นำเข้าสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ ต้องผ่าน อย. และหน่วยงานใดบ้าง

นำเข้าสินค้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศ ไม่ใช่แค่สั่งซื้อแล้วนำเข้ามาขายได้ทันที แต่ต้องผ่านการตรวจสอบและขออนุญาตจากหลายหน่วยงาน Livilution พาไปเช็คว่าต้องขออนุญาตจากหน่วยงานไหน และเตรียมเอกสารอะไรบ้างก่อนนำเข้า เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าติดด่าน

สรุปแบบสั้นๆ

  • การนำเข้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศ ต้องตรวจสอบประเภทสินค้า ประเทศต้นทาง และขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้า
  • กรมปศุสัตว์ ควบคุมการนำเข้าเนื้อสัตว์บกและสัตว์ปีก เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ รวมถึงเนื้อสัตว์แช่แข็ง
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัยของอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารสำเร็จรูป ซึ่งอาจต้องขอเลขสารบบอาหารตามประเภทผลิตภัณฑ์
  • กรมการค้าต่างประเทศ กำกับดูแลมาตรการนำเข้าสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องในสุกร ซึ่งต้องขึ้นทะเบียนผู้นำเข้าและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • กรมประมง ควบคุมการนำเข้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ เช่น ปลา กุ้ง ปลาหมึก และอาหารทะเลแช่แข็ง
  • ก่อนนำเข้าเนื้อสัตว์ ต้องเตรียมใบอนุญาต เอกสารรับรองสุขภาพสัตว์ เอกสารการซื้อขายและขนส่ง พร้อมดำเนินพิธีการศุลกากรให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าติดด่าน

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


นำเข้าเนื้อสัตว์ ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง

การนำเข้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบข้อกำหนดและขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเนื้อสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องควบคุมด้านสุขอนามัย ความปลอดภัยของอาหาร และการป้องกันโรคระบาดจากสัตว์ รวมถึงต้องปฏิบัติตามมาตรการนำเข้าสินค้าของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมการค้าต่างประเทศ และกรมประมง โดยการขออนุญาตจะแตกต่างกันตามประเภทเนื้อสัตว์ ลักษณะสินค้า และประเทศต้นทาง ดังนี้

1. กรมปศุสัตว์

กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการควบคุมการนำเข้าสัตว์และซากสัตว์จากต่างประเทศ ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เพื่อป้องกันการนำโรคระบาดสัตว์เข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงตรวจสอบสุขอนามัยของเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ก่อนอนุญาตให้นำเข้า

สัตว์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ เช่น โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ม้า กวาง ไก่ เป็ด และห่าน รวมถึงสัตว์ชนิดอื่นที่กฎหมายกำหนด โดยการควบคุมครอบคลุมทั้งสัตว์มีชีวิตและซากสัตว์ ซึ่งหมายถึงร่างกายหรือส่วนของร่างกายสัตว์ที่ตายแล้ว ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์บางประเภท เช่น เนื้อสด เนื้อแช่แข็ง เครื่องในสัตว์ และอาหารปรุงสุกที่ทำจากเนื้อสัตว์ซึ่งเข้าข่ายตามกฎหมาย

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ หรือเนื้อสัตว์แช่แข็ง ต้องตรวจสอบว่าประเทศต้นทางและโรงงานผู้ผลิตได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์หรือไม่ รวมถึงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านสุขภาพสัตว์และมาตรการป้องกันโรคระบาดที่กำหนด

สิ่งที่ต้องดำเนินการกับกรมปศุสัตว์

  • ตรวจสอบชนิดสัตว์ ประเทศต้นทาง และสถานะการรับรองโรงงานผู้ผลิตก่อนนำเข้า
  • ขออนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าราชอาณาจักรผ่านระบบ e-Movement และรับใบแจ้งอนุญาตนำเข้า (ร.6)
  • เตรียมใบรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) จากสัตวแพทย์หรือหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจของประเทศต้นทาง
  • นำสินค้าเข้าตรวจสอบที่ด่านกักกันสัตว์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร สภาพสินค้า และพิจารณาออกใบอนุญาตนำเข้า (ร.7)
  • ดำเนินการกักเก็บสินค้าและตรวจตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการตามเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่กำหนด

