การผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอาง ไม่ใช่ว่าวัตถุดิบทุกชนิดจะสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมได้ เพราะกระทรวงสาธารณสุขมีการกำหนด รายชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง และมีการแก้ไขเพิ่มเติมรายการอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบชื่อสารและ CAS Number ให้ถูกต้องก่อนพัฒนาสูตร ผลิต นำเข้า หรือดำเนินการจดแจ้งเครื่องสำอาง บทความนี้ Livilution รวบรวมประกาศและรายชื่อวัตถุห้ามใช้ที่เกี่ยวข้องไว้ให้ตรวจสอบได้ง่ายในที่เดียว
สรุปแบบสั้นๆ
- วัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ต้องตรวจสอบจาก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2566 และประกาศฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
- พ.ศ. 2566 เป็นประกาศฉบับหลัก กำหนดบัญชีวัตถุห้ามใช้ตั้งแต่ลำดับ 1–1610
- ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567 แก้ไขเงื่อนไข Dioxane และเพิ่ม Deoxyarbutin เป็นลำดับ 1611
- ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2567 เพิ่ม DEET เป็นวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1612
- ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2568 เพิ่มวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1613–1668 รวม 56 ลำดับ
- ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2568 มีการแก้ไขรายการเดิมบางส่วน และเพิ่มวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1669–1685
- ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569 มีการแก้ไขวัตถุบางรายการ และเพิ่มวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1686–1709
- ปัจจุบันตามเอกสารที่รวบรวม บัญชีวัตถุห้ามใช้มีรายการถึง ลำดับ 1709 ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบ ชื่อสาร CAS Number และประกาศฉบับล่าสุด ก่อนพัฒนาสูตร ผลิต นำเข้า หรือจดแจ้งเครื่องสำอาง
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- ทำไมต้องมีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
- ประกาศวัตถุที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง มีฉบับไหนบ้าง
- รายชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
- Dioxane ห้ามใช้ในเครื่องสำอางหรือไม่
- ผู้ประกอบการควรเช็คอะไร ก่อนผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอาง
ทำไมต้องมีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับร่างกายโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง เส้นผม เล็บ ริมฝีปาก หรือบริเวณอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมส่วนผสมที่นำมาใช้ในการผลิต เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากวัตถุหรือสารที่อาจไม่เหมาะสมต่อการนำมาใช้ในเครื่องสำอาง
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2566 กำหนดให้วัตถุที่ปรากฏในบัญชีแนบท้ายประกาศเป็น วัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง เว้นแต่วัตถุที่มีกฎหมายกำหนดชื่อ ปริมาณ และเงื่อนไขที่สามารถใช้เป็นส่วนผสมไว้เป็นการเฉพาะ
ประกาศวัตถุที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง มีฉบับไหนบ้าง
ปัจจุบันการตรวจสอบรายชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ต้องพิจารณาจาก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นประกาศฉบับหลัก ร่วมกับประกาศฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากมีการเพิ่มและปรับปรุงรายชื่อวัตถุห้ามใช้เป็นระยะ โดยมีสาระสำคัญแต่ละฉบับบดังนี้
| ประกาศ | สาระสำคัญ |
|---|---|
| พ.ศ. 2566 | ประกาศฉบับหลัก กำหนดบัญชีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง |
| ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567 | แก้ไขเงื่อนไข Dioxane ลำดับ 343 และเพิ่ม Deoxyarbutin เป็นลำดับ 1611 |
| ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2567 | เพิ่ม DEET เป็นวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1612 |
| ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2568 | เพิ่มวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1613–1668 |
| ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2568 | แก้ไขบางรายการและเพิ่มวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1669–1685 |
| ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569 | แก้ไขรายการเดิมบางลำดับ และเพิ่มวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1686–1709 |
ดังนั้น หากอ้างอิงตามเอกสารชุดนี้ รายชื่อวัตถุห้ามใช้ไม่ได้สิ้นสุดที่ลำดับ 1668 แต่มีการเพิ่มเติมจนถึง ลำดับ 1709 ตามประกาศฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569
รายชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
วัตถุห้ามใช้ ลำดับ 1-1610
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2566 เป็นประกาศฉบับหลักที่รวบรวมบัญชีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง โดยกำหนดรายการตั้งแต่ลำดับ 1–1610 พร้อมระบุชื่อวัตถุและ CAS Number สำหรับใช้ตรวจสอบสารแต่ละชนิด
รายชื่อมีจำนวนมากและครอบคลุมสารหลากหลายประเภท ตัวอย่างเช่น Acetylcholine and its salts, Antibiotics, Arsenic and its compounds, Benzene, Cadmium and its compounds, Mercury and its compounds ตลอดจนสารเคมีและสารประกอบอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศ
วัตถุห้ามใช้ ลำดับ 1611
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567 เพิ่ม 4-[(tetrahydro-2H-pyran-2-yl)oxy]phenol หรือ Deoxyarbutin (Tetrahydropyranyloxy Phenol) เป็นวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1611
- ชื่อสาร: 4-[(tetrahydro-2H-pyran-2-yl)oxy]phenol (Deoxyarbutin, Tetrahydropyranyloxy Phenol)
- CAS Number: 53936-56-4
วัตถุห้ามใช้ ลำดับ 1612
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2567 เพิ่ม N,N-diethyl-m-toluamide หรือ Diethyltoluamide (DEET) เป็นวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1612
- ชื่อสาร: N,N-diethyl-m-toluamide (Diethyltoluamide: DEET)
- CAS Number: 134-62-3 / 26545-51-7
วัตถุห้ามใช้ ลำดับ 1613–1668
ต่อมา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2568 ได้เพิ่มวัตถุห้ามใช้ตั้งแต่ลำดับ 1613–1668 รวม 56 ลำดับ
ตัวอย่างรายการที่เพิ่ม เช่น Octamethylcyclotetrasiloxane (D4), Sodium perborate, Nickel diformate, Cyclohexylamine, Cobalt, Metaldehyde, Methylmercuric chloride, Diisohexyl phthalate, 2-methylimidazole และสารอื่น ๆ ตามบัญชีแนบท้ายประกาศ
วัตถุห้ามใช้ ลำดับ 1669–1685
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2568 มีการแก้ไขรายการเดิมบางส่วน พร้อมเพิ่มวัตถุห้ามใช้ลำดับ 1669–1685 เช่น Nickel diarsenide, Nickel arsenide, Quinoline, Imidazole, 2-Chloracetamide, Acetaldehyde, N-Methyl-2-pyrrolidone, Vinyl acetate, Styrene และสารอื่น ๆ ตามประกาศ
วัตถุห้ามใช้ ลำดับ 1686–1709
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569 เพิ่มวัตถุห้ามใช้อีกตั้งแต่ลำดับ 1686–1709 โดยรายการที่ปรากฏในประกาศ เช่น Ammonium bromide, Dibutyltin bis(2-ethylhexanoate), Dibutyltin di(acetate), Tellurium dioxide, Barium diboron tetraoxide, Bisphenol S, Perfluoroheptanoic acid และ Melamine เป็นต้น
ประกาศฉบับนี้ยังมีการแก้ไขรายละเอียดของวัตถุเดิมบางลำดับ ได้แก่ 1013, 1230 และ 1613 จึงควรอ้างอิงข้อความจากประกาศฉบับล่าสุดประกอบการตรวจสอบสูตรด้วย
Dioxane ห้ามใช้ในเครื่องสำอางหรือไม่
Dioxane เป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง โดยอยู่ในบัญชีลำดับที่ 343 แต่มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีที่เกิดจาก การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ซึ่งต้องมีปริมาณไม่เกิน 10 ส่วนในล้านส่วนโดยน้ำหนัก (10 ppm หรือ 10 mg/kg) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567
ดังนั้น ผู้ประกอบการ ไม่สามารถนำ Dioxane มาใช้เป็นส่วนผสมในสูตรเครื่องสำอางโดยตรงได้ แต่หากตรวจพบในลักษณะของการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป จะต้องควบคุมไม่ให้เกินเกณฑ์ 10 ppm ที่กฎหมายกำหนด ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจึงควรตรวจสอบทั้งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว
ผู้ประกอบการควรเช็คอะไร ก่อนผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอาง
ก่อนพัฒนาสูตร ผลิต นำเข้า หรือยื่นจดแจ้งเครื่องสำอาง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายชื่อส่วนผสมในสูตรกับบัญชีวัตถุห้ามใช้ โดยเฉพาะ ชื่อสารและ CAS Number รวมถึงตรวจสอบประกาศฉบับแก้ไขล่าสุด เนื่องจากบางรายการอาจมีการเพิ่มใหม่ แก้ไขชื่อสาร หรือกำหนดข้อยกเว้นและเงื่อนไขเพิ่มเติม
ก่อนผลิต นำเข้า หรือจดแจ้งเครื่องสำอาง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบสูตร ชื่อสาร และ CAS Number ให้ตรงตามประกาศล่าสุด เพื่อป้องกันการใช้วัตถุดิบที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและลดปัญหาการแก้ไขสูตรในภายหลัง หากไม่แน่ใจว่าส่วนผสมหรือสูตรผลิตภัณฑ์สามารถจดแจ้งได้หรือไม่ Livilutionบริการรับจดแจ้งเครื่องสำอาง พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยดูแลขั้นตอนการดำเนินการ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรี




