สรุปสั้น: ถ้าคุณจะทำชาดอกไม้ ชาสมุนไพร หรือชาใบไม้อบแห้งขาย การขอ อย. ชาสมุนไพร ในปัจจุบันอยู่ภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 426) พ.ศ. 2564 เรื่อง ชาจากพืช ซึ่งยกเลิกประกาศเรื่องชาสมุนไพรฉบับเดิมแล้ว ชาจากพืชเป็น “อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน” ต้องใช้พืชตามบัญชีแนบท้ายประกาศ ผลิตในสถานที่ที่ได้รับอนุญาต แจ้งรายละเอียดอาหารเพื่อรับเลขสารบบอาหาร และติดฉลากพร้อมคำเตือนตามบัญชี บทความนี้สรุปทุกขั้นตอนและจุดที่ผู้ประกอบการมักพลาด
“ชาจากพืช” คืออะไร ต่างจากชาสมุนไพรแบบเดิมอย่างไร
ประกาศฉบับที่ 426 ให้นิยามชาจากพืชว่า ผลิตภัณฑ์จากส่วนต่าง ๆ ของพืชที่ทำให้แห้ง อาจบดหยาบหรือลดขนาด เพื่อนำไปบริโภคด้วยการต้มหรือชงกับน้ำ เช่น ชากระเจี๊ยบ ชาตะไคร้ ชาเก๊กฮวย ชามะตูม หรือชาใบเตย
เหตุผลที่ อย. ปรับจาก “ชาสมุนไพร” มาเป็น “ชาจากพืช” ตามคำชี้แจงของ อย. คือเพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร หมายความว่า ชาที่ขอในฐานะอาหารต้องเป็นเครื่องดื่มทั่วไป ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งรักษาหรือบรรเทาโรค
สิ่งที่ไม่นับเป็นชาจากพืช
- ผงชงละลายที่ได้จากการต้มพืชแล้วทำน้ำต้มให้เป็นผง คำชี้แจงของ อย. ระบุชัดว่าไม่รวมอยู่ในการบดหยาบหรือลดขนาด จึงต้องพิจารณาตามประเภทอาหารอื่น
- ชาพร้อมดื่มบรรจุขวดหรือกระป๋อง เข้าข่ายเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ซึ่งมีหลักเกณฑ์ต่างออกไป ดู ขั้นตอนการขอ อย. เครื่องดื่ม
- ชาจากใบชาแท้ (สกุล Camellia) มีประกาศเรื่องชาแยกต่างหาก แม้ประกาศชาจากพืชจะอนุญาตให้ใช้ใบ ยอด และก้านอ่อนของต้นชาปรุงกลิ่นรสได้
- ผลิตภัณฑ์ที่ระบุสรรพคุณรักษาโรค ไม่ใช่อาหาร ต้องพิจารณาตามกฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ใช้พืชอะไรได้บ้าง
พืชและส่วนของพืชที่ใช้ได้ต้องอยู่ใน “บัญชีรายชื่อพืชและส่วนของพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับชาจากพืช” ท้ายประกาศ ซึ่งเดิมมี 201 รายการ ต่อมาประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 471) พ.ศ. 2569 เรื่อง ชาจากพืช (ฉบับที่ 2) ซึ่งมีผลตั้งแต่ 20 สิงหาคม 2569 ได้เพิ่มรายการพืชและส่วนของพืช รวมถึงเห็ดบางชนิด และตัดชะเอมเทศออกจากบัญชี ชาจากพืชจึงใช้ชะเอมเทศเป็นส่วนผสมไม่ได้แล้ว บัญชีกำหนดทั้งชนิดพืชและส่วนที่ใช้ เช่น ผล ดอก ใบ หรือเหง้า ดังนั้นต้องเช็กให้ตรงทั้งสองอย่าง ไม่ใช่ดูแค่ชื่อพืช
ตามคำชี้แจงของ อย. พืชในบัญชีพิจารณาจากหลักเกณฑ์สามข้อ คือ มีประวัติการบริโภคเป็นอาหารและไม่พบสารพิษตามธรรมชาติหรือสารที่อาจเป็นอันตราย วิธีบริโภคไม่มีข้อบ่งใช้หรือจำกัดกลุ่มผู้บริโภค และไม่มุ่งหวังผลเชิงบำบัดรักษาหรือปรับการทำงานของร่างกาย
ถ้าพืชที่คุณอยากใช้ไม่อยู่ในบัญชี ยังยื่นข้อมูลให้ อย. พิจารณาเป็นรายกรณีได้ เอกสารที่ต้องเตรียมตามคำชี้แจงได้แก่
- ข้อมูลผลิตภัณฑ์: สูตรส่วนประกอบ วิธีผลิต ประโยชน์ที่มุ่งหวัง ปริมาณและคำแนะนำในการบริโภค
- ข้อมูลพืช: ชื่อวิทยาศาสตร์และชื่อสามัญ (ตรวจกับฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ) ส่วนของพืชที่ใช้ ประวัติการบริโภคเป็นอาหาร และข้อมูลการอนุญาตในต่างประเทศถ้ามี
คุณภาพหรือมาตรฐานที่ชาจากพืชต้องผ่าน
| หัวข้อ | สิ่งที่ประกาศกำหนด (สรุป) |
