สรุปสั้น: ข่าวน้ำปลาปลอมที่ อย. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลางเข้าตรวจค้นย่านสะพานสูง กรุงเทพฯ เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าน้ำปลาไม่ใช่สินค้าที่ใครจะผสมแล้วบรรจุขวดขายได้ตามใจ เพราะน้ำปลาเป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 203) พ.ศ. 2543 ผู้ผลิตต้องมีสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาต ผลิตให้ได้เกณฑ์เกลือและไนโตรเจนตามประเภทน้ำปลา และแสดงฉลากให้ตรงกับประเภทจริง
บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงจากข่าวแจกของ อย. และตัวประกาศน้ำปลาที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เหมาะกับผู้ที่คิดจะผลิตน้ำปลาขาย รับจ้างบรรจุ ทำแบรนด์น้ำปลาของตัวเอง หรือร้านค้าที่รับน้ำปลามาขายต่อ
ข่าวทลายแหล่งผลิตน้ำปลาปลอม อย. พบอะไรบ้าง
ตามข่าวที่ อย. เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ข่าวกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับ อย. นำหมายค้นของศาลเข้าตรวจบ้านแห่งหนึ่งในเขตสะพานสูงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 หลังได้รับเรื่องร้องเรียน
- พบน้ำปลาปลอมตราไส้ตันคู่ 200 ชิ้น และน้ำส้มสายชูปลอมตราสตรอเบอร์รี่ 71 ชิ้น
- พบอุปกรณ์การผลิต ขวดและแกลลอนเก่า รวมของกลาง 23 รายการ 2,392 ชิ้น มูลค่ามากกว่า 250,000 บาท
- สถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตผลิตอาหารจาก อย. ใช้ขวดเก่ามาบรรจุซ้ำ สภาพการผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ และนำหัวเชื้อมาผสมน้ำโดยไม่มีสูตรที่แน่นอน
- สินค้าถูกส่งขายให้ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือและร้านอาหารในย่านปิ่นเกล้าและเทเวศร์
ข้อกล่าวหาตามข่าวคือผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม และจำหน่ายอาหารที่มีฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อ ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท อย. ยังเตือนว่าสินค้าแบบนี้เสี่ยงปนเปื้อนสารเคมีหรือเชื้อโรค และอาจมีโซเดียมหรือวัตถุกันเสียเกินมาตรฐาน หากอยากเข้าใจคำว่าอาหารปลอมตามกฎหมายให้ลึกขึ้น อ่านต่อได้ที่ อาหารปลอมคืออะไร มีเลข อย. แล้วยังผิดได้ไหม
น้ำปลาเป็นอาหารประเภทไหนตามกฎหมาย
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 203) พ.ศ. 2543 เรื่อง น้ำปลา ยกเลิกประกาศฉบับที่ 118 (พ.ศ. 2532) และกำหนดให้น้ำปลาเป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ยกเว้นน้ำบูดู ความหมายในทางปฏิบัติคือ น้ำปลาที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายต้องผ่านเกณฑ์คุณภาพตามประกาศ และต้องได้เลขสารบบอาหารก่อนวางขาย
ประกาศให้นิยามน้ำปลาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของเหลวที่มีรสเค็ม ใช้ปรุงรสอาหาร และแบ่งเป็น 3 ประเภท ซึ่งรวมถึงน้ำปลาชนิดแห้งด้วย
| ประเภท | ความหมายตามประกาศ (สรุป) |
|---|---|
| 1. น้ำปลาแท้ | ได้จากการหมักหรือย่อยปลา ส่วนของปลา หรือกากปลาที่เหลือจากการหมัก ด้วยกรรมวิธีการผลิตน้ำปลา |
| 2. น้ำปลาที่ทำจากสัตว์อื่น | ได้จากการหมักหรือย่อยสัตว์อื่นที่ไม่ใช่ปลา หรือส่วนของสัตว์นั้น รวมถึงกรณีที่ผสมกับน้ำปลาแท้ |
| 3. น้ำปลาผสม | น้ำปลาประเภท 1 หรือ 2 ที่เติมส่วนประกอบอื่นที่ไม่เป็นอันตราย เจือจาง หรือปรุงแต่งรส |
เกณฑ์คุณภาพน้ำปลาแท้และน้ำปลาที่ทำจากสัตว์อื่น
ข้อ 4 ของประกาศกำหนดเกณฑ์ไว้ชัดเจน ผู้ผลิตที่คิดจะใช้คำว่าน้ำปลาแท้ต้องคุมสูตรและการหมักให้ผ่านทุกข้อ
- มีสี กลิ่น และรสตามลักษณะเฉพาะของน้ำปลาประเภทนั้น
- ใส ไม่มีตะกอน ยกเว้นตะกอนตามธรรมชาติไม่เกิน 0.1 กรัมต่อน้ำปลา 1 ลิตร
- โซเดียมคลอไรด์ไม่น้อยกว่า 200 กรัมต่อลิตร หากใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ร่วมหรือแทน ปริมาณเกลือรวมต้องไม่น้อยกว่า 200 กรัมต่อลิตร
- ไนโตรเจนทั้งหมดไม่น้อยกว่า 9 กรัมต่อลิตร
- ไนโตรเจนจากกรดอะมิโนร้อยละ 40 ถึง 60 ของไนโตรเจนทั้งหมด
- อัตราส่วนกรดกลูตามิกต่อไนโตรเจนทั้งหมด 0.4 ถึง 0.6
- ห้ามใส่สี ยกเว้นน้ำตาลทรายแดงหรือคาราเมล
- การใช้วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลให้เป็นไปตามมาตรฐานอาหารของ Codex ว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร
เกณฑ์คุณภาพน้ำปลาผสม
น้ำปลาผสมยังต้องใส มีตะกอนธรรมชาติไม่เกินเกณฑ์เดียวกัน และมีเกลือไม่น้อยกว่า 200 กรัมต่อลิตรเช่นกัน แต่ข้อ 5 กำหนดไนโตรเจนทั้งหมดไว้ไม่น้อยกว่า 4 กรัมต่อลิตร อัตราส่วนกรดกลูตามิกต่อไนโตรเจนทั้งหมด 0.4 ถึง 1.3 และห้ามใส่สีเว้นแต่น้ำตาลทรายแดงหรือคาราเมล
เกณฑ์ที่ต่างกันนี้เองคือเหตุผลว่าทำไมการนำหัวเชื้อมาเติมน้ำแล้วขายในชื่อน้ำปลาจึงเสี่ยงมาก ถ้าผลวิเคราะห์ไนโตรเจนหรือเกลือต่ำกว่าเกณฑ์ หรือฉลากบอกประเภทไม่ตรงกับของจริง สินค้าก็อาจเข้าข่ายอาหารผิดมาตรฐานหรืออาหารปลอมได้
เรื่องไอโอดีนในน้ำปลา
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง น้ำปลา (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 27 กันยายน 2553 เพิ่มข้อ 5/1 ให้น้ำปลาทุกประเภทมีไอโอดีน 2 ถึง 3 มิลลิกรัมต่อลิตร กรณีเติมไอโอดีนในกระบวนการผลิต หรือมีปริมาณตามที่ อย. เห็นชอบ กรณีใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนเป็นส่วนผสม ส่วนน้ำปลาสำหรับผู้ที่ต้องจำกัดการบริโภคไอโอดีนได้รับยกเว้น แต่ต้องแสดงข้อความ “สำหรับผู้ที่ต้องจำกัดการบริโภคไอโอดีน” บนฉลาก ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้กับน้ำปลาที่ผลิตเพื่อการส่งออก
ฉลากน้ำปลาต้องบอกประเภทให้ตรง
ประกาศน้ำปลากำหนดชื่อบนฉลากตามประเภทจริง เช่น น้ำปลาแท้ต้องแสดงว่าเป็นน้ำปลาแท้ น้ำปลาที่ทำจากสัตว์อื่นต้องระบุชนิดสัตว์ และถ้าผสมกับน้ำปลาแท้ต้องระบุชนิดสัตว์และสัดส่วน ส่วนน้ำปลาผสมต้องแสดงว่าเป็นน้ำปลาผสม นอกจากนี้ฉลากทั้งหมดต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยฉลากอาหาร ข้อนี้เกี่ยวโดยตรงกับข้อหา “ฉลากเพื่อลวง” ในข่าว เพราะการติดฉลากที่ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดเรื่องคุณภาพหรือประเภทสินค้าก็ผิดกฎหมายได้แม้สินค้าจะไม่เป็นอันตรายชัดเจน
ข้อ 7 ถึงข้อ 9 ของประกาศยังผูกผู้ผลิตไว้กับประกาศอีก 3 เรื่อง คือ วัตถุเจือปนอาหาร วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้และการเก็บรักษาอาหาร และภาชนะบรรจุ การใช้ขวดเก่าที่ไม่ผ่านการล้างฆ่าเชื้ออย่างถูกต้องแบบในข่าวจึงขัดกับหลักเกณฑ์เหล่านี้ด้วย
อยากผลิตน้ำปลาขายอย่างถูกกฎหมาย ต้องทำอะไรบ้าง
- เลือกประเภทน้ำปลาให้ชัด ว่าจะขายเป็นน้ำปลาแท้ น้ำปลาจากสัตว์อื่น หรือน้ำปลาผสม เพราะเกณฑ์ไนโตรเจนและชื่อบนฉลากต่างกัน
- เตรียมสถานที่ผลิต ให้ได้รับอนุญาตผลิตอาหารและเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ อย. กำหนด อ่านพื้นฐานเรื่องนี้ได้ใน ใบอนุญาตผลิตอาหาร สบ.1/1 กับ อ.2 ต่างกันอย่างไร หรือดูบริการขออนุญาตสถานที่
- ส่งตรวจวิเคราะห์ ค่าที่ประกาศกำหนด เช่น เกลือ ไนโตรเจนทั้งหมด ไนโตรเจนจากกรดอะมิโน กรดกลูตามิก และไอโอดีน กับห้องปฏิบัติการที่ อย. ยอมรับ
- ออกแบบฉลาก ให้ชื่อประเภทตรงกับผลวิเคราะห์ และมีข้อความบังคับตามประกาศฉลากอาหาร
- ยื่นขอเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละรายการตามประเภทอาหาร
- ควบคุมทุกล็อต เก็บบันทึกวัตถุดิบ สูตร ผลวิเคราะห์ และการกระจายสินค้า เพื่อรับมือการตรวจสอบหรือเรียกคืน
ร้านอาหารและผู้ซื้อ เช็กน้ำปลาอย่างไร
อย. แนะนำให้ซื้อจากร้านที่มีที่ตั้งชัดเจนและมีทะเบียนพาณิชย์ สำหรับร้านอาหารที่ซื้อน้ำปลาจำนวนมาก ควรเช็กเพิ่มว่า ฉลากมีชื่อประเภทน้ำปลา เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิตครบหรือไม่ ขวดต้องไม่ใช่ขวดรีไซเคิลที่ลอกฉลากเดิม และราคาต้องไม่ต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับท้องตลาด หากสงสัย แจ้ง อย. ได้ที่สายด่วน 1556 หรือ LINE @FDAThai
คำถามที่พบบ่อย
น้ำปลาปลอมคืออะไรตามกฎหมาย
ในข่าวนี้ อย. ใช้ข้อหาผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอมและจำหน่ายอาหารที่มีฉลากเพื่อลวงตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 เพราะผลิตในสถานที่ไม่ได้รับอนุญาต ผสมหัวเชื้อโดยไม่มีสูตรแน่นอน และติดฉลากให้เข้าใจผิด
ทำน้ำปลาขายต้องขอ อย. ไหม
ต้อง น้ำปลาเป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศฉบับที่ 203 ผู้ผลิตต้องมีสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาตและต้องมีเลขสารบบอาหารก่อนจำหน่าย ยกเว้นน้ำบูดูที่ประกาศนี้ไม่ครอบคลุม
น้ำปลาแท้กับน้ำปลาผสมต่างกันอย่างไร
น้ำปลาแท้ได้จากการหมักปลาโดยตรงและต้องมีไนโตรเจนทั้งหมดไม่น้อยกว่า 9 กรัมต่อลิตร ส่วนน้ำปลาผสมเติมส่วนประกอบอื่นหรือเจือจางได้ แต่ต้องมีไนโตรเจนทั้งหมดไม่น้อยกว่า 4 กรัมต่อลิตร และต้องแสดงฉลากว่าเป็นน้ำปลาผสม
น้ำปลาต้องเติมไอโอดีนไหม
ตามประกาศน้ำปลา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 น้ำปลาต้องมีไอโอดีนตามเกณฑ์ ยกเว้นน้ำปลาสำหรับผู้ที่ต้องจำกัดการบริโภคไอโอดีน ซึ่งต้องแสดงข้อความนี้บนฉลาก และไม่ใช้กับน้ำปลาที่ผลิตเพื่อส่งออก
ใส่สีในน้ำปลาได้ไหม
ไม่ได้ ยกเว้นน้ำตาลทรายแดงหรือคาราเมล ซึ่งเป็นข้อกำหนดทั้งของน้ำปลาแท้ น้ำปลาที่ทำจากสัตว์อื่น และน้ำปลาผสม
ให้ Livilution ช่วยวางแผนขอ อย. น้ำปลา
Livilution Consult มีประสบการณ์ 6 ปี ในงานขอ อย. อาหาร เราช่วยจัดประเภทน้ำปลาจากสูตร ตรวจความพร้อมสถานที่ผลิต วางแผนส่งตรวจวิเคราะห์ ตรวจฉลาก และยื่นคำขอกับ อย. ดูรายละเอียดได้ที่ บริการขอ อย. อาหาร
ส่งสูตรหรือรูปฉลากน้ำปลามาให้เราช่วยประเมินเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415
แหล่งอ้างอิง
- ข่าวแจก อย. ฉบับที่ 17 ปีงบประมาณ 2570 (3 พ.ย. 2569) ทลายแหล่งผลิตน้ำปลาและน้ำส้มสายชูปลอม: pr.moph.go.th
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 203) พ.ศ. 2543 เรื่อง น้ำปลา: food.fda.moph.go.th
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง น้ำปลา (ฉบับที่ 2) ราชกิจจานุเบกษา 1 ต.ค. 2553: food.fda.moph.go.th
- กองอาหาร อย. หน้ากฎหมายอาหาร หมวดน้ำปลา: food.fda.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
