การจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์ตามความเสี่ยง (IVD และ Non-IVD) ต้องยื่นคำขอแบบใด

ก่อนนำเข้า ผลิต หรือขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์กับ อย. หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องทราบคือการจัดประเภทเครื่องมือแพทย์ตามระดับความเสี่ยง เนื่องจากผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีข้อกำหนดและรูปแบบการยื่นคำขอแตกต่างกัน ตั้งแต่การจดแจ้ง การแจ้งรายการละเอียด ไปจนถึงการขอใบอนุญาต บทความนี้ Livilution จะพาคุณทำความเข้าใจการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์ทั้ง IVD และ Non-IVD รวมถึงหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนกับ อย.


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


ระดับความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์

การจัดระดับความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์ตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามระดับความรุนแรงต่อผู้ป่วยและสาธารณสุข ดังนี้

เครื่องมือแพทย์ประเภท 1 (Class 1) ความเสี่ยงต่ำ

เครื่องมือแพทย์ประเภท 1 (Class 1) คือเครื่องมือแพทย์ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อผู้ใช้งานและผู้ป่วย อุปกรณ์ทั่วไปที่ไม่มีความซับซ้อน ไม่สัมผัสอวัยวะภายใน

รูปแบบการขึ้นทะเบียน: ใบจดแจ้ง

ตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ประเภท 1 เช่น

  • ผ้าพันแผลและก๊อซทำแผล
  • ถุงมือตรวจโรค
  • ไม้กดลิ้น
  • เตียงผู้ป่วย
  • รถเข็นผู้ป่วยแบบธรรมดา (ชนิดไม่ใช้ไฟฟ้า)
  • หูฟังทางการแพทย์ (สเตโทสโคป)
  • หน้ากากอนามัย
  • เทอร์โมวัดไข้แบบธรรมดา

เครื่องมือแพทย์ประเภท 2 (Class 2) ความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง

เครื่องมือแพทย์ประเภท 2 (Class 2) คือเครื่องมือแพทย์ที่มีความเสี่ยงปานกลาง ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะต้องยื่นขอ “แจ้งรายการละเอียด” ก่อนนำมาจำหน่ายหรือใช้งาน

รูปแบบการขึ้นทะเบียน: ใบรายการละเอียด

ตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง ประเภท 2 เช่น

  • อุปกรณ์วินิจฉัยและตรวจวัด: เครื่องวัดความดันโลหิตแบบใช้ปลอกแขน, ชุดตรวจการตั้งครรภ์, และชุดทดสอบวันตกไข่
  • อุปกรณ์ให้สารละลายและยา: เข็มฉีดยา, อุปกรณ์ถ่ายเลือด, และสายให้สารน้ำ
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และช่วยการเคลื่อนไหว: รถเข็นไฟฟ้า และเครื่องช่วยฟัง
  • อุปกรณ์สัมผัสร่างกายระยะสั้น: คอนแทคเลนส์ชนิดใช้งานรายวัน และสายสวนปัสสาวะชนิดชั่วคราว

เครื่องมือแพทย์ประเภท 3 (Class 3) ความเสี่ยงปานกลางถึงสูง

เครื่องมือแพทย์ประเภท 3 (Class 3) คือเครื่องมือแพทย์ที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูง มีผลต่อการวินิจฉัยหรือการรักษา ต้องได้รับการประเมินข้อมูลทางเทคนิคอย่างละเอียด และต้องการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

รูปแบบการขึ้นทะเบียน: ใบรายการละเอียด

ตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูง ประเภท 3 เช่น

  • เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้า (Pacemakers)
  • ลิ้นหัวใจเทียม (Artificial heart valves)
  • ประสาทหูเทียม (Cochlear implants)
  • เครื่องกระตุกหัวใจ (Implantable defibrillators)
  • สายสวนหลอดเลือดหัวใจ (Renal/Coronary stents)
  • เต้านมเทียมซิลิโคน (Breast implants)

เครื่องมือแพทย์ประเภท 4 (Class 4) ความเสี่ยงสูง

เครื่องมือแพทย์ประเภท 4 (Class 4) คือเครื่องมือแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อบุคคลและการสาธารณสุข ซึ่งหากเกิดข้อผิดพลาดหรืออุปกรณ์ทำงานล้มเหลว อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตหรือเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ทันที

รูปแบบการขึ้นทะเบียน: ใบอนุญาต

ตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูง ประเภท 4 เช่น

  • สายสวนหลอดเลือดหัวใจชนิดบอลลูน (Angioplasty balloon catheters)
  • ลิ้นหัวใจเทียม (Heart valve prostheses)
  • เต้านมเทียม หรือข้อสะโพกเทียมที่ปลูกถ่ายในร่างกาย
  • เครื่องมือแพทย์ที่มียาแผนปัจจุบันผสมอยู่ (เช่น ขดลวดควัญหลอดเลือดหัวใจเคลือบยา)
  • ชุดตรวจวินิจฉัยโรคความเสี่ยงสูง (In-Vitro Diagnostics – IVD) เช่น ชุดตรวจคัดกรองเชื้อ HIV หรือไวรัสตับอักเสบในเลือดก่อนบริจาค

การจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์

การจัดกลุ่มและแบ่งประเภทเครื่องมือแพทย์ตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่ตามวัตถุประสงค์การใช้งานและความเสี่ยง เพื่อประกอบการขออนุญาต ดังนี้

  1. เครื่องมือแพทย์สำหรับการวินิจฉัยภายนอกร่างกาย (IVD)
  2. เครื่องมือแพทย์ทั่วไป (Non-IVD)

IVD คืออะไร

IVD (In Vitro Diagnostic Medical Device) คือ เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ตรวจภายนอกร่างกาย เช่น เลือด ปัสสาวะ น้ำลาย หรือเนื้อเยื่อ เพื่อใช้ในการวินิจฉัย คัดกรอง ติดตามผล หรือประเมินภาวะสุขภาพ

ตัวอย่างเช่น

  • ชุดตรวจน้ำตาลในเลือด
  • ชุดตรวจการตั้งครรภ์
  • ชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19
  • น้ำยาตรวจทางห้องปฏิบัติการ

Non-IVD คืออะไร

Non-IVD (Non-In Vitro Diagnostic Medical Device) คือ เครื่องมือแพทย์ที่ใช้กับร่างกายมนุษย์โดยตรง หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์อื่นที่ไม่ใช่การตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างภายนอกร่างกาย

ตัวอย่างเช่น

  • เครื่องมือผ่าตัด
  • ถุงมือแพทย์
  • เครื่องเอกซเรย์
  • เครื่องช่วยหายใจ
  • อุปกรณ์ปลูกฝังในร่างกาย

4 ประเภทเครื่องมือแพทย์แบบ Non-IVD

1. เครื่องมือแพทย์ที่ไม่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย (Non-Invasive Device)

อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ไม่เข้าสู่ร่างกายผ่านช่องเปิดหรือการผ่าตัด โดยใช้งานภายนอกร่างกายหรือสัมผัสเพียงผิวหนัง

ตัวอย่าง

  • ผ้าพันแผล
  • ผ้าก๊อซ
  • หน้ากากออกซิเจน
  • ชุดให้น้ำเกลือ
  • ถุงบรรจุโลหิต

2. เครื่องมือแพทย์ที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย (Invasive Device)

อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่เข้าสู่ร่างกายผ่านช่องเปิดตามธรรมชาติหรือผ่านการผ่าตัด เพื่อการวินิจฉัย รักษา หรือเฝ้าติดตามอาการ

ตัวอย่าง

  • สายสวนปัสสาวะ
  • สายให้อาหารทางจมูก
  • เข็มฉีดยา
  • สายสวนหลอดเลือด
  • รากฟันเทียม
  • ข้อเข่าเทียม

3. เครื่องมือแพทย์ที่มีกำลัง (Active Device)

อุปกรณ์เครื่องมืแพทย์ที่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้า แบตเตอรี่ หรือแหล่งพลังงานอื่นในการทำงาน

ตัวอย่าง

  • เครื่องเอกซเรย์
  • เครื่องอัลตราซาวด์
  • เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
  • เครื่องช่วยหายใจ
  • เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ
  • เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)

4. เครื่องมือแพทย์ที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เพิ่มเติม (Special Rule Device)

เครื่องมือแพทย์ที่มีลักษณะเฉพาะหรือมีความเสี่ยงพิเศษ จึงต้องใช้หลักเกณฑ์เพิ่มเติมในการจัดประเภทความเสี่ยง

ตัวอย่าง

  • ถุงยางอนามัย
  • ห่วงอนามัยคุมกำเนิด (IUD)
  • น้ำยาฆ่าเชื้อเครื่องมือแพทย์
  • เลนส์สัมผัสและน้ำยาดูแลเลนส์สัมผัส
  • เครื่องมือแพทย์ที่มีตัวยาเป็นส่วนประกอบ
  • เครื่องมือแพทย์ที่มีเนื้อเยื่อหรือสารจากสัตว์เป็นส่วนประกอบ

หลักเกณฑ์การจัดประเภทเครื่องมือแพทย์สำหรับ IVD ตามความเสี่ยง

  • หลักเกณฑ์ที่ 1: ชุดตรวจโรคติดต่อร้ายแรงหรือใช้คัดกรองเลือดและอวัยวะสำหรับบริจาค จัดเป็น ประเภท 4
  • หลักเกณฑ์ที่ 2: ชุดตรวจหมู่เลือดและความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อสำหรับการให้เลือดหรือปลูกถ่าย จัดเป็น ประเภท 3–4
  • หลักเกณฑ์ที่ 3: ชุดตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคร้ายแรง โรคทางพันธุกรรม และโรคมะเร็ง จัดเป็น ประเภท 3
  • หลักเกณฑ์ที่ 4: ชุดตรวจที่ผู้ใช้สามารถทดสอบได้ด้วยตนเอง (Self-testing) จัดเป็น ประเภท 2–3
  • หลักเกณฑ์ที่ 5: น้ำยา อุปกรณ์ และภาชนะเก็บสิ่งส่งตรวจที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ จัดเป็น ประเภท 1
  • หลักเกณฑ์ที่ 6: เครื่องมือแพทย์ IVD ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้างต้น จัดเป็น ประเภท 2
  • หลักเกณฑ์ที่ 7: สารควบคุม (Control Material) สำหรับการทดสอบ จัดเป็น ประเภท 2

หลักเกณฑ์การจัดประเภทเครื่องมือแพทย์สำหรับ Non-IVD ตามความเสี่ยง

กลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่ไม่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย (Non-Invasive Device)

  • หลักเกณฑ์ที่ 1: เครื่องมือแพทย์สำหรับปิดหรือรักษาบาดแผล จัดเป็น ประเภท 1–3
  • หลักเกณฑ์ที่ 2: เครื่องมือแพทย์สำหรับเก็บ ลำเลียง หรือเป็นทางผ่านของของเหลว ก๊าซ เลือด หรือเนื้อเยื่อ จัดเป็น ประเภท 1–3
  • หลักเกณฑ์ที่ 3: เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของเลือดหรือของเหลวในร่างกาย จัดเป็น ประเภท 2–3
  • หลักเกณฑ์ที่ 4: เครื่องมือแพทย์ไม่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายอื่น ๆ จัดเป็น ประเภท 1

กลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย (Invasive Device)

  • หลักเกณฑ์ที่ 5: เครื่องมือแพทย์ที่เข้าสู่ร่างกายผ่านช่องเปิดตามธรรมชาติ จัดเป็น ประเภท 1–3
  • หลักเกณฑ์ที่ 6: เครื่องมือแพทย์ที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายด้วยการผ่าตัดและใช้งานชั่วคราว จัดเป็น ประเภท 1–4
  • หลักเกณฑ์ที่ 7: เครื่องมือแพทย์ที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายด้วยการผ่าตัดและใช้งานระยะสั้น จัดเป็น ประเภท 2–4
  • หลักเกณฑ์ที่ 8: เครื่องมือแพทย์ฝังในร่างกายหรือใช้งานระยะยาว จัดเป็น ประเภท 2–4

กลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่ใช้พลังงาน (Active Device)

  • หลักเกณฑ์ที่ 9(1): เครื่องมือแพทย์ที่ใช้พลังงานเพื่อการรักษา จัดเป็น ประเภท 2–3
  • หลักเกณฑ์ที่ 9(2): เครื่องมือแพทย์ที่ควบคุมหรือติดตามการทำงานของเครื่องมือแพทย์เพื่อการรักษา จัดเป็น ประเภท 3
  • หลักเกณฑ์ที่ 10(1): เครื่องมือแพทย์ที่ใช้พลังงานเพื่อการวินิจฉัย จัดเป็น ประเภท 2–3
  • หลักเกณฑ์ที่ 10(2): เครื่องมือแพทย์ที่ใช้รังสีเพื่อการวินิจฉัยหรือรักษา จัดเป็น ประเภท 3
  • หลักเกณฑ์ที่ 11: เครื่องมือแพทย์ที่ใช้พลังงานเพื่อให้หรือขจัดยาและสารต่าง ๆ เข้า-ออกจากร่างกาย จัดเป็น ประเภท 2–3
  • หลักเกณฑ์ที่ 12: เครื่องมือแพทย์ที่ใช้พลังงานอื่น ๆ ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้างต้น จัดเป็น ประเภท 1

กลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เพิ่มเติม (Special Rule Device)

  • หลักเกณฑ์ที่ 13: เครื่องมือแพทย์ที่มียาเป็นส่วนประกอบ จัดเป็น ประเภท 4
  • หลักเกณฑ์ที่ 14: เครื่องมือแพทย์ที่มีเซลล์ เนื้อเยื่อ หรือสารจากสัตว์และจุลินทรีย์เป็นส่วนประกอบ จัดเป็น ประเภท 4
  • หลักเกณฑ์ที่ 15: เครื่องมือแพทย์สำหรับการทำให้ปราศจากเชื้อหรือฆ่าเชื้อ จัดเป็น ประเภท 2–3
  • หลักเกณฑ์ที่ 16: เครื่องมือแพทย์สำหรับการคุมกำเนิดหรือป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จัดเป็น ประเภท 3–4