|---|---|
| ความชื้น | ไม่เกินร้อยละ 10 ของน้ำหนัก |
| จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค | เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในอาหาร |
| สารปนเปื้อนและสารพิษตกค้าง | ไม่เกินค่าที่ประกาศว่าด้วยสารปนเปื้อนและสารพิษตกค้างกำหนด |
| ยาแผนปัจจุบัน วัตถุออกฤทธิ์ ยาเสพติด | ต้องไม่มี |
| วัตถุเจือปนอาหาร | ใช้ได้ตามประกาศว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร แต่ห้ามใช้เพื่อแต่งสี กลิ่น หรือรส |
| การแต่งกลิ่นรส | ใช้ได้เฉพาะพืชในบัญชี หรือใบ ยอด และก้านอ่อนของต้นชา ห้ามใช้วัตถุอื่นแต่งกลิ่นรส เช่น น้ำตาล เกลือ หรือเครื่องปรุงรส |
ข้อสุดท้ายเป็นจุดที่พลาดบ่อย เช่น ใส่กลิ่นสังเคราะห์ลงในชาดอกไม้เพื่อให้หอมขึ้น ซึ่งขัดกับประกาศ การส่งตรวจความชื้นและจุลินทรีย์ในห้องปฏิบัติการช่วยยืนยันคุณภาพได้ แต่ผลแล็บเป็นหลักฐานของตัวอย่างที่ส่งตรวจเท่านั้น ไม่ใช่เลข อย.
ขั้นตอนขอ อย. ชาจากพืช
- ตรวจสูตร ว่าพืชทุกชนิดและส่วนที่ใช้อยู่ในบัญชี และไม่มีการแต่งกลิ่นรสด้วยวัตถุอื่น
- เตรียมสถานที่ผลิต ให้เป็นไปตามประกาศว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แล้วขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร (ใบอนุญาตผลิตอาหารถ้าเข้าข่ายโรงงาน หรือเลขสถานที่ผลิตอาหารแบบ สบ.1 ถ้าไม่เข้าข่ายโรงงาน) ให้มีประเภทอาหารและกรรมวิธีตรงกับชาที่จะผลิต ถ้านำเข้าต้องมีใบอนุญาตนำเข้าอาหาร ถ้าผลิตที่บ้าน อ่าน ใช้บ้านเป็นที่ผลิตอาหารได้ไหม และ ขอ อย. สถานที่ผลิตอาหาร ต้องทำอย่างไร
- ถ้านำเข้า ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าอาหารและเอกสารสถานที่ผลิตต่างประเทศตามที่ อย. กำหนด
- จดทะเบียนอาหาร/แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7) ผ่านระบบ e-Submission ของ อย. ในประเภทชาจากพืช เพื่อรับเลขสารบบอาหาร 13 หลัก ชาจากพืชอยู่ในกลุ่มที่ยื่นแบบ Auto e-Submission ตามคู่มือสำหรับประชาชนของ อย. ถ้าสูตรมีชะเอมเทศ ต้องเปลี่ยนไปยื่นในประเภทเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทแบบแนบสูตร (สบ.5) แทน
- ทำฉลาก ตามประกาศว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และใส่คำเตือนเฉพาะพืชตามบัญชี
- ตรวจคุณภาพเป็นระยะ เช่น ความชื้นและจุลินทรีย์ เพื่อให้สินค้าทุกล็อตเป็นไปตามมาตรฐาน
ถ้าคุณจ้างโรงงานผลิตแทน เลข อย. จะผูกกับสถานที่ผลิตของโรงงาน ควรตกลงเรื่องสิทธิ์ในเลขให้ชัด อ่านเพิ่มที่ จ้างโรงงานผลิตอาหาร (OEM) ต้องขอ อย. ไหม
ฉลากและคำเตือนเฉพาะพืช
นอกจากข้อมูลฉลากอาหารทั่วไป เช่น ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ส่วนประกอบ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และวันที่ผลิตหรือหมดอายุ (ดู ฉลากอาหารที่ถูกต้องตาม อย.) ชาจากพืชต้องใส่คำเตือนตามที่บัญชีกำหนดให้กับพืชแต่ละชนิด ตัวอย่างในบัญชี เช่น
- ชาที่ใช้ส่วนดอกของพืชบางชนิด ต้องเตือนผู้ที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
- พืชบางชนิด เช่น กระเทียมและขิง ต้องเตือนผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- พืชบางกลุ่ม เช่น อบเชย มีคำเตือนสำหรับผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือดและผู้มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ถ้าชาผสมพืชหลายชนิด ต้องรวมคำเตือนของทุกพืชที่มีคำเตือนไว้บนฉลาก
