ปัจจุบันการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารหลายประเภทในประเทศไทย จำเป็นต้องดำเนินการขออนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ “อย.” เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานตามกฎหมาย ก่อนวางจำหน่ายสู่ตลาดจริง ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่ผู้ประกอบการมักสับสนมาก คือ “สบ.5” และ “สบ.7” ว่าคืออะไร ใช้กับสินค้าแบบไหน และต่างกันอย่างไร
บทความนี้ Livilution จะพาไปทำความเข้าใจว่า สบ. มีทั้งหมดกี่แบบ? สบ.5 คืออะไร สบ.7 คืออะไร รวมถึงขั้นตอนการยื่นขอ เอกสารที่ต้องใช้ และข้อแตกต่างสำคัญของการจดทะเบียนอาหารทั้ง 2 รูปแบบ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการขอ อย. ได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- สบ. มีทั้งหมดกี่แบบ?
- สบ.5 คืออะไร
- อาหารที่ต้องยื่นแบบ สบ.5
- สบ.7 คืออะไร
- อาหารที่ต้องยื่นแบบ สบ.7
- สบ.5 กับ สบ.7 ต่างกันอย่างไร
- ยื่น สบ.5 ใช้เอกสารอะไรบ้าง
- ยื่น สบ.7 ใช้เอกสารอะไรบ้าง
- ขั้นตอนการขอแบบ สบ.5
- ขั้นตอนการขอแบบ สบ.7
สบ. มีทั้งหมดกี่แบบ?
แบบฟอร์ม “สบ.” คือ แบบคำขอที่ใช้เกี่ยวกับการจดทะเบียนอาหารกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยแต่ละแบบจะมีหน้าที่แตกต่างกันตามประเภทของการดำเนินการ ซึ่งแบบที่ผู้ประกอบการพบได้บ่อย มีดังนี้
แบบ สบ.1
คำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ใช้สำหรับผู้ผลิตอาหารที่ยังไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมาย
แบบ สบ.3
คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร ใช้สำหรับอาหารที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขออนุญาตฉลากก่อนวางจำหน่าย
แบบ สบ.5
ใบจดทะเบียนอาหาร/แจ้งรายละเอียดอาหาร ใช้สำหรับอาหารบางประเภทที่ต้องแจ้งสูตร ส่วนประกอบ หรือข้อมูลเชิงลึกของผลิตภัณฑ์
แบบ สบ.6
แบบแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหารหรือแจ้งรายละเอียดอาหารแล้ว
แบบ สบ.7
ใบจดทะเบียนอาหาร/แจ้งรายละเอียดอาหาร กรณีไม่ต้องแจ้งสูตรอาหาร
แบบ สบ.8
แบบแก้ไขรายละเอียดอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นแบบ สบ.7
สบ.5 คืออะไร
สบ.5 คือ แบบคำขอจดทะเบียนอาหารหรือแจ้งรายละเอียดอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่กฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้งรายละเอียดสูตร ส่วนประกอบ หรือข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ก่อนขอเลขสารบบอาหาร โดยอาหารที่เข้าข่ายต้องยื่นแบบ สบ.5 มักเป็นกลุ่มอาหารที่มีรายละเอียดสูตรเฉพาะ หรือมีความเกี่ยวข้องกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการควบคุมมาตรฐานมากกว่ากลุ่มอาหารทั่วไป
อาหารที่ต้องยื่นแบบ สบ.5
กลุ่มผลิตภัณฑ์นม
- นมโค
- นมปรุงแต่ง
- นมเปรี้ยว
- ผลิตภัณฑ์จากนม
กลุ่มเครื่องดื่ม
- เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุปิดสนิท
- เครื่องดื่มเกลือแร่
- กาแฟผสม
- กาแฟผสมสำเร็จรูป
กลุ่มอาหารปิดสนิท
- อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
- ไอศกรีม
กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบสำคัญตามบัญชีที่ อย. กำหนด
