อย. เผยผลตรวจเครื่องสำอางผสมสารอันตราย 7 พ.ย. 2569: 4 รายการ แอลโบทรอส พบไฮโดรควิโนน-กรดเรทิโนอิก โทษ และวิธีเช็กเลขจดแจ้ง

สรุปสั้น: วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดผลตรวจเครื่องสำอางผสมสารอันตราย 4 รายการ ที่เก็บตัวอย่างจากการตรวจค้นร่วมกับ บก.ปคบ. พบสารไฮโดรควิโนน ทุกรายการ และพบกรดเรทิโนอิก เพิ่มในหนึ่งรายการ อย. จัดให้ทั้ง 4 รายการเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ และเตือนให้หยุดใช้ทันที

บทความนี้สรุปชื่อสินค้า เลขที่ใบรับจดแจ้ง โทษตามข่าว และเช็กลิสต์สำหรับผู้บริโภค ร้านค้า และเจ้าของแบรนด์ ต่างจากบทความ รับเครื่องสำอางมาขาย ต้องเช็กอะไรบ้าง ที่เน้นการรับสต็อก และ โฆษณาเครื่องสำอางเกินจริง ที่เน้นข้อความโฆษณา

ผู้ซื้อพลิกดูฉลากกระปุกครีมในร้านค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
ก่อนซื้อครีมทุกครั้ง ควรอ่านฉลากภาษาไทยและตรวจเลขที่ใบรับจดแจ้ง ภาพประกอบสร้างด้วย AI

เกิดอะไรขึ้น: ลำดับเหตุการณ์ตามข่าว อย.

ข่าวแจกฉบับที่ 19 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของ อย. สรุปได้ดังนี้

  • ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 — อย. ร่วมกับ บก.ปคบ. ตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยลักลอบผลิตและขายเครื่องสำอาง 2 แห่ง และส่งตัวอย่างให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
  • ผลวิเคราะห์ — พบสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง 4 รายการ
  • ต้นเดือนตุลาคม 2569 — อย. ส่งรายงานผลให้ บก.ปคบ. ใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบสำนวน คดีอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
  • 7 พฤศจิกายน 2569 — อย. เผยแพร่ผลตรวจและเตือนประชาชนให้หยุดใช้

ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษา บทความนี้อ้างเฉพาะข้อเท็จจริงที่ อย. แถลง

รายชื่อเครื่องสำอางผสมสารอันตราย 4 รายการที่ อย. ประกาศ

ตารางคัดจากข่าวแจกของ อย. ชื่อและเลขเป็นข้อความที่ “ฉลากระบุ” ไม่ได้ยืนยันว่าใครเป็นผู้ผลิตจริง

ลำดับชื่อ/ลักษณะตามข่าวเลขที่ใบรับจดแจ้งบนฉลากสารที่ตรวจพบ
1แอลโบทรอส ไวท์เทนนิ่ง ครีม 3 (ไม่ระบุวันผลิตและวันหมดอายุ ฉลากระบุผู้แทนจำหน่าย บริษัทแอลโบทรอส กรุ๊ป จำกัด)12-1-6900003013ไฮโดรควิโนน
2แอลโบทรอส ไนท์ ครีม 4 (ไม่ระบุวันผลิตและวันหมดอายุ ฉลากระบุผู้แทนจำหน่ายรายเดียวกัน)12-1-6900003122ไฮโดรควิโนน และกรดเรทิโนอิก
3ALBOTROSS WHITENING CREAM 3 ในกระปุกพลาสติกขุ่นสีขาวไม่ระบุไฮโดรควิโนน
4ครีมสีขาวในถุงพลาสติกใส ไม่มีฉลากไม่มีฉลากไฮโดรควิโนน

สองรายการแรกมีเลขที่ใบรับจดแจ้งบนฉลากแต่ไม่มีวันผลิตและวันหมดอายุ อีกสองรายการไม่มีเลขหรือไม่มีฉลาก ทั้งหมดพบสารห้ามใช้เหมือนกัน การเห็นเลขบนกล่องจึงไม่ใช่หลักประกันว่าเนื้อครีมปลอดภัย

