สรุปสั้น: ถ้าคุณ รับเครื่องสำอางมาขาย ต่อ ไม่ว่าจะเป็นตัวแทน ดีลเลอร์ หรือร้านออนไลน์ กฎหมายไม่ได้บังคับให้คุณจดแจ้งเอง หากคุณไม่ได้เป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ว่าจ้างผลิต แต่คุณมีหน้าที่ขายเฉพาะสินค้าที่ จดแจ้งแล้ว และมี ฉลากภาษาไทยครบถ้วน ข่าวการทลายโกดังเครื่องสำอางกว่า 4 แสนชิ้นเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2569 แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตรวจทั้งเจ้าของสินค้าและร้านค้าที่ขายต่อ บทความนี้สรุปสิ่งที่ต้องเช็กก่อนรับของเข้าร้าน
ข่าวล่าสุด: ทลายโกดังเครื่องสำอาง 13 ยี่ห้อ ของกลางกว่า 4 แสนชิ้น
กระทรวงสาธารณสุขเผยแพร่ข่าวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ว่า กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) สังกัดตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำหมายศาลเข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในเขตบางแค กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ตรวจยึดและอายัดของกลางรวม 449,210 ชิ้น มูลค่ากว่า 7,084,200 บาท
ของกลางแบ่งเป็นเครื่องสำอาง 12 ยี่ห้อที่ไม่มีเลขที่จดแจ้ง ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือมีฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน และแผ่นแปะสิวที่เป็นเครื่องมือแพทย์แต่ไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียด ตามข่าว สินค้าถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วกระจายขายผ่านหน้าร้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 36 ร้าน บางรายการยังโฆษณาสรรพคุณเกินจริงด้วย
จุดที่ผู้ขายควรสังเกตคือ เลขาธิการ อย. เตือนผู้ประกอบการโกดังและร้านค้าทุกแห่งให้ ตรวจสอบสินค้าก่อนรับเข้าจัดเก็บหรือจำหน่าย และระบุว่า อย. ร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ หากพบร้านค้าทำผิด นอกจากร้านหรือสินค้าจะถูกนำออกจากแพลตฟอร์มแล้ว ข้อมูลผู้ขายจะถูกส่งให้ อย. ดำเนินคดีด้วย
รับเครื่องสำอางมาขาย ต้องจดแจ้งเองไหม
คำตอบขึ้นกับว่าคุณมีบทบาทอะไรในห่วงโซ่สินค้า ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ผู้ที่ต้องจดแจ้งคือผู้ที่ผลิตเพื่อขาย ผู้ที่นำเข้าเพื่อขาย และผู้ที่รับจ้างผลิต ส่วนผู้ขายที่ซื้อสินค้าสำเร็จรูปจากผู้อื่นมาขายต่อ ไม่ต้องจดแจ้งซ้ำ
| บทบาทของคุณ | ต้องจดแจ้งเองไหม | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|---|
| ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าในไทยมาขายต่อ | ไม่ต้อง | ตรวจเลขที่จดแจ้งและฉลากภาษาไทยก่อนรับของ เก็บหลักฐานการซื้อ |
| สั่งเครื่องสำอางจากต่างประเทศเข้ามาขายเอง | ต้อง (ในฐานะผู้นำเข้า) | มีสถานที่นำเข้าตามเกณฑ์ และจดแจ้งทุกรายการก่อนนำเข้า |
| สร้างแบรนด์ของตัวเองแล้วจ้างโรงงานผลิต | ต้องมีการจดแจ้งในนามที่ถูกต้อง | ตกลงกับโรงงานให้ชัดว่าใครเป็นผู้ยื่นจดแจ้ง และชื่อใดปรากฏบนฉลาก |
| นำสินค้ามาแบ่งบรรจุหรือเปลี่ยนฉลากใหม่ | มีความเสี่ยงสูง | การเปลี่ยนแปลงสินค้าหรือฉลากอาจทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับที่จดแจ้ง ควรปรึกษาก่อนทำ |
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มที่สองหรือสาม อ่านขั้นตอนเพิ่มเติมได้ที่ ขั้นตอนการนำเข้าเครื่องสำอาง และ ผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM ต้องจด อย. เองไหม
7 สิ่งที่ต้องเช็กก่อนรับเครื่องสำอางมาขาย
1. มีเลขที่ใบรับจดแจ้ง และค้นเจอในระบบของ อย.
