รู้จัก 3 หนังสือรับรองหลักฐาน จาก อย. ไทย ก่อนส่งออกสินค้า

การส่งออกผลิตภัณฑ์สุขภาพไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพประเภทอื่น นอกจากการเตรียมสินค้าให้ได้มาตรฐานแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมให้พร้อมคือ “หนังสือรับรอง” ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เนื่องจากประเทศปลายทาง ผู้นำเข้า หรือหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศ มักกำหนดให้ผู้ส่งออกแสดงเอกสารเพื่อยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองตามกฎหมาย มีแหล่งผลิตที่ถูกต้อง และสามารถจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย

หนังสือรับรองจาก อย. จึงเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า เพิ่มโอกาสในการผ่านกระบวนการนำเข้าของประเทศปลายทาง และช่วยลดปัญหาการถูกปฏิเสธการนำเข้าสินค้า บทความนี้ Livilution จะพาไปรู้จัก 3 หนังสือรับรองหลักฐานจาก อย. ไทย ที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนส่งออกสินค้า พร้อมอธิบายเงื่อนไขและเอกสารที่ต้องเตรียมอย่างละเอียด


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


หนังสือรับรองหลักฐานจาก อย. คืออะไร

หนังสือรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คือเอกสารราชการที่ออกเพื่อรับรองสถานะของผลิตภัณฑ์หรือสถานประกอบการตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในฐานข้อมูลของ อย. โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ

แม้ว่าหลายประเทศจะมีข้อกำหนดแตกต่างกัน แต่สิ่งที่หน่วยงานกำกับดูแลมักต้องการเหมือนกัน คือการยืนยันว่าสินค้าได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานของรัฐ มีแหล่งผลิตที่ถูกต้อง และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานตามกฎหมายของประเทศผู้ผลิต ซึ่งหนังสือรับรองจาก อย. จะทำหน้าที่เป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันข้อมูลดังกล่าว

Certificate of Free Sale (หนังสือรับรองการจำหน่าย)

Certificate of Free Sale หรือ หนังสือรับรองการจำหน่าย ถือเป็นหนังสือรับรองที่สำคัญที่สุดสำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์สุขภาพ หลายประเทศกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องแนบเอกสารฉบับนี้เพื่อประกอบการขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาตนำเข้าสินค้า

เอกสารฉบับนี้เปรียบเสมือน “พาสปอร์ต” ของสินค้า โดยเป็นการรับรองว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีการจำหน่ายอย่างแพร่หลายในประเทศไทย และผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจาก อย. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศว่าสินค้ามีคุณภาพเทียบเท่ากับที่คนไทยใช้

หนังสือรับรองการจำหน่ายใช้ในกรณีใด

  • ใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนสินค้าในต่างประเทศ
  • ใช้ประกอบการขออนุญาตนำเข้าสินค้า
  • ใช้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • ใช้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าหรือผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศ

สำหรับหลายประเทศ หนังสือรับรองฉบับนี้ถือเป็นเอกสารพื้นฐานที่ผู้ประกอบการแทบทุกคนต้องใช้เมื่อเริ่มส่งออกสินค้า

Certificate of Origin หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า

Certificate of Origin – C/O หรือ หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า เป็นเอกสารที่ใช้เพื่อยืนยันว่าสินค้าถูกผลิตขึ้นในประเทศไทยจริง โดยข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญทั้งในด้านการค้าระหว่างประเทศและการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

เอกสารหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้านี้ใช้เพื่อยืนยันว่าสินค้าถูกผลิตขึ้นในประเทศไทยจริง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ช่วยให้สินค้าของคุณมีราคาที่แข่งขันได้ในตลาดโลก โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบธรรมดา (Ordinary C/O)

ใช้เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันแหล่งที่มาของสินค้า แต่ไม่สามารถนำไปลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีอากรขาเข้าได้

2. หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบพิเศษ (Preferential C/O)

ใช้เพื่อขอใช้สิทธิพิเศษในการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีศุลกากรปลายทาง ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ต่างๆ เช่น

  • Form D: ใช้สำหรับสิทธิพิเศษทางภาษีในกลุ่มประเทศอาเซียน (AFTA)
  • Form E: ใช้สำหรับอาเซียน – จีน (ACFTA)
  • Form JTEPA: ใช้สำหรับไทย – ญี่ปุ่น
  • Form RCEP: ใช้สำหรับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

Certificate for Exportation (หนังสือรับรองเพื่อการส่งออก)

หนังสือรับรองเพื่อการส่งออก (Certificate for Exportation) คือเอกสารสำคัญที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแล (เช่น ⁠องค์การอาหารและยา (FDA) หรือ ⁠กระทรวงพาณิชย์) เพื่อรับรองสถานะผลิตภัณฑ์ แหล่งผลิต หรือความปลอดภัยของสินค้า ช่วยให้ผ่านพิธีการศุลกากรและสร้างความน่าเชื่อถือกับคู่ค้าปลายทางได้อย่างรวดเร็ว

หนังสือรับรองนี้เหมาะกับใคร

  • โรงงานผลิตสินค้า OEM เพื่อส่งออก
  • ผู้ผลิตที่ไม่มีการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย
  • ผู้ประกอบการที่ผลิตตามคำสั่งซื้อของต่างประเทศ
  • ผู้ผลิตสินค้าที่ทำตลาดเฉพาะต่างประเทศ

ขั้นตอนและเงื่อนไขการขอหนังสือรับรองสำหรับผู้ประกอบการ

ก่อนยื่นคำขอ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบคุณสมบัติของสถานประกอบการและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน เนื่องจาก อย. จะพิจารณาความถูกต้องของข้อมูลจากฐานข้อมูลใบอนุญาต รวมถึงมาตรฐานของสถานที่ผลิต หากข้อมูลไม่ถูกต้องหรือเอกสารไม่ครบถ้วน อาจทำให้ต้องแก้ไขเอกสารและส่งผลให้ระยะเวลาการออกหนังสือรับรองล่าช้า

หลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณา

สถานะใบอนุญาต

สถานที่ผลิตต้องได้รับอนุญาตจาก อย. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และใบอนุญาตต้องยังไม่หมดอายุหรือถูกพักใช้ เนื่องจากหนังสือรับรองทุกประเภทอ้างอิงข้อมูลจากใบอนุญาตที่ยังมีผลบังคับใช้ หากใบอนุญาตหมดอายุ ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการต่ออายุก่อนจึงจะสามารถยื่นคำขอได้

มาตรฐาน GMP

การระบุข้อความเพิ่มเติมว่าได้รับมาตรฐาน GMP จะต้องมีการตรวจประเมินที่ยังเป็นปัจจุบันจากหน่วยงานที่ อย. รับรองเท่านั้น หากผลการตรวจหมดอายุ หรือไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย. อาจไม่สามารถระบุข้อความดังกล่าวในหนังสือรับรองได้

ความถูกต้องของข้อมูล

รายละเอียดชื่อผู้ผลิต สถานที่ตั้ง และประเภทอาหารหรือสินค้า ในภาษาอังกฤษต้องตรงกับใบอนุญาตดั้งเดิมทุกตัวอักษร เนื่องจากหนังสือรับรองจะถูกนำไปใช้กับหน่วยงานต่างประเทศ หากข้อมูลไม่ตรงกันแม้เพียงเล็กน้อย อาจส่งผลให้เกิดปัญหาในการนำเข้าสินค้าหรือการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ในประเทศปลายทาง

เอกสารที่ต้องเตรียม

ก่อนยื่นคำขอหนังสือรับรอง ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเอกสารหลักที่ใช้ ได้แก่

  • แบบคำขอตามประเภทผลิตภัณฑ์ (เช่น อาหาร, เครื่องสำอาง, เครื่องมือแพทย์)
  • สำเนาใบอนุญาตผลิตหรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิต
  • เอกสารแสดงรายละเอียดสูตรส่วนประกอบ (สำหรับบางประเภท)
  • ฉลากสินค้าหรือรูปถ่ายผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ ในบางประเภทผลิตภัณฑ์หรือบางประเทศปลายทาง อาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น หนังสือมอบอำนาจ ผลการตรวจวิเคราะห์ เอกสารรับรองมาตรฐาน หรือเอกสารอื่นตามข้อกำหนดเฉพาะของประเทศนั้น ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางควบคู่กับข้อกำหนดของ อย. ก่อนยื่นคำขอทุกครั้ง

การส่งออกผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ได้อาศัยเพียงคุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ยังต้องมีเอกสารรับรองที่ถูกต้องเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและผ่านข้อกำหนดของประเทศปลายทาง โดยหนังสือรับรองหลักจาก อย. ที่ผู้ประกอบการควรรู้ ได้แก่ Certificate of Free Sale (หนังสือรับรองการจำหน่าย), Certificate of Origin (หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า) และ Certificate for Exportation (หนังสือรับรองเพื่อการส่งออก) ซึ่งแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างกัน การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ตรวจสอบสถานะใบอนุญาต และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนยื่นคำขอ จะช่วยให้การขอหนังสือรับรองเป็นไปอย่างราบรื่น และเพิ่มความพร้อมในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณต้องการขอหนังสือรับรองจาก อย. เพื่อใช้ในการส่งออกสินค้า หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และการเตรียมเอกสาร ทีมงาน Livilution พร้อมให้คำแนะนำในทุกขั้นตอน เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้เลย।

แชร์บทความนี้....