การเปิดร้านขนมหรือทำธุรกิจเบเกอรี่ในปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติหรือหน้าตาของสินค้าเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการขายออนไลน์ ส่งเข้าห้าง หรือสร้างแบรนด์เบเกอรี่ของตัวเอง ซึ่งหลายคนมักมีคำถามว่า “เบเกอรี่ต้องขอ อย. ไหม?” และต้องเริ่มจากอะไรบ้าง บทความนี้ Livilution จะพาไปทำความเข้าใจขั้นตอนการขอ อย. เบเกอรี่ ตั้งแต่ประเภทสินค้าที่ต้องขอ การเตรียมเอกสาร สถานที่ผลิต ไปจนถึงขั้นตอนการยื่นขอแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมือใหม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นใจ มีมาตรฐาน และถูกต้องตามกฎหมาย
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- อย. เบเกอรี่ คืออะไร?
- ทำไมร้านเบเกอรี่ควรขอ อย.?
- เบเกอรี่ประเภทใดบ้างที่ต้องขอ อย.?
- เบเกอรี่แบบไหนได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขอ อย.?
- การเตรียมตัวก่อนขอ อย. เบเกอรี่
- ขั้นตอนการขอ อย. เบเกอรี่
- ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณในการขอ อย. เบเกอรี่
อย. เบเกอรี่ คืออะไร?
อย. เบเกอรี่ คือ การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเบเกอรี่กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบว่า ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย ผลิตในสถานที่ที่ได้มาตรฐาน และมีข้อมูลฉลากถูกต้องตามกฎหมายอาหาร เมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว ผลิตภัณฑ์จะได้รับ “เลขสารบบอาหาร 13 หลัก” ซึ่งสามารถนำไปแสดงบนฉลากสินค้าได้อย่างถูกต้อง และช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากขึ้น
สำหรับแบรนด์ที่ต้องการขยายช่องทางขาย เช่น เข้าห้าง ร้านสะดวกซื้อ หรือ Marketplace การมีเลข อย. ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหลายช่องทางจำหน่ายมักกำหนดให้สินค้าต้องผ่านการขึ้นทะเบียนก่อน
ทำไมร้านเบเกอรี่ควรขอ อย.?
แม้เบเกอรี่จะเป็นอาหารทั่วไป แต่หากผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะแบบบรรจุแพ็คพร้อมขาย ก็มักอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ อย. การดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาด้านกฎหมาย และเพิ่มโอกาสในการเติบโตของธุรกิจได้ง่ายขึ้น ซึ่งประโยชน์ของการขอ อย. เบเกอรี่ มีหลายด้านด้วยกัน ได้แก่
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์
- ช่วยให้สินค้าเข้าห้างหรือโมเดิร์นเทรดได้ง่ายขึ้น
- ลดความเสี่ยงเรื่องการถูกปรับหรือระงับการขาย
- สร้างภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพ
- เพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและส่งออก

เบเกอรี่ประเภทใดบ้างที่ต้องขอ อย.?
