric Test)
ตรวจสอบความสามารถของฉนวนและส่วนประกอบในการทนต่อแรงดันไฟฟ้า เพื่อป้องกันการทะลุของฉนวนหรือความผิดปกติทางไฟฟ้า

การทดสอบความต้านทานฉนวน (Insulation Resistance Test)
ตรวจสอบว่าฉนวนสามารถป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไปยังโครงสร้างหรือส่วนที่ผู้ใช้งานอาจสัมผัสได้อย่างเหมาะสม

การประเมินความเสี่ยงจากไฟฟ้าและเพลิงไหม้
ตรวจสอบการออกแบบ วัสดุ และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากไฟรั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร และการเกิดเพลิงไหม้ระหว่างการใช้งาน

กล่าวง่าย ๆ คือ มอก. 61215 เน้นว่าแผงทำงานได้ดีและทนทานหรือไม่ ส่วน มอก. 61730 เน้นว่าแผงมีความปลอดภัยต่อการใช้งานหรือไม่ ซึ่งทั้งสองมาตรฐานมีบทบาทแตกต่างกันและควรพิจารณาควบคู่กัน

มอก. 61215 กับ มอก. 61730 ต่างกันอย่างไร

มาตรฐาน เน้นการตรวจสอบ ตัวอย่างการทดสอบ
มอก. 61215 / IEC 61215 สมรรถนะและความทนทาน ความร้อนและความชื้น, UV, แรงทางกล, ลูกเห็บ
มอก. 61730 / IEC 61730 ความปลอดภัย แรงดันไฟฟ้า, ความต้านทานฉนวน, ความเสี่ยงไฟรั่วและไฟไหม้

แม้มาตรฐานทั้งสองจะเกี่ยวข้องกับแผงโซลาร์เซลล์เหมือนกัน แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ เนื่องจาก มอก. 61215 เน้นคุณภาพและความทนทานของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ มอก. 61730 เน้นความปลอดภัยทางไฟฟ้าและการใช้งาน

ทำไมแผงโซลาร์เซลล์ต้องมีมาตรฐาน มอก.

แผงโซลาร์เซลล์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนานและต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมภายนอกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แสงแดดจัด อุณหภูมิสูง ความชื้น ฝน ไปจนถึงแรงลม หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าที่ลดลง แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบทั้งหมด

การกำหนดมาตรฐานจึงมีส่วนช่วยให้แผงที่เข้าสู่ตลาดผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยตามข้อกำหนด รวมถึงช่วยป้องกันแผงที่มีสมรรถนะต่ำกว่าที่ระบุหรือผลิตภัณฑ์ด้อยคุณภาพเข้าสู่ตลาด

แผงโซลาร์เซลล์ที่มีมาตรฐาน IEC แล้ว ต้องขอ มอก. หรือไม่

มาตรฐาน IEC 61215 และ IEC 61730 เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ และข้อกำหนดของ มอก. หลายรายการมีการอ้างอิงมาตรฐาน IEC เหล่านี้

อย่างไรก็ตาม การที่ผลิตภัณฑ์มีใบรับรองหรือผลทดสอบตาม IEC ไม่ได้หมายความว่าจะถือว่าได้รับใบอนุญาต มอก. ในประเทศไทย ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจึงต้องตรวจสอบมาตรฐานที่บังคับใช้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงหลักเกณฑ์การรับผลทดสอบและขั้นตอนการขออนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ให้ครบถ้วนก่อนผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่าย

มาตรฐานสำคัญสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ประกอบด้วย มอก. 61215 ซึ่งมุ่งเน้นสมรรถนะและความทนทานของแผง และ มอก. 61730 ซึ่งมุ่งเน้นความปลอดภัยในการใช้งาน การผ่านมาตรฐานจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเอกสาร แต่ช่วยควบคุมคุณภาพ ลดความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน และเพิ่มความปลอดภัยของระบบโซลาร์เซลล์ในระยะยาว

สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า ควรตรวจสอบมาตรฐานและข้อกำหนดที่บังคับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนให้ถูกต้องก่อนดำเนินการผลิต นำเข้า หรือวางจำหน่าย เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย Livilution บริการรับจด มอก. พร้อมให้คำปรึกษา ตั้งแต่การตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เข้าข่ายมาตรฐานใด การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงขั้นตอนการดำเนินการขอใบอนุญาต เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี

แชร์บทความนี้....