สรุปสั้น: วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (อย. อพท.) ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน มีผลิตภัณฑ์นำร่อง 37 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย ใน 9 จังหวัด เพื่อพัฒนาคุณภาพ ความปลอดภัย และโอกาสทางการตลาดผ่านการท่องเที่ยว
บทความนี้สรุปสาระ MoU และเช็กลิสต์สำหรับผู้ที่จะขอ อย. ผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ถูกต้องประเภท โดยไม่สร้างขั้นตอนใหม่ที่ไม่มีในข่าว อ่านคู่กับแนวทางอาหารและเครื่องสำอางที่ รับจด อย. อาหาร และ รับจด อย. เครื่องสำอาง

ใครลงนามและเป้าหมายคืออะไร
ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สุขภาพในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เป้าหมายตามข่าวคือพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างศักยภาพให้ผู้ประกอบการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นไปต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงมีสินค้าขายได้ระยะสั้น
ตัวเลขนำร่องที่ระบุในข่าว
- ผลิตภัณฑ์ 37 รายการ
- ผู้ประกอบการ 12 ราย
- 9 จังหวัด
- ตัวอย่างที่กล่าวถึง: ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากจังหวัดน่าน กล้วยไข่แปรรูปจากจังหวัดกำแพงเพชร และผลิตภัณฑ์จากตาลโตนดจากจังหวัดสงขลา
อพท. ได้สำรวจผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการสนับสนุนจาก อย. เบื้องต้นมาตั้งแต่การหารือในเดือนกันยายนก่อนหน้า ตามที่เลขาธิการ อย. เปิดเผย
อย. จะช่วยอะไรบ้าง (ตามข่าว)
อย. จะร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดให้คำปรึกษาตั้งแต่
- การพัฒนาสถานที่ผลิต
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์
- การเตรียมความพร้อมในการขออนุญาต
เลขาธิการ อย. ย้ำว่าความสำเร็จที่แท้จริงคือคนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ดีขึ้นและชุมชนพึ่งพาตนเองได้ ผู้ประกอบการต้องมีความรู้ไม่ใช่เพียงได้ฉลากแล้วจบ
มุม อพท.: เชื่อมการท่องเที่ยวกับสินค้ามาตรฐาน
ผู้อำนวยการ อพท. ระบุว่า อพท. มุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวที่สร้างประโยชน์ให้คนในพื้นที่ โดยนำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ชุมชน ความร่วมมือกับ อย. จะช่วยยกระดับคุณภาพและความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว และเชื่อมผู้ประกอบการกับเครือข่ายการท่องเที่ยวเพื่อขยายตลาด
เช็กลิสต์ก่อนขอ อย. ผลิตภัณฑ์ชุมชน
- คัดประเภทสินค้าให้ถูก — อาหาร เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ใช้กฎหมายคนละฉบับ
- ตรวจสถานที่ผลิต — สุขลักษณะและประเภทใบอนุญาตสถานที่ต้องสอดคล้องกับกิจการ
- จัดสูตรและฉลาก — ส่วนประกอบต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ประเภทสินค้านั้นอนุญาต
- ไม่โฆษณาสรรพคุณรักษาโรค หากยังไม่ได้อยู่ภายใต้หมวดที่อนุญาตให้กล่าวอ้างเช่นนั้น
- ประสาน สสจ. ในพื้นที่ ตามช่องทางสนับสนุนของความร่วมมือ
- แยกเอกสารต่อผลิตภัณฑ์ แม้เป็นสินค้าในชุมชนเดียวกัน แต่สูตรหรือประเภทต่างกันอาจขอคนละเส้นทาง
ตัวอย่างเส้นทางอาหารชุมชน เช่น ชาจากพืช อ่านเพิ่มที่ ขอ อย. ชาสมุนไพร (ชาจากพืช) และเรื่องฉลากอาหารที่ ประกาศฉบับที่ 474
สิ่งที่ MoU ไม่ได้เปลี่ยน
- ไม่ได้ยกเว้นการขออนุญาตตามกฎหมายเดิม
- ไม่ได้กำหนดว่ารายการนำร่อง 37 รายการได้รับอนุญาตแล้ว
- ไม่ได้ระบุระยะเวลาการอนุญาตหรือการอนุมัติเป็นตัวเลขในข่าว
- ผู้ประกอบการนอกพื้นที่พิเศษยังใช้ช่องทางปกติของ อย. / สสจ. ได้ตามประเภทสินค้า
ราคาบริการอ้างอิงจากหน้าเว็บ Livilution ก่อน VAT (ตรวจซ้ำ 8 พ.ย. 2569): จด อย. อาหารเริ่มต้น 3,500 บาท และจดแจ้งเครื่องสำอางเริ่มต้น 3,500 บาท
ข้อเสนอสำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและร้านของฝาก
จัดทำบัญชีสินค้า แยกประเภท ระบุส่วนประกอบหลัก และภาพฉลากปัจจุบัน แล้วนัดปรึกษา สสจ. หรือที่ปรึกษาเพื่อคัดเส้นทางอนุญาต ถ้าขายผ่านแหล่งท่องเที่ยว ควรมีเอกสารแสดงแหล่งผลิตและเลขอนุญาตที่ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวตามเจตนารมณ์ของ MoU
ตัวอย่างการคัดประเภทสินค้าชุมชน (แนวทางทั่วไป)
ข่าวระบุตัวอย่างสมุนไพรจากน่าน กล้วยไข่แปรรูปจากกำแพงเพชร และผลิตภัณฑ์จากตาลโตนดจากสงขลา แต่ไม่ได้ระบุว่าแต่ละรายการจัดเป็นอาหาร เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร การคัดประเภทจึงต้องดูข้อเท็จจริงของสินค้าจริง
- อาหารแปรรูป/ของฝากกินได้ — เช่น กล้วยไข่แปรรูป น้ำตาลโตนดในรูปแบบอาหาร ต้องดูเกณฑ์อาหารและฉลากอาหาร รวมถึงใบอนุญาตสถานที่ผลิตเมื่อเข้าข่าย
- เครื่องสำอาง — เช่น สบู่สมุนไพรหรือครีมทาที่ใช้กับร่างกายในลักษณะเครื่องสำอาง ใช้ระบบจดแจ้งเครื่องสำอาง
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร — หากมีการกล่าวอ้างในกรอบกฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ต้องใช้เส้นทางนั้น ไม่ใช่ฉลากอาหารธรรมดา
การคัดผิดประเภทตั้งแต่ต้นมักทำให้ต้องทำเอกสารใหม่ทั้งหมด ดังนั้นขั้นตอนแรกของการใช้ประโยชน์จาก MoU คือการนั่งกับเจ้าหน้าที่ สสจ. หรือที่ปรึกษาเพื่อยืนยันประเภทก่อนลงทุนออกแบบฉลากจำนวนมาก
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อนัดปรึกษา สสจ.
- รายชื่อผลิตภัณฑ์และรูปแบบการจำหน่าย (หน้าร้าน ท่องเที่ยว ออนไลน์)
- สูตรส่วนประกอบโดยสังเขปและแหล่งวัตถุดิบหลัก
- ภาพหรือแบบร่างฉลากปัจจุบัน
- ข้อมูลสถานที่ผลิต (ผลิตเอง จ้างผลิต หรือครัวเรือน)
- คำโฆษณาหรือข้อความบนป้ายที่ใช้อยู่ตอนนี้
- คำถามว่าต้องการขายในพื้นที่พิเศษท่องเที่ยวหรือขยายนอกพื้นที่ด้วย
ชุดข้อมูลนี้ช่วยให้การให้คำปรึกษาตามเจตนารมณ์ MoU เดินได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องคาดเดาระยะเวลาการอนุญาตซึ่งข่าวไม่ได้ระบุเป็นตัวเลข
ความสัมพันธ์กับการตลาดท่องเที่ยว
อพท. เน้นว่าอยากให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นมากกว่าของฝาก แต่เป็นสินค้าที่ชุมชนภาคภูมิใจและได้มาตรฐาน ผู้ประกอบการจึงควรเชื่อมเรื่องมาตรฐานเข้ากับเรื่องเล่าของชุมชนอย่างสุจริต เช่น แหล่งวัตถุดิบและวิธีผลิตที่ไม่ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิด หากยังอยู่ระหว่างขออนุญาต อย่าใช้ข้อความในเชิงที่สื่อว่าได้รับอนุญาตแล้ว
รายละเอียดนำร่องตามประเภทและจังหวัด (จากรายงานสื่อที่อ้าง อย.)
รายงานข่าวธุรกิจที่สรุปแถลงหลังลงนามระบุการกระจายผลิตภัณฑ์นำร่อง 37 รายการเป็น อาหาร 24 รายการ เครื่องสำอาง 8 รายการ และสมุนไพร 5 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 รายใน 9 จังหวัด ได้แก่ น่าน (7) เชียงใหม่ (1) สุโขทัย (2) กำแพงเพชร (3) สุพรรณบุรี (2) ตราด (1) ชลบุรี (8) สงขลา (8) และพัทลุง (5) ตัวเลขนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการชุมชนเห็นว่าสินค้าที่ขอ อย. ไม่ได้จำกัดอยู่ที่อาหารแปรรูปอย่างเดียว
| ประเภท | จำนวนรายการนำร่อง | เส้นทางเอกสารที่มักเกี่ยวข้อง |
|---|---|---|
| อาหาร | 24 | สถานที่ผลิต + จดอาหาร/ฉลาก |
| เครื่องสำอาง | 8 | จดแจ้งเครื่องสำอาง |
| สมุนไพร | 5 | คัดประเภทสมุนไพร/อาหาร/เครื่องสำอางให้ถูกก่อนยื่น |
บริบทตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนที่ อย. ให้ข้อมูลสื่อระบุแนวโน้มขยายตัวในช่วงปีที่ผ่านมา (เช่น มูลค่ารวมที่รายงานปี 2569 ราว 3,630 ล้านบาท) เป็นภาพรวมเศรษฐกิจฐานราก ไม่ใช่การรับประกันยอดขายของผู้เข้าร่วม MoU
ไทม์ไลน์ก่อนลงนาม: การหารือ 18 ก.ย. 2569
ก่อนลงนาม 5 พ.ย. 2569 ทาง อพท. เข้าหารือ อย. เมื่อ 18 กันยายน 2569 เพื่อขอแนวทางการยกระดับสินค้าพื้นที่พิเศษ ตามที่ อพท. เผยแพร่บนเว็บไซต์หน่วยงาน ในการหารือครั้งนั้นมีการพูดถึงแนวทางฉลาก เช่น ฉลากหวานมันเค็ม (GDA) และสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) ควบคู่เส้นทางขออนุญาตผลิตภัณฑ์ — เป็นข้อมูลเสริมให้ผู้ประกอบการเตรียมทั้งคุณภาพสถานที่ผลิตและข้อมูลฉลาก ไม่ใช่เงื่อนไขใหม่ที่ MoU สร้างขึ้นเอง
คำถามที่พบบ่อย
อย. กับ อพท. ร่วมมือเรื่องอะไร
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สุขภาพในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเพิ่มโอกาสทางการตลาด
มีผลิตภัณฑ์นำร่องกี่รายการ
อพท. สำรวจผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการสนับสนุนจาก อย. เบื้องต้น 37 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย ใน 9 จังหวัด เช่น สมุนไพรจากน่าน กล้วยไข่แปรรูปจากกำแพงเพชร และผลิตภัณฑ์จากตาลโตนดจากสงขลา
ผู้ประกอบการชุมชนได้ใบอนุญาตอัตโนมัติจาก MoU หรือไม่
ไม่ได้ MoU เป็นความร่วมมือสนับสนุนให้คำปรึกษาและยกระดับมาตรฐาน ผู้ประกอบการยังต้องขออนุญาตตามประเภทผลิตภัณฑ์กับ อย. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายเดิม
จะเริ่มปรึกษาได้ที่ไหน
อย. จะร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดให้คำปรึกษาตั้งแต่การพัฒนาสถานที่ผลิต ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมในการขออนุญาต ตามที่ระบุในข่าว
ผลิตภัณฑ์ชุมชนอาจเข้าข่ายอะไรบ้าง
ขึ้นกับลักษณะสินค้า อาจเป็นอาหาร เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร แต่ละประเภทใช้เส้นทางอนุญาตคนละแบบ ควรคัดประเภทให้ถูกก่อนจัดเอกสาร
นักท่องเที่ยวและผู้ซื้อของฝากได้อะไรจากความร่วมมือนี้
เป้าหมายคือสินค้าท้องถิ่นมีมาตรฐานและความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว และเชื่อมโอกาสทางการตลาดผ่านเครือข่ายท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษ
ให้ Livilution ช่วยคัดประเภทและเตรียมเอกสารผลิตภัณฑ์ชุมชน
Livilution Consult มีประสบการณ์ 6 ปี ด้าน อย. อาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ช่วยคัดประเภทสินค้า ตรวจฉลากเบื้องต้น และจัดลำดับเอกสารให้ผู้ประกอบการชุมชน
ส่งรายการผลิตภัณฑ์และฉลากมาให้เราช่วยคัดประเภท ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult โทร 098-525-4415 (ปรึกษา อย.) หรือ 064-986-5445 (ปรึกษา มอก.)
แหล่งอ้างอิง
- อย. ข่าว 5 พฤศจิกายน 2569 — อย. – อพท. ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน: www.fda.moph.go.th/news/อพท
- กรมประชาสัมพันธ์ สธ. ข่าว อย.–อพท.: pr.moph.go.th/online/index/news/350255
- อพท. บันทึกการหารือ อย. 18 ก.ย. 2569: dasta.or.th/th/article/7797
- กรุงเทพธุรกิจ สรุปประเภท/จังหวัดนำร่อง (อ้าง อย.): bangkokbiznews.com/health/public-health/1259460
ข้อมูล ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 (ตรวจแหล่งข่าวและราคาซ้ำ) สรุปจากข่าวประชาสัมพันธ์ของ อย. เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี