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออก
- ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบตรงกับสูตรที่เคยได้รับอนุญาตแล้ว
กลุ่มรอยัลเยลลี
- รอยัลเยลลี
- ผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี
ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ต้องยื่นรายละเอียดสูตร ส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้ อย. พิจารณาก่อนออกเลขสารบบอาหาร

สบ.7 คืออะไร
สบ.7 คือ แบบคำขอจดทะเบียนอาหารหรือแจ้งรายละเอียดอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ “ไม่ต้องแจ้งสูตรอาหาร” ในขั้นตอนการยื่นคำขอ โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารทั่วไป อาหารที่มีมาตรฐานกำหนดไว้แล้ว หรืออาหารที่กฎหมายควบคุมเรื่องฉลากเป็นหลัก ทำให้ขั้นตอนพิจารณาไม่ซับซ้อนเท่ากับแบบ สบ.5
อาหารที่ต้องยื่นแบบ สบ.7
1. อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน
- กาแฟ 100%
- เกลือบริโภค
- ข้าวเติมวิตามิน
- ไข่เยี่ยวม้า
- ครีม
- ช็อกโกแลต
- ชา
- ชาสมุนไพร
- น้ำปลา
- น้ำผึ้ง
- น้ำมันพืชชนิดต่าง ๆ
- น้ำแร่ธรรมชาติ
- เนย
- เนยแข็ง
- อาหารกึ่งสำเร็จรูป
2. อาหารที่ต้องมีฉลาก
- ขนมปัง
- ซอสในภาชนะปิดสนิท
- ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
- วัตถุแต่งกลิ่นรส
- วุ้นสำเร็จรูป
- หมากฝรั่ง
- ลูกอม
- อาหารพร้อมปรุง
- อาหารพร้อมรับประทาน
- อาหารฉายรังสี
- อาหารดัดแปรพันธุกรรม
3. อาหารทั่วไป
- พืชและผลิตภัณฑ์
- สัตว์และผลิตภัณฑ์
- แป้งและผลิตภัณฑ์
- เครื่องปรุงรส
- เครื่องเทศ
- น้ำตาล
สบ.5 กับ สบ.7 ต่างกันอย่างไร
สบ.5 กับ สบ.7 มีความแตกต่างกัน แม้ว่าทั้งสองแบบต่างก็ใช้สำหรับการขอเลขสารบบอาหารเหมือนกัน แต่มีรายละเอียดการพิจารณาและประเภทอาหารที่ต่างกันอย่างชัดเจน หากผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อน มีสูตรเฉพาะ หรืออยู่ในกลุ่มที่กฎหมายควบคุมเข้ม มักต้องยื่นแบบ สบ.5 แต่หากเป็นอาหารทั่วไปที่ไม่ต้องแจ้งสูตร มักใช้แบบ สบ.7
| ข้อเปรียบเทียบ | สบ.5 | สบ.7 |
|---|---|---|
| การแจ้งสูตร | ต้องแจ้งสูตรอาหาร | ไม่ต้องแจ้งสูตร |
| ความละเอียดในการพิจารณา | สูงกว่า | น้อยกว่า |
| กลุ่มอาหาร | อาหารควบคุมเฉพาะ | อาหารทั่วไป/อาหารมาตรฐาน |
| ขั้นตอนพิจารณา | ซับซ้อนกว่า | เร็วกว่า |
| ระยะเวลาพิจารณา | อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ | ประมาณ 4–8 วันทำการ |
| เอกสาร | มากกว่า | น้อยกว่า |
ยื่น สบ.5 ใช้เอกสารอะไรบ้าง
การยื่นขอแบบ สบ.5 จำเป็นต้องเตรียมเอกสารค่อนข้างละเอียด เนื่องจากเป็นกลุ่มอาหารที่ต้องแจ้งสูตรและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์
เอกสารแบบคำขอ
- แบบ สบ.5
- แบบ สบ.5-1
- ข้อมูลผู้ติดต่อและสถานประกอบการ
- แบบ สบ.6 กรณีแก้ไขข้อมูล
เอกสารด้านสูตรและส่วนประกอบ
- สูตรส่วนประกอบอาหาร
- หนังสือแจ้งสูตรจากผู้ผลิตต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)
เอกสารด้านแบรนด์และเครื่องหมายการค้า
- หนังสือรับรองชื่ออาหาร
- หนังสือรับรองตราสินค้า
- หนังสือรับรองเครื่องหมายการค้า
เอกสารประกอบอื่น ๆ
- หนังสือยินยอมให้ใช้เอกสารร่วม
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจให้บริษัทรับจด อย.)
- สำเนาหนังสือรับรองบริษัท
- สำเนาทะเบียนพาณิชย์
- สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจ
นอกจากนี้ ผู้ยื่นยังต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และประเมินผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ของ อย. ด้วยตนเองก่อนยื่นคำขอ
ยื่น สบ.7 ใช้เอกสารอะไรบ้าง
แม้การยื่นแบบ สบ.7 จะไม่ซับซ้อนเท่า สบ.5 แต่ยังคงต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
เอกสารทั่วไป
- แบบคำขอ สบ.7
- รายละเอียดฉลากสินค้า
- รายละเอียดผลิตภัณฑ์
- หนังสือรับรองบริษัท
- สำเนาทะเบียนพาณิชย์
เอกสารผู้ประกอบการ
- สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจ
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
เอกสารสินค้า
- รูปถ่ายผลิตภัณฑ์
- ฉลากภาษาไทย
- รายละเอียดบรรจุภัณฑ์
กรณีผลิตภัณฑ์บางประเภท เจ้าหน้าที่อาจขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอตัวอย่างสินค้าเพื่อประกอบการพิจารณา

ขั้นตอนการขอแบบ สบ.5
1. ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ยื่นคำขอ
ผู้ยื่นคำขอต้องเป็น ผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ ผู้ดำเนินกิจการ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม หรือผู้รับมอบอำนาจที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของ อย. หากใช้บริษัทรับจด อย. ดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจอย่างถูกต้อง
2. เตรียมเอกสารและข้อมูลผลิตภัณฑ์
ผู้ประกอบการต้องเตรียม สูตรส่วนประกอบ รายละเอียดสินค้า ฉลาก กรรมวิธีการผลิต เอกสารรับรองต่าง ๆ ให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ
3. ยื่นคำขอผ่านระบบหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผลิตภัณฑ์บางประเภทสามารถยื่นผ่านระบบ E-submission ได้ แต่บางประเภทอาจต้องยื่นตรงกับ อย. หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจ
4. ประเมินผลิตภัณฑ์และกรรมวิธีการผลิต
ผู้ยื่นต้องประเมินข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองตามเกณฑ์กฎหมาย รวมถึงตรวจสอบกรรมวิธีการผลิตให้ถูกต้อง
5. ส่งตัวอย่างสินค้าเพิ่มเติม (ถ้ามี)
กรณีรายละเอียดไม่ชัดเจน หรือเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม อาจต้องส่งตัวอย่างสินค้าเพื่อประกอบการพิจารณา
6. รอผลการพิจารณา
หากผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อน หรือเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ อาจต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานหรือผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม ซึ่งอาจใช้เวลาเพิ่มประมาณ 15–45 วันทำการ
ขั้นตอนการขอแบบ สบ.7
1. ยื่นคำขอผ่านระบบ E-submission
ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ อย. ได้ด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บริษัทรับจด อย. ดำเนินการแทน
2. ตรวจสอบข้อมูลและเอกสาร
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ฉลาก ข้อมูลผู้ประกอบการ เอกสารประกอบต่าง ๆ หากข้อมูลครบถ้วน จะเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณา
3. ชำระค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมยื่นคำขอผลิตภัณฑ์อยู่ที่ประมาณ 200 บาทต่อคำขอ กรณีมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ลงข้อมูลแทน อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก 200 บาท
4. รอผลการอนุมัติ
โดยทั่วไป การยื่นแบบ สบ.7 ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 4–5 วันทำการ หากเอกสารครบถ้วน แต่หากมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ลงข้อมูลแทน อาจใช้เวลาประมาณ 7–8 วันทำการ ทั้งนี้ ยังไม่รวมระยะเวลาการแก้ไขเอกสารหรือการตอบคำชี้แจงเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการ
สบ.5 และ สบ.7 คือ แบบคำขอจดทะเบียนอาหารที่ใช้สำหรับการขอเลขสารบบอาหารกับ อย. แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของประเภทอาหารและรายละเอียดที่ต้องแจ้ง โดย สบ.5 จะใช้กับอาหารที่ต้องแจ้งสูตรและรายละเอียดเชิงลึกของผลิตภัณฑ์ ส่วน สบ.7 ใช้กับอาหารทั่วไปหรืออาหารที่ไม่ต้องแจ้งสูตร ทำให้ขั้นตอนพิจารณารวดเร็วกว่า
หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณต้องยื่นแบบไหน ต้องเตรียมเอกสารอะไร หรือกังวลเรื่องฉลาก สูตร และขั้นตอนการขอ อย. การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลาในการดำเนินการได้มากขึ้น โดยทีม Livilution Consult พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจดทะเบียนอาหารและการขอ อย. อย่างถูกต้อง เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงาน Livilution ติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรี




