ผลแล็บไม่ใช่เลข อย. หรือ มอก. ใช้ใบรายงานผลทดสอบโฆษณาอย่างไรไม่ผิด บทเรียนจากคำเตือนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

สรุปสั้น: ผลแล็บ หรือใบรายงานผลการทดสอบ เป็นหลักฐานว่า “ตัวอย่างที่ส่งไปตรวจ” ให้ผลอย่างไรภายใต้วิธีทดสอบที่ระบุไว้เท่านั้น ไม่ใช่เลข อย. ไม่ใช่ใบอนุญาต มอก. และไม่ใช่การรับรองว่าสินค้าทุกล็อตปลอดภัยหรือได้ผลตามที่โฆษณา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ออกมาเตือนผู้ประกอบการหลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง บทความนี้สรุปว่าเจ้าของแบรนด์และร้านค้าออนไลน์ควรใช้ผลแล็บอย่างไรให้ถูกต้อง และเมื่อไรที่ต้องมีเลข อย. หรือ มอก. ควบคู่กัน

ข่าวนี้เกิดอะไรขึ้น

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (กรมวิทย์ฯ) ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ข่าวของกระทรวงสาธารณสุขว่า กรมฯ เป็นหน่วยงานตรวจวิเคราะห์และทดสอบทางห้องปฏิบัติการด้านอาหาร ยา เครื่องสำอาง ชีววัตถุ และเครื่องมือแพทย์ เมื่อทดสอบเสร็จจะออกใบรายงานผลให้ผู้ส่งตัวอย่าง แต่พบว่ามีผู้นำรายงานไปประชาสัมพันธ์เกินขอบเขตที่ทดสอบจริง ประเด็นที่กรมฯ ย้ำไว้ สรุปเป็นภาษาของเราได้ดังนี้

  • รายงานแต่ละฉบับยืนยันผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับ ตามวิธีและสภาวะที่ใช้ทดสอบ ไม่ได้รับรองตัวผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ หรือประสิทธิภาพการใช้งานจริง
  • ตัวอย่างที่กรมฯ ยกมาคือ ผลที่รายงานว่า “ไม่พบเชื้อจุลชีพ” ในตัวอย่าง ไม่สามารถใช้สรุปว่าเครื่องหรืออุปกรณ์นั้นฆ่าเชื้อได้จริง หากไม่เคยทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโดยตรง
  • การโฆษณาว่า “กรมรับรองแล้ว” หรืออ้างสรรพคุณเกินผลทดสอบ อาจเข้าข่ายโฆษณาเท็จหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
  • การปลอมรายงาน หรือรู้ว่าเป็นรายงานปลอมแล้วยังนำไปใช้ อาจมีความผิดฐานปลอมเอกสารหรือใช้เอกสารปลอม และถ้าหลอกจนได้เงิน อาจเข้าข่ายฉ้อโกงด้วย
  • การใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของกรมฯ ในสื่อโฆษณาต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข่าวนี้ไม่ได้ห้ามใช้ผลแล็บ แต่กำลังบอกว่า “ใช้ได้เท่าที่รายงานเขียนไว้” ซึ่งเป็นเรื่องที่ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากยังเข้าใจคลาดเคลื่อน

ผลแล็บ เลข อย. และ มอก. ต่างกันอย่างไร

ปัญหาที่เราเจอบ่อยคือผู้ขายเข้าใจว่า “ส่งแล็บผ่านแล้ว = ขายได้ถูกกฎหมายแล้ว” ซึ่งไม่ใช่ ตารางนี้ช่วยแยกให้เห็นว่าเอกสารแต่ละแบบตอบคำถามคนละข้อ

