ขอจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ผ่าน ทำอย่างไร ส่งใหม่ภายในกี่วัน

การขอจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. อาจพบปัญหาคำขอไม่ผ่านการพิจารณา เนื่องจากข้อมูลไม่ครบถ้วน เอกสารไม่ถูกต้อง หรือมีรายละเอียดที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งผู้ประกอบการสามารถดำเนินการแก้ไขและส่งข้อมูลเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด Livilution จะพาไปดูว่าหากจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร ส่งเอกสารใหม่ภายในกี่วัน และหากดำเนินการไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น


สรุปแบบสั้นๆ

  • ขอจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ผ่าน อาจเกิดจากข้อมูลผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้อง สูตรส่วนประกอบมีข้อผิดพลาด หรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน
  • วิธีแก้ไขคำขอที่ไม่ผ่าน ตรวจสอบข้อสังเกตของเจ้าหน้าที่ผ่านระบบ E-Submission และแก้ไขข้อมูลหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่กำหนด
  • ระยะเวลาส่งเอกสารเพิ่มเติม ต้องดำเนินการภายใน 10 วันทำการ
  • หากส่งเอกสารไม่ทัน 10 วันทำการ ระบบจะเปลี่ยนสถานะคำขอเป็น “ไม่รับจดแจ้ง” ทันที
  • คำขอถูกเปลี่ยนสถานะเป็นไม่รับจดแจ้ง ควรตรวจสอบสาเหตุ แก้ไขข้อมูล และเช็คขั้นตอนการยื่นคำขอใหม่กับ อย.
  • ลดโอกาสจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ผ่าน ด้วยการตรวจสอบสูตรส่วนประกอบ ชื่อผลิตภัณฑ์ ข้อมูลผู้ผลิต และเอกสารให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


ขอจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ผ่าน เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

การยื่นขอจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ผ่าน อาจเกิดจากข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือเอกสารประกอบคำขอไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยสาเหตุที่ผู้ประกอบการมักพบ ได้แก่

  • ข้อมูลผลิตภัณฑ์ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ประเภทเครื่องสำอาง หรือรายละเอียดผู้ผลิตไม่ตรงกับข้อมูลที่ยื่นจดแจ้ง
  • สูตรส่วนประกอบมีข้อผิดพลาด เช่น ระบุชื่อสารไม่ถูกต้อง ใช้ส่วนผสมที่ห้ามใช้ หรือมีสารควบคุมในปริมาณเกินเกณฑ์ที่กำหนด
  • เอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน เช่น ขาดเอกสารที่ อย. กำหนดให้แนบเพิ่มเติมสำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท
  • ข้อมูลในเอกสารไม่สอดคล้องกัน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้ผลิต หรือรายละเอียดสินค้าในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน
  • รายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์หรือข้อความแสดงคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับการจัดประเภทเป็นเครื่องสำอาง

ทั้งนี้ สาเหตุที่คำขอไม่ผ่านการพิจารณาจะแตกต่างกันตามประเภทและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบผลการพิจารณาและข้อสังเกตจากเจ้าหน้าที่ผ่านระบบ E-Submission เพื่อแก้ไขข้อมูลได้อย่างถูกต้อง

ขอจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร

หากยื่นคำขอจดแจ้งเครื่องสำอางแล้วได้รับแจ้งผลการพิจารณาว่าไม่ผ่าน พร้อมขอเอกสารหรือคำชี้แจงเพิ่มเติม ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจสอบสถานะคำขอในระบบ E-Submission เข้าสู่ระบบที่ใช้ยื่นจดแจ้งเครื่องสำอาง เพื่อตรวจสอบผลการพิจารณาและรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้แก้ไข
  2. ตรวจสอบสาเหตุที่ไม่ผ่านการพิจารณา อ่านข้อสังเกตของเจ้าหน้าที่ให้ครบถ้วน เพื่อระบุว่าต้องแก้ไขข้อมูลส่วนใดหรือจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติมอะไรบ้าง
  3. แก้ไขข้อมูลและเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผลิตภัณฑ์ สูตรส่วนประกอบ และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ตรงกับข้อกำหนดของ อย.
  4. ส่งเอกสารหรือคำชี้แจงภายในเวลาที่กำหนด ดำเนินการผ่านระบบ E-Submission ตามรายการที่เจ้าหน้าที่แจ้ง พร้อมตรวจสอบสถานะการส่งข้อมูลให้เรียบร้อย
  5. ติดตามผลการพิจารณาอีกครั้ง หลังจากส่งข้อมูลเพิ่มเติม ควรติดตามสถานะคำขออย่างต่อเนื่อง เพื่อรับทราบผลหรือดำเนินการเพิ่มเติมหากเจ้าหน้าที่มีข้อสังเกตใหม่

สำหรับคำขอที่ได้รับแจ้งให้แก้ไขข้อมูลหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม ผู้ประกอบการควรดำเนินการให้ครบถ้วนตามรายการที่เจ้าหน้าที่ระบุภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้คำขอถูกเปลี่ยนสถานะเป็นไม่รับจดแจ้ง

จดแจ้งเครื่องสำอางไม่ผ่าน ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในกี่วัน

ผู้ประกอบการต้องส่งเอกสารหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาคำขอจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ผ่าน และขอให้แก้ไขข้อมูลหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม

ระยะเวลา 10 วันทำการเป็นการนับตามวันทำการของราชการ โดยไม่นับวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบวันที่ได้รับแจ้งและกำหนดส่งในระบบ E-Submission เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันเวลา

สำหรับผู้ประกอบการที่นำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ หากต้องขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมจากผู้ผลิต เช่น รายละเอียดสูตรส่วนประกอบหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ ควรรีบประสานงานทันทีหลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากการจัดเตรียมเอกสารอาจใช้เวลาหลายวัน

หากไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ จะเกิดอะไรขึ้น

หากผู้ประกอบการไม่ส่งเอกสารหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ระบบจะเปลี่ยนสถานะคำขอเป็น “ไม่รับจดแจ้ง” ทันที ตามเงื่อนไขการพิจารณาคำขอจดแจ้งเครื่องสำอาง

เมื่อคำขอเปลี่ยนเป็นสถานะไม่รับจดแจ้ง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเงื่อนไขการยื่นคำขอใหม่กับเจ้าหน้าที่หรือผ่านระบบ E-Submission โดยมีแนวทางดำเนินการดังนี้

  • ตรวจสอบสาเหตุที่คำขอเดิมไม่ผ่านการพิจารณา
  • แก้ไขข้อมูลผลิตภัณฑ์และจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
  • ตรวจสอบขั้นตอนการยื่นคำขอใหม่และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
  • ยื่นคำขอจดแจ้งเครื่องสำอางใหม่ตามขั้นตอนที่กำหนด
  • ติดตามสถานะคำขอจนกว่าจะได้รับใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง

ดังนั้น ผู้ประกอบการควรติดตามสถานะคำขออย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังยื่นจดแจ้งเครื่องสำอางผ่านระบบ E-Submission เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อมูลได้ทันตามระยะเวลา ลดความล่าช้าในการพิจารณา และลดโอกาสที่จะต้องเริ่มขั้นตอนการยื่นคำขอใหม่

คำขอถูกเปลี่ยนสถานะเป็น “ไม่รับจดแจ้ง” ต้องทำอย่างไร

เมื่อคำขอจดแจ้งเครื่องสำอางถูกเปลี่ยนสถานะเป็น “ไม่รับจดแจ้ง” ผู้ประกอบการควรตรวจสอบสาเหตุที่คำขอไม่ผ่าน และเตรียมดำเนินการยื่นคำขอใหม่ เนื่องจากสถานะดังกล่าวแสดงว่าคำขอเดิมไม่ได้รับการจดแจ้งตามกระบวนการพิจารณาของ อย. โดยมีแนวทางดำเนินการดังนี้