เบเกอรี่ที่ต้องขอ อย. (เลขสารบบอาหาร) คือ เบเกอรี่ที่เข้าข่าย “อาหารที่ต้องมีฉลาก” ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งจะพิจารณาจาก “รูปแบบการผลิต” และ “ลักษณะการจัดจำหน่าย” โดยเบเกอรี่ที่เข้าข่าย “อาหารในภาชนะบรรจุ” หรืออาหารที่ต้องมีฉลากตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มักจำเป็นต้องขอเลขสารบบอาหาร 13 หลักก่อนเริ่มจำหน่าย
1. เบเกอรี่บรรจุหีบห่อพร้อมจำหน่าย
เบเกอรี่ที่มีการบรรจุใส่กล่อง ซีลถุง หรือปิดบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยก่อนถึงมือผู้บริโภค ส่วนใหญ่เข้าข่ายอาหารที่ต้องมีฉลาก และต้องขอเลข อย. อย่างถูกต้อง เพราะถือเป็นอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ได้แก่
- คุกกี้บรรจุกล่อง
- ขนมปังแพ็ก
- เค้กซีลกล่องพร้อมขาย
- บราวนี่บรรจุซอง
- พายหรือทาร์ตสำเร็จรูป
- เบเกอรี่แช่แข็งพร้อมจำหน่าย
2. เบเกอรี่ที่วางขายนอกสถานที่ผลิต
หากมีการนำสินค้าไปฝากขาย หรือกระจายขายผ่านช่องทางอื่นนอกสถานที่ผลิต เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านฝากขาย หรือขายผ่านออนไลน์ในลักษณะส่งสินค้าไปยังลูกค้า สินค้าก็มักเข้าข่ายที่ต้องขอเลข อย. เช่นกัน
ลักษณะการจำหน่ายที่เข้าข่าย เช่น
- ฝากขายตามร้านค้า
- วางขายในห้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ต
- ส่งขายร้านกาแฟหรือร้านตัวแทน
- จำหน่ายผ่าน Marketplace
- ส่งสินค้าทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน
- ขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่
3. เบเกอรี่ที่มีการโฆษณาคุณสมบัติพิเศษ
หากเบเกอรี่มีการสื่อสารหรือโฆษณาคุณสมบัติพิเศษเกี่ยวกับโภชนาการ สุขภาพ หรือส่วนผสมเฉพาะ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อกำหนดเพิ่มเติมของ อย. เพราะอาจเข้าข่ายอาหารที่ต้องควบคุมข้อมูลบนฉลากและการโฆษณาอย่างเข้มงวด
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่พบได้บ่อย เช่น
- เบเกอรี่คีโต
- ขนมปังโปรตีนสูง
- เบเกอรี่เสริมวิตามิน
- เบเกอรี่สูตรน้ำตาลต่ำ
- ขนมเพื่อสุขภาพ
- เบเกอรี่สูตรคลีน
เบเกอรี่แบบไหนได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขอ อย.?
เบเกอรี่บางประเภทอาจยังไม่จำเป็นต้องขอเลข อย. หากเป็นการผลิตและจำหน่ายในลักษณะอาหารปรุงสด หรือขายตรงถึงผู้บริโภคภายในร้าน โดยไม่ได้อยู่ในรูปแบบอาหารบรรจุแพ็กเพื่อกระจายขายทั่วไป
ตัวอย่างเบเกอรี่ที่ไม่ต้องขอ อย. ได้แก่
- เบเกอรี่โฮมเมดขายหน้าร้าน
- ขนมอบสดในคาเฟ่
- เค้กทำตามออเดอร์
- ขนมที่ลูกค้าหยิบเลือกเองภายในร้าน
- อาหารปรุงสุกพร้อมทานที่ขายวันต่อวัน
- เบเกอรี่ที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์ถาวรเพื่อวางขายทั่วไป
การเตรียมตัวก่อนขอ อย. เบเกอรี่
ก่อนเริ่มยื่นขอ อย. เบเกอรี่ ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องสถานที่ผลิต อุปกรณ์ บุคลากร และเอกสารให้ครบถ้วน เพราะหากรายละเอียดบางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์ หรือข้อมูลไม่ครบ อาจทำให้ขั้นตอนการพิจารณาล่าช้า และต้องแก้ไขเอกสารหลายรอบ การเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่ต้น จะช่วยให้กระบวนการยื่นขอเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
1. สถานที่ผลิต
สถานที่ผลิตถือเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่เจ้าหน้าที่ใช้ตรวจประเมิน เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร พื้นที่ผลิตควรแบ่งสัดส่วนชัดเจน และสามารถควบคุมความสะอาดได้ง่าย เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนระหว่างกระบวนการผลิต
สิ่งที่สถานที่ผลิตควรมี ได้แก่
- พื้นที่ผลิตแยกเป็นสัดส่วน
- โซนเก็บวัตถุดิบชัดเจน
- พื้น ผนัง และเพดานทำความสะอาดง่าย
- ระบบระบายอากาศเพียงพอ
- แสงสว่างเหมาะสม
- ระบบป้องกันแมลงและสัตว์รบกวน
2. อุปกรณ์และเครื่องมือ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตเบเกอรี่ ควรเป็นวัสดุที่เหมาะกับการสัมผัสอาหาร เช่น สแตนเลส หรือวัสดุ Food Grade ที่ไม่เกิดสนิมและทำความสะอาดง่าย รวมถึงควรมีการจัดเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนระหว่างการผลิต
อุปกรณ์ที่ควรจัดเตรียมให้เหมาะสม ได้แก่
- โต๊ะผลิตสแตนเลส
- อุปกรณ์แยกวัตถุดิบดิบและสุก
- จุดล้างมือสำหรับพนักงาน
- ภาชนะเก็บวัตถุดิบแบบปิด
- เครื่องมือที่ทำความสะอาดง่าย
- พื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ
3. บุคลากร
บุคลากรในกระบวนการผลิต ควรมีความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหาร และเข้าใจหลักความสะอาดในการทำงาน เพราะเป็นอีกจุดที่เจ้าหน้าที่ใช้ประเมินมาตรฐานของสถานประกอบการ โดยเฉพาะเรื่องสุขอนามัยระหว่างการผลิตอาหาร
สิ่งที่ควรเตรียมเกี่ยวกับบุคลากร ได้แก่
- การอบรมสุขาภิบาลอาหาร
- การตรวจสุขภาพพนักงาน
- การแต่งกายระหว่างผลิตอาหาร
- การใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกหรือถุงมือ
- การล้างมือก่อนปฏิบัติงาน
- การควบคุมความสะอาดระหว่างผลิต
4. เอกสารประกอบ
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยลดโอกาสเอกสารถูกตีกลับ และทำให้การพิจารณาเร็วขึ้น โดยเอกสารที่ใช้ในการยื่นขอ อย. เบเกอรี่ มักเกี่ยวข้องทั้งข้อมูลผู้ประกอบการ รายละเอียดสินค้า และข้อมูลสถานที่ผลิต
เอกสารที่มักใช้ในการยื่นคำขอ อย. เบเกอรี่ ได้แก่
- แบบฟอร์มคำขอขึ้นทะเบียนอาหาร
- สำเนาบัตรประชาชน
- หนังสือรับรองบริษัท
- แผนผังสถานที่ผลิต
- รายละเอียดสูตรและส่วนประกอบ
- ขั้นตอนการผลิต
- ตัวอย่างฉลากสินค้า
- รูปถ่ายสถานที่ผลิต
- ผลตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)

ขั้นตอนการขอ อย. เบเกอรี่
หลังจากเตรียมสถานที่และเอกสารเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการยื่นคำขอและเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ อย. ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดที่ผู้ประกอบการควรรู้ล่วงหน้า เพื่อช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลาในการดำเนินการ
1. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน อย. อาหาร
ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอ อย. ผ่านระบบออนไลน์ของ อย. หรือยื่นเอกสารกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยข้อมูลที่ใช้ยื่นจะเกี่ยวข้องกับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ สูตร ส่วนประกอบ และฉลากสินค้า ซึ่งข้อมูลที่มักใช้ในขั้นตอนนี้ ได้แก่
- ชื่อผลิตภัณฑ์
- ประเภทอาหาร
- สูตรและส่วนประกอบ
- วิธีการผลิต
- รูปแบบบรรจุภัณฑ์
- ข้อมูลฉลากเบื้องต้น
2. ตรวจสอบสถานที่ผลิต
หลังจากยื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบสถานที่จริง เพื่อประเมินเรื่องสุขลักษณะและความพร้อมของกระบวนการผลิต โดยจะดูทั้งสภาพแวดล้อมและวิธีจัดการภายในโรงงานหรือพื้นที่ผลิต ซึ่งสิ่งที่เจ้าหน้าที่มักตรวจสอบ ได้แก่
- ความสะอาดของพื้นที่
- การจัดเก็บวัตถุดิบ
- การแบ่งโซนผลิต
- ระบบระบายอากาศ
- ระบบป้องกันแมลง
- การควบคุมการปนเปื้อน
3. ตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์
ในบางกรณี อาจต้องส่งตัวอย่างสินค้าเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพและความปลอดภัย เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์เหมาะสำหรับการบริโภคและเป็นไปตามมาตรฐานอาหารของ อย. และมักใช้หัวข้อในการตรวจวิเคราะห์ ต่อไปนี้
- ความชื้น
- ปริมาณไขมัน
- การปนเปื้อนจุลินทรีย์
- สารกันบูด
- สีผสมอาหาร
- คุณภาพทางกายภาพของสินค้า
4. ตรวจสอบฉลากอาหาร
ฉลากอาหาร ถือเป็นอีกจุดที่สำคัญมาก เพราะหากแสดงข้อมูลไม่ครบ หรือใช้ข้อความผิดรูปแบบ อาจทำให้ต้องแก้ไขเอกสารหลายรอบ ซึ่งข้อมูลสำคัญที่ควรมีบนฉลาก ได้แก่
- ชื่อผลิตภัณฑ์
- รายการส่วนประกอบ
- น้ำหนักสุทธิ
- วันผลิตและวันหมดอายุ
- วิธีเก็บรักษา
- ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต
- เลขสารบบอาหาร
5. การอนุมัติและออกเลข อย.
เมื่อผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอนแล้ว ทาง อย. จะออกเลขสารบบอาหาร 13 หลักให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถนำไปแสดงบนฉลากสินค้าและเริ่มจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหลังได้รับเลข อย. แล้ว ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้เพิ่มเติม
- การแสดงเลข อย. บนฉลาก
- ความถูกต้องของข้อมูลสินค้า
- การใช้ข้อความโฆษณา
- อายุสินค้าและการจัดเก็บ
- การควบคุมมาตรฐานหลังเริ่มจำหน่าย
ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
การขอ อย. เบเกอรี่ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30–60 วันทำการ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ความพร้อมของเอกสาร และความถูกต้องของข้อมูลที่ยื่น หากมีการแก้ไขฉลากหรือเอกสารเพิ่มเติม ระยะเวลาก็อาจยาวขึ้นได้
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขอ อย. เบเกอรี่ มีทั้งค่าธรรมเนียมราชการ ค่าตรวจวิเคราะห์สินค้า และค่าใช้จ่ายด้านเอกสารต่าง ๆ โดยมีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ได้แก่
- ค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนอาหาร 1,000–2,000 บาท
- ค่าตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ 1,000–3,000 บาท
- ค่าตรวจสถานที่ ขึ้นอยู่กับพื้นที่
- ค่าบริการบริษัทรับจด อย. (กรณีใช้บริการ)
การขอ อย. เบเกอรี่ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจขนมอย่างจริงจัง เพราะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้า ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย และเปิดโอกาสให้สามารถขยายตลาดได้ง่ายขึ้นในอนาคต แม้กระบวนการจะมีหลายขั้นตอน ทั้งเรื่องสถานที่ผลิต เอกสาร ฉลาก และการตรวจสอบ แต่หากเตรียมตัวอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ก็สามารถดำเนินการได้ไม่ยาก และช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
หากคุณต้องการเริ่มต้นขอ อย. เบเกอรี่ แต่ไม่มั่นใจเรื่องเอกสาร ขั้นตอน หรือการเตรียมสถานที่ผลิต Livilution พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่การเตรียมเอกสาร ตรวจสอบฉลาก ไปจนถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงาน Livilution ติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรีได้เลย




