ผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM ต้องจด อย. เองไหม เจ้าของแบรนด์ต้องรู้อะไรบ้าง

การสร้างแบรนด์เครื่องสำอางทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีโรงงานเป็นของตัวเอง เพราะสามารถจ้างโรงงาน OEM ช่วยผลิตสินค้าให้ได้ ตั้งแต่ครีม เซรั่ม โลชั่น ไปจนถึงเครื่องสำอางประเภทอื่น ๆ แต่เรื่องที่เจ้าของแบรนด์ต้องวางแผนให้ชัดคือ การจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. ใครจะเป็นคนดำเนินการ โรงงาน OEM จดแจ้งให้ได้ไหม และเลขจดแจ้งจะเกี่ยวข้องกับใครบ้าง บทความนี้ Livilution จะพาไปทำความเข้าใจก่อนเริ่มผลิตและวางขายสินค้า


สรุปแบบสั้นๆ

  • ผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM เจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องจดแจ้งด้วยตัวเองทุกกรณี สามารถให้ผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดได้
  • ก่อนเริ่มผลิตควรตกลงให้ชัดว่า ใครเป็นผู้รับจดแจ้ง ใครเป็นผู้ดำเนินการ และข้อมูลผู้ว่าจ้างผลิตจะระบุอย่างไร
  • เลขจดแจ้งเครื่องสำอางผูกกับข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่ยื่นไว้ จึงไม่ควรนำ เลขจดแจ้งของสินค้าอื่นมาใช้กับแบรนด์ตัวเอง โดยไม่ได้ตรวจสอบ
  • หากมีการ เปลี่ยนโรงงาน OEM เปลี่ยนสูตร ชื่อสินค้า หรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ ควรตรวจสอบว่าต้องแก้ไขข้อมูลหรือจดแจ้งใหม่หรือไม่
  • ก่อนนำเครื่องสำอางออกจำหน่าย ควรตรวจสอบ เลขจดแจ้ง ฉลาก สูตร และข้อมูลผลิตภัณฑ์ ให้ตรงกับข้อมูลที่ดำเนินการไว้กับ อย.

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


ผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM คืออะไร

OEM (Original Equipment Manufacturer) คือ การจ้างโรงงานให้ผลิตเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ของผู้ว่าจ้าง เจ้าของแบรนด์จึงไม่จำเป็นต้องมีโรงงานหรือผลิตสินค้าด้วยตัวเอง โดยสามารถเลือกสูตรที่โรงงานมีอยู่แล้ว หรือพัฒนาสูตรตามความต้องการและข้อตกลงกับโรงงาน

ตัวอย่างเช่น ต้องการสร้างแบรนด์เซรั่มเป็นของตัวเอง ก็สามารถให้โรงงาน OEM ช่วยพัฒนาสูตร ผลิต บรรจุ และดำเนินการในส่วนอื่น ๆ ตามบริการของโรงงาน ส่วนสินค้าที่ออกมาจะจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์ที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม การจ้างโรงงานผลิตไม่ได้หมายความว่าเจ้าของแบรนด์ไม่ต้องสนใจเรื่องข้อกำหนดของ อย. เพราะก่อนนำเครื่องสำอางออกจำหน่าย ยังมีเรื่องการจดแจ้งและข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง

ผลิตเครื่องสำอาง OEM ต้องจด อย. เองไหม

ผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM เจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ดำเนินการจดแจ้งด้วยตัวเองทุกกรณี เพราะสามารถมีผู้ดำเนินการแทนตามขั้นตอนและสิทธิ์ที่กำหนดได้ เช่น การมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการผ่านระบบของ อย.

ดังนั้น หากโรงงาน OEM มีบริการดูแลเรื่องการจดแจ้งให้ด้วย เจ้าของแบรนด์อาจไม่ต้องเป็นคนจัดเตรียมและยื่นข้อมูลทั้งหมดด้วยตัวเอง แต่ควรตกลงกับโรงงานให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มผลิตว่า ใครเป็นผู้ดำเนินการจดแจ้ง ใครเป็นผู้รับจดแจ้ง และข้อมูลผู้ว่าจ้างผลิตจะระบุอย่างไร

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ คำที่คนทั่วไปเรียกว่า “จด อย. เครื่องสำอาง” ในทางปฏิบัติจะใช้คำว่า “จดแจ้งเครื่องสำอาง” เมื่อดำเนินการถูกต้องแล้วจะได้รับเลขที่ใบรับจดแจ้งสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น

จ้างโรงงาน OEM แล้วเลขจดแจ้งเครื่องสำอางเป็นชื่อใคร

ก่อนเริ่มผลิต เจ้าของแบรนด์ควรแยกบทบาทของแต่ละฝ่ายให้ชัด เพราะ เจ้าของแบรนด์ ผู้ผลิต และผู้รับจดแจ้งอาจไม่ใช่บุคคลหรือนิติบุคคลเดียวกัน

โดยทั่วไปจะมีผู้เกี่ยวข้องหลัก ๆ ดังนี้

ผู้เกี่ยวข้อง หน้าที่
เจ้าของแบรนด์ เป็นเจ้าของแบรนด์และนำสินค้าออกจำหน่ายตามข้อตกลง
โรงงาน OEM รับผลิตเครื่องสำอางตามสูตรและเงื่อนไขที่ตกลง
ผู้รับจดแจ้ง เป็นผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการจดแจ้งผลิตภัณฑ์ตามข้อมูลที่ยื่นต่อ อย.

จุดนี้จึงไม่ควรดูเพียงว่าโรงงานมีบริการ “จด อย. ให้” หรือไม่ แต่ควรถามต่อว่า เมื่อจดแจ้งแล้วใครเป็นผู้รับจดแจ้ง และมีการระบุข้อมูลผู้ว่าจ้างผลิตอย่างไร

ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการจัดการผลิตภัณฑ์ในอนาคต โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการเปลี่ยนโรงงาน เปลี่ยนสูตร หรือแก้ไขรายละเอียดของสินค้า

ก่อนจ้างโรงงาน OEM ต้องเช็กอะไรเกี่ยวกับ อย. บ้าง

ก่อนตกลงผลิตเครื่องสำอางกับโรงงาน OEM เจ้าของแบรนด์ควรตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการจดแจ้งให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อลดปัญหาเมื่อต้องการนำสินค้าออกขายจริง

เรื่องสำคัญที่ควรเช็ก ได้แก่

  • โรงงานและสถานที่ผลิตดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  • ใครเป็นผู้ดำเนินการจดแจ้งเครื่องสำอาง
  • ใครจะเป็นผู้รับจดแจ้งผลิตภัณฑ์
  • ชื่อแบรนด์และชื่อผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ในการจดแจ้ง
  • สูตรและส่วนประกอบเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
  • ฉลากและข้อความบนบรรจุภัณฑ์มีข้อมูลครบถ้วนหรือไม่
  • หากเปลี่ยนสูตร เปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ หรือเปลี่ยนโรงงานในอนาคต ต้องดำเนินการอย่างไร

โดยเฉพาะเรื่อง สูตร ชื่อสินค้า และผู้รับจดแจ้ง ควรตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนเริ่มผลิตจำนวนมาก เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้ผลิตสินค้าและข้อมูลที่นำไปจดแจ้งสอดคล้องกัน

ขั้นตอนจดแจ้งเครื่องสำอาง OEM มีอะไรบ้าง

การจดแจ้งเครื่องสำอางที่ผลิตแบบ OEM จะมีรายละเอียดแตกต่างกันตามรูปแบบการดำเนินธุรกิจและผู้ที่เป็นผู้รับจดแจ้ง แต่สามารถมองภาพรวมได้ดังนี้

1. ตรวจสอบโรงงานและสถานที่ผลิต

ก่อนเลือกโรงงาน OEM ควรตรวจสอบข้อมูลของโรงงานและสถานที่ผลิตว่าเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องสำอาง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลสถานที่ผลิตมาใช้ในการดำเนินการจดแจ้งได้อย่างถูกต้อง

2. เตรียมสูตรและรายละเอียดผลิตภัณฑ์

กำหนดสินค้าที่ต้องการผลิตให้ชัดเจน เช่น ประเภทเครื่องสำอาง ชื่อสินค้า สูตร ส่วนประกอบ และรูปแบบการใช้งาน พร้อมตรวจสอบว่าส่วนประกอบที่ใช้เป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับเครื่องสำอาง

หากมีการพัฒนาสูตรร่วมกับโรงงาน ควรสรุปสูตรที่จะใช้ผลิตจริงก่อนนำข้อมูลไปดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

3. กำหนดผู้รับจดแจ้งและข้อมูลผู้ว่าจ้างผลิต

เจ้าของแบรนด์และโรงงานควรตกลงกันว่าใครจะเป็นผู้รับจดแจ้ง และใครจะเป็นผู้ดำเนินการยื่นข้อมูล รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดของผู้ผลิตและผู้ว่าจ้างผลิตให้ตรงกับรูปแบบการผลิตจริง

4. ยื่นจดแจ้งเครื่องสำอาง

เมื่อเตรียมข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จึงดำเนินการยื่นจดแจ้งเครื่องสำอางผ่านระบบของ อย. โดยกรอกรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนด

5. ตรวจสอบเลขจดแจ้งและฉลากก่อนจำหน่าย

หลังดำเนินการจดแจ้งแล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์และเลขที่ใบรับจดแจ้งให้เรียบร้อย รวมถึงจัดทำฉลากเครื่องสำอางให้มีรายละเอียดตามข้อกำหนด ก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย

ถ้าโรงงาน OEM จดแจ้งให้ แล้วเปลี่ยนโรงงานต้องทำอย่างไร

หากเจ้าของแบรนด์ต้องการ เปลี่ยนโรงงาน OEM ไม่ควรนำเลขจดแจ้งเดิมไปใช้กับโรงงานใหม่ทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลก่อน เพราะการเปลี่ยนโรงงานอาจทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เปลี่ยนตามไปด้วย

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ ผู้ผลิตและสถานที่ผลิตที่ระบุไว้เดิม ผู้ว่าจ้างผลิต สูตรผลิตภัณฑ์ รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ที่เคยใช้ในการจดแจ้ง

หากข้อมูลเปลี่ยนจากที่จดแจ้งไว้ อาจต้องดำเนินการแก้ไขข้อมูลหรือจดแจ้งใหม่ตามกรณี จึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนย้ายการผลิตไปยังโรงงานแห่งใหม่ เพื่อให้สินค้าที่ผลิตออกมาตรงกับข้อมูลที่ใช้ในการจดแจ้ง

จ้าง OEM แล้วใช้เลขจดแจ้งของโรงงานกับแบรนด์ตัวเองได้ไหม

ไม่ควรนำเลขจดแจ้งของผลิตภัณฑ์อื่นมาใช้กับสินค้าแบรนด์ของตัวเองเพียงเพราะผลิตจากโรงงานเดียวกันหรือใช้สูตรเดียวกัน เพราะเลขที่ใบรับจดแจ้งผูกกับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ยื่นไว้

เช่น โรงงานมีเซรั่มสูตรหนึ่งที่เคยผลิตและจดแจ้งภายใต้ผลิตภัณฑ์หนึ่งอยู่แล้ว หากเจ้าของแบรนด์ต้องการนำสูตรดังกล่าวมาจำหน่ายภายใต้แบรนด์และชื่อผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ต้องตรวจสอบรูปแบบการจดแจ้งและข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องก่อน ไม่ควรนำเลขเดิมมาใส่บนฉลากเองโดยไม่ได้ตรวจสอบ

ดังนั้น ก่อนรับเลขจดแจ้งจากโรงงานมาใช้บนบรรจุภัณฑ์ ควรตรวจสอบว่าเลขดังกล่าวตรงกับ ชื่อและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์กำลังจะจำหน่ายจริงหรือไม่

จดแจ้งเครื่องสำอาง OEM ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง

การเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยให้ขั้นตอนการจดแจ้งทำได้ง่ายขึ้น โดยข้อมูลที่มักเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ข้อมูลบุคคลหรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลผู้รับจดแจ้ง
  • ข้อมูลโรงงานและสถานที่ผลิต
  • ข้อมูลผู้ผลิตและผู้ว่าจ้างผลิต
  • ชื่อและประเภทของเครื่องสำอาง
  • สูตรและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
  • วิธีใช้และลักษณะของผลิตภัณฑ์
  • ข้อมูลอื่น ๆ ตามประเภทสินค้าและกรณีที่ยื่น

รายละเอียดที่ต้องใช้จริงอาจแตกต่างกันในแต่ละกรณี จึงควรตรวจสอบประเภทเครื่องสำอางและรูปแบบการผลิตก่อนเตรียมยื่นจดแจ้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผลิตเครื่องสำอาง OEM

โรงงาน OEM จด อย. เครื่องสำอางให้ได้ไหม

โรงงาน OEM บางแห่งมีบริการช่วยดำเนินการเรื่องจดแจ้งเครื่องสำอางให้กับลูกค้าได้ แต่ควรตรวจสอบให้ชัดว่าใครจะเป็นผู้รับจดแจ้ง ใครเป็นผู้ดำเนินการ และข้อมูลของเจ้าของแบรนด์จะอยู่ในส่วนใดก่อนตกลงใช้บริการ

เจ้าของแบรนด์สามารถเป็นผู้รับจดแจ้งเองได้ไหม

สามารถดำเนินการได้หากมีคุณสมบัติ ข้อมูลสถานที่ และดำเนินการตามขั้นตอนที่ อย. กำหนด โดยกรณีจ้างโรงงาน OEM จะต้องจัดการข้อมูลของผู้ผลิตและผู้ว่าจ้างผลิตให้สอดคล้องกับการผลิตจริงด้วย

ใช้สูตรเดียวกับโรงงาน แต่คนละแบรนด์ ใช้เลขจดแจ้งเดียวกันได้ไหม

ไม่ควรพิจารณาจากสูตรเพียงอย่างเดียว เพราะเลขจดแจ้งเกี่ยวข้องกับรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ยื่นไว้ด้วย หากเปลี่ยนแบรนด์ ชื่อสินค้า หรือข้อมูลอื่น ควรตรวจสอบก่อนว่าต้องดำเนินการจดแจ้งในรูปแบบใด

เปลี่ยนโรงงาน OEM ต้องจดแจ้งใหม่หรือไม่

ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงจากการจดแจ้งเดิม จึงควรตรวจสอบข้อมูลผู้ผลิต สถานที่ผลิต สูตร และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ก่อน หากมีข้อมูลที่เปลี่ยน อาจต้องแก้ไขหรือดำเนินการจดแจ้งใหม่ตามกรณี

เครื่องสำอาง OEM ต้องมีเลข อย. ก่อนเริ่มขายไหม

เครื่องสำอางที่จะผลิตหรือนำเข้าเพื่อขายต้องดำเนินการจดแจ้งตามหลักเกณฑ์ก่อนนำออกจำหน่าย เมื่อดำเนินการแล้วจะได้รับ เลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง ซึ่งต้องนำไปใช้ให้ถูกต้องตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

การจ้างโรงงาน OEM ช่วยให้เจ้าของแบรนด์เริ่มผลิตเครื่องสำอางได้โดยไม่ต้องมีโรงงานเป็นของตัวเอง แต่เรื่องการจดแจ้งเครื่องสำอางควรวางแผนให้ชัดตั้งแต่ต้น ทั้งผู้รับจดแจ้ง ข้อมูลผู้ผลิตและผู้ว่าจ้างผลิต สูตร และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้การผลิตและนำสินค้าออกจำหน่ายเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด

หากไม่แน่ใจว่าการผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM ของคุณต้องดำเนินการจดแจ้งอย่างไร หรือต้องเตรียมข้อมูลส่วนไหนบ้าง Livilution บริการรับจด อย. พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อปรึกษาฟรีได้เลย

แชร์บทความนี้....