นำเข้าคอนแทคเลนส์ ยื่นขอ อย. อย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ถ้ากำลังวางแผน นำเข้าคอนแทคเลนส์ มาขายในไทย เรื่อง อย. เป็นอีกขั้นตอนที่ต้องเตรียมให้เรียบร้อย เพราะคอนแทคเลนส์ทุกประเภทจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแบบมีค่าสายตา เลนส์สี หรือใช้เพื่อความสวยงาม บทความนี้ Livilution มาพร้อมขั้นตอนการยื่นขอ อย. นำเข้าคอนแทคเลนส์ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง มาดูกัน


สรุปแบบสั้นๆ

  • คอนแทคเลนส์จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์มีค่าสายตา ไม่มีค่าสายตา เลนส์สี เลนส์แฟชั่น หรือเลนส์ที่ใช้ในการรักษา
  • คอนแทคเลนส์ทุกชนิดที่นำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ต้องดำเนินการกับ อย. ก่อน โดยผู้นำเข้าต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ และขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ให้เรียบร้อย
  • เอกสารที่ใช้ยื่น มีทั้งเอกสารของผู้นำเข้า เอกสารจากผู้ผลิต รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ฉลาก เอกสารกำกับ ข้อมูลด้านความปลอดภัย และผลการทดสอบ
  • คอนแทคเลนส์ต้องเตรียมเอกสารแบบ Full CSDT พร้อมตรวจสอบประเภทความเสี่ยงและการจัดกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกรณีมีหลายรุ่น หลายสี หลายค่าสายตา หรือหลายขนาด
  • ขั้นตอนยื่นเริ่มจากการสมัคร Open ID เปิดสิทธิ์ SKYNET จดทะเบียนสถานประกอบการ เตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ ชำระค่าธรรมเนียม และแก้ไขเอกสารตามข้อสังเกตของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้นำเข้าเพื่อจำหน่ายได้

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


คอนแทคเลนส์จัดเป็นสินค้าประเภทใด

คอนแทคเลนส์ หรือเลนส์สัมผัส (Contact Lens) จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ครอบบนกระจกตา และใช้สำหรับแก้ไขความผิดปกติทางสายตา ใช้ในการรักษา หรือใช้เพื่อความสวยงาม ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคอนแทคเลนส์มีค่าสายตา ไม่มีค่าสายตา เลนส์สี หรือเลนส์สำหรับใช้ทางการแพทย์ ก็อยู่ภายใต้การควบคุมในฐานะเครื่องมือแพทย์เช่นเดียวกัน

แบ่งคอนแทคเลนส์ตามการใช้งาน

หากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน คอนแทคเลนส์สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม ได้แก่

  • เลนส์แก้ไขสายตา (Corrective Lens) ใช้แก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง
  • เลนส์สำหรับรักษาโรค (Therapeutic Lens) ใช้ในการรักษาหรือดูแลภาวะของดวงตา
  • เลนส์เสริมความงาม (Cosmetic/Colored Lens) ใช้เปลี่ยนสีหรือลักษณะของดวงตา รวมถึงเลนส์แฟชั่นที่ไม่มีค่าสายตา

แม้เลนส์บางประเภทจะไม่ได้มีไว้แก้ไขสายตา แต่เมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับกระจกตา ก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายเครื่องมือแพทย์

แบ่งคอนแทคเลนส์ตามวัสดุ

หากแบ่งตามวัสดุ คอนแทคเลนส์สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม และ คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง โดยมีลักษณะแตกต่างกันดังนี้

  • คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ผลิตจากวัสดุที่มีความนุ่มและยืดหยุ่น เช่น พลาสติก ไฮโดรเจล หรือซิลิโคนไฮโดรเจล สามารถโค้งรับกับดวงตาได้ดี และเป็นชนิดที่พบได้ทั่วไป
  • คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง ผลิตจากวัสดุที่ก๊าซสามารถซึมผ่านได้ มีลักษณะแข็งกว่าชนิดนิ่ม และช่วยให้มองเห็นได้คมชัดในบางกรณี แต่ผู้ใช้อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากกว่า

คอนแทคเลนส์จัดเป็นสินค้าประเภทใด

คอนแทคเลนส์แบบไหนต้องขอ อย. ก่อน

คอนแทคเลนส์ทุกชนิดที่นำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของ อย. ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ที่มีค่าสายตาหรือไม่มีค่าสายตา เช่น คอนแทคเลนส์สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง คอนแทคเลนส์สำหรับใช้ทางการแพทย์ รวมถึงคอนแทคเลนส์สีและคอนแทคเลนส์แฟชั่น

ก่อนนำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่าย ผู้นำเข้าต้องมี ใบจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ และดำเนินการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ตามประเภทและข้อกำหนดของ อย. จึงไม่ควรดูแค่ว่าผลิตภัณฑ์มีค่าสายตาหรือไม่ เพราะเลนส์สีหรือเลนส์แฟชั่นที่ไม่มีค่าสายตาก็ยังจัดเป็นเครื่องมือแพทย์เช่นเดียวกัน

เอกสารที่ต้องใช้ยื่นขอ อย. นำเข้าคอนแทคเลนส์

เอกสารที่ใช้ยื่นขอ อย. ควรเตรียมให้ข้อมูลของผู้นำเข้า ผู้ผลิต และตัวผลิตภัณฑ์ตรงกัน โดยเอกสารที่ใช้สามารถแบ่งได้เป็นหลายส่วน ดังนี้

  • เอกสารของผู้นำเข้า เช่น หนังสือรับรองบริษัทหรือเอกสารนิติบุคคล ข้อมูลสถานประกอบการนำเข้า ข้อมูลสถานที่เก็บรักษา เอกสารของผู้ควบคุมการนำเข้า ใบจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ และหนังสือมอบอำนาจ หากมีผู้ดำเนินการแทน
  • เอกสารจากผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ เช่น ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต ข้อมูลสถานที่ผลิต หนังสือรับรองระบบคุณภาพของผู้ผลิต Declaration of Conformity (DOC) และ Letter of Authorization (LOA) กรณีผู้นำเข้าในประเทศไทยไม่ใช่เจ้าของผลิตภัณฑ์
  • เอกสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อทางการค้า รุ่น รายการสินค้า ลักษณะการใช้งาน วัสดุ ขนาด ค่าสายตา ค่าความโค้ง เส้นผ่านศูนย์กลาง วิธีการผลิต วิธีทำให้ปราศจากเชื้อ อายุผลิตภัณฑ์ และวิธีเก็บรักษา
  • ฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ ต้องมีข้อมูล เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต ชื่อและที่อยู่ผู้นำเข้า Lot หรือเลขครั้งที่ผลิต วันผลิตหรือวันหมดอายุ วิธีเก็บรักษา คำเตือน และข้อควรระวัง ส่วนเอกสารกำกับควรอธิบายวิธีใส่และถอด วิธีทำความสะอาด วิธีเก็บรักษา ระยะเวลาการใช้งาน ข้อห้ามใช้ และคำเตือนให้ชัดเจน
  • เอกสารด้านความปลอดภัยและผลการทดสอบ อาจประกอบด้วยข้อมูลคุณสมบัติของวัสดุ ความเข้ากันได้ทางชีวภาพ ความปราศจากเชื้อ ความคงสภาพ อายุการเก็บรักษา สมรรถนะของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง

หากนำเข้าคอนแทคเลนส์หลายรุ่น หลายสี หลายค่าสายตา หรือหลายขนาด ควรเช็คเพิ่มเติมว่าแต่ละรายการสามารถยื่นรวมในคำขอเดียวกันได้หรือไม่ เพราะมีผลต่อจำนวนคำขอและชุดเอกสารที่ต้องเตรียม

ขั้นตอนยื่นขอ อย. นำเข้าคอนแทคเลนส์

การนำเข้าคอนแทคเลนส์เพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ต้องดำเนินการทั้งในส่วนของ สถานประกอบการนำเข้า และ การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ โดยคอนแทคเลนส์จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีประกาศควบคุมเฉพาะ และการขึ้นทะเบียนต้องเตรียมเอกสารในรูปแบบ Full CSDT โดยมีขั้นตอนต่อไปนี้

  1. สมัคร Open ID และเปิดสิทธิ์ใช้งานระบบ SKYNET
    หากยังไม่เคยยื่นคำขอกับ อย. ต้องมี Open ID สำหรับเข้าใช้งานระบบ SKYNET ก่อน จากนั้นจึงเปิดสิทธิ์สำหรับงานเครื่องมือแพทย์ กรณีมีผู้ยื่นเอกสารแทนบริษัท ต้องเตรียมหนังสือมอบอำนาจ พร้อมเอกสารของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจตามที่กำหนด เมื่อเปิดสิทธิ์เรียบร้อยแล้วจึงเริ่มยื่นคำขอผ่านระบบได้
  2. จดทะเบียนสถานประกอบการ
    ก่อนขึ้นทะเบียนคอนแทคเลนส์ บริษัทต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ก่อน โดยต้องเตรียมข้อมูลบริษัท สถานที่นำเข้า สถานที่เก็บรักษา และข้อมูลผู้ควบคุมการนำเข้า สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ปัจจุบันใช้คำขอแบบ สน.1 พร้อมเอกสารประกอบ เช่น หนังสือรับรองบริษัท แผนที่ตั้ง รูปสถานที่นำเข้าและสถานที่เก็บรักษา รวมถึงเอกสารของผู้ควบคุมการนำเข้า หากมีสถานที่เก็บมากกว่า 1 แห่ง หรือมีผู้ควบคุมมากกว่า 1 คน จะมีเอกสารแนบท้ายเพิ่มเติม
  3. ตรวจสอบประเภทความเสี่ยงและการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์
    ก่อนสร้างคำขอขึ้นทะเบียน ต้องเช็คประเภทความเสี่ยงและดูว่าคอนแทคเลนส์ที่จะนำเข้าควรยื่นเป็นกี่คำขอ เพราะการจัดกลุ่มมีผลต่อเอกสารที่ต้องเตรียม เช่น สินค้ารุ่นเดียวกันแต่มีหลายค่าสายตา หลายสี หลายขนาด หรือหลายรายการ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรวมอยู่ในคำขอเดียวกันได้ทั้งหมด จึงควรตรวจสอบเกณฑ์การจัดกลุ่มก่อนจัดทำชุดเอกสาร
  4. เตรียมชุดเอกสาร Full CSDT สำหรับคอนแทคเลนส์
    คอนแทคเลนส์อยู่ในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่มีประกาศควบคุมเฉพาะ จึงต้องเตรียมเอกสารแบบ Full CSDT ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ฉลาก เอกสารกำกับ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เอกสารด้านความปลอดภัย ผลการทดสอบ ข้อมูลผู้ผลิต และเอกสารรับรองต่าง ๆก่อนนำเอกสารเข้าสู่ระบบ ควรเช็คให้ชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น รายการสินค้า ชื่อผู้ผลิต ที่อยู่โรงงาน วัสดุ ค่าสายตา ค่าความโค้ง เส้นผ่านศูนย์กลาง และข้อมูลบนฉลากตรงกันทั้งหมด โดยเฉพาะกรณีที่เอกสารมาจากหลายฝ่าย เช่น ผู้ผลิต เจ้าของแบรนด์ และบริษัทผู้นำเข้าในไทย เพราะหากข้อมูลไม่ตรงกัน อาจต้องกลับมาแก้ไขภายหลัง
  5. เตรียมฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์
    ฉลากและเอกสารกำกับเป็นส่วนหนึ่งของชุดเอกสารที่ใช้ยื่น อย. โดยข้อมูลต้องตรงกับตัวผลิตภัณฑ์ เช่น ชื่อสินค้า รุ่น ผู้ผลิต ผู้นำเข้า Lot วันหมดอายุ วิธีเก็บรักษา คำเตือน และข้อควรระวัง ส่วนเอกสารกำกับควรมีข้อมูลวิธีใช้ วิธีใส่และถอด การทำความสะอาด การเก็บรักษา และข้อห้ามใช้ตามลักษณะของผลิตภัณฑ์
  6. เตรียมข้อมูลด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และผลการทดสอบ
    ชุด Full CSDT ต้องมีข้อมูลที่แสดงว่าคอนแทคเลนส์มีคุณภาพและความปลอดภัยเหมาะกับการใช้งานที่ระบุ เช่น รายละเอียดวัสดุ ความเข้ากันได้ทางชีวภาพ ความปราศจากเชื้อ อายุการเก็บรักษา สมรรถนะของผลิตภัณฑ์ และข้อมูลด้านการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังมีบทสรุปเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ ประวัติการได้รับอนุญาตหรือจำหน่ายในประเทศอื่น รวมถึงข้อมูลเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในกรณีที่มีข้อมูลดังกล่าว
  7. กรอกคำขอและอัปโหลดเอกสารในระบบ
    เมื่อสถานประกอบการพร้อมและชุด Full CSDT ครบแล้ว จึงเข้าสู่ระบบ SKYNET เพื่อกรอกข้อมูลคำขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ พร้อมอัปโหลดเอกสารตามหัวข้อที่ระบบกำหนด ควรกรอกข้อมูลให้ตรงกับเอกสารต้นฉบับ โดยเฉพาะชื่อเครื่องมือแพทย์ รุ่น รายการสินค้า ผู้ผลิต และข้อมูลการใช้งาน เพื่อไม่ให้ข้อมูลในระบบกับเอกสารแนบต่างกัน
  8. ยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมตามขั้นตอน
    หลังตรวจข้อมูลครบแล้วจึงส่งคำขอเข้าสู่ระบบ และชำระค่าคำขอหรือค่าใช้จ่ายตามที่ระบบแจ้งในแต่ละช่วง จากนั้นคำขอจะเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจมีทั้งค่าคำขอ ค่าตรวจประเมิน หรือค่าใบอนุญาต ขึ้นอยู่กับขั้นตอนและประเภทคำขอ
  9. ติดตามผลและแก้ไขเอกสารเมื่อเจ้าหน้าที่มีข้อสังเกต
    หากเจ้าหน้าที่ตรวจแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบ ข้อมูลไม่ชัด หรือรายละเอียดไม่ตรงกัน จะมีการแจ้งข้อบกพร่องเพื่อให้แก้ไขผ่านระบบ ควรอ่านแต่ละประเด็นให้ครบก่อนแก้ เพราะคำขอเดียวอาจมีข้อสังเกตหลายส่วน ทั้งฉลาก เอกสารผู้ผลิต ข้อมูลทางเทคนิค หรือรายการรุ่นสินค้า
  10. รับผลการอนุญาตก่อนนำเข้าเพื่อจำหน่าย
    เมื่อคำขอผ่านการพิจารณาและได้รับอนุญาตแล้ว จึงใช้ผลการขึ้นทะเบียนสำหรับดำเนินการนำเข้าคอนแทคเลนส์เพื่อจำหน่ายได้ ก่อนสั่งสินค้าหรือจัดส่งเข้าประเทศ ควรเช็คอีกครั้งว่า ชื่อสินค้า รุ่น รายการคอนแทคเลนส์ ผู้ผลิต และข้อมูลบนฉลากตรงกับรายการที่ได้รับอนุญาต เพื่อลดปัญหาในขั้นตอนตรวจปล่อยสินค้า