เรื่องสรรพคุณ: จุดที่ทำให้ชาสมุนไพรโดนปัญหามากที่สุด
เมื่อชาจากพืชเป็นอาหาร การโฆษณาว่า “ลดความดัน” “ล้างไต” “รักษาเบาหวาน” หรือข้อความที่สื่อถึงการบำบัดรักษาโรค จึงไม่สอดคล้องกับสถานะอาหารและอาจถูกมองว่าเป็นการโฆษณาเกินจริง ถ้าต้องการสื่อสาร ให้เน้นรสชาติ กลิ่น วัตถุดิบ และแหล่งที่มา และตรวจรายการคำที่ไม่ควรใช้ที่ คำต้องห้ามใช้โฆษณาอาหาร หากผลิตภัณฑ์ของคุณตั้งใจให้มีผลทางสุขภาพจริง ควรประเมินว่าควรขออนุญาตในฐานะผลิตภัณฑ์สมุนไพรแทนหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ชาสมุนไพรต้องขอ อย. แบบไหน
ชาจากพืชเป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องมีสถานที่ที่ได้รับอนุญาต และแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7) ในประเภทชาจากพืชเพื่อรับเลขสารบบอาหาร
พืชที่อยากใช้ไม่อยู่ในบัญชี ทำอย่างไร
ยื่นข้อมูลผลิตภัณฑ์และข้อมูลพืชให้ อย. พิจารณาเป็นรายกรณีได้ ตามหลักเกณฑ์เรื่องประวัติการบริโภค วิธีบริโภค และวัตถุประสงค์ที่ไม่มุ่งบำบัดรักษาโรค
ใส่กลิ่นผลไม้ลงในชาดอกไม้ได้ไหม
ประกาศห้ามแต่งกลิ่นรสด้วยวัตถุอื่นนอกจากพืชในบัญชี หรือใบ ยอด และก้านอ่อนของต้นชา ถ้าต้องการกลิ่นผลไม้ ให้ใช้ส่วนของพืชที่อยู่ในบัญชีแทนกลิ่นสังเคราะห์
ชาผงชงละลายนับเป็นชาจากพืชไหม
ถ้าเป็นการต้มพืชแล้วนำน้ำต้มไปทำเป็นผงชงละลาย คำชี้แจงของ อย. ระบุว่าไม่รวมอยู่ในนิยามชาจากพืช ต้องพิจารณาตามประเภทอาหารอื่น ส่วนการบดพืชแห้งให้ละเอียดขึ้นยังอยู่ในนิยาม
ผลิตชาที่บ้านแล้วขายออนไลน์ได้ไหม
ทำได้ถ้าสถานที่ผลิตผ่านเกณฑ์และได้รับอนุญาต แล้วแจ้งรายละเอียดอาหารจนได้เลขสารบบอาหาร การขายโดยไม่มีเลข อย. บนแพลตฟอร์มออนไลน์เสี่ยงทั้งถูกถอดสินค้าและมีความผิดตามกฎหมายอาหาร
ให้ Livilution ช่วยขอ อย. ชาของคุณ
Livilution Consult ดูแลงานขอ อย. มอก. และจดเครื่องหมายการค้าให้ผู้ประกอบการมา 6 ปี เราช่วยตรวจสูตรเทียบกับบัญชีพืช วางฉลากพร้อมคำเตือน ขออนุญาตสถานที่ และแจ้งรายละเอียดอาหารในชื่อของคุณ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการขอ อย. อาหาร (แบบ สบ.7 เริ่มต้น 3,500 บาทต่อรายการ ยังไม่รวม VAT และค่าธรรมเนียมราชการ) และ บริการขออนุญาตสถานที่ อย. (สถานที่ผลิตอาหารเริ่มต้น 18,500 บาท สถานที่นำเข้าอาหารเริ่มต้น 20,000 บาท ยังไม่รวม VAT และค่าธรรมเนียมราชการ)
ส่งสูตรและรูปฉลากมาให้เราช่วยเช็กเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415
แหล่งอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 471) พ.ศ. 2569 เรื่อง ชาจากพืช (ฉบับที่ 2): food.fda.moph.go.th
- คู่มือสำหรับประชาชน อย. การขออนุญาตกลุ่มอาหาร สบ.7 แบบ Auto e-Submission (ชาจากพืช): food.fda.moph.go.th
- กองอาหาร อย. หน้ากฎหมายชาจากพืช (ประกาศฉบับที่ 426 และฉบับที่ 471): food.fda.moph.go.th
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 426) พ.ศ. 2564 เรื่อง ชาจากพืช (ราชกิจจานุเบกษา 13 พ.ค. 2564): food.fda.moph.go.th
- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศฉบับที่ 426: food.fda.moph.go.th
- ระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ อย.: porta.fda.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
