Power Bank หรือแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า กลายเป็นอุปกรณ์ที่แทบทุกคนใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ด้วยความที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการกักเก็บและจ่ายพลังงานไฟฟ้า จึงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น ความร้อนสูง การลัดวงจร หรือการระเบิด หากผลิตไม่ได้มาตรฐาน ด้วยเหตุนี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จึงกำหนดให้แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม มอก. 2879-2560 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยสำหรับ Power Bank โดยเฉพาะ บทความนี้ Livilution จะพาไปทำความเข้าใจขอบข่ายผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดสำคัญ และแนวทางการขอ มอก. สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- มอก. 2879-2560 ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ประเภทใด
- ผลิตภัณฑ์ใดไม่อยู่ในขอบข่าย มอก. 2879-2560
- ข้อมูลที่ต้องแสดงบนฉลาก Power Bank
- คู่มือการใช้งาน Power Bank ต้องเป็นภาษาไทย
- โรงงานต้องมีขั้นตอนการผลิตอย่างไร
- การตรวจระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน
- การจำแนกผลิตภัณฑ์เพื่อขออนุญาต
- การเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบ
- โรงงานต้องทดสอบอะไรบ้าง
- การแสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code
- การตรวจติดตามหลังได้รับใบอนุญาต
ปัจจุบันแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า หรือ Power Bank เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและจ่ายพลังงานไฟฟ้า จึงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การเกิดความร้อนสูง การลัดวงจร หรือการระเบิดได้ หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จึงกำหนดให้แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม มอก. 2879-2560 แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าสำหรับการใช้งานแบบพกพา – คุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา
มอก. 2879-2560 ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ประเภทใด
มาตรฐานนี้ครอบคลุม แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าสำหรับการใช้งานแบบพกพา (Portable Power Bank) ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
- เป็นอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานแบบพกพา
- ใช้แบตเตอรี่ทุติยภูมิ (Rechargeable Battery)
- มีวงจรอัดประจุไฟฟ้าในตัว
- มีช่องจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง (DC Output) อย่างน้อย 1 ช่องทาง
- มีแรงดันไฟฟ้าด้านออกไม่เกิน 6 โวลต์ (V)
- รองรับระบบชาร์จเร็ว (Quick Charge) ได้
โดยมาตรฐานนี้ครอบคลุมทั้งการใช้งานตามปกติ และการใช้งานผิดวิธีที่สามารถคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล เพื่อประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน
ผลิตภัณฑ์ใดไม่อยู่ในขอบข่าย มอก. 2879-2560
แม้ผลิตภัณฑ์บางชนิดจะมีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ภายใต้ มอก. 2879-2560 เสมอไป โดยมาตรฐานฉบับนี้ครอบคลุมเฉพาะ แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า (Power Bank) ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นแหล่งจ่ายพลังงานแบบพกพาโดยตรง เท่านั้น
ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อยู่ในขอบข่าย ได้แก่
- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ในตัวและมีฟังก์ชันจ่ายไฟเป็นเพียงส่วนเสริม เช่น ลำโพงพกพา คอมพิวเตอร์พกพา (Laptop) หรือแท็บเล็ต ซึ่งหน้าที่หลักของผลิตภัณฑ์ไม่ได้เป็นการสำรองพลังงานไฟฟ้า
- แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าด้านออกสูงกว่า 6 โวลต์ทุกช่องทาง เช่น เครื่อง Jump Starter สำหรับสตาร์ทรถยนต์ หรือ Portable Power Station ที่ออกแบบมาสำหรับงานเฉพาะทาง
- ระบบสำรองไฟฟ้าต่อเนื่อง (UPS) ซึ่งใช้สำรองไฟให้คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร โดยมีลักษณะการใช้งานและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยแตกต่างจาก Power Bank ทั่วไป
ข้อมูลที่ต้องแสดงบนฉลาก Power Bank
ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องแสดงข้อมูลสำคัญบนผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน ได้แก่
- ชื่อผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย
- เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายชี้บ่ง
- ประเทศผู้ผลิต
- แบบรุ่น (Model)
- หมายเลขลำดับเครื่อง (Serial Number) (กรณีที่กำหนด)
- แรงดันไฟฟ้าด้านเข้า (Input Voltage)
- แรงดันไฟฟ้าด้านออก (Output Voltage)
- กระแสไฟฟ้าด้านเข้า (Input Current)
- กระแสไฟฟ้าด้านออก (Output Current)
- ความถี่ด้านเข้า (กรณีใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ)
- ความจุไฟฟ้าที่กำหนด (mAh หรือ Ah)
- เดือนและปีที่ผลิต
คู่มือการใช้งาน Power Bank ต้องเป็นภาษาไทย
นอกจากฉลากแล้ว ผู้ประกอบการต้องจัดทำคู่มือหรือข้อแนะนำการใช้งานภาษาไทยให้กับผู้บริโภค โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูลดังนี้
ข้อแนะนำการใช้งานทั่วไป
- ควรชาร์จในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
- ไม่ควรชาร์จใต้หมอน ผ้าห่ม หรือวัสดุติดไฟง่าย
- หลีกเลี่ยงความร้อน แสงแดด ความชื้น และน้ำ
- ห้ามถอดแยกชิ้นส่วนหรือเผาทำลาย
- หลีกเลี่ยงการกระแทก กดทับ งอ หรือเจาะตัวผลิตภัณฑ์
- ห้ามทำให้เกิดการลัดวงจร
- ไม่ควรใช้งานหากตัวเครื่องเปียกหรือเสียหาย
ข้อแนะนำในการชาร์จไฟ
ต้องระบุวิธีการชาร์จอย่างถูกต้องตามที่ผู้ผลิตกำหนด
ข้อมูลเกี่ยวกับความร้อน
ต้องแจ้งข้อมูลการเกิดความร้อนระหว่างการใช้งานตามปกติ
แนวทางการกำจัดทิ้ง
เช่น การแสดงสัญลักษณ์ห้ามทิ้งรวมกับขยะทั่วไป
โรงงานต้องมีขั้นตอนการผลิตอย่างไร
สำหรับมาตรฐานนี้ สมอ. กำหนดว่าโรงงานที่ยื่นขอใบอนุญาตจะต้องมีอย่างน้อยกระบวนการ ประกอบแบตเตอรี่ ประกอบแผงวงจรไฟฟ้า ประกอบเปลือกหุ้ม จนสำเร็จเป็นผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าพร้อมใช้งาน
การตรวจระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน
โรงงานผู้ผลิตต้องมีระบบควบคุมคุณภาพที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ สมอ. โดยสามารถใช้หลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่
- รายงานการประเมินโรงงาน จากหน่วยตรวจหรือสำนักงานที่ได้รับการยอมรับ
- Letter of Conformance จากโรงงานต่างประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น Registered Manufacturer
การจำแนกผลิตภัณฑ์เพื่อขออนุญาต
การออกใบอนุญาต มอก. จะพิจารณาตามลักษณะของแบตเตอรี่ ดังนี้
ประเภทแบตเตอรี่
- Lithium Ion
- Lithium Polymer
- Nickel-Cadmium
- Nickel-Metal Hydride
- อื่น ๆ
รูปทรงเซลล์
- ทรงกระบอก
- ทรงเหลี่ยม
- รูปแบบอื่นตามที่ระบุ
ระบบขั้วไฟฟ้าลบ
- ไอออนลิเทียม
- โลหะลิเทียม
- โลหะเจือลิเทียม
- หรือระบบอื่นตามที่กำหนด
ระบบขั้วไฟฟ้าบวก
- โคบอลต์ (C)
- นิกเกิล (N)
- แมงกานีส (M)
- วานาเดียม (V)
- ไทเทเนียม (T)
- หรือระบบเคมีอื่น
ความจุไฟฟ้า
ระบุเป็น mAh ตามที่ผู้ผลิตกำหนด
แบบรุ่น (Model)
ระบุรุ่นสินค้าที่ขออนุญาต
การเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบ
สมอ. จะสุ่มเก็บตัวอย่างตามประเภทแบตเตอรี่ รูปทรงเซลล์ และระบบเคมีของแบตเตอรี่
กรณียื่นไม่เกิน 10 รุ่น
เก็บตัวอย่าง 2 ชุด โดยเลือก
- รุ่นที่มีความจุต่ำสุด
- รุ่นที่มีความจุสูงสุด
กรณียื่นมากกว่า 10 รุ่น
- เก็บตัวอย่างต่ำสุดและสูงสุด 2 ชุด
- เพิ่มตัวอย่างอีก 1 ชุด ทุก ๆ 10 รุ่น
จำนวนตัวอย่างต่อชุด
- 37 หน่วยต่อชุดตัวอย่าง
- 41 หน่วยต่อชุด สำหรับแบตเตอรี่ Nickel-Cadmium และ Nickel-Metal Hydride
โรงงานต้องทดสอบอะไรบ้าง
โรงงานต้องมีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน และมีเครื่องมือทดสอบที่เหมาะสมสำหรับการทดสอบอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่
- ความทนทานทางไฟฟ้า
- ความจุไฟฟ้าของแบตเตอรี่
- การเกิดความร้อนผิดปกติ
การแสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code
หลังได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานตามเงื่อนไขดังนี้
ตำแหน่งการแสดง
- ต้องแสดงบนตัวผลิตภัณฑ์
- สามารถแสดงบนบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติมได้
ขนาดเครื่องหมาย มอก.
- ขนาดไม่น้อยกว่า 5 มิลลิเมตร
- หมายเลขมาตรฐานสูงไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร
QR Code มอก.
- ต้องแสดงในบริเวณเดียวกับเครื่องหมายมาตรฐาน
- ขนาดไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร
- หากไม่สามารถติดบนตัวสินค้าได้ สามารถติดบนบรรจุภัณฑ์แทนได้ แต่ยังต้องมีเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์
การตรวจติดตามหลังได้รับใบอนุญาต
หลังได้รับใบอนุญาตแล้ว สมอ. มีสิทธิ์เข้าตรวจติดตามโรงงานและผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อยืนยันว่าผู้ประกอบการยังคงรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง ผู้รับใบอนุญาตจึงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของ สมอ. อย่างเคร่งครัดตลอดอายุใบอนุญาต
มอก. 2879-2560 เป็นมาตรฐานบังคับสำหรับแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า (Power Bank) ที่กำหนดทั้งด้านความปลอดภัย การทดสอบผลิตภัณฑ์ ระบบควบคุมคุณภาพโรงงาน การแสดงฉลาก และการติดเครื่องหมาย มอก. เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานก่อนวางจำหน่ายในประเทศไทย
หากคุณเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือเจ้าของแบรนด์ Power Bank ที่ต้องการขอ มอก. 2879-2560 แต่ไม่แน่ใจว่าสินค้าเข้าข่ายมาตรฐานหรือไม่ Livilution Consult พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยให้การขอ มอก. แบตเตอรรี่สำรองไฟฟ้า เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดความยุ่งยากในการดำเนินงาน เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้เลย।




