การจดแจ้งเครื่องสำอางกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และเจ้าของแบรนด์ต้องดำเนินการก่อนวางจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้ปัจจุบันเครื่องสำอางทุกประเภทจะต้องจดแจ้งกับ อย. แต่การทำความเข้าใจการแบ่งประเภทของเครื่องสำอาง จะช่วยให้ทราบถึงระดับการควบคุม ความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ และการเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นจดแจ้งได้อย่างถูกต้อง
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- ประเภทของเครื่องสำอางตามความเสี่ยง
- ปัจจุบันเครื่องสำอางทุกประเภทต้องจดแจ้งกับ อย.
- เอกสารและข้อมูลที่ใช้ในการจดแจ้งเครื่องสำอาง
- เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก มีความหมายอย่างไร
- วิธีตรวจสอบเลขจดแจ้งเครื่องสำอาง
ประเภทของเครื่องสำอางตามความเสี่ยง
เดิมกฎหมายได้แบ่งเครื่องสำอางออกตามระดับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เครื่องสำอางทั่วไป เครื่องสำอางควบคุม และเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ดังนี้
1. เครื่องสำอางทั่วไป
เครื่องสำอางทั่วไป คือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารอันตรายหรือสารที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ จึงมีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคในระดับต่ำ
ตัวอย่างเครื่องสำอางทั่วไป
- แชมพูที่ไม่มีสารขจัดรังแค
- ครีมนวดผม
- โลชั่นทาผิว
- ครีมบำรุงผิว
- อายแชโดว์
- อายไลเนอร์
- ดินสอเขียนคิ้ว
- บลัชออน
- ลิปสติก
- รองพื้น
- แป้งทาหน้า
- สบู่ก้อนและสบู่เหลว
- โฟมล้างหน้า
- บอดี้ออยล์
- ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
- ยาทาเล็บ
- มูสและเจลแต่งผม
2. เครื่องสำอางควบคุม
เครื่องสำอางควบคุม คือ ผลิตภัณฑ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้ได้ หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือมีการใช้สารควบคุมบางชนิด ผู้ประกอบการจึงต้องแจ้งรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการผลิตหรือการนำเข้า
ตัวอย่างเครื่องสำอางควบคุม
- ผ้าอนามัยชนิดแผ่น
- ผ้าอนามัยชนิดสอด
- ผ้าเย็นหรือกระดาษในภาชนะบรรจุที่ปิด
- แป้งฝุ่นโรยตัว
- แป้งน้ำ
- ครีมกันแดด
- แชมพูที่มีสารขจัดรังแค เช่น
- ซิงก์ไพริไทโอน (Zinc Pyrithione)
- ไพรอกโทน โอลามีน (Piroctone Olamine)
- คลิมบาโซล (Climbazole)
3. เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ
เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารควบคุมพิเศษหรือมีความเสี่ยงสูงต่อผู้บริโภค จึงต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด และต้องผ่านการขึ้นทะเบียนตำรับก่อนจึงจะสามารถผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายได้
ตัวอย่างเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ
- ยาสีฟัน
- น้ำยาบ้วนปาก
- ไหมขัดฟันที่มีฟลูออไรด์
- น้ำยาบ้วนปากที่มีเซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์
- ผลิตภัณฑ์ดัดผม
- ผลิตภัณฑ์ยืดผม
- ผลิตภัณฑ์ย้อมผม
- ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผม
- ผลิตภัณฑ์ปรับเปลี่ยนสีผม
- ผลิตภัณฑ์แต่งสีผมที่มีส่วนผสมของเลดแอซีเทต
- ผลิตภัณฑ์กำจัดขนหรือทำให้ขนหลุดร่วง
ปัจจุบันเครื่องสำอางทุกประเภทต้องจดแจ้งกับ อย.
แม้ว่ากฎหมายเดิมจะแบ่งเครื่องสำอางออกเป็น 3 ประเภท แต่ปัจจุบันประเทศไทยได้ปรับระบบการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับกฎหมายอาเซียน โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา เครื่องสำอางทุกประเภทต้องดำเนินการ จดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. ก่อนผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย
ผู้ประกอบการจึงต้องยื่นรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ผ่านระบบของ อย. เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนออก เลขที่ใบรับแจ้ง สำหรับใช้ในการจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เอกสารและข้อมูลที่ใช้ในการจดแจ้งเครื่องสำอาง
การยื่นจดแจ้งเครื่องสำอางจะต้องเตรียมข้อมูลสำคัญ ได้แก่
- ชื่อแบรนด์
- ชื่อผลิตภัณฑ์
- ประเภทของเครื่องสำอาง หรือวัตถุประสงค์การใช้งาน
- รายชื่อส่วนผสมทั้งหมด เรียงลำดับจากปริมาณมากไปน้อย พร้อมระบุเปอร์เซ็นต์ของสารที่ อย. กำหนดให้ควบคุม และใช้ชื่อสารตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด
- ข้อมูลผู้รับผิดชอบการวางตลาด ผู้ผลิต หรือผู้แบ่งบรรจุ
เมื่อข้อมูลครบถ้วนและผ่านการพิจารณา อย. จะออก เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก สำหรับผลิตภัณฑ์นั้น
เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก มีความหมายอย่างไร
เลขที่ใบรับแจ้งที่ได้รับจาก อย. สามารถอธิบายได้ดังนี้
- 2 หลักแรก แสดงจังหวัดที่ผลิตหรือจังหวัดที่แจ้งรายละเอียด
- หลักที่ 3 แสดงลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตในประเทศ นำเข้า หรือผลิตเพื่อส่งออก
- หลักที่ 4–5 แสดงปี พ.ศ. ที่แจ้งรายละเอียด
- หลักที่ 6–10 เป็นลำดับการออกใบรับแจ้งของปีนั้น
ตัวอย่าง
เลขที่ใบรับแจ้ง 10-1-65-88888
- 10 หมายถึง แจ้งรายละเอียดที่กรุงเทพมหานคร
- 1 หมายถึง ผลิตในประเทศ
- 65 หมายถึง แจ้งในปี พ.ศ. 2565
- 88888 หมายถึง ลำดับการออกใบรับแจ้งในปีนั้น
เลขที่ใบรับแจ้งจึงเป็นหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์ได้ดำเนินการจดแจ้งกับ อย. ตามที่กฎหมายกำหนดก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย
วิธีตรวจสอบเลขจดแจ้งเครื่องสำอาง
ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้งของเครื่องสำอางได้จากฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะระบุคำว่า “เลขที่ใบรับแจ้ง” พร้อมเลข 10 หลัก จากนั้นสามารถนำเลขดังกล่าวไปตรวจสอบผ่านระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของ อย. เพื่อดูข้อมูล เช่น
- ชื่อผลิตภัณฑ์
- ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
- ประเภทของผลิตภัณฑ์
- สถานะของเลขที่ใบรับแจ้ง
การตรวจสอบก่อนเลือกซื้อ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ได้ดำเนินการจดแจ้งกับ อย. และมีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
แม้ว่ากฎหมายเดิมจะแบ่งเครื่องสำอางออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เครื่องสำอางทั่วไป เครื่องสำอางควบคุม และเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ แต่ปัจจุบันประเทศไทยกำหนดให้ เครื่องสำอางทุกประเภทต้องจดแจ้งกับ อย. ก่อนผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมข้อมูลของผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน เพื่อให้การยื่นจดแจ้งเป็นไปอย่างถูกต้องและลดความล่าช้าในการพิจารณา
หากคุณกำลังวางแผนผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอาง และต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบเอกสาร จัดเตรียมข้อมูล และดำเนินการจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. Livilution พร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้การยื่นคำขอเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้เลย




