สรุปสั้น: สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐาน มอก. 1181 ขวดนมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับทารกและเด็กเล็ก ได้ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569 เอกสารนี้ยังเป็นร่าง ยังไม่ใช่มาตรฐานบังคับ ระหว่างนี้ขวดนมที่ขายในไทยยังต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 369) พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดวัสดุที่ใช้ได้และกำหนดให้ต้องตรวจไม่พบบิสฟีนอลเอ (BPA)
บทความนี้สรุปเฉพาะสิ่งที่ยืนยันได้จากเว็บไซต์ สมอ. และประกาศของ อย. เหมาะกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และร้านค้าออนไลน์ที่ขายขวดนม ภาชนะเก็บน้ำนม และอุปกรณ์ป้อนนม
ร่าง มอก. 1181 ขวดนม คืออะไร ตอนนี้อยู่ขั้นไหน
หน้าประกาศของ สมอ. ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เชิญผู้เกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม “ขวดนมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับทารกและเด็กเล็ก” มอก. 1181 ผ่าน QR Code บนประกาศ โดยเปิดรับความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569
สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันมี 3 ข้อ
- เป็นร่าง การรับฟังความคิดเห็นคือขั้นที่มาตรฐานยังไม่ประกาศใช้ เนื้อหาอาจเปลี่ยนตามความเห็นที่ได้รับ
- ยังไม่บังคับ สมอ. ยังไม่ได้ประกาศว่าร่างนี้จะเป็นมาตรฐานทั่วไปหรือมาตรฐานบังคับ ไม่ควรเชื่อโพสต์ที่บอกว่าขวดนมทุกขวดต้องมีเครื่องหมาย มอก. แล้ว
- รายละเอียดทางเทคนิคยังไม่เผยแพร่ในหน้าประกาศ ประกาศที่เราเปิดดูมีเฉพาะชื่อร่าง เลข มอก. และช่องทางแสดงความคิดเห็น เราจึงไม่สรุปค่าทดสอบหรือข้อกำหนดของร่างในบทความนี้
ระหว่างนี้ ขวดนมต้องเป็นไปตามกฎหมายอะไร
ปัจจุบันขวดนมและภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็กอยู่ภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 369) พ.ศ. 2558 เรื่อง ขวดนมและภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 และใช้กับภาชนะสำหรับทารกและเด็กเล็กอายุไม่เกิน 3 ปี ประกาศนี้แยกภาชนะเป็น 2 กลุ่ม
| ชนิดภาชนะ | วัสดุที่อนุญาตตาม ป.สธ. 369 |
|---|---|
| ขวดนมและภาชนะบรรจุนมที่ใช้ซ้ำ | แก้วบอโรซิลิเกต พอลิโพรพิลีน (PP) และพอลิอีเทอร์ซัลโฟน (PES) |
| ภาชนะบรรจุนมที่ใช้ครั้งเดียว | พอลิโพรพิลีน (PP) และพอลิเอทิลีน (PE) |
สำหรับวัสดุพลาสติก PP, PES และ PE ประกาศกำหนดให้ตรวจไม่พบบิสฟีนอลเอ โดย “ไม่พบ” หมายถึงไม่พบที่ระดับขีดจำกัดการตรวจพบ (LOD) 0.25 ไมโครกรัมต่อลิตร และสำหรับ PES ยังมีเกณฑ์สาร 4,4′-ไดคลอโรไดฟีนิลซัลโฟน (DCPS) ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม วิธีวิเคราะห์ อย. ออกเป็นประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแยกต่างหาก
ถ้าขวดนมทำจากพลาสติกชนิดอื่นนอกตาราง เช่น พอลิคาร์บอเนต ถือว่าไม่ได้อยู่ในรายการวัสดุที่ประกาศอนุญาต ผู้ขายควรตรวจวัสดุจากเอกสารผู้ผลิตก่อนนำเข้าหรือวางขาย
ใครควรติดตามร่าง มอก. 1181
- ผู้ผลิตขวดนม จุกนม และภาชนะเก็บน้ำนม ในประเทศ ที่อาจต้องปรับสายการผลิตหรือการทดสอบถ้าร่างนี้ประกาศใช้
- ผู้นำเข้า ที่ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เพราะถ้ามาตรฐานใดถูกกำหนดเป็นมาตรฐานบังคับในอนาคต ผู้นำเข้าต้องได้รับใบอนุญาตก่อนนำเข้า
- เจ้าของแบรนด์และร้านค้าออนไลน์ ที่ใช้โรงงาน OEM ควรเก็บเอกสารวัสดุและผลทดสอบ BPA ตาม ป.สธ. 369 ไว้ตั้งแต่ตอนนี้
สินค้าที่ สมอ. ประกาศเป็นมาตรฐานบังคับแล้ว ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องขอใบอนุญาตก่อนผลิตหรือนำเข้า และสินค้าต้องแสดงเครื่องหมาย มอก. ผู้ซื้อตรวจเครื่องหมายแท้ได้ตามวิธีใน วิธีเช็คเครื่องหมาย มอก. แท้หรือปลอม
ประกาศ อย. กับร่าง มอก. ต่างกันอย่างไร
สองเรื่องนี้มาจากหน่วยงานและกฎหมายคนละฉบับ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 369 ออกตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มองขวดนมในฐานะภาชนะบรรจุอาหาร จึงเน้นเรื่องวัสดุที่สัมผัสนมและสารที่อาจปนเปื้อนสู่อาหาร ส่วนร่าง มอก. 1181 เป็นร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของ สมอ. ซึ่งดูแลตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ชื่อร่างครอบคลุมทั้ง “ขวดนมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง” จึงอาจกว้างกว่าตัวขวด แต่ขอบข่ายจริงต้องรอดูจากตัวมาตรฐานที่ประกาศ
ในทางปฏิบัติ ผู้ขายจึงควรทำตามประกาศ อย. ที่ใช้อยู่ให้ครบก่อน แล้วติดตามร่าง มอก. ไปพร้อมกัน ถ้าในอนาคตมาตรฐานนี้ประกาศใช้ เอกสารวัสดุและผลทดสอบที่เก็บไว้จะช่วยให้เตรียมยื่นได้เป็นระบบ
จะแสดงความคิดเห็นต่อร่างอย่างไร
- เปิดประกาศ “ขอเชิญแสดงความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขวดนมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับทารกและเด็กเล็ก” ในหน้าประกาศของ สมอ.
