อาหารแปรรูป vs อาหารทั่วไป ต่างกันอย่างไร แบบไหนต้องขอ อย.

ผู้ประกอบการที่กำลัง ผลิตหรือนำเข้าอาหาร ก่อนเริ่มยื่น ขอ อย. อาหาร ควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าสินค้าของตนจัดอยู่ในอาหารประเภทใด เพราะประเภทอาหาร ลักษณะการผลิต และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง มีผลต่อทั้งการเตรียมเอกสาร การขออนุญาต และการดำเนินการกับผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะ อาหารแปรรูปและอาหารทั่วไป ที่มีหลักเกณฑ์บางส่วนแตกต่างกัน บทความนี้ Livilution จะพาไปดูว่าอาหารทั้ง 2 กลุ่มต่างกันอย่างไร ต้องขอ อย. แบบไหน และผู้ประกอบการควรเช็กอะไรบ้างก่อนยื่นคำขอ


สรุปแบบสั้นๆ

  • อาหารแปรรูป คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการ เช่น ต้ม อบ ทอด หมัก แช่แข็ง หรือทำแห้ง
  • อาหารทั่วไป เป็นการจัดกลุ่มตามข้อกำหนดด้านอาหาร และอาจเป็นอาหารที่ผ่านหรือไม่ผ่านการแปรรูปก็ได้
  • อาหารแปรรูป ไม่ได้ต้องมีเลข อย. ทุกชนิด ต้องพิจารณาประเภทสินค้าและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • อาหารทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดำเนินการกับ อย. ต้องตรวจสอบทั้งสถานที่ผลิต/นำเข้าและตัวผลิตภัณฑ์
  • ก่อนขอ อย. ควรเช็ค ส่วนประกอบ กระบวนการผลิต การบรรจุ ฉลาก และประกาศที่เกี่ยวข้อง ให้ตรงกับประเภทอาหาร
  • การจัดประเภทอาหารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยให้เตรียมเอกสารและเลือกขั้นตอนการขออนุญาตได้ตรงกับผลิตภัณฑ์

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


อาหารแปรรูปคืออะไร

อาหารแปรรูป (Processed Food) คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ จากสภาพเดิม เพื่อให้พร้อมบริโภค เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน หรือช่วยยืดอายุการเก็บรักษา เช่น การต้ม อบ ทอด หมัก แช่แข็ง ทำแห้ง ปรุงรส หรือบรรจุ

อาหารแปรรูปมีหลายประเภทและอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่แตกต่างกันตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าสินค้าเข้าข่ายอาหารประเภทใดตามหลักเกณฑ์ของ อย. ก่อนผลิตหรือนำเข้าจำหน่าย

ตัวอย่างอาหารแปรรูปมีอะไรบ้าง

อาหารแปรรูปที่พบได้ทั่วไป เช่น

  • อาหารพร้อมรับประทาน เช่น ข้าวกล่อง อาหารแช่แข็ง
  • ซอสและเครื่องปรุงรส
  • ผักและผลไม้แปรรูป เช่น ผลไม้อบแห้ง ผักดอง
  • เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ
  • ขนมอบ เช่น ขนมปัง คุกกี้ เค้ก
  • อาหารกระป๋อง
  • แยมและผลิตภัณฑ์จากผลไม้

อาหารแปรรูป

อาหารทั่วไปคืออะไร

อาหารทั่วไป คือ กลุ่มอาหารที่ไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นอาหารควบคุมเฉพาะ อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรืออาหารที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะบางประเภท โดยอาหารทั่วไปอาจเป็นอาหารที่ผ่านการแปรรูปแล้วหรือไม่ผ่านการแปรรูปก็ได้

แม้สินค้าจะจัดอยู่ในกลุ่มอาหารทั่วไป ผู้ประกอบการยังต้องตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการผลิต การนำเข้า สุขลักษณะ และการแสดงฉลากตามกรณี จึงไม่ได้หมายความว่าอาหารทั่วไปจะไม่มีข้อกำหนดของ อย. เลย

ตัวอย่างอาหารทั่วไปมีอะไรบ้าง

ตัวอย่างอาหารที่อาจจัดอยู่ในกลุ่มอาหารทั่วไป เช่น

  • ธัญพืชและผลิตภัณฑ์จากธัญพืชบางชนิด
  • แป้งบางประเภท
  • เครื่องเทศและสมุนไพรที่ใช้เป็นอาหาร
  • ผักและผลไม้บางประเภท
  • วัตถุดิบประกอบอาหารบางชนิด
  • ผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่เข้าข่ายอาหารประเภทที่มีประกาศกำหนดไว้เฉพาะ

ทั้งนี้ การจัดประเภทต้องพิจารณารายละเอียดของผลิตภัณฑ์เป็นรายกรณี โดยเฉพาะส่วนประกอบ กระบวนการผลิต และประกาศที่เกี่ยวข้อง

อย. อาหารแปรรูป vs อาหารทั่วไป ต่างกันอย่างไร

จุดสำคัญที่ควรทำความเข้าใจก่อน คือ “อาหารแปรรูป” และ “อาหารทั่วไป” ไม่ใช่คำที่ใช้แบ่งอาหารออกเป็นสองฝั่งตรงข้ามกัน เพราะอาหารแปรรูปพิจารณาจากการที่อาหารผ่านกระบวนการผลิตหรือเปลี่ยนแปลงจากสภาพเดิม ขณะที่อาหารทั่วไปเป็นการจัดกลุ่มอาหารตามข้อกำหนดด้านกฎหมายอาหาร ดังนั้น อาหารที่ผ่านการแปรรูปบางชนิดก็อาจจัดอยู่ในกลุ่มอาหารทั่วไปได้

ตารางเปรียบเทียบอาหารแปรรูปและอาหารทั่วไป

หัวข้อเปรียบเทียบ อาหารแปรรูป อาหารทั่วไป
ลักษณะอาหาร ผ่านกระบวนการ เช่น ต้ม อบ ทอด หมัก แช่แข็ง ทำแห้ง หรือปรุงแต่ง เป็นกลุ่มอาหารที่ไม่ได้อยู่ในประเภทที่มีข้อกำหนดเฉพาะตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
การผ่านกระบวนการ มีการแปรรูปจากสภาพเดิม อาจผ่านหรือไม่ผ่านการแปรรูปก็ได้
ตัวอย่าง อาหารพร้อมรับประทาน ซอส ขนม อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง ธัญพืช เครื่องเทศ วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิด
ต้องมีเลข อย. หรือไม่ พิจารณาตามประเภทและลักษณะของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่อาหารแปรรูปทุกชนิดใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน พิจารณาตามประเภทสินค้า ลักษณะการบรรจุ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
สถานที่ผลิต/นำเข้า ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับประเภทและกระบวนการผลิต สถานที่ผลิตหรือนำเข้ายังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ฉลากอาหาร ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั่วไปและข้อกำหนดเฉพาะของอาหารแต่ละประเภท หากมี ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องฉลากที่ใช้กับผลิตภัณฑ์นั้น
สิ่งที่ควรตรวจสอบ สูตร ส่วนประกอบ กระบวนการผลิต การบรรจุ และประเภทอาหาร ลักษณะสินค้า ส่วนประกอบ การบรรจุ การจำหน่าย และประกาศที่เกี่ยวข้อง

อาหารแปรรูปต้องมีเลข อย. ทุกชนิดไหม

อาหารแปรรูปไม่ได้หมายความว่าทุกชนิดจะต้องขอเลข อย. หรือดำเนินการด้วยขั้นตอนเดียวกันทั้งหมด เพราะต้องตรวจสอบก่อนว่าผลิตภัณฑ์นั้นถูกจัดอยู่ในอาหารประเภทใดตามกฎหมายและประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

ตัวกำหนดว่าอาหารแปรรูปต้องขอเลข อย.

การพิจารณาไม่ได้ดูเฉพาะว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการแปรรูปหรือไม่ แต่ต้องดูรายละเอียดอื่นร่วมด้วย อาหารแปรรูปนั้นจึงควรขอเลข อย.  เช่น

  • ประเภทของอาหาร
  • สูตรและส่วนประกอบ
  • กระบวนการผลิต
  • ลักษณะและวิธีการบรรจุ
  • รูปแบบการจำหน่าย
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

อาหารแปรรูปบางประเภทอาจเข้าข่ายอาหารที่มีข้อกำหนดเฉพาะและต้องขอ เลขสารบบอาหาร ก่อนจำหน่าย ขณะที่อาหารบางประเภทอาจมีหลักเกณฑ์แตกต่างออกไป ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ก่อนเริ่มยื่นคำขอ

อาหารทั่วไปต้องขอ อย. หรือไม่

อาหารทั่วไปไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องขอ อย. ทุกกรณี โดยผู้ประกอบการต้องแยกพิจารณาระหว่าง การขออนุญาตสถานที่ผลิตหรือนำเข้าอาหาร กับ การขอเลขสารบบอาหารของตัวผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเป็นคนละส่วนและมีหลักเกณฑ์แตกต่างกัน

การขออนุญาตสถานที่ผลิตหรือนำเข้าอาหาร

หากผลิตหรือนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่าย ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบว่าสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารเข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใด รวมถึงต้องจัดสถานที่ให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านสุขลักษณะและการผลิตที่เกี่ยวข้อง

อาหารทั่วไปต้องมีเลขสารบบอาหารไหม

สำหรับตัวผลิตภัณฑ์ อาหารทั่วไปบางกรณีอาจไม่ต้องขอเลขสารบบอาหาร แต่ต้องพิจารณาจากชนิดอาหาร ลักษณะการบรรจุ วิธีจำหน่าย และประกาศที่เกี่ยวข้อง หากผลิตภัณฑ์เข้าข่ายที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีเลขสารบบอาหาร ก็ต้องดำเนินการก่อนนำออกจำหน่าย

จะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าของเราอยู่ในอาหารประเภทไหน

ก่อนยื่น ขอ อย. อาหาร ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน เพราะการจัดประเภทอาหารมีผลต่อเอกสาร การแสดงฉลาก และขั้นตอนการยื่นคำขอ โดย Checklist สำหรับตรวจสอบประเภทอาหารเบื้องต้น ดังนี้

  • ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ มีวัตถุดิบหรือสารสำคัญอะไรบ้าง
  • กระบวนการผลิต เช่น ต้ม อบ ทอด หมัก ทำแห้ง แช่แข็ง หรือผสม
  • ลักษณะการบรรจุ ใช้ภาชนะประเภทใด มีการปิดสนิทหรือไม่
  • วัตถุประสงค์การบริโภค เป็นอาหารทั่วไป อาหารพร้อมรับประทาน หรือผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ
  • ข้อความและการกล่าวอ้างบนฉลาก มีการกล่าวอ้างคุณประโยชน์หรือข้อมูลเฉพาะหรือไม่
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง สินค้าอยู่ภายใต้ประกาศหรือข้อกำหนดเฉพาะประเภทใด

หากสินค้ามีส่วนประกอบหรือกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ควรตรวจสอบการจัดประเภทให้ชัดเจนก่อนยื่นคำขอ เพื่อให้เลือกประเภทคำขอและเตรียมเอกสารได้ตรงตามข้อกำหนด

ผลิตหรือนำเข้าอาหาร ต้องเตรียมอะไรเพื่อขอ อย.

ผู้ประกอบการที่ต้องการ ผลิตหรือนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่าย ควรเตรียมความพร้อมตั้งแต่การตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ สถานที่ ไปจนถึงเอกสารและฉลาก เพราะรายละเอียดในการดำเนินการอาจแตกต่างกันตามประเภทอาหาร

1. ตรวจสอบประเภทอาหาร

เช็กสูตร ส่วนประกอบ กระบวนการผลิต และลักษณะสินค้า เพื่อดูว่าผลิตภัณฑ์จัดอยู่ในอาหารประเภทใด และอยู่ภายใต้ประกาศหรือข้อกำหนดใด

2. ตรวจสอบสถานที่ผลิตหรือนำเข้า

กรณีผลิตในประเทศ ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ผลิตเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีนำเข้า ต้องตรวจสอบสถานที่นำเข้าและสถานที่เก็บอาหารตามข้อกำหนด

3. เตรียมเอกสารสำหรับยื่นคำขอ

เตรียมเอกสารของผู้ประกอบการ ข้อมูลสถานที่ผลิตหรือนำเข้า รายละเอียดผลิตภัณฑ์ สูตร ส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต และเอกสารเพิ่มเติมตามประเภทอาหาร

4. ยื่นขออนุญาตสถานที่ที่เกี่ยวข้อง

ดำเนินการยื่นขออนุญาตสถานที่ผลิตหรือนำเข้าอาหารตามกรณี รวมถึงผ่านขั้นตอนการตรวจประเมินหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

5. จัดทำฉลากอาหาร

เตรียมข้อมูลบนฉลากให้เป็นไปตามข้อกำหนด เช่น ชื่ออาหาร ส่วนประกอบ ปริมาณสุทธิ ข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า วันผลิต วันหมดอายุ และข้อมูลอื่นที่กฎหมายกำหนด

6. ยื่นผลิตภัณฑ์ตามประเภทอาหาร

เมื่อดำเนินการด้านสถานที่เรียบร้อยแล้ว จึงยื่นรายละเอียดผลิตภัณฑ์หรือขอ เลขสารบบอาหาร ตามประเภทและหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเอกสารและขั้นตอนอาจแตกต่างกันในอาหารแต่ละประเภท

การแยก อาหารแปรรูปและอาหารทั่วไป ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยให้ผู้ประกอบการรู้ว่าสินค้าของตนต้องดำเนินการกับ อย. อย่างไร ตั้งแต่การเตรียมสถานที่ เอกสาร ฉลาก ไปจนถึงการขอเลขสารบบอาหาร เนื่องจากอาหารแต่ละประเภทมีข้อกำหนดแตกต่างกัน หากยังไม่แน่ใจว่าสินค้าจัดอยู่ในประเภทใด Livilution บริการรับจด อย. พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อปรึกษาฟรีได้เลย

แชร์บทความนี้....