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การจัดเครื่องมือแพทย์ตามความเสี่ยง พ.ศ. 2562

กรณีเครื่องมือแพทย์เข้าข่ายหลายประเภท

นอกจากการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ความเสี่ยงแล้ว ยังมีข้อกำหนดสำคัญที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรทราบ ดังนี้

1. เครื่องมือแพทย์ที่จัดได้มากกว่า 1 ประเภท

หากเครื่องมือแพทย์เข้าหลักเกณฑ์หลายข้อและสามารถจัดอยู่ได้มากกว่า 1 ประเภท ให้จัดประเภทตาม ระดับความเสี่ยงที่สูงที่สุด

ตัวอย่าง

เครื่องมือแพทย์ชนิดหนึ่งเข้าข่ายทั้งประเภท 2 และประเภท 3 จะต้องจัดเป็น ประเภท 3

2. เครื่องมือแพทย์ที่ออกแบบให้ใช้ร่วมกับเครื่องมือแพทย์อื่น

กรณีเครื่องมือแพทย์ถูกออกแบบให้ใช้งานร่วมกับเครื่องมือแพทย์อื่น ให้พิจารณาจัดประเภทความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์ แต่ละรายการแยกจากกัน

ตัวอย่าง

เครื่องอัลตราซาวด์และหัวตรวจ (Probe) อาจต้องพิจารณาการจัดประเภทตามลักษณะและวัตถุประสงค์การใช้งานของแต่ละส่วน

3. เครื่องมือแพทย์ที่มีหลายวัตถุประสงค์การใช้งาน

หากเครื่องมือแพทย์มีวัตถุประสงค์การใช้งานมากกว่าหนึ่งอย่าง ให้จัดประเภทตาม วัตถุประสงค์ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด

ตัวอย่าง

ซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ที่ใช้ทั้งติดตามข้อมูลสุขภาพทั่วไปและช่วยวินิจฉัยโรคร้ายแรง จะต้องจัดประเภทตามวัตถุประสงค์ด้านการวินิจฉัยโรค ซึ่งมีระดับความเสี่ยงสูงกว่า

หากเครื่องมือแพทย์สามารถเข้าข่ายได้หลายประเภท หรือมีหลายวัตถุประสงค์การใช้งาน อย. กำหนดให้ยึดหลัก “ความเสี่ยงสูงสุด” เป็นเกณฑ์ในการจัดประเภทและกำหนดรูปแบบการขึ้นทะเบียน เพื่อให้การควบคุมเป็นไปอย่างเหมาะสมและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ใช้งานสูงสุด.

วิธีตรวจสอบว่าเครื่องมือแพทย์ของคุณอยู่ในประเภทความเสี่ยงใด

ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบประเภทความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์เบื้องต้นได้จาก ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์ ซึ่งกำหนดแนวทางการจัดประเภทผลิตภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์การใช้งานและระดับความเสี่ยง

หากต้องการเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการ สามารถยื่นคำขอ หนังสือรับรองการจัดประเภทเครื่องมือแพทย์ตามความเสี่ยงและการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์ ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ได้

นอกจากนี้ อย. ยังมี โปรแกรมจัดประเภทเครื่องมือแพทย์ตามความเสี่ยง สำหรับให้ผู้ประกอบการตรวจสอบประเภทความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบจากระบบดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นเอกสารยืนยันหรือใช้อ้างอิงในการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์กับ อย. ได้โดยตรง.

เครื่องมือแพทย์ของคุณอยู่ในประเภทความเสี่ยงใด

การจัดประเภทเครื่องมือแพทย์ตามระดับความเสี่ยงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้องดำเนินการก่อนยื่นขึ้นทะเบียนกับ อย. เนื่องจากประเภทความเสี่ยงจะเป็นตัวกำหนดรูปแบบคำขอ เอกสารที่ต้องใช้ และแนวทางการพิจารณาของหน่วยงาน หากจัดประเภทไม่ถูกต้องอาจทำให้การยื่นคำขอล่าช้าหรือจำเป็นต้องแก้ไขเอกสารเพิ่มเติม

หากคุณไม่แน่ใจว่าเครื่องมือแพทย์ของคุณจัดอยู่ในประเภทใด ต้องยื่นแบบจดแจ้ง แจ้งรายการละเอียด หรือขอใบอนุญาต Livilution พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจสอบประเภทความเสี่ยง จัดเตรียมเอกสาร ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงได้รับอนุมัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี

 

แชร์บทความนี้....