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกองควบคุมเครื่องมือแพทย์

การนำเข้าคอนแทคเลนส์มีหลายขั้นตอน ตั้งแต่จดทะเบียนสถานประกอบการ เตรียมเอกสารจากผู้ผลิต ไปจนถึงยื่นขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ อย. หากข้อมูลหรือเอกสารไม่ตรงกัน อาจทำให้ต้องกลับมาแก้ไขและใช้เวลาดำเนินการนานขึ้น หากกำลังวางแผนนำเข้าคอนแทคเลนส์ แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มจากขั้นตอนไหน Livilution บริการรับจด อย. พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยดำเนินการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ สามารถกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult หรือโทร 098-525-4415 เพื่อปรึกษาเบื้องต้นได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

นำเข้าคอนแทคเลนส์จากต่างประเทศมาทดลองตลาดก่อน ต้องขอ อย. ไหม

หากเป็นการนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของ อย. ก่อน แต่ถ้าเป็นการนำเข้าเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น ตัวอย่างสินค้า การทดสอบ หรือการวิจัย ควรเช็คเงื่อนไขของการนำเข้าในกรณีนั้นแยกต่างหาก เพราะเอกสารและขั้นตอนอาจไม่เหมือนการนำเข้าเพื่อขาย

เปลี่ยนโรงงานผู้ผลิตคอนแทคเลนส์ ต้องยื่น อย. ใหม่หรือไม่

หากมีการเปลี่ยนผู้ผลิตหรือสถานที่ผลิต ควรตรวจสอบว่าข้อมูลที่ได้รับอนุญาตเดิมยังใช้ได้หรือไม่ เพราะข้อมูลผู้ผลิตเป็นส่วนหนึ่งของทะเบียนผลิตภัณฑ์ การเปลี่ยนแปลงบางกรณีอาจต้องยื่นแก้ไขข้อมูลหรือดำเนินการเพิ่มเติมก่อนนำเข้าสินค้ารุ่นใหม่

คอนแทคเลนส์หลายสี แต่เป็นรุ่นเดียวกัน ยื่นรวมกันได้ไหม

อาจยื่นรวมกันได้หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ อย. จึงต้องดูรายละเอียดของแต่ละรายการ เช่น รุ่น วัสดุ ขนาด ค่าสายตา สี และข้อมูลทางเทคนิค ก่อนตัดสินใจว่าจะรวมอยู่ในคำขอเดียวกันหรือแยกยื่นคนละคำขอ

แชร์บทความนี้....