- สแกน QR Code บนประกาศเพื่อเข้าสู่แบบแสดงความคิดเห็น
- ส่งความเห็นได้ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569 ตามที่ประกาศกำหนด
- ถ้าเป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ควรเตรียมข้อมูลวัสดุ รุ่นสินค้า และผลทดสอบที่มีอยู่ เพื่อให้ความเห็นมีข้อมูลรองรับ
เช็กลิสต์ผู้ขายขวดนมตอนนี้
- วัสดุตรงตามตาราง ป.สธ. 369 หรือไม่ (ใช้ซ้ำ: แก้วบอโรซิลิเกต PP PES / ใช้ครั้งเดียว: PP PE)
- มีผลวิเคราะห์ BPA ของวัสดุพลาสติก และผล DCPS สำหรับ PES
- มีเอกสารจากผู้ผลิตระบุชนิดพลาสติกของตัวขวด ฝา และชิ้นส่วนที่สัมผัสนม
- ฉลากภาษาไทยครบ และข้อความโฆษณาไม่อ้างเกินจริง เช่น ไม่อ้างว่า “ได้ มอก.” ถ้ายังไม่ได้รับใบอนุญาต
- ติดตามประกาศของ สมอ. ว่าร่าง มอก. 1181 จะประกาศใช้ในรูปแบบใด
ภาชนะพลาสติกสำหรับอาหารทั่วไปยังมีเกณฑ์ของ อย. และ มอก. อีกชุด อ่านต่อได้ที่ ภาชนะบรรจุอาหารพลาสติกต้องผ่านเกณฑ์อะไร และ มอก. 655 ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร
คำถามที่พบบ่อย
ขวดนมต้องมี มอก. ไหม
ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 มาตรฐานขวดนม มอก. 1181 ยังเป็นร่างที่ สมอ. เปิดรับฟังความคิดเห็น ยังไม่ใช่มาตรฐานบังคับ แต่ขวดนมต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 369 อยู่แล้ว
ร่าง มอก. 1181 เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงเมื่อไร
ประกาศของ สมอ. ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ระบุว่าแสดงความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569 ผ่าน QR Code บนประกาศ
ขวดนมใช้พลาสติกอะไรได้บ้าง
ตาม ป.สธ. 369 ขวดนมและภาชนะที่ใช้ซ้ำใช้ได้แก้วบอโรซิลิเกต PP และ PES ส่วนภาชนะใช้ครั้งเดียวใช้ได้ PP และ PE
ขวดนมต้องไม่มี BPA จริงไหม
จริง ประกาศกำหนดให้วัสดุพลาสติก PP, PES และ PE ต้องตรวจไม่พบบิสฟีนอลเอ ที่ระดับขีดจำกัดการตรวจพบ 0.25 ไมโครกรัมต่อลิตร
ถ้าร่างนี้ประกาศเป็นมาตรฐานบังคับ ผู้นำเข้าต้องทำอะไร
สำหรับมาตรฐานบังคับทุกฉบับ ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องขอใบอนุญาตจาก สมอ. ก่อนผลิตหรือนำเข้า รายละเอียดสำหรับขวดนมต้องรอประกาศฉบับจริง ควรติดตามประกาศของ สมอ.
ให้ Livilution ช่วยเตรียมเอกสารขวดนมและติดตามร่าง มอก.
Livilution Consult มีประสบการณ์ 6 ปี ในงานขอใบอนุญาต มอก. และงาน อย. เราช่วยตรวจวัสดุและผลทดสอบตามประกาศ อย. วางแผนเตรียมตัวถ้าร่าง มอก. 1181 ประกาศใช้ และยื่นขอใบอนุญาตเมื่อถึงเวลา ดูรายละเอียดได้ที่ บริการขอ มอก.
ส่งสเปกวัสดุหรือรายการรุ่นขวดนมมาให้เราช่วยประเมินเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415
แหล่งอ้างอิง
- สมอ. ขอเชิญแสดงความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐาน มอก. 1181 ขวดนมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับทารกและเด็กเล็ก (29 ต.ค. 2569): tisi.go.th
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 369) พ.ศ. 2558 เรื่อง ขวดนมและภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก: food.fda.moph.go.th (PDF) / หน้ากฎหมายอาหาร
- ประกาศ อย. เรื่อง วิธีวิเคราะห์ขวดนมและภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก (ฉบับภาษาอังกฤษ): exfood.fda.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
