ฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้องตามกฎ อย. ต้องมีอะไรบ้าง ก่อนส่งไฟล์เข้าโรงพิมพ์

ก่อนนำเครื่องสำอางออกวางจำหน่าย เจ้าของแบรนด์ ผู้ผลิต และผู้นำเข้า ไม่เพียงต้องดำเนินการ จด อย. เครื่องสำอาง หรือจดแจ้งผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องเท่านั้น แต่ยังต้องตรวจสอบ ฉลากเครื่องสำอาง ให้มีข้อมูลครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด และสอดคล้องกับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ เพราะหากฉลากระบุข้อมูลไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อการนำสินค้าออกจำหน่ายได้ บทความนี้ Livilution จึงสรุปให้ว่า ฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้องต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง และมีจุดไหนที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนสั่งพิมพ์ฉลาก


สรุปแบบสั้นๆ

  • ฉลากเครื่องสำอางต้องมีข้อมูลครบ เช่น ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้า ประเภทผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ปริมาณสุทธิ ครั้งที่ผลิต วันที่ผลิต คำเตือนที่เกี่ยวข้อง และเลขที่ใบรับจดแจ้ง
  • เครื่องสำอางที่จำหน่ายในประเทศไทยต้องมี ฉลากภาษาไทย ที่มองเห็นและอ่านได้ชัดเจน ส่วนเครื่องสำอางนำเข้าต้องระบุข้อมูลของผู้นำเข้า ผู้ผลิต และประเทศที่ผลิตตามข้อกำหนด
  • วันหมดอายุและคำเตือน ต้องพิจารณาตามประเภท ส่วนประกอบ และเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรใช้รูปแบบเดียวกันกับเครื่องสำอางทุกชนิด
  • คำเคลมบนฉลากต้องไม่เป็นเท็จ ทำให้เข้าใจผิด หรืออวดอ้างเกินจริง โดยเฉพาะข้อความที่ทำให้เครื่องสำอางดูมีคุณสมบัติในลักษณะของยา
  • ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ ควรตรวจสอบข้อมูลบน Artwork ให้ครบและถูกต้อง เพื่อลดการแก้ไขและต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


ฉลากเครื่องสำอางคืออะไร ทำไมต้องทำให้ถูกต้อง

ฉลากเครื่องสำอาง คือ ข้อความหรือข้อมูลที่แสดงอยู่บนผลิตภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ หรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคทราบรายละเอียดสำคัญของเครื่องสำอาง เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และเลขที่ใบรับจดแจ้ง

ดังนั้น การออกแบบฉลากจึงไม่ควรคำนึงถึงเพียงความสวยงามหรือภาพลักษณ์ของแบรนด์เท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายด้วย โดยฉลากเครื่องสำอางที่จำหน่ายในประเทศไทยต้องจัดแสดงในตำแหน่งที่เปิดเผย มองเห็นและอ่านได้ชัดเจน

ฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้องตาม อย. ต้องมีอะไรบ้าง

ตามหลักเกณฑ์ของ อย. ฉลากเครื่องสำอางที่จำหน่ายในประเทศไทยต้องแสดงรายละเอียดสำคัญของผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลและใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม

ฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้องตาม อย. ต้องมีอะไรบ้าง

1. ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้า

ต้องระบุ ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถระบุได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ใดและอยู่ภายใต้ชื่อหรือแบรนด์ใด โดยข้อมูลควรสอดคล้องกับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ได้ดำเนินการจดแจ้งไว้

2. ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง

ฉลากควรระบุให้ทราบว่าเป็นเครื่องสำอางประเภทใด เช่น ครีมบำรุงผิว แชมพู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ลิปสติก หรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน

3. ชื่อของสารที่ใช้เป็นส่วนผสม

ต้องแสดง ชื่อของสารที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ได้ โดยการจัดทำรายการส่วนประกอบควรตรวจสอบชื่อสารและรายละเอียดให้ถูกต้องก่อนจัดทำ Artwork ฉลาก

4. วิธีใช้เครื่องสำอาง

ควรระบุ วิธีใช้ ให้ชัดเจนและเหมาะสมกับลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น ใช้ทาบริเวณใด ใช้ในขั้นตอนใด หรือมีวิธีการใช้งานอย่างไร เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง

5. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า

กรณี ผลิตเครื่องสำอางในประเทศไทย ต้องแสดงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต

ส่วนกรณี เครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ ต้องแสดงชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า รวมถึงชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ได้

6. ปริมาณสุทธิ

ต้องแสดงปริมาณสุทธิของเครื่องสำอาง เช่น 30 กรัม, 50 มิลลิลิตร หรือ 100 มิลลิลิตร ตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคทราบปริมาณสินค้าที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์

7. เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต

ฉลากต้องมี เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต หรือที่มักพบในรูปแบบ Lot/Batch เพื่อใช้ระบุรุ่นการผลิตของสินค้า และช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังการผลิตแต่ละครั้งได้

8. เดือน ปี ที่ผลิต

ต้องแสดง เดือนและปีที่ผลิต หรือปีและเดือนที่ผลิต บนฉลากตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้สามารถตรวจสอบช่วงเวลาที่ผลิตสินค้าได้

9. เดือน ปี ที่หมดอายุ

การแสดงวันหมดอายุของเครื่องสำอางต้องพิจารณาตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นผู้ประกอบการไม่ควรใช้รูปแบบฉลากเดียวกันกับเครื่องสำอางทุกประเภทโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อกำหนดก่อน

ทั้งนี้ ประกาศเรื่องฉลากเครื่องสำอางมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการแสดงเดือนและปีที่หมดอายุสำหรับเครื่องสำอางตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศและบัญชีแนบท้าย

10. คำเตือนหรือข้อควรระวัง

เครื่องสำอางบางประเภทหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบบางชนิดอาจต้องแสดง คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพ หรือข้อความเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น ก่อนทำฉลากควรตรวจสอบว่าสูตรหรือประเภทของเครื่องสำอางมีข้อกำหนดเรื่องคำเตือนเฉพาะหรือไม่ เพราะคำเตือนไม่จำเป็นต้องเหมือนกันในเครื่องสำอางทุกประเภท โดย อย. มีประกาศเกี่ยวกับคำเตือนสำหรับส่วนผสมและผลิตภัณฑ์บางกลุ่มโดยเฉพาะ เช่น เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดดบางชนิด

11. เลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง

อีกข้อมูลสำคัญที่ต้องมีบนฉลากคือ เลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการจดแจ้งกับ อย. แล้ว ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบเลขให้ถูกต้องก่อนนำไปจัดทำ Artwork และสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์

ฉลากเครื่องสำอางต้องเป็นภาษาไทยหรือไม่

เครื่องสำอางที่จำหน่ายในประเทศไทยต้องมี ฉลากภาษาไทย โดยข้อความต้องมีขนาดที่สามารถอ่านได้อย่างชัดเจน และสามารถมีภาษาต่างประเทศหรือข้อความอื่นประกอบเพิ่มเติมได้

อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดบางส่วนที่กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้ เช่น ชื่อสารที่ใช้เป็นส่วนผสม ดังนั้นผู้ประกอบการควรตรวจสอบรูปแบบการแสดงข้อมูลแต่ละส่วนก่อนจัดทำฉลากจริง

สำหรับเครื่องสำอางนำเข้า แม้ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศจะมีบรรจุภัณฑ์และฉลากเดิมอยู่แล้ว ก็ยังต้องตรวจสอบการจัดทำฉลากสำหรับการจำหน่ายในประเทศไทยให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

