เปลี่ยนสูตรอาหาร ต้องขอ อย. ใหม่ไหม หรือแก้ไขเลขเดิมได้

เปลี่ยนสูตรอาหาร ต้องขอ อย. ใหม่ไหม หรือสามารถใช้เลขเดิมได้? เป็นคำถามที่ผู้ประกอบการมักสงสัยเมื่อต้องการปรับส่วนผสมหรือพัฒนาสูตรสินค้า เพราะการเปลี่ยนแปลงบางอย่างสามารถยื่นแก้ไขข้อมูลเดิมได้ ขณะที่บางกรณีอาจต้องขอเลข อย. ใหม่ Livilution จะพาไปดูเงื่อนไข เอกสาร และขั้นตอนที่ต้องรู้ก่อนเปลี่ยนสูตรอาหาร


สรุปแบบสั้นๆ

  • การเปลี่ยนสูตรอาหารสามารถแก้ไขข้อมูลภายใต้เลข อย. เดิมได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลง
  • การเปลี่ยนขนาดบรรจุโดยที่สูตรและส่วนประกอบเหมือนเดิม โดยทั่วไปสามารถใช้เลข อย. เดิมได้
  • การเปลี่ยนสถานที่ผลิตอาจต้องขอเลข อย. ใหม่ หากย้ายไปผลิตในสถานที่ที่มีเลขสถานที่ผลิตต่างจากเดิม
  • การแก้ไขสูตรอาหารต้องเตรียมข้อมูลสูตรเดิมและสูตรใหม่ รายละเอียดส่วนประกอบ และเอกสารที่เกี่ยวข้องตามประเภทอาหาร
  • การยื่นแก้ไขสูตรอาหารสามารถดำเนินการผ่านระบบ e-Submission ของ อย. ตามประเภทคำขอที่เกี่ยวข้อง
  • การเปลี่ยนสูตรอาหารโดยไม่แจ้งแก้ไขในกรณีที่กฎหมายกำหนด อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 และมีบทลงโทษตามลักษณะความผิด

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


การเปลี่ยนแปลงแบบไหนต้องขอ อย. ใหม่ หรือแก้ไขเลขเดิมได้

การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลข อย. แล้ว เช่น สูตรอาหาร ส่วนผสม ขนาดบรรจุ สถานที่ผลิต หรือฉลาก อาจดำเนินการแก้ไขข้อมูลภายใต้เลขสารบบอาหารเดิมได้ หรืออาจต้องยื่นขอเลข อย. ใหม่ ขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและลักษณะการเปลี่ยนแปลง โดยแบ่งได้ดังนี้

เปลี่ยนสูตรหรือส่วนผสมอาหาร

การเปลี่ยนสูตรอาหาร เช่น เพิ่มหรือลดปริมาณส่วนผสม เปลี่ยนวัตถุดิบ หรือเพิ่มสารอาหารบางชนิด สามารถยื่นขอแก้ไขสูตรภายใต้เลข อย. เดิมได้ในบางกรณี หากผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในประเภทอาหารเดิมและเป็นไปตามเงื่อนไขของ อย.

แต่หากเปลี่ยนส่วนประกอบจนทำให้ประเภทอาหาร ลักษณะผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธีการผลิตเปลี่ยนไปจากเดิม อาจต้องยื่นขอเลขสารบบอาหารใหม่ ทั้งนี้ หากการเปลี่ยนสูตรส่งผลต่อคุณค่าทางโภชนาการ ผู้ประกอบการต้องปรับข้อมูลฉลากโภชนาการให้ถูกต้องด้วย

เปลี่ยนขนาดบรรจุหรือบรรจุภัณฑ์

หากผลิตภัณฑ์อาหารมีสูตรและส่วนประกอบเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่เปลี่ยนเฉพาะขนาดบรรจุ เช่น จาก 100 มล. เป็น 250 มล. โดยทั่วไปสามารถใช้เลข อย. เดิมได้ แต่ต้องตรวจสอบข้อกำหนดการแจ้งหรือแก้ไขข้อมูลขนาดบรรจุของอาหารประเภทนั้น

ส่วนการเปลี่ยนชนิดบรรจุภัณฑ์ เช่น จากขวดพลาสติกเป็นกระป๋อง หรือเปลี่ยนวิธีบรรจุ อาจต้องแก้ไขรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม โดยเฉพาะกรณีที่มีผลต่อความปลอดภัย อายุการเก็บรักษา หรือกรรมวิธีการผลิต

เปลี่ยนสถานที่ผลิตอาหาร

กรณีย้ายโรงงานหรือเปลี่ยนสถานที่ผลิตอาหาร ผู้ประกอบการต้องดำเนินการขออนุญาตสถานที่ผลิตแห่งใหม่หรือแก้ไขข้อมูลสถานที่ตามข้อกำหนดของ อย. ก่อนดำเนินการผลิต

เนื่องจากเลขสารบบอาหารมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับสถานที่ผลิตหรือนำเข้า การย้ายไปผลิตในสถานที่แห่งใหม่ที่มีเลขสถานที่ผลิตต่างจากเดิม จึงอาจต้องยื่นขอเลข อย. ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานที่ผลิตนั้น ส่วนกรณีเปลี่ยนเฉพาะข้อมูลที่อยู่ของสถานที่เดิม อาจดำเนินการแก้ไขข้อมูลได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

เปลี่ยนรายละเอียดบนฉลากอาหาร

การเปลี่ยนข้อมูลบนฉลากอาหาร เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีบริโภค ข้อมูลโภชนาการ หรือข้อความกล่าวอ้างต่าง ๆ ต้องพิจารณาว่าข้อมูลที่เปลี่ยนเป็นรายการที่ต้องแจ้งหรือได้รับอนุญาตจาก อย. หรือไม่

หากเป็นการปรับรูปแบบฉลาก เช่น สี ตัวอักษร หรือการจัดวางข้อความ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ยังเหมือนเดิม อาจไม่จำเป็นต้องขอเลข อย. ใหม่ แต่หากแก้ไขข้อมูลที่มีผลต่อรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ต้องดำเนินการยื่นแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องก่อนนำฉลากใหม่มาใช้

เอกสารที่ใช้แก้ไขสูตรอาหารกับ อย. มีอะไรบ้าง

ผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนสูตรหรือส่วนประกอบอาหารที่ได้รับเลข อย. แล้ว ควรเตรียมเอกสารแสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์เดิมและข้อมูลสูตรใหม่ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแก้ไขข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเอกสารที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

  1. คำขอแก้ไขรายละเอียดผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น แบบ อ.19 หรือ สบ.6 ตามประเภทอาหารและรูปแบบการอนุญาต
  2. ข้อมูลเลขสารบบอาหารเดิม พร้อมรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตหรือจดแจ้งไว้
  3. สูตรส่วนประกอบอาหารเดิมและสูตรใหม่ ระบุชื่อวัตถุดิบและปริมาณส่วนประกอบแต่ละชนิดเป็นร้อยละ โดยรวมกันเท่ากับ 100%
  4. รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงสูตรอาหาร ระบุส่วนผสมที่เพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลงจากสูตรเดิมอย่างชัดเจน
  5. รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต โดยเฉพาะกรณีที่การเปลี่ยนสูตรส่งผลต่อขั้นตอนหรือวิธีการผลิต
  6. ตัวอย่างฉลากอาหารที่แก้ไขใหม่ แสดงชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ ข้อมูลโภชนาการ และข้อความอื่น ๆ ให้สอดคล้องกับสูตรใหม่
  7. รายงานผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ เช่น ผลวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการหรือคุณภาพมาตรฐานอาหาร กรณีที่กฎหมายกำหนดหรือการเปลี่ยนสูตรส่งผลต่อข้อมูลดังกล่าว
  8. เอกสารข้อมูลวัตถุดิบเพิ่มเติม เช่น ข้อกำหนดคุณภาพวัตถุดิบ (Raw Material Specification) หรือข้อมูลสารสำคัญ กรณีมีการเพิ่มหรือเปลี่ยนวัตถุดิบที่ต้องตรวจสอบเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ เอกสารที่ต้องใช้จริงขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและลักษณะการแก้ไขสูตร อาหารบางประเภทสามารถดำเนินการแก้ไขข้อมูลผ่านระบบ e-Submission ของ อย. ได้ ขณะที่บางประเภทอาจต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาต

ขั้นตอนยื่นแก้ไขสูตรอาหารกับ อย.

ผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนสูตรหรือส่วนประกอบอาหาร สามารถดำเนินการยื่นคำขอแก้ไขข้อมูลผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. ตรวจสอบประเภทอาหารและเงื่อนไขการแก้ไขสูตร

ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์จัดอยู่ในอาหารประเภทใด เช่น อาหารทั่วไป อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรืออาหารที่ต้องขออนุญาตใช้ฉลาก เพื่อพิจารณาว่าสามารถแก้ไขข้อมูลภายใต้เลข อย. เดิมได้หรือจำเป็นต้องยื่นขอเลขสารบบอาหารใหม่

2. เตรียมข้อมูลสูตรอาหารเดิมและสูตรใหม่

รวบรวมรายละเอียดส่วนประกอบอาหารทั้งสูตรเดิมและสูตรใหม่ โดยระบุชื่อวัตถุดิบ ปริมาณส่วนผสม และรายการที่เปลี่ยนแปลง พร้อมตรวจสอบว่าการเปลี่ยนสูตรส่งผลต่อกรรมวิธีการผลิต คุณค่าทางโภชนาการ หรือข้อมูลบนฉลากหรือไม่

3. ยื่นคำขอแก้ไขข้อมูลผ่านระบบ e-Submission

เข้าสู่ระบบ e-Submission ของ อย. เลือกประเภทคำขอที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรายละเอียดผลิตภัณฑ์อาหาร กรอกข้อมูลการเปลี่ยนแปลง และแนบเอกสารประกอบตามที่ระบบกำหนด

4. ติดตามสถานะและชำระค่าธรรมเนียม

หลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารประกอบ หากพบข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือจำเป็นต้องชี้แจงเพิ่มเติม ผู้ประกอบการต้องดำเนินการแก้ไขตามที่ได้รับแจ้ง พร้อมชำระค่าธรรมเนียมตามประเภทคำขอและขั้นตอนที่กำหนด

5. ตรวจสอบผลการอนุญาตและปรับข้อมูลผลิตภัณฑ์

เมื่อคำขอได้รับอนุญาตหรือดำเนินการเสร็จสิ้นตามกระบวนการแล้ว ให้ตรวจสอบรายละเอียดสูตรอาหารที่แก้ไข รวมถึงปรับฉลากและข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับสูตรใหม่ ก่อนนำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย

เปลี่ยนสูตรอาหารแล้วใช้เลข อย. เดิมโดยไม่แจ้งแก้ไข ผิดไหม

การเปลี่ยนสูตรอาหารแล้วใช้เลข อย. เดิมโดยไม่แจ้งแก้ไข อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องยื่นแก้ไขข้อมูลหรือขออนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย โดยความผิดและบทลงโทษขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและลักษณะการเปลี่ยนแปลง ได้แก่

  • การแก้ไขสูตรอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับอาหารควบคุมเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนตำรับอาหารไว้ การแก้ไขรายการทะเบียนต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา 36
  • การแสดงฉลากอาหารไม่ถูกต้อง เช่น ส่วนประกอบหรือข้อมูลโภชนาการไม่ตรงกับสูตรที่จำหน่ายจริง หากฝ่าฝืนประกาศตามมาตรา 6(10) มีโทษตามมาตรา 51 ปรับไม่เกิน 30,000 บาท
  • การจำหน่ายอาหารผิดมาตรฐาน หากสูตรใหม่ทำให้คุณภาพหรือมาตรฐานอาหารไม่เป็นไปตามกฎหมาย อาจเข้าข่ายมาตรา 25(3) ประกอบมาตรา 28 มีโทษตามมาตรา 60 ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
  • การผลิตอาหารควบคุมเฉพาะโดยไม่ขึ้นทะเบียนตำรับอย่างถูกต้อง หากเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 31 มีโทษตามมาตรา 64 จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ การเปลี่ยนสูตรอาหารไม่ได้ทำให้เกิดความผิดทุกกรณี ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนว่าสูตรใหม่สามารถแก้ไขภายใต้เลข อย. เดิมได้หรือจำเป็นต้องขอเลขสารบบอาหารใหม่ และดำเนินการตามข้อกำหนดให้เรียบร้อยก่อนนำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย

การ เปลี่ยนสูตรอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการปรับส่วนผสม เพิ่มวัตถุดิบ หรือเปลี่ยนรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนว่าสามารถใช้เลข อย. เดิมได้ หรือต้องยื่นแก้ไขข้อมูลหรือขอเลขสารบบอาหารใหม่ เพื่อให้การผลิตและจำหน่ายเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. หากไม่แน่ใจว่าต้องดำเนินการอย่างไร Livilution มีบริการ รับจด อย. พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจสอบรายละเอียดผลิตภัณฑ์และเอกสารก่อนยื่นคำขอ ช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินการได้อย่างถูกต้อง สามารถติดต่อทีมงานเพื่อปรึกษาฟรีได้ที่ LINE: @liviconsult หรือโทร 098-525-4415

คำถามที่พบบ่อย

เพิ่มรสชาติอาหารใหม่ เช่น จากรสต้นตำรับเป็นรสเผ็ด ต้องขอเลข อย. แยกไหม?

การเพิ่มรสชาติอาหารใหม่อาจต้องขอเลข อย. แยกจากผลิตภัณฑ์เดิม โดยเฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนส่วนประกอบหรือสูตรอาหารจนถือเป็นผลิตภัณฑ์คนละรายการ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาตามประเภทอาหารและเงื่อนไขการออกเลขสารบบอาหาร

เปลี่ยนผู้ผลิต OEM แต่ใช้สูตรอาหารเดิม สามารถใช้เลข อย. เดิมได้ไหม?

หากเปลี่ยนโรงงาน OEM ไปเป็นผู้ผลิตรายใหม่ แม้จะใช้สูตรอาหารเหมือนเดิมทุกอย่าง ก็อาจต้องขอเลข อย. ใหม่ เนื่องจากเลขสารบบอาหารเชื่อมโยงกับข้อมูลสถานที่ผลิต ผู้ประกอบการจึงต้องตรวจสอบสถานะการอนุญาตของโรงงานแห่งใหม่และดำเนินการให้ถูกต้องก่อนผลิตเพื่อจำหน่าย

แชร์บทความนี้....