  1. ตรวจสอบผลการพิจารณาคำขอเดิม เข้าสู่ระบบ E-Submission เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่คำขอถูกเปลี่ยนสถานะเป็นไม่รับจดแจ้ง รวมถึงรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้แก้ไข
  2. แก้ไขข้อมูลตามข้อสังเกตของเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ สูตรส่วนประกอบ ชื่อเครื่องสำอาง และเอกสารประกอบคำขอให้ถูกต้องตามข้อกำหนด
  3. เตรียมเอกสารสำหรับการยื่นคำขอใหม่ รวบรวมเอกสารและข้อมูลที่จำเป็น พร้อมตรวจสอบความสอดคล้องของรายละเอียดในเอกสารแต่ละฉบับ
  4. ตรวจสอบเงื่อนไขและยื่นคำขอใหม่ ติดต่อเจ้าหน้าที่หรือเช็คขั้นตอนในระบบ E-Submission เพื่อดำเนินการยื่นคำขอใหม่ รวมถึงตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
  5. ติดตามสถานะคำขอจนได้รับผลการพิจารณา หลังยื่นคำขอใหม่ ควรตรวจสอบสถานะอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันทีหากมีการขอข้อมูลเพิ่มเติม

ทั้งนี้ หากคำขอถูกเปลี่ยนสถานะเป็นไม่รับจดแจ้งจากการส่งเอกสารเพิ่มเติมไม่ทันภายใน 10 วันทำการ ผู้ประกอบการควรติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อตรวจสอบขั้นตอนการยื่นใหม่ให้ถูกต้องก่อนดำเนินการ

วิธีเตรียมข้อมูลก่อนยื่นจดแจ้งเครื่องสำอาง เพื่อลดโอกาสไม่ผ่าน

ก่อนยื่นขอจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. ผู้ประกอบการควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผลิตภัณฑ์และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เพื่อลดปัญหาการถูกขอเอกสารเพิ่มเติมหรือคำขอไม่ผ่านการพิจารณา โดยมีสิ่งที่ควรเตรียมดังนี้

  • ตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ เช็คว่าสินค้าจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องสำอางตามกฎหมายหรือไม่ โดยพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน ส่วนประกอบ และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
  • ตรวจสอบสูตรส่วนประกอบ ระบุชื่อสารตามระบบชื่อส่วนประกอบเครื่องสำอาง (INCI Name) และตรวจสอบสารห้ามใช้ สารควบคุม รวมถึงปริมาณสารให้เป็นไปตามข้อกำหนด
  • ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อเครื่องสำอางและรายละเอียดที่ใช้ในการจดแจ้งควรถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องกับประเภทของผลิตภัณฑ์
  • เตรียมข้อมูลผู้ผลิตและสถานประกอบการ ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และรายละเอียดผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าให้ตรงกับข้อมูลที่ใช้ในการยื่นคำขอ
  • จัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอ ตรวจสอบรายการเอกสารที่ อย. กำหนดตามประเภทผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเครื่องสำอางนำเข้าที่อาจต้องใช้ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ผลิตต่างประเทศ
  • ตรวจสอบข้อมูลก่อนส่งผ่านระบบ E-Submission ทบทวนรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง ทั้งชื่อผลิตภัณฑ์ สูตรส่วนประกอบ ข้อมูลผู้ประกอบการ และเอกสารแนบ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรติดตามสถานะคำขอหลังยื่นผ่านระบบ E-Submission อย่างต่อเนื่อง เพราะหากเจ้าหน้าที่แจ้งให้แก้ไขข้อมูลหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม จะได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด และลดความเสี่ยงที่คำขอจะถูกเปลี่ยนสถานะเป็นไม่รับจดแจ้ง

การขอจดแจ้งเครื่องสำอางควรเริ่มจากการตรวจสอบสูตรส่วนประกอบ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และเอกสารให้ถูกต้องก่อนยื่นคำขอ รวมถึงติดตามสถานะและดำเนินการแก้ไขภายในเวลาที่ อย. กำหนด สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการตัวช่วย Livilution Consult มีบริการรับจด อย. เครื่องสำอาง พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจสอบความพร้อมของเอกสาร และดูแลขั้นตอนการยื่นคำขอ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult หรือ โทร. 098-525-4415 เพื่อปรึกษาฟรีได้เลย

แชร์บทความนี้....