เครื่องสำอางไม่ใช้เลข อย. 13 หลักแบบอาหาร แต่ใช้ เลขที่ใบรับจดแจ้ง ให้นำเลขบนฉลากไปค้นในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของ อย. ด้วยตัวเอง อย่าเชื่อภาพหน้าจอที่ผู้ขายส่งมาเพียงอย่างเดียว ดูความต่างของเลขแต่ละแบบได้ที่ เลข อย. กับเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอางต่างกันอย่างไร และวิธีค้นที่ วิธีเช็คเลข อย. ผ่าน 4 ช่องทางหลัก
2. ข้อมูลในระบบตรงกับสินค้าที่ถืออยู่
การค้นเจอเลขยังไม่พอ ต้องดูว่า ชื่อการค้า ชื่อผลิตภัณฑ์ ประเภท และชื่อผู้จดแจ้ง ในระบบตรงกับสินค้าจริง ปัญหาที่พบบ่อยคือการนำเลขของสินค้าตัวหนึ่งไปใช้กับอีกตัวหนึ่ง หรือใช้เลขของรุ่นเก่ากับสูตรใหม่
3. ฉลากภาษาไทยครบถ้วน
ในข่าวข้างต้น ความผิดหลักคือไม่มีฉลากภาษาไทยหรือฉลากไม่ครบ ฉลากเครื่องสำอางที่ขายในไทยต้องมีข้อมูลสำคัญเป็นภาษาไทย เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เลขที่จดแจ้ง และคำเตือนตามที่กำหนด ดูรายละเอียดแต่ละหัวข้อได้ที่ ฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้องตามกฎ อย.
4. ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าบนฉลากเป็นบริษัทที่มีตัวตน
ตรวจว่าชื่อบนฉลากเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนจริง และเป็นรายเดียวกับผู้จดแจ้งในระบบของ อย. ถ้าซัพพลายเออร์ของคุณไม่ใช่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเอง ให้สอบถามว่ารับสินค้ามาจากใคร
5. ขอเอกสารจากซัพพลายเออร์และเก็บไว้
อย่างน้อยควรมี สำเนาใบรับจดแจ้ง ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จที่ระบุชื่อสินค้าและจำนวน และถ้าเป็นสินค้านำเข้า ควรขอสำเนาเอกสารนำเข้าของล็อตนั้นด้วย เอกสารเหล่านี้ช่วยแสดงที่มาของสินค้าเมื่อถูกตรวจ
6. ระวังราคาถูกผิดปกติ
ในข่าวนี้ เจ้าหน้าที่เริ่มสืบจากร้านออนไลน์ที่ขายเครื่องสำอางถูกกว่าท้องตลาดจนผิดปกติ ราคาที่ต่ำเกินไปมักมาพร้อมสินค้าที่ไม่ผ่านการจดแจ้ง หรือลักลอบนำเข้า
7. ไม่โฆษณาเกินกว่าที่สินค้าเป็น
แม้สินค้าจะจดแจ้งถูกต้อง แต่ถ้าร้านค้าเขียนโฆษณาว่ารักษาโรค ลดริ้วรอยได้ทันใจ หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว ก็อาจผิดกฎหมายได้ เพราะเครื่องสำอางมีไว้เพื่อความสะอาดและความสวยงาม ไม่ใช่เพื่อรักษา ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าเป็นเครื่องสำอางหรือไม่ ดูได้ที่ 3 ประเภทของเครื่องสำอาง
สินค้าบางชนิดไม่ใช่เครื่องสำอาง
ในข่าวเดียวกัน แผ่นแปะสิวถูกจัดเป็น เครื่องมือแพทย์ ซึ่งอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ ไม่ใช่กฎหมายเครื่องสำอาง ผู้ขายที่รับสินค้าหลายประเภทมาขายรวมกันจึงควรแยกให้ออกว่าแต่ละชิ้นอยู่ใต้กฎหมายใด เพราะแต่ละประเภทมีการอนุญาตและเลขกำกับคนละแบบ ตัวอย่างที่มักสับสน ได้แก่ แผ่นแปะสิว คอนแทคเลนส์ อาหารเสริมผิว และผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณทางยา
ถ้าขายเครื่องสำอางที่ไม่ถูกต้อง ผู้ขายมีความผิดอะไร
ข่าวแจกของกระทรวงสาธารณสุขระบุความผิดเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ไว้ดังนี้
- ขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
- ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และมีโทษจำคุกด้วย
- หากผลตรวจพบสารห้ามใช้หรือเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค จะเพิ่มความผิดฐานขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และมีโทษจำคุกด้วย
นอกจากโทษทางอาญา เลขาธิการ อย. ยังระบุว่าผู้ขายอาจต้อง รับผิดทางแพ่ง ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้บริโภคที่ได้รับอันตราย และร้านค้าอาจถูกปิดหรือถูกนำสินค้าออกจากแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ ผู้ต้องหาในข่าวยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อยากมีแบรนด์ของตัวเอง ต้องเริ่มอย่างไร
ผู้ขายหลายรายเริ่มจากรับของมาขาย แล้วอยากทำแบรนด์เอง เส้นทางที่พบบ่อยมี 2 แบบ
- จ้างโรงงานในไทยผลิต (OEM) เลือกโรงงานที่มีสถานที่ผลิตถูกต้อง ตกลงเรื่องการจดแจ้งและชื่อบนฉลากให้ชัดก่อนผลิต
- นำเข้าจากผู้ผลิตต่างประเทศในชื่อแบรนด์ของคุณ คุณจะมีสถานะเป็นผู้นำเข้า ต้องมีสถานที่นำเข้าตามเกณฑ์ เตรียมเอกสารจากผู้ผลิต และจดแจ้งทุกรายการ ดูรายการเอกสารได้ที่ จดแจ้งนำเข้าเครื่องสำอาง ต้องใช้เอกสารใดบ้าง
ทั้งสองแบบควรจดเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ไว้ด้วย เพื่อป้องกันการแอบอ้างหรือแย่งใช้ชื่อ
คำถามที่พบบ่อย
รับเครื่องสำอางมาขาย ต้องมีใบอนุญาตไหม
ถ้าคุณซื้อสินค้าที่จดแจ้งแล้วจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าในไทยมาขายต่อ ไม่ต้องจดแจ้งซ้ำ แต่ต้องขายเฉพาะสินค้าที่จดแจ้งถูกต้องและมีฉลากภาษาไทยครบ
สั่งเครื่องสำอางจากจีนมาขายในร้านออนไลน์ ต้องทำอะไร
การสั่งสินค้าเข้ามาขายเองทำให้คุณมีสถานะเป็นผู้นำเข้า ต้องมีสถานที่นำเข้าตามเกณฑ์ และจดแจ้งเครื่องสำอางแต่ละรายการก่อนนำเข้า รวมถึงทำฉลากภาษาไทยให้ครบ
เช็กเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอางได้ที่ไหน
ค้นได้จากระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ อย. หรือแอป Oryor Smart โดยตรวจทั้งเลข ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อผู้จดแจ้งให้ตรงกับสินค้าจริง
ซัพพลายเออร์บอกว่าสินค้ามีเลขที่จดแจ้ง แต่ฉลากเป็นภาษาจีนทั้งหมด ขายได้ไหม
ไม่ควรขาย เครื่องสำอางที่ขายในไทยต้องมีฉลากภาษาไทยตามที่กฎหมายกำหนด การขายสินค้าที่ไม่มีฉลากภาษาไทยเป็นความผิดแยกจากเรื่องการจดแจ้ง
ถ้าพบสินค้าที่น่าสงสัย แจ้งได้ที่ไหน
แจ้งสายด่วน อย. 1556 หรือสายด่วน ปคบ. 1135 ตามที่ระบุในข่าวของกระทรวงสาธารณสุข
ให้เราช่วยตรวจสินค้าก่อนรับเข้าร้าน
Livilution Consult ทำงานด้าน อย. มา 6 ปี เราช่วยตรวจว่าสินค้าที่คุณจะรับมาขายจดแจ้งถูกต้องหรือไม่ และถ้าคุณจะนำเข้าหรือทำแบรนด์เอง เราช่วยดำเนินการจดแจ้งให้ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการรับจดแจ้งเครื่องสำอาง (เริ่มต้น 3,500 บาทต่อรายการ ยังไม่รวม VAT และค่าธรรมเนียมราชการ) และ บริการขอใบอนุญาตสถานที่
ส่งรูปฉลากหรือรายการสินค้ามาให้เราเช็กเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415
แหล่งอ้างอิง
- กระทรวงสาธารณสุข 27 ต.ค. 2569 (CIB ร่วม อย. ทลายโกดังเครื่องสำอาง): pr.moph.go.th/online/index/news/349810
- ข่าวประชาสัมพันธ์ อย. ฉบับที่ 11 ปีงบประมาณ 2570: fda.moph.go.th
- กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย อย. (กฎหมายและการจดแจ้ง): cosmetic.fda.moph.go.th
- ระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ อย.: porta.fda.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี


