การนำ ทองคำเปลวหรือผงทองคำมาตกแต่งอาหาร พบได้มากขึ้นทั้งในขนม เบเกอรี่ ไอศกรีม เครื่องดื่ม และอาหารต่าง ๆ แต่ทองคำเปลวที่ดูสวยงามไม่ได้หมายความว่าจะนำมาใช้กับอาหารได้ทุกชนิด เพราะหากไม่ได้มาตรฐานอาจเสี่ยงปนเปื้อนโลหะหนัก และอาหารบางประเภทก็ไม่อนุญาตให้ใช้เป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือเตรียม ขอ อย. อาหาร บทความนี้ Livilution จะพาไปดูว่า ทองคำเปลวบนอาหารแบบไหนอันตราย ผู้ผลิตใช้ได้หรือไม่ได้ และมีข้อกำหนดอะไรที่ควรรู้ก่อนนำมาใช้กับอาหาร
สรุปแบบสั้นๆ
- อย. ไม่แนะนำให้ใช้ทองคำเปลวหรือผงทองคำในอาหาร เพราะไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเสี่ยงปนเปื้อนโลหะหนัก
- อาหารแปรรูปในภาชนะบรรจุที่ต้องขออนุญาต อย. ไม่อนุญาตให้ใช้ทองคำเปลวหรือผงทองคำเป็นส่วนประกอบ
- อาหารปรุงสดหรืออาหารที่จำหน่ายหน้าร้าน แม้มีรูปแบบการกำกับดูแลต่างจากอาหารบรรจุสำเร็จ แต่ อย. ยังคงไม่แนะนำให้ใช้ทองคำเปลวตกแต่งอาหาร
- คำว่า “Food Grade”, “กินได้” หรือ “ทองคำ 24K” ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำมาใช้ผลิตอาหารในประเทศไทยได้ทันที ต้องตรวจสอบข้อกำหนดตามกฎหมายอาหารไทยด้วย
- ผู้ประกอบการควร ตรวจสอบสูตร วัตถุดิบ วัตถุเจือปนอาหาร และเงื่อนไขการใช้กับ อย. ก่อนผลิตหรือนำสินค้าออกจำหน่าย เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้วัตถุดิบที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- ทองคำเปลวบนอาหาร คืออะไร
- ทองคำเปลวกินได้ไหม
- ทองคำเปลวบนอาหาร แบบไหนเสี่ยงอันตราย
- ผู้ผลิตอาหารสามารถใช้ทองคำเปลวเป็นส่วนประกอบได้ไหม
- ทองคำเปลว Food Grade ใช้กับอาหารได้เลยหรือไม่
- ทำไม อย. ถึงไม่แนะนำให้ใช้ทองคำเปลวตกแต่งอาหาร
- ผู้ประกอบการควรทำอย่างไรก่อนเลือกวัตถุดิบมาผลิตอาหาร
ทองคำเปลวบนอาหาร คืออะไร
ทองคำเปลวบนอาหาร หรือที่พบในชื่อ Edible Gold, Gold Leaf หรือ Gold Flakes เป็นวัสดุสีทองที่นำมาใช้ตกแต่งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความสวยงาม เช่น โรยบนเค้ก เบเกอรี่ ช็อกโกแลต ไอศกรีม ซูชิ หรือเครื่องดื่ม
ปัจจุบันสามารถพบผลิตภัณฑ์ลักษณะดังกล่าวจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์จำนวนมาก โดยบางผลิตภัณฑ์มีการใช้ข้อความ เช่น “ทองคำ 24K” “กินได้” “รับประทานได้” หรือ “Food Grade” อย่างไรก็ตาม ข้อความเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับการบริโภค โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ระบุแหล่งผลิตหรือไม่มีเอกสารรับรองที่สามารถตรวจสอบได้
ทองคำเปลวกินได้ไหม
หากพิจารณาในทางทฤษฎี ทองคำบริสุทธิ์ระดับสูงประมาณ 23–24K ที่ผลิตขึ้นสำหรับการบริโภคโดยเฉพาะ อาจไม่ก่ออันตรายจากตัวทองคำเอง เนื่องจากทองคำมีความเฉื่อยทางเคมีสูงและสามารถถูกขับออกจากร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการอาจไม่สามารถยืนยันได้ว่าทองคำเปลวที่ซื้อมาเป็นทองคำบริสุทธิ์และผลิตตามมาตรฐานสำหรับอาหารจริงหรือไม่
ที่สำคัญ สำหรับประเทศไทย อย. ระบุชัดว่า ไม่แนะนำให้นำทองคำเปลวหรือผงทองคำมาใช้ตกแต่งหรือใส่ในอาหาร เนื่องจากทองคำไม่ได้ให้ประโยชน์หรือคุณค่าทางโภชนาการ และหากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บริสุทธิ์หรือไม่ได้มาตรฐาน อาจมีการปนเปื้อนโลหะหนักที่ส่งผลต่อสุขภาพได้
ดังนั้น คำว่า “กินได้” หรือ “Food Grade” ที่ปรากฏบนสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่จำหน่ายออนไลน์ จึงไม่ควรเป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจนำมาใช้กับอาหาร
ทองคำเปลวบนอาหาร แบบไหนเสี่ยงอันตราย
สำหรับทองดคำเปลวบนอาหาร ความเสี่ยงอันตรายไม่ได้อยู่ที่สีทองหรือรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ แต่อยู่ที่ ความบริสุทธิ์ แหล่งที่มา และกระบวนการผลิต โดยทองคำเปลวที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
- ทองคำเปลวที่ไม่ทราบแหล่งผลิตหรือผู้ผลิต
- ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีฉลากหรือข้อมูลส่วนประกอบชัดเจน
- ผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าเป็น Food Grade แต่ไม่มีเอกสารหรือมาตรฐานรองรับ
- ฟอยล์หรือแผ่นโลหะสีทองที่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นทองคำบริสุทธิ์
- ผลิตภัณฑ์ราคาถูกผิดปกติที่อ้างว่าเป็นทองคำบริสุทธิ์
- ทองคำเปลวที่ผลิตขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ไม่ได้ผลิตสำหรับสัมผัสหรือบริโภคร่วมกับอาหาร
หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีโลหะชนิดอื่นหรือสารเคมีปนเปื้อนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ อย. แนะนำให้หลีกเลี่ยงการบริโภคทองคำเปลวที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้
ผู้ผลิตอาหารสามารถใช้ทองคำเปลวเป็นส่วนประกอบได้ไหม
ประเด็นนี้ต้องแยกระหว่าง อาหารแปรรูปในภาชนะบรรจุที่ต้องขออนุญาตจาก อย. กับอาหารที่ปรุงและจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค เนื่องจากมีสถานะการกำกับดูแลแตกต่างกัน
อาหารแปรรูปในภาชนะบรรจุที่ต้องขออนุญาต อย. – ไม่อนุญาตให้ใช้
สำหรับอาหารแปรรูปในภาชนะบรรจุที่ต้องดำเนินการขออนุญาตกับ อย. ก่อนจำหน่าย เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปบางประเภท ขนม หรือเบเกอรี่บรรจุหีบห่อ อย. ไม่อนุญาตให้ใช้ทองคำเปลวหรือผงทองคำเป็นส่วนประกอบของอาหาร
เนื่องจากทองคำไม่ได้อยู่ในข้อกำหนดการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่อนุญาตให้นำมาใช้กับอาหารในลักษณะดังกล่าว โดยหลักการแล้ว การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามชนิดอาหาร หน้าที่ และเงื่อนไขการใช้ที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถนำวัตถุใดมาเติมในอาหารได้เพียงเพราะระบุว่าเป็น Food Grade
ดังนั้น หากผู้ประกอบการกำลังพัฒนาสูตรอาหารเพื่อยื่นขออนุญาต อย. จึงไม่ควรนำทองคำเปลวหรือผงทองคำมาเป็นส่วนประกอบหรือตกแต่งผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อกำหนดก่อน
อาหารปรุงสดหรือจำหน่ายหน้าร้าน – อย. ไม่แนะนำให้ใช้
สำหรับอาหารที่ปรุงเพื่อจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค เช่น เค้กที่จำหน่ายในคาเฟ่ ไอศกรีม ซูชิ หรืออาหารที่ตกแต่งและเสิร์ฟให้ลูกค้าที่ร้าน อาหารกลุ่มนี้อาจได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตผลิตภัณฑ์กับ อย. ในลักษณะเดียวกับอาหารแปรรูปบรรจุสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทองคำเปลวทุกชนิดสามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัย โดย อย. ยังคงไม่แนะนำให้นำทองคำเปลวหรือผงทองคำมาตกแต่งอาหาร เนื่องจากไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และหากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานก็อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ
ขณะเดียวกัน สภาผู้บริโภคมองว่าประเด็นนี้ยังมีช่องว่างในการกำกับดูแล โดยเฉพาะอาหารปรุงสดและทองคำตกแต่งอาหารที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ จึงเสนอให้ อย. กำหนดมาตรฐาน นิยาม และเงื่อนไขการใช้ “ทองคำสำหรับตกแต่งอาหาร” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทองคำเปลว Food Grade ใช้กับอาหารได้เลยหรือไม่
คำว่า Food Grade ไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตอาหารในประเทศไทยสามารถนำผลิตภัณฑ์นั้นมาใส่ในอาหารได้โดยอัตโนมัติ
ผู้ประกอบการต้องแยกให้ออกระหว่าง “มาตรฐานของวัตถุดิบ” กับ “การได้รับอนุญาตให้ใช้วัตถุดิบนั้นในอาหารตามกฎหมายไทย” เพราะวัตถุดิบหนึ่งอาจมีเอกสารจากผู้ผลิตว่าเหมาะสำหรับอาหาร หรือได้รับอนุญาตให้ใช้ในบางประเทศ แต่เมื่อนำมาใช้ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ยังคงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอาหารไทย
โดยเฉพาะอาหารแปรรูปในภาชนะบรรจุที่ต้องขออนุญาตจาก อย. ซึ่งปัจจุบัน อย. ระบุว่าไม่อนุญาตให้ใช้ทองคำเปลวหรือผงทองคำเป็นส่วนประกอบ
ทำไม อย. ถึงไม่แนะนำให้ใช้ทองคำเปลวตกแต่งอาหาร
เหตุผลหลักไม่ได้มีเพียงเรื่องกฎหมาย แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภค โดย อย. ระบุว่า ทองคำเปลวหรือผงทองคำ ไม่ได้ให้ประโยชน์หรือคุณค่าทางโภชนาการ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่ไม่บริสุทธิ์อาจมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนโลหะหนัก และหากได้รับสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้
ปัญหาสำคัญอีกประการคือ ผู้ซื้ออาจตรวจสอบด้วยตาเปล่าไม่ได้ว่าแผ่นสีทองที่นำมาตกแต่งอาหารเป็นทองคำบริสุทธิ์จริงหรือเป็นโลหะชนิดอื่น รวมถึงไม่สามารถทราบได้ว่ากระบวนการผลิตมีความปลอดภัยหรือมีสารปนเปื้อนหรือไม่
จึงไม่ควรพิจารณาจากรูปลักษณ์ ราคา หรือข้อความ “24K” และ “Food Grade” บนหน้าร้านออนไลน์เพียงอย่างเดียว
ผู้ประกอบการควรทำอย่างไรก่อนเลือกวัตถุดิบมาผลิตอาหาร
สำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการอาหาร ประเด็นสำคัญจากกรณีทองคำเปลวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะทองคำเท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นว่า วัตถุดิบหรือสารที่นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารต้องตรวจสอบข้อกำหนดก่อนนำเข้าสูตร
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องยื่นขออนุญาตกับ อย. ควรตรวจสอบประเภทอาหาร สูตร ส่วนประกอบ วัตถุเจือปนอาหาร ปริมาณการใช้ และเงื่อนไขตามประกาศที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เพราะแม้วัตถุดิบนั้นจะมีจำหน่ายทั่วไป หรือผู้ขายระบุว่าสามารถรับประทานได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำมาใช้ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยได้ทุกกรณี
กรณี ทองคำเปลวบนอาหาร จึงเป็นอีกเรื่องที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนพัฒนาสูตรหรือผลิตสินค้า โดยเฉพาะอาหารแปรรูปในภาชนะบรรจุที่ต้องขออนุญาตจาก อย. ซึ่งปัจจุบัน อย. ไม่อนุญาตให้ใช้ทองคำเปลวหรือผงทองคำเป็นส่วนประกอบ ขณะที่อาหารปรุงจำหน่ายโดยตรงแม้มีสถานะการกำกับดูแลต่างออกไป แต่ อย. ก็ยังไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ดังนั้น การตรวจสอบสูตรและข้อกำหนดของวัตถุดิบตั้งแต่ก่อนเริ่มผลิตจะช่วยลดปัญหาในการยื่นขออนุญาตและลดความเสี่ยงที่ต้องกลับมาแก้ไขสูตรภายหลัง Livilution บริการรับจด อย. อาหาร พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์เบื้องต้นก่อนดำเนินการ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้น




