โฆษณาเครื่องสำอางเกินจริง ผิดอย่างไร สรุปข่าว อย. บางแค และโทษตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ที่ข่าวระบุ

สรุปสั้น: ข่าว อย. ร่วมตำรวจสอบสวนกลางเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ระบุจุดเริ่มต้นจากการพบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โฆษณาขายเครื่องสำอางในราคาถูกผิดปกติ และโฆษณาอวดอ้างเป็นเท็จเกินจริง ของกลางบางรายการยังมีข้อความเคลม เช่น อ้างว่าช่วยลดริ้วรอยและรอยดำถุงใต้ตาได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน บทความนี้สรุปมุม โฆษณาเครื่องสำอาง และโทษที่เกี่ยวข้องตามที่ข่าวอ้างอิงจาก พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 โดยไม่ซ้ำเช็กลิสต์รับของมาขาย หรือตารางฟิลด์ฉลาก

ถ้าต้องการขั้นตอนตรวจเลขจดแจ้งก่อนรับสต็อก อ่าน รับเครื่องสำอางมาขาย ต้องเช็กอะไรบ้าง และถ้าโฟกัสข้อความบนฉลาก อ่าน ฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้องตามกฎ อย.

โฆษณาเครื่องสำอางเกินจริง ในข่าวบางแคเริ่มจากตรงไหน

ตามข่าวแจก 11 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของ อย. เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพบนแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วพบการโฆษณาในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดจนผิดปกติ พร้อมข้อความอวดอ้างเป็นเท็จเกินจริง เมื่อตรวจสินค้าพบว่าไม่มีเลขจดแจ้งหรือฉลากภาษาไทยไม่ครบ จากนั้นจึงสืบไปยังโกดังจัดเก็บในเขตบางแค

ตัวอย่างข้อความที่ข่าวระบุว่ามีการโฆษณาเกินจริง ได้แก่ การอ้างว่าช่วยลดริ้วรอยและรอยดำถุงใต้ตาได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาไม่กี่วันหลังใช้ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อเพราะราคาถูกและคาดหวังผลเร็ว

สรุปเชิงปฏิบัติสำหรับเจ้าของเพจและแอดมินร้านคือ อย. ไม่ได้ดูแค่มีเลขจดแจ้งบนกล่อง แต่ดูข้อความโฆษณาบนแพลตฟอร์มด้วย ถ้าราคาและคำเคลมผิดปกติอาจเป็นจุดเริ่มของคดีทั้งชุด

ความต่างระหว่างโฆษณา ฉลาก และการจดแจ้ง

  • การจดแจ้ง — ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้รับจ้างผลิตยื่นรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้ใบรับจดแจ้ง
  • ฉลาก — ข้อความบนบรรจุภัณฑ์ต้องครบและเป็นภาษาไทยตามที่กฎหมายกำหนด
  • โฆษณา — ข้อความบนเพจ ไลฟ์ สตอรี่ ภาพแบนเนอร์ หรือแคปชัน ที่ชวนให้ซื้อ แม้สินค้าจะจดแจ้งแล้วก็ยังผิดได้ถ้าเขียนเกินจริง

จุดนี้ตรงกับคำเตือนในบทความเช็กลิสต์ผู้ขายต่อของ Livilution ที่ระบุว่าแม้สินค้าจะจดแจ้งถูกต้อง แต่ถ้าร้านค้าเขียนโฆษณาว่ารักษาโรค ลดริ้วรอยได้ทันใจ หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว ก็อาจผิดกฎหมายได้ เพราะเครื่องสำอางมีไว้เพื่อความสะอาดและความสวยงาม ไม่ใช่เพื่อรักษา

โทษที่เกี่ยวข้องตามที่ข่าว อย. ระบุ

ข่าวสรุปฐานความผิดเบื้องต้นภายใต้ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ไว้ดังนี้ (ถ้อยคำตามข่าว)

  • ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย — จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ขายเครื่องสำอางที่แสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง — จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง — ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  • ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ (ถ้าตรวจพบสารห้ามใช้หรือเชื้อก่อโรค) — จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แม้ข่าวจะเริ่มจากพฤติกรรมโฆษณาอวดอ้างเกินจริง แต่ฐานโทษที่สรุปในข่าวเชื่อมกับการขายสินค้าที่ฉลาก/การจดแจ้งไม่ถูกต้องและความปลอดภัย ผู้ประกอบการจึงควรจัดการทั้งคำโฆษณาและสถานะผลิตภัณฑ์พร้อมกัน ไม่แก้แคปชันอย่างเดียวแล้วปล่อยสินค้าไร้เลขจดแจ้งไว้ในคลัง

ในของกลางชุดเดียวกันยังมีเครื่องมือแพทย์ (แผ่นแปะสิว) ที่ไม่มีใบรับแจ้งรายการละเอียด ซึ่งเป็นคนละกฎหมาย อ่านแยกได้ที่บทความแผ่นแปะสิวในชุดวันนี้

กรอบกฎหมายโฆษณาเครื่องสำอาง: มาตรา 41 และโทษมาตรา 84

พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 หมวดการโฆษณากำหนดว่าการโฆษณาต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ตามมาตรา 41 ข้อความที่ถือว่าห้ามโดยสรุป ได้แก่

  1. ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง
  2. ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง
  3. ข้อความที่แสดงสรรพคุณที่เป็นการรักษาโรค หรือมิใช่จุดมุ่งหมายเป็นเครื่องสำอาง
  4. ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม
  5. ข้อความที่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียวัฒนธรรม
  6. ข้อความที่ทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคี
  7. ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

คู่มือการโฆษณาเครื่องสำอางของ อย. ย้ำว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องขออนุญาตโฆษณาก่อนเผยแพร่ แต่ผู้โฆษณาต้องใช้ข้อความถูกต้องตามข้อเท็จจริง หากสงสัยอาจขอความเห็นจากคณะกรรมการตามมาตรา 46 ก่อนลงโฆษณา ผู้ใดโฆษณาโดยไม่เป็นไปตามมาตรา 41 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 42 ต้องระวางโทษตามมาตรา 84 คือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวบางแคเริ่มจากพฤติกรรมโฆษณาอวดอ้างเกินจริงบนแพลตฟอร์ม ซึ่งสอดคล้องกับกรอบมาตรา 41 แม้ฐานโทษที่สรุปในข่าวชุดนั้นจะเน้นฉลาก การจดแจ้ง และความปลอดภัยก็ตาม ผู้ประกอบการจึงควรตรวจทั้งคำโฆษณาและสถานะผลิตภัณฑ์พร้อมกัน

ตัวอย่างคำเคลมที่มีความเสี่ยงสูง

  • รักษาสิวหายขาด / รักษาโรคผิวหนัง
  • ลดริ้วรอยหรือถุงใต้ตาได้ภายในไม่กี่วัน แบบสัญญาว่าเห็นผลเร็ว
  • เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวหรือออกฤทธิ์แบบยา
  • ใช้ภาพก่อน-หลังที่โอเวอร์โดยไม่มีหลักฐานและบริบทครบ
  • เปรียบเทียบราคากับสินค้าถูกกฎหมายพร้อมข้อความชี้นำว่าของถูกคือของแท้คุณภาพเท่ากัน

หน้าข้อมูลฉลากเครื่องสำอางของ Livilution ยังย้ำว่าคำเคลมต้องไม่เป็นเท็จ ทำให้เข้าใจผิด หรืออวดอ้างเกินจริง โดยเฉพาะข้อความที่ทำให้เครื่องสำอางดูมีคุณสมบัติในลักษณะของยา และ อย. มีการดำเนินการกับการโฆษณาที่เป็นเท็จ หลอกลวง หรือเกินจริง

เช็กลิสต์โฆษณาเครื่องสำอางก่อนลงแพลตฟอร์ม

  1. สินค้ามีใบรับจดแจ้ง และเลขบนฉลากตรงกับระบบ อย.
  2. ข้อความในแคปชันไม่เกินกว่าหน้าที่ของเครื่องสำอาง
  3. ไม่ใช้คำว่าหายขาด รักษาโรค หรือรับผลภายในเวลาสั้นผิดปกติ
  4. ภาพและคลิปไม่ตัดต่อจนทำให้เข้าใจผิดเรื่องผลลัพธ์
  5. ราคาโปรโมชันมีที่มา ไม่ใช้ราคาหลอกเพื่อปกปิดสินค้าไร้เลข
  6. แอดมินและร้านย่อยใช้ข้อความชุดเดียวกันที่ผ่านการตรวจแล้ว
  7. เก็บหลักฐานการอนุมัติข้อความโฆษณาภายในทีมไว้ทุกครั้งที่ปรับแคมเปญ

อย. เตือนประชาชนไม่หลงเชื่อโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินความจริง และให้ตรวจสอบการอนุญาตก่อนสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ อย. หากพบสินค้าต้องสงสัยแจ้งสายด่วน อย. 1556 หรือช่องทางออนไลน์ของ อย.

ถ้าเป็นเจ้าของแบรนด์ควรทำอะไรเพิ่ม

  • กำหนดคำศัพท์ห้ามใช้ในคู่มือโฆษณาของแบรนด์และเอเจนซี
  • ตรวจคำแปลภาษาไทยของแคมเปญนำเข้าจากต่างประเทศก่อนลงโฆษณา
  • แยกสคริปต์ไลฟ์สดออกจากฉลาก เพราะคำพูดสดมักเผลอเคลมเกิน
  • ถ้ามีทั้งเครื่องสำอางและสินค้าหมวดอื่นในร้านเดียวกัน อย่าใช้คำโฆษณาปนกัน

บริการจดแจ้งเครื่องสำอางของ Livilution เริ่มต้น 3,500 บาทต่อรายการ (ยังไม่รวม VAT) ดูรายละเอียดที่ รับจด อย. เครื่องสำอาง

คำถามที่พบบ่อย

โฆษณาเครื่องสำอางเกินจริงมีความผิดอย่างไร

ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 41 ห้ามข้อความเท็จหรือเกินจริงและข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ และมาตรา 84 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข่าว อย. 27 ต.ค. 2569 ระบุว่าการโฆษณาอวดอ้างเกินจริงเป็นจุดเริ่มเฝ้าระวังออนไลน์ก่อนพบของกลางที่ฉลาก/การจดแจ้งไม่ถูกต้อง

สินค้ามีเลขจดแจ้งแล้ว เขียนอะไรบนเพจก็ได้ไหม

ไม่ได้ แม้จดแจ้งถูกต้อง แต่ข้อความโฆษณาที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นยา รักษาโรค หรือได้ผลเร็วเกินจริง ยังมีความเสี่ยงผิดกฎหมาย

โทษขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้งเท่าไร

ตามที่ข่าว อย. ระบุ ระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

โทษฉลากภาษาไทยไม่ครบเท่าไร

ตามข่าว จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประชาชนเช็กโฆษณาก่อนซื้อได้อย่างไร

ตรวจสอบการอนุญาตผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ อย. ก่อนสั่งซื้อ ไม่หลงเชื่อราคาถูกผิดปกติหรือคำเคลมผลลัพธ์เร็ว และแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556

บทความนี้ต่างจากบทความฉลากเครื่องสำอางอย่างไร

บทความฉลากเน้นฟิลด์ที่ต้องมีบนบรรจุภัณฑ์ ส่วนบทความนี้เน้นข้อความโฆษณาบนแพลตฟอร์มและโทษที่เกี่ยวข้องจากข่าวล่าสุด

ให้ Livilution ช่วยตรวจคำโฆษณาและจดแจ้งเครื่องสำอาง

Livilution Consult มีประสบการณ์ 6 ปี ในงานจดแจ้งเครื่องสำอางและตรวจฉลาก เราช่วยไล่คำเคลมในแคปชัน เทียบกับประเภทสินค้า และยื่นจดแจ้งให้ตรงสูตร

ส่งร่างแคปชันหรือไฟล์ฉลากมาให้เราช่วยเช็กเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415

แหล่งอ้างอิง

  • อย. ข่าวแจก 11 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ทลายโกดังเครื่องสำอางแบรนด์จีน (27 ต.ค. 2569): fda.moph.go.th/news/news11-2570
  • บทความที่เกี่ยวข้องบน livilution.com: ฉลากเครื่องสำอาง / รับเครื่องสำอางมาขาย (ใช้แยกประเด็น ไม่แข่งคีย์เวิร์ดเดียวกัน)
  • ศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนฯ (CEMC) — ตัวอย่างการดำเนินคดีโฆษณาเกินจริงและโทษตามมาตรา 84: cemc.fda.moph.go.th/press-release/pr-79
  • ข้อความมาตรา 41–46 และมาตรา 84 ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 (อ้างอิงจากสำนวนกฎหมายที่เผยแพร่สาธารณะ)

ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

แชร์บทความนี้....
Livilution เป็นบริษัทที่ปรึกษาเอกชนที่ให้บริการรับดำเนินการด้านเอกสารเท่านั้น ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), สมอ. หรือหน่วยงานราชการใดๆ