ไฮโดรควิโนนและกรดเรทิโนอิกอันตรายอย่างไร

ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)

อย. อธิบายว่าเครื่องสำอางที่ผสมไฮโดรควิโนนอาจทำให้แพ้ ระคายเคือง หน้าแดงอักเสบ แสบร้อน มีตุ่มแดง และผิวบริเวณที่ทาคล้ำลงกว่าเดิม ถ้าใช้ต่อเนื่องอาจกลายเป็นฝ้าถาวรและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง หากได้รับเกินขนาด สารอาจดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้มีอาการสั่น ชัก หรือแพ้ได้

กรดเรทิโนอิก (Retinoic acid)

ตามข่าว กรดเรทิโนอิกทำให้หน้าแดง แสบร้อนรุนแรง ระคายเคือง อักเสบ และไวต่อแสงแดดหรือแสงไฟ ที่สำคัญคืออาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนมีบุตรจึงควรระวังเป็นพิเศษ

อย. ย้ำว่าอย่าหลงเชื่อโฆษณาหรือรีวิวครีมที่อ้างว่ารักษาฝ้าหาย เพราะเสี่ยงได้สินค้าที่ผสมสารห้ามใช้

เครื่องสำอางผสมสารอันตราย ผิดกฎหมายข้อไหน โทษเท่าไร

ข่าวแจกวันที่ 7 พ.ย. 2569 ระบุโทษไว้ ดังนี้

  • ผู้ผลิตเพื่อขาย เครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 27 (1) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ผู้ขายหรือตัวแทนจำหน่าย เครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยดังกล่าว โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตัวเลขนี้อ้างตามข่าวแจกฉบับนี้ ข่าวคดีอื่นอาจสรุปโทษต่างกันตามฐานความผิดและข้อเท็จจริง ส่วนความผิดเรื่องโฆษณาเกินจริงเป็นอีกหมวด อ่านแยกที่ โทษโฆษณาเครื่องสำอางเกินจริง

ถ้าใช้ครีมกลุ่มนี้อยู่ ควรทำอย่างไร

  1. หยุดใช้ทันที ตามคำเตือนของ อย. ไม่ว่าผิวจะยังไม่มีอาการก็ตาม
  2. เก็บกระปุก ฉลาก และหลักฐานการซื้อ ไว้ใช้ร้องเรียน
  3. ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และนำผลิตภัณฑ์ไปด้วย
  4. แจ้งเบาะแส ได้ที่สายด่วน อย. 1556 อีเมล 1556@fda.moph.go.th หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

เช็กฉลากเครื่องสำอางก่อนซื้อ: ข้อมูลที่ต้องเห็น

อย. แนะนำให้ซื้อจากร้านที่มีหลักแหล่งชัดเจนหรือตัวแทนที่เชื่อถือได้ และดูว่าฉลากภาษาไทยมีข้อมูลครบ อย่างน้อยดังนี้

  • ชื่อเครื่องสำอาง และประเภทของผลิตภัณฑ์
  • สารที่เป็นส่วนผสม
  • วิธีใช้
  • ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
  • ปริมาณสุทธิ
  • เลขที่หรือครั้งที่ผลิต (Lot/Batch)
  • เดือนและปีที่ผลิต
  • เลขที่ใบรับจดแจ้ง

ฉลากที่ขาดวันผลิตคือสัญญาณเตือนที่สังเกตได้เองตั้งแต่หน้าร้าน รายละเอียดแต่ละช่องอ่านเพิ่มที่ ฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้องตามกฎ อย.

วิธีตรวจเลขที่ใบรับจดแจ้งด้วยตัวเอง

  1. คัดลอกเลขที่ใบรับจดแจ้งจากฉลากจริง ไม่ใช้เลขจากภาพโฆษณาหรือแคปชัน
  2. ค้นในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ อย. หรือสอบถามทาง LINE @FDAThai
  3. เทียบชื่อผลิตภัณฑ์ ประเภท และชื่อผู้จดแจ้งในระบบกับสินค้าในมือให้ตรงกันทุกจุด
  4. ถ้าค้นไม่เจอ ข้อมูลไม่ตรง หรือฉลากขาดข้อมูลสำคัญ ไม่ควรซื้อหรือใช้

เลขที่ใบรับจดแจ้งยืนยันแค่ว่ามีการแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไม่ได้รับรองว่าทุกกระปุกผลิตตามสูตรที่แจ้ง

ไฮโดรควิโนนในยาที่แพทย์สั่ง ต่างจากครีมที่ซื้อใช้เองอย่างไร

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่าไฮโดรควิโนน ถูกห้ามใส่ในเครื่องสำอางที่วางขายทั่วไป แต่แพทย์ในคลินิกยังจ่ายยาที่มีสารนี้ให้ผู้ป่วยฝ้าได้ตามดุลยพินิจ ภายใต้การติดตามอาการ ความเสี่ยงจึงอยู่ที่ครีมที่ซื้อมาทาเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล และไม่รู้ว่าผสมไว้เท่าไร ซึ่งตรงกับสินค้าในข่าวนี้

ถ้าครีมขายเป็น “เครื่องสำอาง” แต่โฆษณาว่ารักษาฝ้าหายหรือขาวเร็วผิดปกติ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน เพราะเครื่องสำอางไม่ใช่ยา

ทดสอบเองที่บ้านเชื่อได้แค่ไหน

วิธีหยดน้ำผงซักฟอกที่แชร์กันออนไลน์เป็นการดูการเปลี่ยนสีแบบคร่าว ๆ สารอื่นก็เปลี่ยนสีได้ จึงใช้ยืนยันผลไม่ได้ การยืนยันต้องตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยที่ตรวจตัวอย่างในข่าวนี้ ถ้าสงสัย ให้หยุดใช้และแจ้ง อย. แทนการทดสอบเอง

ร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายต้องทำอะไรตอนนี้

  • ตรวจสต็อกทันทีว่ามีชื่อหรือเลขตรงกับ 4 รายการในข่าวหรือไม่ ถ้ามี ให้หยุดขายและแยกเก็บ
  • ขอสำเนาใบรับจดแจ้งและใบกำกับสินค้าจากผู้ส่งทุกครั้ง
  • ไม่รับสินค้าที่ไม่มีวันผลิต ไม่มีเลข Lot หรือบรรจุแบบไม่มีฉลาก แม้ราคาจะถูกมาก
  • เลิกใช้คำโฆษณาแนวรักษาฝ้าหายหรือขาวทันใจ

ตามข่าว ผู้ขายมีโทษแยกจากผู้ผลิต ขั้นตอนตรวจสินค้าก่อนรับเข้าร้านอยู่ใน เช็กลิสต์รับเครื่องสำอางมาขาย

เจ้าของแบรนด์และผู้ผลิต: กันสารห้ามใช้ตั้งแต่สูตร

ถ้าคุณจ้างผลิตหรือนำเข้าในชื่อแบรนด์ตัวเอง ความเสี่ยงอยู่ที่สูตรและการควบคุมแต่ละล็อต แนวทางที่ใช้ได้จริงคือ

  • ตรวจรายชื่อส่วนผสมทุกตัวกับบัญชี วัตถุที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ฉบับล่าสุด ก่อนยื่นจดแจ้ง
  • ให้โรงงานยืนยันสูตรเป็นลายลักษณ์อักษร และเก็บตัวอย่างแต่ละล็อต
  • ใส่ Lot และเดือนปีที่ผลิตบนฉลากทุกชิ้น เพื่อให้ตรวจย้อนกลับได้หากมีปัญหา

