อาหารปลอมคืออะไร มีเลข อย. แล้วยังผิดได้ไหม บทเรียนจากอาหารเสริมนำเข้าที่พบไนอะซีนเกินสูตร

สรุปสั้น: อาหารปลอม ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ไม่ได้หมายถึงแค่ของก๊อปแบรนด์ และมีเลข อย. แล้วก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยทุกล็อต

ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนำเข้า ตรา โคเรีย เพียว มีไนอะซีนสูงเกินสูตรที่ได้รับอนุญาต จึงเข้าข่ายอาหารปลอม และสั่งงดนำเข้า งดจำหน่าย พร้อมยกเลิกเลขสารบบอาหาร

บทความนี้อธิบายว่าอาหารปลอมตามกฎหมายมีรูปแบบใดบ้าง ต่างจากอาหารผิดมาตรฐานอย่างไร และผู้นำเข้าหรือเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมควรควบคุมคุณภาพแต่ละล็อตอย่างไร

ข่าวนี้เกิดอะไรขึ้น

ตามข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ อย. เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน มีอาการผิดปกติหลังรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา โคเรีย เพียว และบางรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ข้อมูลสำคัญจากข่าวทางการมีดังนี้

  • วันที่ 29 กันยายน 2569 อย. ร่วมกับ สสจ.สมุทรปราการ สสจ.ปทุมธานี และตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. เข้าตรวจสถานที่นำเข้าและสถานที่จัดจำหน่ายตามที่ระบุบนฉลาก
  • ยึดและอายัดผลิตภัณฑ์เลขสารบบอาหาร 11-4-03260-5-0007 รุ่นการผลิต (Lot) 18015 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่เกิดเหตุในจังหวัดน่าน รวม 81,567 ชิ้น
  • เก็บตัวอย่างส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 3 ตัวอย่าง และสุ่มซื้อจากท้องตลาดอีก 2 ตัวอย่าง รวม 5 ตัวอย่าง
  • ทั้ง 5 ตัวอย่างพบไนอะซีน 5,397.91 / 6,527.69 / 6,654.47 / 7,880.16 และ 8,320.34 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม สูงเกินสูตรส่วนประกอบที่ได้รับอนุญาต และสูงเกินกว่าค่าที่ อย. อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

มาตรการที่ อย. ประกาศ ได้แก่ ห้ามเคลื่อนย้ายของกลาง งดนำเข้า งดจำหน่าย ตรวจสอบและเรียกเก็บสินค้าคืนจากตัวแทนจำหน่าย ประกาศผลวิเคราะห์ ยกเลิกเลขสารบบอาหาร และห้ามใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ ตรา โคเรีย เพียว อีกต่อไป

อย. อธิบายว่าไนอะซีนในปริมาณสูงมากอาจทำให้หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว เกิดผื่นแดง ร้อนวูบวาบ และคันบริเวณใบหน้า ลำคอ และหน้าอกส่วนบน

ขณะเดียวกัน อย. ยืนยันว่าปริมาณไนอะซีนที่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตัววิตามิน แต่อยู่ที่สินค้าจริงไม่ตรงกับสูตรที่ขออนุญาตไว้

อาหารปลอม คืออะไรตามกฎหมาย

หลายคนเข้าใจว่าอาหารปลอมคือของปลอมแปลงแบรนด์ แต่ในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 คำนี้มีความหมายกว้างกว่านั้นมาก

มาตรา 25 ห้ามผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายอาหาร 4 กลุ่ม ได้แก่ อาหารไม่บริสุทธิ์ อาหารปลอม อาหารผิดมาตรฐาน และอาหารอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด ส่วนมาตรา 27 กำหนดลักษณะของอาหารปลอมไว้ 5 กรณี

  1. อาหารที่สับเปลี่ยนใช้วัตถุอื่นแทนบางส่วน หรือคัดแยกวัตถุที่มีคุณค่าออก แล้วขายเป็นอาหารแท้หรือใช้ชื่ออาหารแท้
  2. วัตถุหรืออาหารที่ผลิตขึ้นเทียมอาหารอย่างหนึ่ง แล้วขายเป็นอาหารแท้อย่างนั้น
  3. อาหารที่ผสมหรือปรุงแต่งเพื่อปกปิดความชำรุดบกพร่องหรือความด้อยคุณภาพ
  4. อาหารที่มีฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดเรื่องคุณภาพ ปริมาณ ประโยชน์ ลักษณะพิเศษ หรือสถานที่และประเทศที่ผลิต
  5. อาหารที่ผลิตไม่ถูกต้องตามคุณภาพหรือมาตรฐานที่รัฐมนตรีประกาศ ถึงขนาดที่ผลวิเคราะห์พบว่าส่วนประกอบที่เป็นคุณค่าทางอาหารขาดหรือเกินร้อยละสามสิบจากเกณฑ์ต่ำสุดหรือสูงสุด หรือแตกต่างจากคุณภาพหรือมาตรฐานที่ระบุไว้จนทำให้เกิดโทษหรืออันตราย

ถ้าแปลเป็นภาษาธุรกิจ การปลอมตามกฎหมายไทยครอบคลุมทั้งการเจือจางหรือแทนที่วัตถุดิบด้วยของที่ถูกกว่า การผลิตเลียนแบบ การปกปิดของด้อยคุณภาพ ฉลากที่ทำให้เข้าใจผิด และสินค้าที่คุณค่าทางอาหารคลาดเคลื่อนจากเกณฑ์มากเกินไป

ในอุตสาหกรรมอาหารระดับสากล รูปแบบเหล่านี้มักเรียกรวมกันว่า food fraud หรือการปลอมอาหารเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ตัวอย่างที่เห็นภาพง่าย เช่น เครื่องดื่มน้ำผลไม้ที่ถูกเจือจางแล้วขายเป็นน้ำผลไม้แท้ อาจเข้าลักษณะตามมาตรา 27(1) ส่วนฉลากที่อวดอ้างปริมาณหรือประเทศที่ผลิตไม่ตรงความจริง อาจเข้าลักษณะตามมาตรา 27(4)

อาหารปลอม อาหารผิดมาตรฐาน และอาหารไม่บริสุทธิ์ ต่างกันอย่างไร

ประเภทลักษณะโดยย่อโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร
อาหารไม่บริสุทธิ์ (มาตรา 26)มีสิ่งที่อาจเป็นอันตรายเจือปน ผลิตหรือเก็บไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้นมาตรา 58 จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อาหารปลอม (มาตรา 27)5 กรณีข้างต้น รวมถึงคุณค่าทางอาหารขาดหรือเกินเกณฑ์ถึงร้อยละ 30 หรือต่างจากมาตรฐานจนเกิดโทษมาตรา 59 จำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับ 5,000–100,000 บาท
อาหารผิดมาตรฐาน (มาตรา 28)ไม่ถูกต้องตามคุณภาพหรือมาตรฐานที่ประกาศ แต่ยังไม่ถึงขนาดตามมาตรา 27(5)มาตรา 60 ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

เส้นแบ่งระหว่าง “ผิดมาตรฐาน” กับ “อาหารปลอม” คือระดับความคลาดเคลื่อนและผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยโทษของอาหารปลอมสูงกว่ามาก

ในข่าวนี้ อย. ระบุชัดว่าการนำเข้าเพื่อจำหน่ายและการจำหน่ายอาหารปลอมมีโทษตามมาตรา 59 และจะส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป

ทำไมผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบ แม้ไม่ได้ผลิตเอง

กฎหมายห้ามทั้งการผลิต การนำเข้าเพื่อจำหน่าย และการจำหน่าย ผู้นำเข้าจึงไม่สามารถอ้างได้ว่า “โรงงานต่างประเทศทำผิด” แล้วตัวเองพ้นความรับผิด

นอกจากนี้ มาตรา 30 ยังให้อำนาจ อย. สั่งงดผลิตหรืองดนำเข้าอาหารที่ผลการตรวจพิสูจน์พบว่าไม่ควรแก่การบริโภค และประกาศผลการตรวจพิสูจน์ให้ประชาชนทราบ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

ผลกระทบทางธุรกิจจึงไม่ได้มีแค่โทษทางอาญา แต่รวมถึงสินค้าถูกอายัดทั้งล็อต ชื่อผลิตภัณฑ์ถูกห้ามใช้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เสียไป และชื่อเสียงของแบรนด์

ร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายก็ได้รับผลเช่นกัน เพราะต้องหยุดขายและส่งคืนสินค้าตามมาตรการของ อย.

ถ้าคุณเป็นเจ้าของแบรนด์ที่จ้างผลิตหรือนำเข้า อ่านพื้นฐานเรื่องเอกสารจากผู้ผลิตได้ที่ นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ต้องมีเอกสารอะไรจากผู้ผลิตก่อนยื่น อย. และขั้นตอนขออนุญาตได้ที่ ขั้นตอนการขอ อย. อาหารเสริม

เช็กลิสต์ป้องกันอาหารปลอมรายล็อตสำหรับผู้นำเข้าอาหารเสริม

บทเรียนจากกรณีนี้คือ สูตรที่ยื่นขออนุญาตกับสินค้าจริงต้องตรงกันทุกล็อต แนวทางต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมายทุกข้อ

1. ยึดสูตรที่ได้รับอนุญาตเป็นเอกสารแม่บท เก็บข้อมูลสูตรส่วนประกอบและปริมาณสารอาหารที่ยื่นต่อ อย. ไว้ให้ทีมจัดซื้อและผู้ผลิตใช้อ้างอิงตรงกัน

ถ้าผู้ผลิตเปลี่ยนสูตรหรือวัตถุดิบ ต้องตรวจก่อนว่าต้องแก้ไขรายการกับ อย. หรือไม่

2. ประเมินผู้ผลิตก่อนสั่งซื้อ การประเมินควรดูเอกสารรับรองระบบการผลิต และความพร้อมในการให้ข้อมูลวิเคราะห์ของแต่ละล็อต

3. ขอ COA ทุกล็อต ใบวิเคราะห์ (Certificate of Analysis) ควรระบุเลขล็อตตรงกับสินค้าที่ส่งมา และแสดงค่าของสารสำคัญ เช่น วิตามินและแร่ธาตุ เทียบกับค่าที่ระบุในสูตร

4. สุ่มตรวจซ้ำในประเทศ สำหรับล็อตแรก ล็อตที่เปลี่ยนผู้ผลิตหรือวัตถุดิบ และสินค้าที่มีวิตามินหรือแร่ธาตุในปริมาณสูง ควรส่งการตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการที่เชื่อถือได้ก่อนปล่อยขาย

การประเมินความเสี่ยงแบบนี้ช่วยให้จัดลำดับได้ว่าสินค้ารายการใดควรตรวจถี่กว่า แทนที่จะตรวจทุกอย่างเท่ากัน

5. เทียบฉลากกับสูตร ปริมาณที่แสดงบนฉลาก คำแนะนำการรับประทาน และคำเตือน ต้องตรงกับที่ได้รับอนุญาต ฉลากที่ทำให้เข้าใจผิดเรื่องคุณภาพหรือปริมาณก็เข้าข่ายอาหารปลอมได้เช่นกัน

6. เก็บตัวอย่างอ้างอิงทุกล็อต เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนกลับเมื่อมีข้อร้องเรียน

7. บันทึกการกระจายสินค้าตามล็อต รู้ว่าล็อตไหนส่งไปที่ตัวแทนหรือร้านใด จะช่วยให้เรียกคืนได้ครบถ้วนเมื่อจำเป็น

8. มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียน และขั้นตอนหยุดจำหน่ายทันทีเมื่อมีรายงานอาการผิดปกติจากผู้บริโภค

ผู้ขายและตัวแทนจำหน่ายควรทำอะไร

ผู้ขายปลายทางก็มีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้อาหารปลอมถึงมือผู้บริโภค โดยใช้มาตรการง่าย ๆ ต่อไปนี้

  • ตรวจเลขสารบบอาหารของสินค้าที่ขายอยู่เสมอ เพราะเลขที่เคยถูกต้องอาจถูกยกเลิกภายหลัง ดูวิธีเช็กได้ที่ เลข อย. ปลอมและเลขที่ถูกยกเลิก
  • ติดตามประกาศผลวิเคราะห์และข่าวเตือนจาก อย. หากพบสินค้าที่ตนขายอยู่ในประกาศ ให้หยุดจำหน่ายและติดต่อผู้นำเข้าเพื่อส่งคืน
  • ขอเอกสารจากผู้นำเข้าก่อนรับสินค้ามาขาย เช่น สำเนาใบอนุญาตนำเข้าอาหารและข้อมูลล็อต
  • หลีกเลี่ยงการโฆษณาเกินจริงเรื่องสรรพคุณ ซึ่งมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.อาหาร ห้ามโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือหลอกลวง

ฝั่งผู้บริโภคตรวจข้อมูลเลขสารบบอาหารได้จากระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของ อย. ก่อนซื้อ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย

อาหารปลอมตามกฎหมายคืออะไร

อาหารปลอมตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มี 5 กรณี เช่น ใช้วัตถุอื่นแทน ผลิตเทียม ปกปิดความด้อยคุณภาพ ฉลากลวงให้เข้าใจผิด และผลิตไม่ถูกมาตรฐานถึงขนาดที่คุณค่าทางอาหารขาดหรือเกินร้อยละสามสิบจากเกณฑ์ หรือแตกต่างจนเกิดโทษ

นำเข้าหรือขายอาหารปลอมมีโทษเท่าไร

มาตรา 59 กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท ซึ่ง อย. อ้างถึงโทษนี้โดยตรงในข่าวกรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา โคเรีย เพียว

มีเลข อย. แล้ว ทำไมยังเป็นอาหารปลอมได้

เลขสารบบอาหารออกตามสูตรที่ยื่นขออนุญาต ถ้าสินค้าที่ผลิตหรือนำเข้าจริงมีส่วนประกอบไม่ตรงกับสูตรจนเข้าลักษณะตามมาตรา 27 ก็เป็นอาหารปลอมได้ และ อย. มีอำนาจดำเนินการจนถึงยกเลิกเลขสารบบอาหาร

อาหารปลอมกับอาหารผิดมาตรฐานต่างกันอย่างไร

อาหารผิดมาตรฐานตามมาตรา 28 คืออาหารที่ไม่ถูกต้องตามคุณภาพหรือมาตรฐานที่ประกาศ แต่ยังไม่ถึงขนาดตามมาตรา 27(5) มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาทตามมาตรา 60 ส่วนอาหารปลอมมีโทษจำคุกและปรับตามมาตรา 59

ผู้นำเข้าอาหารเสริมควรตรวจคุณภาพอย่างไร

ควรยึดสูตรที่ได้รับอนุญาตเป็นหลัก ขอ COA ที่ตรงเลขล็อตทุกครั้ง สุ่มตรวจซ้ำในประเทศสำหรับล็อตที่มีความเสี่ยง เทียบฉลากกับสูตร เก็บตัวอย่างอ้างอิง และบันทึกการกระจายสินค้าตามล็อตเพื่อให้เรียกคืนได้เมื่อจำเป็น

ให้ Livilution ช่วยตรวจเอกสารก่อนนำเข้า

Livilution Consult มีประสบการณ์ 6 ปี ด้านการขออนุญาต อย. เราช่วยดูความสอดคล้องระหว่างสูตร ฉลาก และเอกสารจากผู้ผลิตก่อนยื่นขออนุญาต พร้อมดูแลเรื่องใบอนุญาตนำเข้า ดูรายละเอียดบริการได้ที่ ขอเลข อย. อาหาร และ ขอใบอนุญาตสถานที่ อย.

ส่งสูตร ฉลาก และ COA มาให้เราช่วยดูเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415

แหล่งอ้างอิง

  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (31 ต.ค. 2569) อย. เผยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โคเรีย เพียว พบสารไนอะซีนสูงเกินมาตรฐาน สั่งงดนำเข้า งดจำหน่าย: fda.moph.go.th
  • พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 (กองอาหาร อย.): food.fda.moph.go.th
  • ระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ อย.: porta.fda.moph.go.th

ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

แชร์บทความนี้....