เครื่องสำอางนำเข้า ต้องระบุข้อมูลบนฉลากอย่างไร

หากเป็น เครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับฉลากภาษาไทยและข้อมูลของผู้รับผิดชอบสินค้าในประเทศไทย โดยตามหลักเกณฑ์ฉลากต้องระบุ ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า รวมถึงชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต นอกเหนือจากรายละเอียดอื่นที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น ก่อนนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย ควรตรวจสอบทั้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ เอกสารที่ใช้ในการจดแจ้ง และ Artwork ฉลากให้ตรงกัน เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

คำเคลมบนฉลากเครื่องสำอาง ต้องระวังอะไรบ้าง

นอกจากข้อมูลพื้นฐานบนฉลากแล้ว ข้อความหรือคำเคลมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ก็เป็นอีกส่วนที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ละเอียด โดยเฉพาะข้อความที่กล่าวถึงคุณสมบัติหรือผลลัพธ์ของเครื่องสำอาง

ควรหลีกเลี่ยงข้อความที่เป็นเท็จ หลอกลวง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรืออวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะ อย. มีการกำกับดูแลการกล่าวอ้างเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และมีการดำเนินการกับการโฆษณาที่เป็นเท็จ หลอกลวง หรือเกินจริง

ก่อนใช้คำอย่าง “รักษา” “หายขาด” หรือข้อความที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูมีคุณสมบัติในลักษณะของยา จึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าข้อความดังกล่าวเหมาะสมกับการจัดประเภทเป็นเครื่องสำอางหรือไม่

ทำฉลากเครื่องสำอางไม่ถูกต้อง มีปัญหาอะไรได้บ้าง

การทำฉลากไม่ถูกต้องไม่ได้หมายถึงเพียงสะกดชื่อผลิตภัณฑ์ผิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแสดงข้อมูลไม่ครบ ใช้ข้อมูลไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ ไม่ระบุเลขที่ใบรับจดแจ้ง หรือขาดข้อมูลสำคัญที่กฎหมายกำหนด

สำหรับเจ้าของแบรนด์ ปัญหาเรื่องฉลากยังอาจทำให้ต้องแก้ไข Artwork หรือบรรจุภัณฑ์ใหม่ ซึ่งอาจเพิ่มทั้งต้นทุนและระยะเวลาก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย โดยเฉพาะกรณีที่สั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ไปแล้วจำนวนมาก

ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบตั้งแต่ก่อนอนุมัติ Artwork และสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์จริง

Checklist ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากเครื่องสำอาง

ก่อนส่งไฟล์ฉลากให้โรงพิมพ์ เจ้าของแบรนด์ ผู้ผลิต และผู้นำเข้าควรตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้

  • ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้าถูกต้อง
  • ระบุประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง
  • รายการส่วนประกอบครบถ้วนและถูกต้อง
  • มีวิธีใช้ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์
  • ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าถูกต้อง
  • ระบุปริมาณสุทธิ
  • มีเลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต
  • แสดงเดือนและปีที่ผลิตตามหลักเกณฑ์
  • ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ต้องแสดงวันหมดอายุหรือไม่
  • มีคำเตือนหรือข้อความที่กฎหมายกำหนด หากผลิตภัณฑ์เข้าข่าย
  • เลขที่ใบรับจดแจ้งถูกต้อง
  • ฉลากภาษาไทยมองเห็นและอ่านได้ชัดเจน
  • ตรวจสอบคำเคลมหรือข้อความเกี่ยวกับสรรพคุณก่อนนำไปใช้

ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากหรือบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก ผู้ประกอบการควรตรวจสอบทั้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ เลขที่ใบรับจดแจ้ง ข้อความบนฉลาก และคำเตือนที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่มีสูตรหรือข้อกำหนดเฉพาะ เพราะรายละเอียดบางส่วนอาจแตกต่างกันไปตามประเภทและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

หากกำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์ ผลิตแบบ OEM หรือนำเข้าเครื่องสำอาง และไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมข้อมูลหรือดำเนินการอย่างไร Livilution บริการรับจด อย. พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการยื่นจดแจ้ง เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อปรึกษาฟรีได้เลย

แชร์บทความนี้....