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการนำเข้า

  1. ใบอนุญาตทำการค้าหรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ กรณีที่เข้าข่ายต้องได้รับอนุญาต
  2. สำเนาหนังสือรับรองสถานกักกันสัตว์เพื่อการนำเข้า (ตร.4) หรือหนังสือรับรองสถานกักเก็บซากสัตว์เพื่อการนำเข้า (ตรซ.4) ตามประเภทสินค้า
  3. เอกสารแสดงหมายเลขประจำตัวสัตว์ เช่น เบอร์หู ห่วงขา หรือไมโครชิป สำหรับสัตว์มีชีวิตที่กฎหมายกำหนด
  4. ใบรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) ที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทาง และมีรายละเอียดตรงตามเงื่อนไขของกรมปศุสัตว์
  5. เอกสารการซื้อขายและการขนส่ง ได้แก่ Commercial Invoice, Packing List, Air Waybill หรือ Bill of Lading
  6. ใบขนสินค้าขาเข้าและเอกสารประกอบอื่นตามที่ด่านกักกันสัตว์กำหนด

เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์จะตรวจสอบเอกสารและสินค้า หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขการกักเก็บ จะมีการออกคำสั่งกักสัตว์หรือซากสัตว์ ณ สถานที่ที่กรมปศุสัตว์รับรอง รวมถึงอาจเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

หลังจากผ่านการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาออกใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าราชอาณาจักร (ร.7) เพื่อใช้ประกอบพิธีการศุลกากร และอาจต้องขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในประเทศตามประเภทสินค้าและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนำซากสัตว์เข้าราชอาณาจักร กำหนดไว้ 4,000 บาทต่อฉบับ ตามอัตราที่ระบุในข้อมูลประกอบ โดยผู้ประกอบการควรเช็คอัตราที่ใช้บังคับกับชนิดสินค้าและการอนุญาตของตนอีกครั้งก่อนยื่นคำขอ

2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลความปลอดภัยและมาตรฐานของอาหารที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 15 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจ

สำหรับการนำเข้าเนื้อสัตว์ อย. มีความเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน เนื้อสัตว์ปรุงรส และอาหารสำเร็จรูปที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ ซึ่งอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิต ส่วนประกอบ วัตถุเจือปนอาหาร การแสดงฉลาก และเลขสารบบอาหารตามประเภทผลิตภัณฑ์

สิ่งที่ต้องดำเนินการกับ อย.

  • ขอใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร (อ.7) โดยยื่นคำขออนุญาตสถานที่นำเข้า (อ.6) ผ่านระบบ e-Submission
  • ตรวจสอบประเภทอาหารและการขอเลขสารบบอาหาร ว่าสินค้าเข้าข่ายต้องขึ้นทะเบียน จดทะเบียน หรือแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์หรือไม่
  • จัดเตรียมเอกสารรับรองมาตรฐานการผลิต จากโรงงานต่างประเทศตามข้อกำหนดที่ใช้กับอาหารแต่ละประเภท
  • จัดทำฉลากอาหารให้ถูกต้อง โดยแสดงรายละเอียดสินค้า ส่วนประกอบ และข้อมูลที่กฎหมายกำหนด
  • ดำเนินการแจ้งข้อมูลนำเข้าและตรวจปล่อยสินค้า ผ่านระบบและด่านที่รับผิดชอบตามประเภทอาหาร

เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือเอกสารแสดงตัวตนผู้ประกอบการ เอกสารสถานที่นำเข้า รายละเอียดส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ ฉลากอาหาร เอกสารรับรองมาตรฐานการผลิตจากต่างประเทศ และเอกสารการซื้อขายหรือขนส่งสินค้า

อย่างไรก็ตาม เนื้อสัตว์ทุกประเภทไม่จำเป็นต้องขอเลขสารบบอาหาร 13 หลัก เนื่องจากอาหารแต่ละกลุ่มมีข้อกำหนดต่างกัน อีกทั้งสินค้าเนื้อสัตว์บางประเภทอาจอยู่ภายใต้การตรวจสอบของกรมปศุสัตว์หรือกรมประมงร่วมด้วย ผู้ประกอบการจึงต้องเช็คประเภทสินค้าและข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานก่อนดำเนินการนำเข้า

3. กรมการค้าต่างประเทศ

กรมการค้าต่างประเทศเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ที่รับผิดชอบการกำกับดูแลมาตรการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมถึงการขึ้นทะเบียนผู้นำเข้าสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการจัดระเบียบการค้า เพื่อให้การนำเข้าสินค้าเป็นไปตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

สำหรับสินค้าเนื้อสัตว์ เครื่องในสุกรเป็นหนึ่งในสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการนำเข้า โดยผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้ากับกรมการค้าต่างประเทศ และปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการเก็บรักษาสินค้า การรายงานปริมาณการนำเข้า และการจำหน่ายจ่ายโอน

ข้อกำหนดดังกล่าวครอบคลุมเครื่องในสุกรตามพิกัดศุลกากรที่กำหนด เช่น เครื่องในสุกรสด แช่เย็น หรือแช่แข็งบางประเภท โดยต้องตรวจสอบพิกัดศุลกากรและมาตรการที่ใช้บังคับก่อนนำเข้า

สิ่งที่ต้องดำเนินการกับกรมการค้าต่างประเทศ

  • ขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าเครื่องในสุกร ผ่านระบบ DFT SMART-I ก่อนดำเนินการนำเข้า
  • จัดเตรียมสถานที่เก็บรักษาสินค้า โดยต้องแยกเครื่องในสุกรที่นำเข้าจากสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้
  • แสดงใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) จากหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศต้นทางต่อด่านกักกันสัตว์ตามขั้นตอนที่กำหนด
  • รายงานข้อมูลการนำเข้าและการครอบครองสินค้าเป็นประจำทุกเดือน ครอบคลุมปริมาณนำเข้า การส่งออก สถานที่เก็บรักษา การจำหน่ายจ่ายโอน และปริมาณสินค้าคงเหลือ
  • นำเข้าสินค้าผ่านด่านศุลกากรที่กำหนด ซึ่งต้องมีด่านกักกันสัตว์หรืออยู่ในเขตอำนาจของด่านกักกันสัตว์

สำหรับเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน ผู้นำเข้าต้องเตรียมหนังสือรับรองนิติบุคคลหรือเอกสารจดทะเบียนพาณิชย์ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจ เอกสารแสดงรายละเอียดสถานที่เก็บรักษาสินค้า และหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่มอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องติดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากมาตรการนำเข้าอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ทางการค้าและข้อกำหนดของภาครัฐ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด อาจส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินพิธีการนำเข้าหรือตรวจปล่อยสินค้าได้

4. กรมประมง

กรมประมงเป็นหน่วยงานที่ควบคุมการนำเข้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากต่างประเทศ เช่น ปลา กุ้ง ปลาหมึก หอย และอาหารทะเลแช่แข็ง รวมถึงผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแปรรูปที่เข้าข่ายควบคุมตามกฎหมาย โดยมีหน้าที่ตรวจสอบสุขอนามัย โรคสัตว์น้ำ และแหล่งที่มาของสินค้า เพื่อป้องกันการนำเข้าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย

การนำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำต้องดำเนินการตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบการต้องยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ Fisheries Single Window (FSW) พร้อมแสดงเอกสารเกี่ยวกับชนิดสินค้า แหล่งที่มา และการขนส่ง ก่อนนำสินค้าเข้ามาในประเทศไทย

สิ่งที่ต้องดำเนินการกับกรมประมง

  • ขอใบอนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (DOF2) ผ่านระบบ Fisheries Single Window (FSW)
  • ขอใบแจ้งอนุมัตินำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าและผ่านราชอาณาจักร (ร.6) สำหรับสินค้าที่เข้าข่ายตามกฎหมายโรคระบาดสัตว์
  • เตรียมเอกสารรับรองแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ เพื่อแสดงว่าสินค้าไม่ได้มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU Fishing
  • แจ้งตรวจสินค้า ณ ด่านตรวจประมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบชนิด ปริมาณ และเอกสารก่อนดำเนินการตรวจปล่อย
  • ดำเนินการตรวจโรคหรือกักกันสัตว์น้ำ สำหรับสินค้าบางประเภทที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการนำเข้า

  1. ใบอนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (DOF2)
  2. ใบแจ้งอนุมัตินำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าราชอาณาจักร (ร.6) ตามกรณี
  3. ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice) และใบขนสินค้าขาเข้า
  4. ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (Air Waybill) หรือใบตราส่งสินค้าทางทะเล (Bill of Lading) ตามรูปแบบการขนส่ง
  5. เอกสารรับรองแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ เช่น Catch Certificate, Export Permit, Certificate of Origin หรือ Health Certificate ตามประเภทสินค้า
  6. ใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร (อ.7) หรือเอกสารอนุญาตด้านอาหารที่เกี่ยวข้อง สำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ อย.

สำหรับเอกสารรับรองแหล่งที่มา ผู้ประกอบการสามารถใช้เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจับ การเพาะเลี้ยง หรือการส่งออกสัตว์น้ำจากประเทศต้นทางตามที่กฎหมายยอมรับ เพื่อยืนยันว่าสินค้าได้มาอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ สัตว์น้ำบางประเภทอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมตามชนิดสินค้าและวิธีการขนส่ง เช่น

  • สัตว์น้ำที่ขนส่งโดยเรือประมงต่างชาติ: อาจต้องแสดงรายงานผลการตรวจเรือ (Port Inspection Report: PIR) ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ปลาทูน่า: อาจมีข้อกำหนดหรือแนวทางให้แสดงเอกสาร Captain Statement, Fisheries Certificate of Origin และ Dolphin Safe ตามกรณี
  • ปลาฉลามและสัตว์น้ำบางชนิด: อาจต้องใช้หนังสือรับรองชนิดพันธุ์จากหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศต้นทาง
  • สัตว์น้ำที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหรืออยู่ในบัญชี CITES: ต้องตรวจสอบข้อกำหนดและขอใบอนุญาตนำเข้าเพิ่มเติมตามกฎหมายอนุรักษ์สัตว์ป่าและอนุสัญญาระหว่างประเทศ

สำหรับสัตว์น้ำที่นำเข้ามาเพื่อใช้เป็นอาหาร ผู้ประกอบการยังต้องตรวจสอบข้อกำหนดด้านการนำเข้าอาหารของ อย. โดยบางกลุ่มสินค้ามีการถ่ายโอนภารกิจตรวจสอบการนำเข้าให้กรมประมงดำเนินการ ซึ่งขอบเขตและเอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับพิกัดศุลกากรและประกาศที่เกี่ยวข้อง

เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจประมงจะตรวจสอบเอกสาร ชนิดสินค้า ปริมาณ และเงื่อนไขการนำเข้า หากพบว่าสินค้าเข้าข่ายต้องตรวจวิเคราะห์หรือกักกันเพิ่มเติม ผู้ประกอบการต้องดำเนินการตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ก่อนนำสินค้าออกจากด่าน

ทั้งนี้ การนำเข้าเนื้อสัตว์ไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตจากทั้ง 4 หน่วยงานในทุกกรณี เพราะเนื้อสัตว์บกและสัตว์ปีกอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมปศุสัตว์ สัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมประมง ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าเฉพาะบางประเภทอาจต้องขออนุญาตจาก อย. หรือกรมการค้าต่างประเทศเพิ่มเติมตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ สินค้านำเข้าทุกประเภทต้องดำเนินพิธีการศุลกากร โดยตรวจสอบพิกัดสินค้า แสดงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และชำระภาษีอากรตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการจึงควรเช็คข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานให้ครบถ้วนก่อนสั่งสินค้า เพื่อป้องกันปัญหาการนำเข้าไม่ผ่านหรือสินค้าติดด่านศุลกากร

นำเข้าสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ ต้องผ่าน อย. และหน่วยงานใดบ้าง

นำเข้าสินค้าเนื้อสัตว์ประเภทไหน ต้องผ่าน อย.

การนำเข้าเนื้อสัตว์เพื่อจำหน่ายในไทย โดยเฉพาะเนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารสำเร็จรูปที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของ อย. ทั้งใบอนุญาตนำเข้าและเลขสารบบอาหารตามประเภทสินค้า ดังนี้

ประเภทสินค้า ตัวอย่างสินค้า ข้อกำหนดเกี่ยวกับ อย.
เนื้อสัตว์สดและแช่แข็ง เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อเป็ด จัดเป็นอาหารทั่วไปบางกรณี ไม่บังคับขอเลขสารบบอาหาร แต่ต้องตรวจสอบข้อกำหนดการนำเข้า
เนื้อสัตว์แปรรูป ไส้กรอก แฮม เบคอน กุนเชียง เข้าข่ายผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ที่ต้องมีฉลากและเลขสารบบอาหาร
เนื้อสัตว์ปรุงสุกพร้อมรับประทาน ไก่อบสำเร็จรูป หมูปรุงสุกพร้อมทาน ต้องพิจารณาการขอเลขสารบบอาหารตามประเภทผลิตภัณฑ์
อาหารสำเร็จรูปที่มีเนื้อสัตว์ ข้าวหน้าไก่พร้อมทาน อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน เข้าข่ายอาหารพร้อมบริโภคที่ต้องตรวจสอบข้อกำหนดด้านฉลากและเลขสารบบอาหาร
เนื้อสัตว์บรรจุกระป๋อง หมูกระป๋อง เนื้อวัวกระป๋อง ต้องขออนุญาตตามข้อกำหนดของอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
สัตว์น้ำและอาหารทะเล ปลา กุ้ง ปลาหมึก อาหารทะเลแปรรูป ตรวจสอบข้อกำหนดของ อย. และกรมประมงตามประเภทสินค้าและพิกัดศุลกากร

ข้อควรรู้: การขอใบอนุญาตนำเข้าอาหาร (อ.7) และการขอเลขสารบบอาหาร 13 หลักเป็นคนละขั้นตอนกัน อาหารทั่วไป เช่น เนื้อสัตว์สดหรือเนื้อสัตว์แห้งบางประเภท ไม่บังคับให้ขอเลขสารบบอาหาร แต่การนำเข้าเพื่อจำหน่ายยังต้องตรวจสอบใบอนุญาตสถานที่นำเข้าและมาตรการตรวจสอบสินค้าตามกฎหมาย โดยบางพิกัดสินค้าได้ถ่ายโอนภารกิจการตรวจสอบการนำเข้าให้กรมปศุสัตว์หรือกรมประมงแล้ว

ตารางสรุป นำเข้าเนื้อสัตว์แต่ละประเภท ต้องผ่านหน่วยงานไหน

การนำเข้าเนื้อสัตว์แต่ละประเภทมีข้อกำหนดแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า ลักษณะการแปรรูป และพิกัดศุลกากร โดยผู้ประกอบการสามารถเช็คหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นได้จากตารางต่อไปนี้

ประเภทเนื้อสัตว์นำเข้า กรมปศุสัตว์ อย. กรมการค้าต่างประเทศ กรมประมง
เนื้อหมูสด / แช่แข็ง ต้องผ่าน ตรวจสอบตามประเภทอาหาร บางกรณี –
เนื้อวัว / เนื้อควาย ต้องผ่าน ตรวจสอบตามประเภทอาหาร บางกรณี –
เนื้อไก่ / เนื้อเป็ด ต้องผ่าน ตรวจสอบตามประเภทอาหาร บางกรณี –
เครื่องในสุกร ต้องผ่าน ตรวจสอบตามประเภทอาหาร ต้องขึ้นทะเบียนตามพิกัดที่ควบคุม –
ไส้กรอก / แฮม / เบคอน ตรวจสอบตามผลิตภัณฑ์ ต้องตรวจสอบและขออนุญาตตามประเภทอาหาร บางกรณี –
เนื้อสัตว์ปรุงสุก / อาหารสำเร็จรูปผสมเนื้อสัตว์ ตรวจสอบตามผลิตภัณฑ์ ต้องตรวจสอบและขออนุญาตตามประเภทอาหาร บางกรณี –
ปลา / กุ้ง / ปลาหมึก / หอย – ตรวจสอบตามประเภทอาหาร บางกรณี ต้องผ่าน
อาหารทะเลแปรรูป / แช่แข็ง – ตรวจสอบตามประเภทอาหาร บางกรณี ตรวจสอบตามผลิตภัณฑ์

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นแนวทางตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกประเภทต้องขอใบอนุญาตจากทุกหน่วยงานที่ระบุ โดยคำว่า “ตรวจสอบตามประเภทอาหาร” อาจครอบคลุมการขอใบอนุญาตนำเข้าอาหาร การขอเลขสารบบอาหาร หรือข้อกำหนดเฉพาะผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ การนำเข้าเชิงพาณิชย์ต้องดำเนินพิธีการกับกรมศุลกากรด้วย

การนำเข้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบประเภทสินค้า เงื่อนไขการนำเข้า และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าติดด่านหรือการนำเข้าไม่ผ่าน สำหรับผู้ที่ต้องการนำเข้าเนื้อสัตว์แปรรูปหรืออาหารสำเร็จรูปที่ต้องขอ อย. สามารถปรึกษา Livilution ผู้ให้บริการรับจด อย. เพื่อช่วยตรวจสอบข้อกำหนดและดำเนินการขออนุญาตได้ที่ LINE: @liviconsult หรือโทร 098-525-4415

แชร์บทความนี้....