ภาชนะพลาสติกที่ใช้บรรจุอาหาร เช่น กล่องอาหาร กล่องเบเกอรี่ แก้วพลาสติก ถ้วย หรือภาชนะสำหรับอุ่นและเก็บอาหาร ล้วนอยู่ภายใต้ มาตรฐาน มอก. 655 แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมมาตรฐานนี้จึงแบ่งออกเป็น เล่ม 1 เล่ม 2 และเล่ม 3 ทั้งที่เป็นภาชนะสำหรับอาหารเหมือนกัน ความแตกต่างที่สำคัญคือ ชนิดของพลาสติกที่สัมผัสอาหาร ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อกำหนดในการทดสอบแตกต่างกัน
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
มอก. 655 คืออะไร
มอก. 655 คือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดขึ้น เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของ ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกที่สัมผัสอาหาร โดยกำหนดทั้งด้านคุณภาพของวัสดุ ความปลอดภัยในการสัมผัสอาหาร การแสดงฉลาก การทดสอบผลิตภัณฑ์ และการตรวจสอบคุณสมบัติของพลาสติกแต่ละประเภท
มอก. 655 นี้ใช้กับภาชนะพลาสติกที่ผลิตจากวัสดุเดี่ยว วัสดุผสม พลาสติกชั้นเดียว หรือพลาสติกหลายชั้น ที่นำมาใช้สำหรับเตรียมอาหาร เก็บอาหาร บรรจุอาหาร หรือบริโภคอาหาร รวมถึงชิ้นส่วนที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น ฝาภาชนะ ช่องแบ่งอาหาร ฝาในสำหรับริน หรือส่วนประกอบอื่นของภาชนะ
มอก. 655 แบ่งออกเป็น 3 เล่ม ตามประเภทของชนิดพลาสติก ดังนี้
- มอก. 655 เล่ม 1-2553
- มอก. 655 เล่ม 2-2554
- มอก. 655 เล่ม 3-2554
มอก. 655 เล่ม 1-2553
มอก. 655 เล่ม 1-2553 คือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับ ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกที่สัมผัสอาหาร ซึ่งผลิตจากพลาสติกกลุ่มที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยครอบคลุมทั้งภาชนะที่ผลิตจากวัสดุเดี่ยว วัสดุผสม พลาสติกชั้นเดียว หรือพลาสติกหลายชั้น ที่ใช้สำหรับ เตรียมอาหาร เก็บรักษาอาหาร บรรจุอาหาร และบริโภคอาหาร รวมถึงส่วนประกอบของภาชนะที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น ฝาปิด ช่องแบ่งอาหาร หรือฝาในสำหรับริน ทั้งแบบใช้ครั้งเดียวและแบบใช้ซ้ำได้
มาตรฐานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีจากพลาสติกสู่อาหาร พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของวัสดุ วิธีการทดสอบ การแสดงเครื่องหมาย และการติดฉลาก เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้บริโภคสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสม
พลาสติกที่อยู่ภายใต้ มอก. 655 เล่ม 1-2553
มอก. 655 เล่ม 1-2553 ฉบับนี้ครอบคลุมพลาสติกที่ใช้เป็น ชั้นสัมผัสอาหาร (Food Contact Layer) จำนวน 6 ชนิด ได้แก่
- พอลิเอทิลีน (Polyethylene : PE)
- พอลิพรอพิลีน (Polypropylene : PP)
- พอลิสไตรีน (Polystyrene : PS)
- พอลิเอทิลีนเทเรฟแทเลต (Polyethylene Terephthalate : PET)
- พอลิไวนิลแอลกอฮอล์ (Polyvinyl Alcohol : PVAL)
- พอลิเมทิลเพนทีน (Poly Methyl Pentene : PMP)
พลาสติกทั้ง 6 ชนิดนี้เป็นวัสดุที่พบได้บ่อยในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากมีคุณสมบัติแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน เช่น ทนความร้อน ทนความเย็น มีความใส หรือมีความแข็งแรง จึงนิยมนำมาผลิตกล่องอาหาร กล่องเบเกอรี่ ถ้วย แก้ว ขวดน้ำ และภาชนะบรรจุอาหารหลากหลายประเภท
ข้อกำหนดของ มอก. 655 เล่ม 1-2553 ที่ผู้ผลิตต้องปฏิบัติ
- ผลิตภัณฑ์ต้องสะอาด ไม่มีสิ่งแปลกปลอม และไม่มีลักษณะผิดปกติที่อาจส่งผลต่อการใช้งาน
- พลาสติกที่สัมผัสอาหารต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยตามที่มาตรฐานกำหนด
- ต้องแสดงชนิดของพลาสติกด้วยรหัสรีไซเคิลหรือสัญลักษณ์ที่กำหนด เช่น PE, PP หรือ PET
- ต้องมีสัญลักษณ์แสดงว่าสามารถใช้สัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัย (Food Contact Symbol)
- ต้องระบุอุณหภูมิที่เหมาะสมในการใช้งาน โดยเฉพาะกรณีภาชนะที่สามารถใช้ซ้ำได้
- หากเป็นภาชนะใช้ครั้งเดียว ต้องระบุข้อความ “ใช้ครั้งเดียว” ให้ชัดเจน
- หากมีข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น “ห้ามใช้กับเตาไมโครเวฟ” หรือ “ห้ามใช้กับเตาอบ” ต้องแสดงคำเตือนไว้บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
- ต้องแสดงข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เครื่องหมาย มอก. และข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้ มอก. 655 เล่ม 1-2553
- กล่องอาหารพลาสติก PP
- กล่องข้าวเข้าไมโครเวฟ
- กล่องเบเกอรี่ PET
- ขวดน้ำดื่ม PET
- ถุงพลาสติก PE สำหรับบรรจุอาหาร
- ฟิล์มห่ออาหาร
- ถาดอาหารพลาสติก
- แก้วพลาสติก
- จาน ชาม และช้อนส้อมพลาสติกที่ใช้สัมผัสอาหาร
การแสดงเครื่องหมายและฉลากตาม มอก. 655 เล่ม 1-2553
ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารที่ได้รับการรับรองตาม มอก. 655 เล่ม 1-2553 จะต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์และใช้งานได้อย่างถูกต้อง โดยผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถแสดงเครื่องหมายบนตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ได้หลายรูปแบบ แต่ต้องมีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนตามมาตรฐาน
1. เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ผลิตภัณฑ์ต้องแสดง เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) พร้อมเลขที่มาตรฐาน มอก. 655 เล่ม 1-2553 เพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสำหรับภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารที่ผลิตจาก PE, PP, PS, PET, PVAL และ PMP ซึ่งเป็นพลาสติก 6 ชนิดที่อยู่ในขอบข่ายของมาตรฐานฉบับนี้
2. QR Code แสดงข้อมูลของผลิตภัณฑ์
มาตรฐานกำหนดให้แสดง QR Code ควบคู่กับเครื่องหมาย มอก. เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสแกนตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์และผู้ได้รับใบอนุญาตได้อย่างสะดวก ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้
3. ข้อมูลที่ต้องแสดงบนฉลาก
- ชื่อผลิตภัณฑ์
- ประเภทของผลิตภัณฑ์
- ขนาดหรือความจุ
- จำนวนบรรจุ
- อุณหภูมิที่เหมาะสมในการใช้งาน (กรณีภาชนะใช้ซ้ำ)
- ข้อความ “ใช้ครั้งเดียว” สำหรับภาชนะที่ออกแบบให้ใช้เพียงครั้งเดียว
- ข้อความหรือสัญลักษณ์แสดงคำเตือน เช่น “ห้ามใช้กับเตาไมโครเวฟ” หากผลิตภัณฑ์มีข้อจำกัดในการใช้งาน
- คำเตือนเฉพาะสำหรับพลาสติกแต่ละชนิด (ถ้ามี)
- เดือนและปีที่ผลิต หรือรหัสรุ่นการผลิต
- ชื่อผู้ผลิต โรงงาน หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
รูปแบบการแสดงเครื่องหมาย
ตัวอย่างในมาตรฐาน มอก. 655 เล่ม 1-2553 แสดงแนวทางการติดเครื่องหมายไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่
- แสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code บนตัวผลิตภัณฑ์ พร้อมติดฉลากรายละเอียดแยก
- แสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code ภายในกรอบเดียวกัน บนตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ พร้อมฉลากแสดงรายละเอียดของสินค้า
- แสดงข้อความระบุว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น “ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร เล่ม 1 PE PP PS PET PVAL PMP (มอก. 655 เล่ม 1-2553)” พร้อมเครื่องหมาย มอก., QR Code และข้อมูลบนฉลาก

มอก. 655 เล่ม 2-2554
มอก. 655 เล่ม 2-2554 คือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับ ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกที่สัมผัสอาหาร ซึ่งผลิตจากพลาสติกกลุ่มหนึ่งที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากพลาสติกในเล่ม 1 โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุเดี่ยว วัสดุผสม พลาสติกชั้นเดียว หรือพลาสติกหลายชั้น ที่ใช้สำหรับ เตรียมอาหาร เก็บรักษาอาหาร บรรจุอาหาร และบริโภคอาหาร รวมถึงส่วนประกอบของภาชนะที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น ฝาปิด ช่องแบ่งอาหาร และฝาในสำหรับริน ทั้งแบบใช้ครั้งเดียวและแบบใช้ซ้ำได้
พลาสติกที่อยู่ภายใต้ มอก. 655 เล่ม 2-2554
มอก. 655 เล่ม 2-2554 ฉบับนี้ครอบคลุมพลาสติกที่ใช้เป็น ชั้นสัมผัสอาหาร (Food Contact Layer) จำนวน 4 ชนิด ได้แก่
- พอลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl Chloride : PVC)
- พอลิคาร์บอเนต (Polycarbonate : PC)
- พอลิแอไมด์ (Polyamide : PA หรือ Nylon)
- พอลิเมทิลเมทาคริเลต (Polymethyl Methacrylate : PMMA)
พลาสติกทั้ง 4 ชนิดนี้เป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติเฉพาะด้าน เช่น ความแข็งแรง ความใส ความทนต่อแรงกระแทก และความทนทานต่อการใช้งาน จึงนิยมนำมาผลิตภาชนะบรรจุอาหาร ขวดน้ำแบบใช้ซ้ำ อุปกรณ์เครื่องครัว และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรงหรืออายุการใช้งานยาวนานกว่าพลาสติกทั่วไป
ข้อกำหนดของ มอก. 655 เล่ม 2-2554 ที่ผู้ผลิตต้องปฏิบัติ
- ผลิตภัณฑ์ต้องสะอาด ไม่มีสิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอม หรือความบกพร่องที่ส่งผลต่อการใช้งาน
- พลาสติกที่สัมผัสอาหารต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยและการเคลื่อนย้ายของสาร (Migration) ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน
- ต้องแสดงชนิดของพลาสติกด้วยรหัสหรือสัญลักษณ์ของวัสดุที่ใช้
- ต้องมีสัญลักษณ์แสดงว่าสามารถใช้สัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัย
- ต้องระบุอุณหภูมิหรือเงื่อนไขการใช้งาน หากผลิตภัณฑ์มีข้อกำหนดเฉพาะ
- กรณีเป็นภาชนะใช้ครั้งเดียว ต้องระบุข้อความ “ใช้ครั้งเดียว”
- หากมีข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น ห้ามใช้กับไมโครเวฟ หรือห้ามใช้กับเตาอบ ต้องแสดงคำเตือนให้ชัดเจน
- ต้องแสดงข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เครื่องหมาย มอก. และข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้ มอก. 655 เล่ม 2-2554
- ขวดน้ำพลาสติกแบบใช้ซ้ำที่ผลิตจาก PC
- ภาชนะอาหารที่ผลิตจาก PA (Nylon)
- ภาชนะหรืออุปกรณ์อาหารที่ผลิตจาก PMMA
- ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ PVC สำหรับการสัมผัสอาหารตามวัตถุประสงค์ที่มาตรฐานรองรับ
- อุปกรณ์หรือเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารที่ใช้พลาสติกทั้ง 4 ชนิดเป็นชั้นสัมผัสอาหาร
การแสดงเครื่องหมายและฉลากตาม มอก. 655 เล่ม 2-2554
ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารที่ได้รับการรับรองตาม มอก. 655 เล่ม 2-2554 จะต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์และใช้งานได้อย่างถูกต้อง โดยผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถแสดงเครื่องหมายบนตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ได้หลายรูปแบบ แต่ต้องมีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนตามมาตรฐาน
1. เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ผลิตภัณฑ์ต้องแสดง เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) พร้อมเลขที่มาตรฐาน มอก. 655 เล่ม 2-2554 เพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสำหรับภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารที่ผลิตจาก PVC, PC, PA และ PMMA ซึ่งเป็นพลาสติก 4 ชนิดที่อยู่ในขอบข่ายของมาตรฐานฉบับนี้
2. QR Code แสดงข้อมูลของผลิตภัณฑ์
มาตรฐานกำหนดให้แสดง QR Code ควบคู่กับเครื่องหมาย มอก. เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสแกนตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์และผู้ได้รับใบอนุญาตได้อย่างสะดวก ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้าได้
3. ข้อมูลที่ต้องแสดงบนฉลาก
ฉลากของผลิตภัณฑ์ต้องแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้งานอย่างครบถ้วน ได้แก่
- ชื่อผลิตภัณฑ์
- ประเภทของผลิตภัณฑ์
- ขนาดหรือความจุ
- อุณหภูมิที่เหมาะสมในการใช้งาน (กรณีภาชนะใช้ซ้ำ)
- จำนวนบรรจุหรือจำนวนชิ้น
- ข้อความ “ใช้ครั้งเดียว” สำหรับภาชนะที่ออกแบบให้ใช้เพียงครั้งเดียว
- ข้อความหรือสัญลักษณ์แสดงคำเตือน เช่น “ห้ามใช้กับเตาไมโครเวฟ” หากผลิตภัณฑ์มีข้อจำกัดในการใช้งาน
- คำเตือนเฉพาะสำหรับพลาสติกแต่ละชนิดตามที่มาตรฐานกำหนด
- เดือนและปีที่ผลิต หรือรหัสรุ่นการผลิต
- ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
รูปแบบการแสดงเครื่องหมาย
ตัวอย่างในมาตรฐาน มอก. 655 เล่ม 2-2554 กำหนดแนวทางการแสดงเครื่องหมายไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่
- แสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code บนตัวผลิตภัณฑ์ พร้อมติดฉลากแสดงรายละเอียดของสินค้า
- แสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code ภายในกรอบเดียวกัน บนตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ พร้อมฉลากแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์
- แสดงข้อความระบุว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น “ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร เล่ม 2 PVC PC PA PMMA (มอก. 655 เล่ม 2-2554)” พร้อมเครื่องหมาย มอก., QR Code และข้อมูลบนฉลาก

มอก. 655 เล่ม 3-2554
มอก. 655 เล่ม 3-2554 เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับ ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกที่สัมผัสอาหาร ซึ่งผลิตจากพลาสติกกลุ่มสไตรีนวิศวกรรมที่มีคุณสมบัติด้านความแข็งแรงและความทนทานเป็นพิเศษ โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับ เตรียมอาหาร เก็บรักษาอาหาร บรรจุอาหาร และบริโภคอาหาร รวมถึงส่วนประกอบของภาชนะที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น ฝาปิด ช่องแบ่งอาหาร และฝาในสำหรับริน ทั้งแบบใช้ครั้งเดียวและแบบใช้ซ้ำได้
มาตรฐานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดข้อกำหนดด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และวิธีการทดสอบของภาชนะพลาสติกที่ผลิตจากพลาสติกเฉพาะกลุ่ม ซึ่งมีองค์ประกอบและคุณสมบัติแตกต่างจากพลาสติกที่อยู่ใน มอก. 655 เล่ม 1 และเล่ม 2 จึงต้องกำหนดเกณฑ์การทดสอบที่เหมาะสมกับวัสดุแต่ละชนิด เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารที่เป็นอันตรายสู่อาหาร
เช่นเดียวกับมาตรฐานในเล่มอื่น มอก. 655 เล่ม 3-2554 ไม่ครอบคลุมภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารที่มีการประกาศกำหนดเป็นมาตรฐาน มอก. เฉพาะไว้แล้ว
พลาสติกที่อยู่ภายใต้ มอก. 655 เล่ม 3-2554
มาตรฐานฉบับนี้ครอบคลุมพลาสติกที่ใช้เป็น ชั้นสัมผัสอาหาร (Food Contact Layer) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่
- อะคริโลไนไทรล์-บิวทะไดอีน-สไตรีน (Acrylonitrile Butadiene Styrene : ABS)
- สไตรีน-อะคริโลไนไทรล์ (Styrene Acrylonitrile : SAN)
พลาสติกทั้งสองชนิดเป็นพลาสติกวิศวกรรมที่มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก และมีความทนทานต่อการใช้งานสูง จึงนิยมนำมาผลิตภาชนะและเครื่องใช้สำหรับอาหารที่ต้องการความแข็งแรงหรือใช้งานซ้ำหลายครั้ง เช่น กล่องเก็บอาหาร ภาชนะพลาสติกชนิดแข็ง เหยือกน้ำ แก้วน้ำ และอุปกรณ์เครื่องครัวบางประเภท
ข้อกำหนดของ มอก. 655 เล่ม 3-2554 ที่ผู้ผลิตต้องปฏิบัติ
- ผลิตภัณฑ์ต้องสะอาด ไม่มีสิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอม หรือความบกพร่องที่อาจส่งผลต่อการใช้งาน
- พลาสติกที่สัมผัสอาหารต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยและการเคลื่อนย้ายของสาร (Migration) ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน
- ต้องแสดงชนิดของพลาสติกด้วยรหัสหรือสัญลักษณ์ของวัสดุที่ใช้
- ต้องมีสัญลักษณ์แสดงว่าสามารถใช้สัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัย
- ต้องระบุอุณหภูมิหรือเงื่อนไขการใช้งาน หากผลิตภัณฑ์มีข้อกำหนดเฉพาะ
- กรณีเป็นภาชนะใช้ครั้งเดียว ต้องระบุข้อความ “ใช้ครั้งเดียว”
- หากมีข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น ห้ามใช้กับไมโครเวฟ หรือห้ามใช้กับเตาอบ ต้องแสดงคำเตือนให้ชัดเจน
- ต้องแสดงข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เครื่องหมาย มอก. และข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้ มอก. 655 เล่ม 3-2554
- กล่องเก็บอาหารที่ผลิตจาก ABS
- ภาชนะพลาสติกชนิดแข็งสำหรับสัมผัสอาหาร
- เหยือกน้ำและแก้วน้ำที่ผลิตจาก SAN
- อุปกรณ์เครื่องครัวพลาสติกที่ใช้ ABS หรือ SAN เป็นชั้นสัมผัสอาหาร
- เครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารที่ผลิตจากพลาสติกทั้ง 2 ชนิดดังกล่าว
การแสดงเครื่องหมายและฉลากตาม มอก. 655 เล่ม 3-2554
ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารที่ได้รับการรับรองตาม มอก. 655 เล่ม 3-2554 จะต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์และเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม โดยผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถแสดงเครื่องหมายบนตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ได้หลายรูปแบบ แต่ทุกกรณีต้องมีองค์ประกอบสำคัญตามที่มาตรฐานกำหนด
1. เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ผลิตภัณฑ์ต้องแสดง เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) พร้อมเลขที่มาตรฐาน มอก. 655 เล่ม 3-2554 เพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสำหรับภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารที่ผลิตจาก ABS และ SAN ซึ่งเป็นพลาสติก 2 ชนิดที่อยู่ในขอบข่ายของมาตรฐานฉบับนี้
2. QR Code แสดงข้อมูลของผลิตภัณฑ์
มาตรฐานกำหนดให้แสดง QR Code ควบคู่กับเครื่องหมาย มอก. เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสแกนตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ ผู้ได้รับใบอนุญาต และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้าได้
3. ข้อมูลที่ต้องแสดงบนฉลาก
- ชื่อผลิตภัณฑ์
- ขนาดหรือความจุ
- จำนวนบรรจุหรือจำนวนชิ้น
- ข้อความหรือเครื่องหมายแสดงคำเตือนที่จำเป็นสำหรับพลาสติกแต่ละชนิด
- เดือนและปีที่ผลิต หรือรหัสรุ่นการผลิต
- ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
รูปแบบการแสดงเครื่องหมาย
ตัวอย่างในมาตรฐาน มอก. 655 เล่ม 3-2554 กำหนดแนวทางการแสดงเครื่องหมายไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่
- แสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code บนตัวผลิตภัณฑ์ พร้อมติดฉลากแสดงรายละเอียดของสินค้า
- แสดงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code ภายในกรอบเดียวกัน บนตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ พร้อมฉลากแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์
- แสดงข้อความระบุว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น “ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร เล่ม 3 ABS SAN (มอก. 655 เล่ม 3-2554)” พร้อมเครื่องหมาย มอก., QR Code และข้อมูลบนฉลาก

มอก. 655 เป็นมาตรฐานสำคัญที่ใช้ควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร โดยแบ่งออกเป็น 3 เล่มตามชนิดของพลาสติกที่สัมผัสอาหาร ได้แก่ เล่ม 1 (PE, PP, PS, PET, PVAL, PMP), เล่ม 2 (PVC, PC, PA, PMMA) และ เล่ม 3 (ABS, SAN) ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจึงควรตรวจสอบชนิดของวัสดุที่ใช้ผลิตให้ถูกต้อง เพื่อเลือกอ้างอิงมาตรฐานที่ตรงกับผลิตภัณฑ์ รวมถึงปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านคุณภาพ การทดสอบ และการแสดงเครื่องหมายบนผลิตภัณฑ์ก่อนนำออกจำหน่าย
หากคุณเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการขอการรับรอง มอก. 655 แต่ไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ของคุณต้องใช้มาตรฐานเล่มใด หรือต้องเตรียมเอกสารและดำเนินการอย่างไร Livilution Consult พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลตั้งแต่การตรวจสอบขอบข่ายผลิตภัณฑ์ การเตรียมเอกสาร การประสานงานกับห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงการยื่นขอใบอนุญาตจาก สมอ. เพื่อให้การขอรับรองเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปตามข้อกำหนดทุกขั้นตอน เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรีได้เลย




