ถูกแย่งจดเครื่องหมายการค้า ทำอย่างไร คัดค้าน เพิกถอน และป้องกัน บทเรียนจากกรณี NENE ROYAL

สรุปสั้น: ข่าวการยื่นขอจดเครื่องหมาย “NENE” และ “NENE ROYAL” โดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของชื่อ ทำให้หลายแบรนด์เริ่มกังวลว่าชื่อของตัวเองจะถูกแย่งจดหรือไม่ กฎหมายไทยมีทางแก้ 3 ทางหลัก คือ คัดค้าน ก่อนนายทะเบียนรับจดทะเบียน ขอให้เพิกถอน หลังจดทะเบียนแล้ว และ ฟ้องศาล โดยผู้มีสิทธิดีกว่า แต่ทางที่ถูกที่สุดคือยื่นจดชื่อของตัวเองก่อน

เกิดอะไรขึ้นในกรณี NENE ROYAL

ตามที่มติชนรายงานเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 มีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมาย NENE และ NENE ROYAL ในนามบริษัทต่างประเทศเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ครอบคลุมจำพวก 9, 25 และ 41 ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าดิจิทัล เสื้อผ้า และบริการบันเทิง หลังเป็นข่าว ผู้ยื่นได้ขอถอนคำขอผ่านระบบออนไลน์ในวันเดียวกัน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งผ่านสื่อว่ามีทีมติดตามการยื่นคำขอที่น่าสงสัย และนายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นชี้แจง รวมทั้งปฏิเสธคำขอได้หากเข้าข่ายต้องห้ามตามกฎหมาย ต่อมาเดลินิวส์ (22 ต.ค. 2569) ได้นำเสนอประเด็นว่า การยื่นจดแทนเจ้าของชื่อ “ด้วยเจตนาดี” โดยไม่มีหนังสือมอบอำนาจ ก็ไม่ทำให้ผู้ยื่นมีสิทธิในชื่อนั้น เพราะระบบเครื่องหมายการค้าคุ้มครองเจ้าของที่แท้จริงและผู้ยื่นโดยสุจริต

บทเรียนสำหรับเจ้าของแบรนด์ไทยคือ ชื่อที่เริ่มดังบนโซเชียลมักถูกจับตา ทั้งในไทยและต่างประเทศ การรอให้มีปัญหาก่อนแล้วค่อยจด จะยุ่งยากกว่าการจดไว้ตั้งแต่แรกมาก

“แย่งจดเครื่องหมายการค้า” คืออะไร

การแย่งจด (trademark squatting) คือการที่บุคคลอื่นยื่นขอจดทะเบียนชื่อ โลโก้ หรือเครื่องหมายที่เจ้าของจริงใช้อยู่แล้วแต่ยังไม่ได้จด เพื่อหวังขายสิทธิ์คืน ใช้ทำสินค้าเลียนแบบ หรือกีดกันเจ้าของจริงออกจากตลาด รูปแบบที่พบบ่อยได้แก่

  • ตัวแทนจำหน่ายหรือคู่ค้าเดิมยื่นจดชื่อแบรนด์ของผู้ผลิตในนามตัวเอง
  • บุคคลภายนอกยื่นจดชื่อคนดัง ชื่อร้าน หรือชื่อสินค้าที่กำลังเป็นกระแส
  • ผู้ประกอบการต่างประเทศยื่นจดชื่อแบรนด์ไทยในประเทศของตัวเองก่อนแบรนด์จะขยายตลาดไปถึง

หลักสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายกับสินค้าหรือบริการที่จดไว้ เกิดจากการจดทะเบียน (มาตรา 44 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า) และระบบไทยให้ความสำคัญกับผู้ยื่นก่อนที่สุจริต เจ้าของที่ใช้ชื่อมานานแต่ไม่ได้จดจึงยังมีสิทธิต่อสู้ได้ แต่ต้องพิสูจน์มากกว่าและมีขั้นตอนมากกว่า

ทางแก้ที่ 1: คัดค้านเครื่องหมายการค้า (ก่อนรับจดทะเบียน)

เมื่อนายทะเบียนตรวจคำขอแล้วเห็นว่าจดได้ จะสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นคัดค้าน ตามมาตรา 35 ผู้ที่เห็นว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายดีกว่าผู้ขอ หรือเห็นว่าเครื่องหมายนั้นไม่มีลักษณะที่จดได้ตามกฎหมาย สามารถยื่นคำคัดค้านต่อนายทะเบียนได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนับจากวันประกาศโฆษณา

สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อจะคัดค้าน

  • หลักฐานการใช้ชื่อหรือโลโก้ก่อนผู้ขอ เช่น ใบกำกับภาษี ภาพสินค้า โพสต์โฆษณา หน้าร้านออนไลน์ ที่มีวันที่ชัดเจน
  • หลักฐานว่าคุณเป็นผู้สร้างหรือเป็นเจ้าของชื่อนั้น เช่น ไฟล์ออกแบบโลโก้ สัญญาจ้างออกแบบ
  • หลักฐานความสัมพันธ์กับผู้ขอ (ถ้ามี) เช่น สัญญาตัวแทนจำหน่าย อีเมลติดต่อธุรกิจ ซึ่งช่วยแสดงว่าผู้ขอรู้จักแบรนด์อยู่ก่อน
  • เหตุผลทางกฎหมาย เช่น เครื่องหมายเหมือนหรือคล้ายกับของคุณจนประชาชนอาจสับสน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรู้ทันว่ามีการประกาศโฆษณา เพราะถ้าพ้นช่วงคัดค้านไปแล้ว จะต้องใช้ทางที่ยากกว่า เจ้าของแบรนด์จึงควรค้นหาชื่อของตัวเองในระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นประจำ (ดูวิธีที่ ตรวจสอบเครื่องหมายการค้าด้วยตัวเอง)

ทางแก้ที่ 2: ขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้า (หลังจดทะเบียนแล้ว)

ถ้าเครื่องหมายของอีกฝ่ายได้รับจดทะเบียนไปแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียยังขอให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าสั่งเพิกถอนได้ในบางกรณี ตัวอย่างเหตุที่กฎหมายเปิดไว้ ได้แก่

  • เครื่องหมายไม่มีลักษณะที่จดได้ หรือเป็นเครื่องหมายต้องห้ามตามมาตรา 8 เช่น เครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่แพร่หลายจนประชาชนอาจสับสน (มาตรา 61)
  • เครื่องหมายเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่ผู้อื่นจดทะเบียนไว้แล้ว (มาตรา 61)
  • ผู้จดทะเบียนไม่มีเจตนาจะใช้เครื่องหมายโดยสุจริต หรือไม่ได้ใช้จริงตามที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 63)

ทางแก้ที่ 3: ฟ้องศาลให้เพิกถอน

มาตรา 67 เปิดให้ผู้ที่พิสูจน์ได้ว่ามีสิทธิในเครื่องหมายดีกว่าผู้ที่ได้จดทะเบียนไว้ ฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเพื่อขอเพิกถอนการจดทะเบียนได้ ภายใต้เงื่อนไขและกรอบที่กฎหมายกำหนด ทางนี้มักใช้หลักฐานมากและมีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด จึงควรปรึกษาทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญาก่อนตัดสินใจ

สถานะของคำขอฝ่ายตรงข้ามทางเลือกหลักยื่นที่
อยู่ระหว่างประกาศโฆษณาคัดค้าน (มาตรา 35)นายทะเบียน กรมทรัพย์สินทางปัญญา
จดทะเบียนแล้วขอให้เพิกถอน (มาตรา 61, 63)คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
จดทะเบียนแล้ว และคุณมีสิทธิดีกว่าฟ้องเพิกถอน (มาตรา 67)ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ

ป้องกันดีกว่าแก้: 6 ข้อที่เจ้าของแบรนด์ควรทำ

  1. ยื่นจดชื่อและโลโก้ก่อนเปิดตัว โดยเฉพาะก่อนทำการตลาดหนักหรือก่อนออกงานแสดงสินค้า
  2. เลือกจำพวกให้ครอบคลุมธุรกิจจริงและแผนในอนาคต เช่น ขายเสื้อผ้าแล้วมีแผนเปิดร้านกาแฟ ควรพิจารณาทั้งจำพวกสินค้าและบริการ
  3. จดในนามที่ถูกต้อง เช่น ในนามบริษัทหรือเจ้าของตัวจริง ไม่ใช่ในนามพนักงานหรือเอเจนซี่
  4. เขียนสัญญากับตัวแทนจำหน่ายให้ชัด ว่าห้ามนำชื่อแบรนด์ไปยื่นจดในนามตัวเอง
  5. เฝ้าระวังคำขอใหม่ ค้นชื่อแบรนด์ในระบบของกรมเป็นประจำ หรือใช้บริการเฝ้าระวัง
  6. วางแผนจดต่างประเทศ หากจะส่งออก เพราะการจดในไทยคุ้มครองเฉพาะในไทย

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ชื่อแบรนด์มาก่อนแต่ไม่ได้จด ถ้ามีคนอื่นจดไปจะทำอะไรได้บ้าง

ยังมีทางต่อสู้ ถ้าคำขออยู่ระหว่างประกาศโฆษณาให้ยื่นคัดค้าน ถ้าจดทะเบียนแล้วอาจขอเพิกถอนต่อคณะกรรมการหรือฟ้องศาลในฐานะผู้มีสิทธิดีกว่า แต่ต้องมีหลักฐานการใช้ก่อนที่ชัดเจน

ยื่นจดชื่อแทนคนอื่นด้วยความหวังดี ผิดไหม

การยื่นจดในนามตัวเองโดยไม่ใช่เจ้าของและไม่ได้รับมอบอำนาจ ไม่ทำให้ได้สิทธิที่ชอบธรรม คำขออาจถูกปฏิเสธ คัดค้าน หรือเพิกถอนได้ และหากให้ข้อมูลเท็จในคำขอก็อาจมีความผิดเพิ่ม ทางที่ถูกคือให้เจ้าของยื่นเองหรือมอบอำนาจให้ตัวแทน

รู้ได้อย่างไรว่ามีคนยื่นจดชื่อคล้ายของเรา

ค้นหาได้ฟรีในระบบค้นหาข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาของกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยค้นทั้งชื่อเต็ม ชื่อย่อ และคำที่สะกดคล้ายกัน หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจค้นและเฝ้าระวังให้

คัดค้านเครื่องหมายการค้าต้องใช้ทนายไหม

กฎหมายไม่ได้บังคับ เจ้าของยื่นเองได้ แต่การคัดค้านต้องมีเหตุผลทางกฎหมายและหลักฐานที่ดี จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหมายการค้าหรือทนายความช่วยเตรียม

จดเครื่องหมายการค้าในไทยแล้ว คุ้มครองในจีนหรือประเทศอื่นด้วยไหม

ไม่คุ้มครอง สิทธิเครื่องหมายการค้าเป็นสิทธิรายประเทศ หากจะขายในต่างประเทศควรยื่นจดในประเทศนั้นหรือผ่านระบบพิธีสารมาดริด

ให้เราช่วยจดและปกป้องชื่อแบรนด์ของคุณ

Livilution Consult ให้บริการด้านเครื่องหมายการค้าและการขึ้นทะเบียนธุรกิจมา 6 ปี เราช่วยตรวจค้นความเหมือนคล้าย วางแผนจำพวก ยื่นคำขอ และติดตามผลกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ดูรายละเอียดได้ที่ บริการรับจดเครื่องหมายการค้า (เริ่มต้น 15,000 บาทต่อคำขอ ยังไม่รวม VAT และค่าธรรมเนียมราชการ) และอ่านพื้นฐานเพิ่มเติมใน เครื่องหมายการค้าคืออะไร

ส่งชื่อแบรนด์มาให้เราเช็กเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415

แหล่งอ้างอิง

  • มติชน 19 ต.ค. 2569 (กรณี NENE / NENE ROYAL): matichon.co.th/economy/news_5938790
  • เดลินิวส์ 22 ต.ค. 2569 (ประเด็นยื่นจดแทนด้วยเจตนาดี): dailynews.co.th/articles/6294929
  • พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (ฉบับรวมแก้ไข) กรมทรัพย์สินทางปัญญา: ipthailand.go.th (PDF)
  • ระบบค้นหาข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา: search.ipthailand.go.th
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา: ipthailand.go.th

ข้อมูล ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

แชร์บทความนี้....