วิธีดูเลข อย. 12 หลักของเครื่องมือแพทย์ อันไหนจริงหรือปลอม

ในปัจจุบัน เครื่องมือแพทย์ไม่ได้ถูกใช้งานเฉพาะในโรงพยาบาลหรือคลินิกอีกต่อไป แต่เริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาล หรืออุปกรณ์ดูแลสุขภาพที่สามารถสั่งซื้อได้ง่ายผ่านออนไลน์ ยิ่งเข้าถึงง่ายเท่าไร ความเสี่ยงในการเจอสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือแอบอ้างเลข อย. ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะ “เลข อย. 12 หลักของเครื่องมือแพทย์” ที่หลายคนเห็นแล้วเชื่อทันทีโดยไม่ตรวจสอบ บทความนี้ Livilution จะช่วยให้คุณเข้าใจ “เลข อย. เครื่องมือแพทย์ 12 หลัก” ตั้งแต่วิธีดูเลข การจัดประเภทความเสี่ยง ใบที่จะได้รับจาก อย. ไปจนถึงวิธีเช็คผ่านเว็บไซต์อย่างถูกต้อง


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


เครื่องมือแพทย์ ทำไมต้องมี อย.

เครื่องมือแพทย์เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “สุขภาพและชีวิตของผู้ใช้” ไม่ว่าจะใช้เพื่อวินิจฉัย รักษา ป้องกัน หรือบรรเทาอาการโรค ดังนั้นจึงต้องถูกควบคุมโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้านั้นมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และมีประสิทธิภาพจริง หากสินค้าเครื่องมือแพทย์ไม่มีเลข อย. หรือใช้เลขปลอม อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย มีโทษทั้งปรับและจำคุก และที่สำคัญคือเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ใช้โดยตรง

ความสำคัญของการมี เลข อย. เครื่องมือแพทย์

  • เพื่อยืนยันว่าอุปกรณ์ผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยแล้ว
  • ลดความเสี่ยงจากสินค้าปลอม หรือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
  • เป็นหลักฐานทางกฎหมายสำหรับผู้ขายและผู้นำเข้า
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

เลข อย เครื่องมือแพทย์มีกี่หลัก

เลข อย. ของเครื่องมือแพทย์ จะประกอบด้วย ตัวเลข 12 หลัก ซึ่งแตกต่างจาก อย. อาหารและเครื่องสำอางที่ใช้ 13 หลัก โดยโครงสร้างของเลข 12 หลักนี้มีการจัดเรียงเพื่อสื่อความหมายเกี่ยวกับสินค้า แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม เพื่อระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการได้รับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

อย. เครื่องมือแพทย์ 12 หลัก

XX – X – X – XXXXXXX

XX ตัวที่ 1 – 2 คือ 2 หลักสุดท้ายของ พ.ศ. ที่ขึ้นทะเบียน

X ตัวที่ 3 คือ บอกสถานะ การผลิตหรือนำเข้า ถ้าเป็นเลข 1 : ผลิต ถ้าเป็นเลข 2 : นำเข้า

X ตัวที่ 4 คือ ระดับการควบคุมเครื่องมือแพทย์

X ตัวที่ 5 คือ การจัดกลุ่ม หรือ ประเภทเครื่องมือแพทย์

X ตัวที่ 6 – 12 คือ ลำดับการขึ้นทะเบียน ในลักษณะการ Running Number

เลข อย เครื่องมือแพทย์

4 ประเภทความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์

การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์กับ อย. ไม่ได้ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งหมด แต่จะพิจารณาจาก “ระดับความเสี่ยงของสินค้า” เป็นหลัก เพราะยิ่งเครื่องมือมีผลกระทบต่อร่างกายมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องถูกควบคุมเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น โดยในประเทศไทย เครื่องมือแพทย์ถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามระดับความเสี่ยง ซึ่งแต่ละประเภทจะได้รับ “เอกสารจาก อย.” แตกต่างกัน ดังนี้

ความเสี่ยงประเภทที่ 1 (Class 1) – ความเสี่ยงต่ำ

เครื่องมือแพทย์ในกลุ่มนี้เป็นอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงต่อผู้ใช้น้อยที่สุด โดยส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างมีนัยสำคัญ และมีวิธีการใช้งานไม่ซับซ้อน ตัวอย่างเช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือแพทย์ หรืออุปกรณ์ปฐมพยาบาลทั่วไป

ลักษณะของการขออนุญาตในกลุ่มนี้ ผู้ประกอบการสามารถ “จดแจ้ง” ข้อมูลสินค้าเข้าสู่ระบบของ อย. ได้ โดยไม่ต้องผ่านการประเมินเชิงลึกมากนัก แต่ยังคงต้องรับรองว่าสินค้ามีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน

เอกสารที่ได้รับ: ใบรับจดแจ้ง

ความเสี่ยงประเภทที่ 2 (Class 2) – ความเสี่ยงปานกลางต่ำ

เครื่องมือแพทย์ในระดับนี้เริ่มมีผลต่อร่างกายมากขึ้น และต้องอาศัยความแม่นยำในการใช้งาน เช่น เครื่องมือวัดค่าทางสุขภาพต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาล หรืออุปกรณ์วินิจฉัยเบื้องต้น

การขออนุญาตจะต้องมีการ “แจ้งรายละเอียดสินค้าอย่างครบถ้วน” เช่น ส่วนประกอบ วิธีการใช้งาน และข้อมูลทางเทคนิคต่าง ๆ โดย อย. จะทำการตรวจสอบข้อมูลก่อนอนุมัติ จึงถือเป็นระดับที่มีความเข้มงวดมากกว่าการจดแจ้งทั่วไป และต้องเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น

เอกสารที่ได้รับ: ใบรับแจ้งรายการละเอียด

ความเสี่ยงประเภทที่ 3 (Class 3) – ความเสี่ยงปานกลางสูง

แม้จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่เครื่องมือแพทย์ใน Class 3 ยังอยู่ในรูปแบบ “การแจ้งรายการละเอียด” เช่นเดียวกับ Class 2 เพียงแต่มีความเข้มงวดในการพิจารณามากกว่าอย่างชัดเจน ตัวอย่างสินค้า เช่น เครื่องมือวินิจฉัยเฉพาะทาง หรืออุปกรณ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจทางการแพทย์

ผู้ประกอบการต้องยื่นข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น และอาจต้องมีเอกสารสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น รายงานการทดสอบ หรือมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ อย. ประเมินความปลอดภัยได้อย่างครบถ้วน

เอกสารที่ได้รับ: ใบรับแจ้งรายการละเอียด

ความเสี่ยงประเภทที่ 4 (Class 4) – ความเสี่ยงสูง

เครื่องมือแพทย์ในกลุ่มนี้เป็นอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด และมักเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ในร่างกาย หรือใช้ในการรักษาโรคที่ซับซ้อน ตัวอย่างเช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ อุปกรณ์ฝังในร่างกาย หรือเครื่องมือช่วยชีวิต

การขออนุญาตในระดับนี้ต้องผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดที่สุด โดยต้องมีเอกสารจำนวนมาก เช่น ข้อมูลทางคลินิก มาตรฐานการผลิต และผลการทดสอบต่าง ๆ รวมถึงอาจมีการตรวจโรงงานผลิตเพิ่มเติม จึงเป็นกลุ่มที่ใช้เวลาพิจารณานานที่สุด และต้องเตรียมความพร้อมในทุกด้าน

เอกสารที่ได้รับ: ใบอนุญาต

  • Class 1 → ความเสี่ยงต่ำ จะได้รับ ใบรับจดแจ้ง
  • Class 2 → ความเสี่ยงปานกลางต่ำ จะได้รับ ใบรับแจ้งรายการละเอียด
  • Class 3 → ความเสี่ยงปานกลางสูง จะได้รับ ใบรับแจ้งรายการละเอียด
  • Class 4 → ความเสี่ยงสูง จะได้รับ ใบอนุญาต