เอกสารใครออกยืนยันอะไรไม่ได้ยืนยันอะไร
ใบรายงานผลการทดสอบ (ผลแล็บ)ห้องปฏิบัติการของรัฐหรือเอกชนผลของตัวอย่างที่ส่งตรวจ ตามรายการและวิธีทดสอบที่ระบุคุณภาพของสินค้าทุกล็อต ความถูกต้องตามกฎหมาย หรือสรรพคุณที่ไม่ได้ทดสอบ
เลขสารบบอาหาร / เลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง (เลข อย.)สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือ สสจ.ผลิตภัณฑ์นั้นผ่านการอนุญาตหรือจดแจ้งตามกฎหมาย ภายใต้ชื่อผู้ประกอบการและสถานที่ที่ระบุไม่ใช่ใบอนุญาตให้โฆษณาสรรพคุณอะไรก็ได้
ใบอนุญาต มอก. และเครื่องหมาย มอก.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้รับอนุญาตให้ทำหรือนำเข้าสินค้าที่เป็นไปตามมาตรฐาน มีระบบควบคุมคุณภาพตามที่ สมอ. กำหนดไม่ได้รับรองคุณสมบัติที่อยู่นอกมาตรฐานนั้น

ผลแล็บจึงเป็น “ส่วนประกอบ” ของงานขออนุญาตในบางกรณี เช่น ใช้ประกอบคำขอ มอก. หรือใช้ยืนยันคุณภาพอาหารบางประเภทตามประกาศ แต่ตัวมันเองไม่ได้ทำให้สินค้าขายได้ถูกกฎหมาย ถ้าสงสัยว่าสินค้าของคุณต้องมีเลข อย. หรือไม่ อ่านต่อที่ สินค้าที่ต้องขอเลข อย. และไม่ต้องขอ อย. และฝั่ง มอก. ที่ มอก. ทั่วไป กับ มอก. บังคับ ต่างกันยังไง

ตัวอย่างการใช้ผลแล็บในโฆษณา แบบไหนเสี่ยง แบบไหนปลอดภัยกว่า

หลักง่าย ๆ คือ ข้อความโฆษณาต้องไม่กว้างกว่าสิ่งที่รายงานเขียนไว้ ลองเทียบตัวอย่างต่อไปนี้

ข้อความที่เสี่ยงเหตุผลแนวทางที่รัดกุมกว่า
“กรมวิทย์รับรองแล้ว ปลอดภัย 100%”กรมฯ ย้ำว่ารายงานไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ และคำว่าปลอดภัยทั้งหมดกว้างเกินผลทดสอบ“ตัวอย่างล็อต [รหัสล็อต] ส่งตรวจรายการ [ชื่อรายการ] ผลตามรายงานเลขที่ [เลขรายงาน]”
“ผ่านแล็บ ฆ่าเชื้อได้จริง”ถ้าทดสอบแค่การหาเชื้อในตัวอย่าง ไม่ใช่ทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ ถือว่าอ้างเกินขอบเขตระบุชื่อการทดสอบตามรายงานเท่านั้น หากต้องการอ้างการฆ่าเชื้อ ต้องมีการทดสอบประสิทธิภาพที่ตรงกับข้ออ้างนั้นโดยตรง
“ไม่ต้องมี อย. เพราะผ่านแล็บแล้ว”ผลแล็บไม่ทดแทนการขออนุญาตหรือจดแจ้งแสดงเลข อย. ที่ตรวจสอบได้ และใช้ผลแล็บเป็นข้อมูลเสริม
ใส่โลโก้หน่วยงานรัฐบนภาพโฆษณาการใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของหน่วยงานต้องเป็นไปตามระเบียบของหน่วยงานนั้นไม่ใช้โลโก้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงาน

สำหรับอาหาร ยังต้องระวังคำที่ อย. ไม่อนุญาตให้ใช้ในโฆษณาด้วย ดูรายการได้ที่ คำต้องห้ามใช้โฆษณาอาหาร ตามประกาศ อย.

ผลแล็บใช้ทำอะไรได้บ้างอย่างถูกต้อง

1. ใช้ควบคุมคุณภาพภายใน

เจ้าของแบรนด์ควรใช้ผลแล็บเพื่อตรวจว่าสินค้าตรงสเปกที่ตั้งไว้ เช่น ความชื้น จุลินทรีย์ หรือสารปนเปื้อน และเก็บรายงานแยกตามล็อตไว้ตรวจย้อนหลังได้ การทำแบบนี้ช่วยมากเมื่อมีลูกค้าร้องเรียนหรือมีเจ้าหน้าที่สอบถาม