Livilution รับจดแจ้งเครื่องสำอาง เริ่มต้น 3,500 บาทต่อรายการ (ก่อน VAT ตามหน้าบริการ ณ วันที่ 8 พ.ย. 2569) ดูขอบเขตงานได้ที่ บริการจด อย. เครื่องสำอาง

คำถามที่พบบ่อย

อย. ประกาศเครื่องสำอางผสมสารอันตรายกี่รายการ

ข่าววันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ระบุ 4 รายการ ได้แก่ แอลโบทรอส ไวท์เทนนิ่ง ครีม 3, แอลโบทรอส ไนท์ ครีม 4, ALBOTROSS WHITENING CREAM 3 ในกระปุกพลาสติกขุ่น และครีมสีขาวในถุงใสไม่มีฉลาก

ตรวจพบสารอะไรบ้าง

พบไฮโดรควิโนนทั้ง 4 รายการ และพบกรดเรทิโนอิกเพิ่มในแอลโบทรอส ไนท์ ครีม 4 ทั้งสองเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางตามที่ อย. ระบุ

สินค้ามีเลขที่ใบรับจดแจ้งแล้ว ทำไมยังไม่ปลอดภัย

เลขที่ใบรับจดแจ้งแสดงว่ามีการแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ไว้ แต่ไม่รับรองว่าสินค้าทุกล็อตผลิตตามสูตรที่แจ้ง ในข่าวนี้ สองรายการมีเลขบนฉลากแต่ยังตรวจพบสารห้ามใช้

คนขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยมีโทษไหม

มี ข่าวแจกระบุว่าผู้ขายหรือตัวแทนจำหน่ายมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ผลิตเพื่อขายมีโทษตามมาตรา 27 (1) จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทดสอบไฮโดรควิโนนในครีมเองที่บ้านได้ไหม

การหยดน้ำผงซักฟอกดูการเปลี่ยนสีเป็นการทดสอบคร่าว ๆ ใช้ยืนยันผลไม่ได้ เพราะสารอื่นก็เปลี่ยนสีได้ การยืนยันต้องตรวจในห้องปฏิบัติการ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถ้าสงสัยให้หยุดใช้และแจ้ง อย.

ถ้าสงสัยว่าครีมที่ใช้มีสารอันตราย แจ้งที่ไหน

หยุดใช้ก่อน แล้วแจ้งสายด่วน อย. 1556 อีเมล 1556@fda.moph.go.th หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.fda.moph.go.th หรือ LINE @FDAThai

สรุป และให้ Livilution ช่วยตรวจก่อนขาย

เครื่องสำอางผสมสารอันตรายมีทั้งแบบมีเลขบนฉลากและแบบไม่มีฉลาก ผู้บริโภคควรหยุดใช้สินค้าในรายการ ร้านค้าควรตรวจสต็อก และเจ้าของแบรนด์ควรคุมสูตรและฉลากตั้งแต่ก่อนจดแจ้ง

Livilution Consult มีประสบการณ์ 6 ปี ในงานจดแจ้งเครื่องสำอาง ตรวจส่วนผสมกับบัญชีสารห้ามใช้ และตรวจฉลากภาษาไทย

ส่งรายการส่วนผสมหรือรูปฉลากมาให้เราช่วยเช็กเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult โทร 098-525-4415 (ปรึกษา อย.) หรือ 064-986-5445 (ปรึกษา มอก.)

แหล่งข้อมูลทางการ

ข้อมูล ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 สรุปจากข่าวแจกของ อย. เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

แชร์บทความนี้....
Livilution เป็นบริษัทที่ปรึกษาเอกชนที่ให้บริการรับดำเนินการด้านเอกสารเท่านั้น ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), สมอ. หรือหน่วยงานราชการใดๆ
ข้อมูลในเว็บไซต์นี้นำเสนอเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย การเงิน หรือวิชาชีพ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป ทางเรารับผิดชอบเฉพาะข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่