4 ประเภทความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์

เอกสารที่เครื่องมือแพทย์ได้รับจาก อย. มีอะไรบ้าง

เอกสารที่เครื่องมือแพทย์ได้รับจาก อย. หลังผ่านการอนุญาตจะมี 3 แบบตามระดับความเสี่ยง ได้แก่ ใบรับจดแจ้ง (ความเสี่ยงต่ำ), ใบรับแจ้งรายการละเอียด (ความเสี่ยงปานกลาง) หรือ ใบอนุญาต (ความเสี่ยงสูง) โดยเอกสารทั้งหมดจะมีอายุ 5 ปี ซึ่งระบุรายละเอียดชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น ผู้ผลิต และเลขสารบบที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ

  • ใบสำคัญผลิตภัณฑ์: เป็นเอกสารหลักที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตแล้ว
    • ใบรับจดแจ้ง  สำหรับเครื่องมือแพทย์ความเสี่ยงต่ำ
    • ใบรับแจ้งรายการละเอียด สำหรับเครื่องมือแพทย์ความเสี่ยงปานกลาง
    • ใบอนุญาต สำหรับเครื่องมือแพทย์ความเสี่ยงสูง (เช่น เครื่องมือแพทย์ที่ต้องมีการตรวจประเมินก่อนวางจำหน่าย)
  • เลขสารบบอาหารและยา: เลขที่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะปรากฏบนใบสำคัญฯ และต้องแสดงบนฉลากของผลิตภัณฑ์
  • เอกสารประกอบการอนุญาต: ใบรับรองต่างๆ ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว เช่น หนังสือรับรองระบบคุณภาพ (ถ้ามี)

วิธีเช็คเลข อย. เครื่องมือแพทย์ ผ่านเว็บไซต์

การตรวจสอบเลข อย. ของเครื่องมือแพทย์ ไม่ใช่แค่พิมพ์ตัวเลขแล้วกดค้นหา แต่ต้องเช็คให้ครบทุกจุด เพื่อป้องกันการโดนหลอกใช้เลขปลอม หรือเอาเลขของสินค้าอื่นมาแอบอ้าง ดังนั้น วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการตรวจสอบผ่านระบบของ อย. โดยตรง

1. เข้าเว็บไซต์ค้นหาผลิตภัณฑ์ของ อย.

เริ่มต้นโดยเข้าไปที่ https://porta.fda.moph.go.th/fda_search_center_new/ ระบบ FDA Search Center ซึ่งเป็นฐานข้อมูลกลางของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยระบบนี้รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องสำอาง หรือเครื่องมือแพทย์

วิธีเช็คเลข อย. เครื่องมือแพทย์ ผ่านเว็บไซต์

2. เลือกหมวด “เครื่องมือแพทย์”

เมื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์แล้ว ระบบจะมีตัวเลือกหมวดสินค้า ให้เลือก “เครื่องมือแพทย์”

3. กรอกเลข อย. 12 หลักให้ครบถ้วน

ในช่องค้นหา ให้กรอก “เลข อย. เครื่องมือแพทย์” ซึ่งต้องมีทั้งหมด 12 หลัก โดยห้ามเว้นวรรค ห้ามใส่เครื่องหมายขีด (-) และต้องเป็นตัวเลขเท่านั้น

4. ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ระบบแสดง

เมื่อกดค้นหา ระบบจะดึงข้อมูลของผลิตภัณฑ์ขึ้นมา โดยรายละเอียดที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ ชื่อผลิตภัณฑ์, รุ่น / Model (ถ้ามี), ชื่อผู้ผลิต, หรือผู้นำเข้า, ประเภทของเครื่องมือแพทย์ และสถานะของผลิตภัณฑ์ เช่น อนุญาต หมดอายุ หรือถูกเพิกถอน โดยสถานะต้องเป็น “อนุญาต” เท่านั้น หากขึ้นว่า “หมดอายุ” หรือ “เพิกถอน” แปลว่า ห้ามใช้เด็ดขาด

5. เปรียบเทียบข้อมูลกับสินค้าจริง

ขั้นตอนนี้คือ หัวใจของการเช็ค เพราะเลข อย. ปลอมส่วนใหญ่จะใช้วิธีเอาเลขจริงมาแอบอ้าง ให้คุณนำข้อมูลจากระบบมาเทียบกับสินค้าจริง เช่น ชื่อสินค้าตรงกันหรือไม่ ยี่ห้อ / รุ่น ตรงกันหรือเปล่า บริษัทผู้นำเข้าเป็นเจ้าเดียวกันหรือไม่ ถ้าพบความผิดปกติ เช่น ชื่อสินค้าไม่ตรง, คนละยี่ห้อ หรือคนละประเภทสินค้า ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นของปลอม หรือแอบอ้างเลข

วิธีแจ้ง อย. เมื่อพบเครื่องมือแพทย์ปลอม

เมื่อผู้บริโภคตรวจสอบเลข อย. ของเครื่องมือแพทย์แล้วพบความผิดปกติ เช่น ไม่พบข้อมูลในระบบ ข้อมูลไม่ตรงกับสินค้า หรือไม่มีเลข อย. บนฉลาก ควรดำเนินการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทันที เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งช่องทางการแจ้งสามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว ได้แก่

  • สายด่วน อย. 1556  แจ้งได้รวดเร็ว เหมาะกับกรณีเร่งด่วน
  • LINE: @FDAThai  ส่งรูปสินค้า และรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
  • เว็บไซต์ อย.  แจ้งเรื่องร้องเรียนพร้อมแนบหลักฐาน

ในการแจ้งเรื่อง ควรเตรียมข้อมูลสำคัญให้ครบ เช่น ชื่อสินค้า เลข อย. (ถ้ามี) ภาพฉลากสินค้า และช่องทางที่พบหรือซื้อสินค้า เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องมือแพทย์ทุกครั้ง สิ่งที่ควรทำไม่ใช่แค่ดูรีวิวหรือราคา แต่ต้อง เช็คเลข อย. ให้เป็น โดยตรวจสอบให้ครบทั้งเลข 12 หลัก ความถูกต้องของข้อมูลในระบบ และสถานะการอนุญาต หากพบความผิดปกติก็ควรแจ้ง อย. ทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงในวงกว้าง สำหรับผู้ประกอบการเอง การดำเนินการขออนุญาตให้ถูกประเภทตั้งแต่ต้น ทั้งใบรับจดแจ้ง ใบรับแจ้งรายการละเอียด หรือใบอนุญาต จะช่วยให้ธุรกิจเดินได้อย่างมั่นคงและถูกกฎหมาย หากยังไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณต้องยื่นแบบไหน หรือเอกสารต้องเตรียมอะไรบ้าง สามารถให้ทีม Livilution ช่วยดูแลตั้งแต่การวิเคราะห์ประเภทสินค้าไปจนถึงยื่นขอ อย. อย่างครบขั้นตอน เพียงกรอกข้อมูลให้เราติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำแนะนำฟรี และเริ่มต้นขายได้อย่างมั่นใจ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เลข อย. เครื่องมือแพทย์ 12 หลัก ต่างจากเลข อย. อาหารยังไง?

เลข อย. เครื่องมือแพทย์ 12 หลัก แตกต่างจากอาหารที่ใช้ 13 หลัก โดยโครงสร้างและการออกเลขจะอิงตามประเภทสินค้าและระดับความเสี่ยง ทำให้รูปแบบและการอนุญาตไม่เหมือนกัน

ถ้ามีเลข อย. แต่ค้นหาไม่เจอในระบบ แปลว่าอะไร?

ถ้ามีเลข อย. แต่ค้นหาไม่เจอในระบบ อย. แปลว่าเลขนั้นอาจเป็น “เลขปลอม” หรือสินค้ายังไม่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้อง ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานทันที

เครื่องมือแพทย์นำเข้าต้องมีเลข อย. ไหม?

เครื่องมือแพทย์นำเข้าต้องมีเลข อย. เช่นเดียวกับสินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยผู้นำเข้าต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องก่อนนำมาจำหน่ายในไทย

แชร์บทความนี้....