2. ใช้ประกอบการยื่นขออนุญาต

งานขอ มอก. ส่วนใหญ่ต้องส่งตัวอย่างไปทดสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รายงานผลจึงเป็นเอกสารสำคัญในคำขอ ส่วนรายงานจากต่างประเทศจะใช้ได้หรือไม่ ขึ้นกับหลักเกณฑ์ของ สมอ. ในแต่ละมาตรฐาน ตัวอย่างที่เราเคยอธิบายไว้คือ มอก. 61730 แผงโซลาร์เซลล์ มี Test Report IEC แล้ว ต้องส่งทดสอบใหม่ไหม ฝั่ง อย. อาหารบางประเภทก็ต้องมีผลวิเคราะห์ประกอบคำขอหรือประกอบการพิสูจน์คุณภาพตามประกาศเฉพาะเรื่อง

3. ใช้สื่อสารกับลูกค้าแบบโปร่งใส

ถ้าจะเผยแพร่ ควรแสดงชื่อห้องปฏิบัติการ เลขรายงาน รายการที่ทดสอบ และล็อตที่ส่งตรวจให้ชัด ไม่ตัดเฉพาะบรรทัดที่ดูดี และไม่แต่งภาพรายงาน เพราะลูกค้าหรือคู่แข่งสามารถสอบถามไปยังห้องปฏิบัติการที่ออกรายงานได้โดยตรง

ร้านค้าที่รับสินค้ามาขาย ควรเช็กผลแล็บจากซัพพลายเออร์อย่างไร

ร้านค้าออนไลน์มักได้รับไฟล์ผลแล็บจากโรงงานหรือผู้นำเข้าเพื่อใช้โปรโมต ก่อนนำไปลงหน้าร้าน ลองไล่เช็กลิสต์นี้

  1. ชื่อสินค้าและล็อตตรงกันไหม รายงานต้องเป็นของสินค้ารุ่นเดียวกับที่คุณขาย ไม่ใช่สินค้าอื่นของโรงงานเดียวกัน
  2. รายการทดสอบตรงกับข้ออ้างไหม ถ้าข้อความขายพูดเรื่องฆ่าเชื้อ แต่รายงานตรวจแค่การปนเปื้อน ให้ตัดข้ออ้างนั้นออก
  3. ใครเป็นผู้ส่งตัวอย่าง รายงานส่วนใหญ่ระบุว่าผลใช้ได้เฉพาะตัวอย่างที่ผู้ส่งนำมาเอง หากไม่ได้สุ่มจากล็อตจริง น้ำหนักของหลักฐานก็น้อยลง
  4. ยืนยันกับห้องปฏิบัติการ กรมฯ แนะนำว่าถ้าสงสัยให้สอบถามหน่วยงานที่ออกรายงานโดยตรง
  5. เช็กเลข อย. หรือ มอก. แยกต่างหาก ใช้ระบบค้นหาของ อย. และของ สมอ. ไม่ใช้ผลแล็บแทน ดูวิธีได้ที่ วิธีเช็คเลข อย. และ วิธีเช็คเครื่องหมาย มอก.

ถ้าเลขที่พิมพ์บนฉลากค้นไม่เจอหรือข้อมูลไม่ตรง ให้หยุดขายก่อนแล้วสอบถามผู้ผลิต รายละเอียดเรื่องนี้เราเขียนไว้ใน เลข อย. ปลอมและเลขที่ถูกยกเลิก ผู้ขายต้องเช็กอะไร

ความเสี่ยงทางกฎหมายถ้าใช้ผลแล็บผิดวิธี

จากคำเตือนของกรมฯ ความเสี่ยงหลักมีสามระดับ ระดับแรกคือข้อความโฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด ซึ่งกฎหมายเฉพาะของผลิตภัณฑ์ (เช่น กฎหมายอาหาร เครื่องสำอาง หรือเครื่องมือแพทย์) และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมีบทกำหนดไว้ ระดับที่สองคือการแก้ไขหรือปลอมรายงาน ซึ่งอาจเป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร และระดับที่สามคือการหลอกลวงเพื่อให้ได้เงิน ซึ่งอาจเข้าข่ายฉ้อโกง นอกจากนี้ แพลตฟอร์มขายของออนไลน์มักมีนโยบายถอดสินค้าที่อ้างการรับรองของหน่วยงานรัฐโดยไม่มีหลักฐานด้วย

ข้อสังเกตคือ ผู้ที่นำไฟล์ไปโพสต์ต่ออาจรับผิดด้วย แม้ไม่ใช่ผู้ทำรายงานเอง หากรู้หรือควรรู้ว่าข้อความเกินจริง การเก็บหลักฐานว่าได้ตรวจสอบกับซัพพลายเออร์แล้วจึงช่วยป้องกันตัวเองได้

คำถามที่พบบ่อย

มีผลแล็บแล้ว ต้องขอ อย. อีกไหม

ต้องขอ ถ้าสินค้าเป็นประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ขออนุญาตหรือจดแจ้ง ผลแล็บเป็นเพียงหลักฐานผลทดสอบของตัวอย่าง ไม่ได้ทดแทนเลขสารบบอาหารหรือเลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง

เขียนว่า “ผ่านการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์” ได้ไหม

ควรเลี่ยงคำที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นการรับรองผลิตภัณฑ์ ถ้าจะอ้างอิง ให้ระบุข้อเท็จจริงตามรายงาน เช่น ชื่อรายการทดสอบ เลขรายงาน และล็อตที่ส่งตรวจ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การใช้ชื่อหน่วยงานของกรมฯ

ผลแล็บ “ไม่พบเชื้อ” ใช้โฆษณาว่าฆ่าเชื้อได้ไหม

ไม่ได้ กรมฯ ยกตัวอย่างนี้ไว้โดยตรงว่า การไม่พบเชื้อในตัวอย่างไม่ได้พิสูจน์ว่าเครื่องหรืออุปกรณ์ฆ่าเชื้อได้เมื่อใช้งานจริง ถ้าต้องการอ้างการฆ่าเชื้อ ต้องมีการทดสอบประสิทธิภาพที่ตรงกับข้ออ้างนั้น

ผลแล็บต่างประเทศใช้ขอ มอก. ได้ไหม

ขึ้นกับหลักเกณฑ์ของ สมอ. ในมาตรฐานนั้น บางกรณียอมรับรายงานจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการยอมรับ บางกรณีต้องทดสอบใหม่ ควรตรวจหลักเกณฑ์เฉพาะของมาตรฐานก่อนส่งตัวอย่าง

ถ้าซัพพลายเออร์ส่งผลแล็บที่ดูไม่น่าเชื่อถือ ควรทำอย่างไร

สอบถามห้องปฏิบัติการที่ออกรายงานเพื่อยืนยันความถูกต้อง และอย่านำไฟล์ไปเผยแพร่จนกว่าจะยืนยันได้ หากพบว่าเป็นรายงานปลอม การนำไปใช้ต่อทั้งที่รู้อาจมีความผิด

ให้ Livilution ช่วยดูว่าสินค้าของคุณต้องมีอะไรนอกจากผลแล็บ

Livilution Consult ดูแลงานขอ อย. มอก. และจดเครื่องหมายการค้าให้ผู้ประกอบการมา 6 ปี เราช่วยเช็กว่าสินค้าต้องขออนุญาตแบบไหน ต้องทดสอบรายการอะไร และข้อความบนฉลากหรือโฆษณาควรเขียนอย่างไรให้ตรงกับเอกสารที่มีจริง ดูรายละเอียดได้ที่ บริการขอ อย. (อาหารแบบ สบ.7 และจดแจ้งเครื่องสำอาง เริ่มต้น 3,500 บาทต่อรายการ ยังไม่รวม VAT และค่าธรรมเนียมราชการ) และ บริการขอ มอก. (เริ่มต้น 45,000 บาทต่อใบอนุญาต ยังไม่รวม VAT ค่าทดสอบ ค่าตรวจโรงงาน และค่าธรรมเนียมราชการ)

ส่งรูปฉลาก ผลแล็บ และข้อความโฆษณามาให้เราช่วยดูเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415

แหล่งอ้างอิง

  • กระทรวงสาธารณสุข ข่าวในรั้ว สธ. (29 ต.ค. 2569) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง: pr.moph.go.th
  • มติชน (29 ต.ค. 2569) รายงานข่าวเดียวกัน: matichon.co.th
  • กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์: dmsc.moph.go.th
  • ระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ อย.: porta.fda.moph.go.th
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม: tisi.go.th

ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

แชร์บทความนี้....