ใช้บ้านเป็นที่ผลิตอาหารได้ไหม ขออย. สถานที่ผลิตอาหารอย่างไร

ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นธุรกิจอาหารจากที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารแปรรูป เบเกอรี่ เครื่องดื่ม หรือสินค้าโฮมเมดต่าง ๆ แต่ก่อนเริ่มผลิตเพื่อจำหน่ายอย่างจริงจัง มีเรื่องสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหารจาก อย. เพราะสถานที่ผลิตถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญก่อนยื่นขอเลขสารบบอาหาร บทความนี้ Livilution จะสรุปทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการใช้บ้านเป็นสถานที่ผลิตอาหาร และขั้นตอนการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหารอย่างถูกต้อง


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


ใช้บ้าน เป็นสถานที่ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายได้ไหม

ผู้ประกอบการสามารถใช้บ้านพักอาศัยเป็นสถานที่ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายได้ แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานด้านสุขอนามัยของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยส่วนใหญ่บ้านที่ใช้ผลิตอาหารจะถูกจัดอยู่ในประเภท “สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน” สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีการแปรรูปอาหารเพื่อจำหน่าย เช่น อาหารบรรจุภาชนะปิดสนิท เบเกอรี่ อาหารแปรรูป หรืออาหารถนอมต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องขอใบรับแจ้งสถานที่ผลิตอาหารแบบ สบ.1  รวมถึงบางกรณีอาจเข้าข่ายกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในรูปแบบโฮมคุก ทั้งนี้สถานที่ผลิตต้องผ่านเกณฑ์ด้านความสะอาด การจัดแบ่งพื้นที่ และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและสามารถจำหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

บ้านพักอาศัย ขอ อย.สถานที่ผลิตอาหาร ได้ไหม

บ้านพักอาศัยสามารถใช้ยื่นขอใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร” ได้ หากลักษณะการผลิตเข้าข่ายธุรกิจขนาดเล็กหรือ SME ที่ไม่ได้ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ และไม่ได้มีจำนวนคนงานเข้าข่ายโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมายโรงงาน โดยส่วนใหญ่บ้านที่ใช้ผลิตอาหารเพื่อขายออนไลน์ ขายตามร้านค้า หรือฝากขายตามร้านสะดวกซื้อ มักจะเข้าข่าย “สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน” ซึ่งสามารถยื่นขออนุญาตกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

บ้านพักอาศัย ขอ อย.สถานที่ผลิตอาหาร

เกณฑ์ อย. สำหรับบ้านที่ใช้เป็นสถานที่ผลิตอาหาร

แม้จะเป็น “บ้านพักอาศัย” ก็สามารถใช้ยื่นขอ อย.สถานที่ผลิตอาหารได้ แต่สถานที่ต้องถูกปรับให้เหมาะสมตามหลักสุขลักษณะและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาทั้งสภาพแวดล้อม โครงสร้างอาคาร ระบบการผลิต และการจัดการภายใน เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนอาหาร

สภาพแวดล้อมรอบสถานที่ผลิตต้องเหมาะสม

บริเวณรอบบ้านที่ใช้ผลิตอาหารต้องสะอาดและไม่เป็นแหล่งก่อให้เกิดการปนเปื้อน เพราะ อย. จะประเมินตั้งแต่สภาพพื้นที่ภายนอกก่อนเข้าสู่ตัวอาคาร หากพื้นที่รอบบ้านมีฝุ่น ควัน หรือสิ่งสกปรกจำนวนมาก อาจทำให้ไม่ผ่านการตรวจสถานที่ได้

  • เลี่ยงพื้นที่ใกล้โรงงานที่มีฝุ่นหรือควันจำนวนมาก
  • เลี่ยงบริเวณที่มีน้ำขังเฉอะแฉะ
  • เลี่ยงพื้นที่ใกล้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์
  • เลี่ยงบริเวณที่มีกลิ่นเหม็นหรือมีแมลงจำนวนมาก
  • เลี่ยงจุดสะสมขยะหรือแหล่งเพาะเชื้อโรค

ฉะนั้น บ้านที่จะใช้เป็นสถานที่ผลิตอาการ ควรปรับพื้นที่โดยรอบบ้านให้สะอาด มีการจัดการสุขาภิบาลที่ดี และควบคุมสัตว์พาหะได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสผ่านเกณฑ์ อย. ได้ง่ายขึ้น

โครงสร้างอาคารต้องแข็งแรงและทำความสะอาดง่าย

ตัวอาคารหรือตัวบ้านที่ใช้ผลิตอาหารต้องเป็นโครงสร้างถาวร มีความมั่นคง แข็งแรง และเหมาะกับการใช้งานด้านอาหารโดยเฉพาะ ส่วนของพื้น ผนัง และเพดานควรเป็นวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมฝุ่น ไม่เกิดเชื้อรา และไม่มีรอยแตกร้าวที่อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค โดยทั่วไป อย. มักพิจารณาเรื่องต่อไปนี้

  • อาคารต้องไม่ทรุดโทรมหรือชำรุด
  • พื้นต้องเรียบ ไม่ดูดซับน้ำ
  • ผนังควรเช็ดล้างได้ง่าย
  • เพดานต้องไม่มีฝุ่นหรือหยากไย่สะสม
  • มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม
  • หากเป็นพื้นที่เปียก ควรมีระบบระบายน้ำที่ดี เพื่อป้องกันน้ำขังและลดความเสี่ยงเรื่องเชื้อจุลินทรีย์

ทางเข้า-ออก ต้องแยกจากพื้นที่พักอาศัยอย่างชัดเจน

หนึ่งในจุดสำคัญที่หลายบ้านมักตกมาตรฐาน คือ “ใช้ทางเข้าเดียวกับพื้นที่อยู่อาศัย” ซึ่งตามหลักเกณฑ์ อย. สถานที่ผลิตอาหารควรมีทางเข้า-ออกแยกจากพื้นที่พักอาศัยอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันบุคคลภายนอก สัตว์เลี้ยง หรือกิจกรรมภายในบ้านเข้าไปปะปนกับกระบวนการผลิตอาหาร แต่หากบ้านมีพื้นที่จำกัด อย่างน้อยควรแบ่งโซนให้ชัดเจน และจัดเส้นทางเข้าออกสำหรับพื้นที่ผลิตโดยเฉพาะ

การจัดการภายในต้องแบ่งเป็นสัดส่วน

ภายในบ้านที่ใช้เป็นสถานที่ผลิตอาหารต้องมีการจัดแบ่งพื้นที่ตามลำดับกระบวนการผลิต เพื่อให้การทำงานเป็นระบบและลดความเสี่ยงการปนเปื้อนข้าม โดยตัวอย่างพื้นที่ในบ้านที่ควรมี ได้แก่

  • ห้องเตรียมวัตถุดิบ
  • ห้องผลิตอาหาร
  • ห้องบรรจุสินค้า
  • ห้องเก็บวัตถุดิบ
  • ห้องเก็บสินค้าสำเร็จรูป
  • ห้องล้างทำความสะอาดอุปกรณ์
  • ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพนักงาน

การแบ่งห้องหรือแบ่งโซนอย่างชัดเจน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีการควบคุมสุขลักษณะในการผลิตอาหารอย่างเหมาะสม และยังช่วยให้การทำงานภายในสถานที่มีมาตรฐานมากขึ้นด้วย

อาหารแบบไหน ที่ต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร

อาหารที่ต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร เช่น เลขสถานที่ผลิตอาหาร หรือ ใบอนุญาตผลิตอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปหรือปรุงแต่ง อาหารที่กฎหมายจัดเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน โดยสามารถแบ่งกลุ่มได้ดังนี้

  • อาหารควบคุมเฉพาะ เป็นอาหารที่มีความเสี่ยงสูง ต้องควบคุมคุณภาพและมาตรฐานอย่างเข้มงวด เช่น เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท, นมโค, นมเปรี้ยว, อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (เช่น อาหารกระป๋อง), ไอศกรีม, อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก, และวัตถุเจือปนอาหาร
  • อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน เช่น อาหารกึ่งสำเร็จรูป, ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์, น้ำมันและไขมัน, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, เครื่องดื่มเกลือแร่, และเครื่องปรุงรสบางชนิด

ส่วนอาหารที่ไม่ต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร คือ อาหารสดที่ไม่ผ่านกรรมวิธีใดๆ หรืออาหารสดที่ผ่านการตัดแต่งเพื่อลดขนาดและบรรจุในภาชนะที่มองเห็นสภาพชัดเจน เช่น ผัก/ผลไม้สด, เนื้อสัตว์สดตัดแต่ง) ไม่ต้องขออนุญาตสถานที่ผลิต แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและสุขลักษณะทั่วไป

สถานที่ผลิตอาหารที่ต้องขออนุญาต

สถานที่ผลิตอาหารที่ต้องขออนุญาต

สถานที่ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาต คือสถานที่แปรรูปหรือบรรจุอาหาร รวมถึงการเก็บรักษาและบรรจุภัณฑ์ โดยแบ่งตาม พ.ร.บ. อาหาร ออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน

สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน คือ สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป (หรือกำลังเทียบเท่า) หรือมีการใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ไม่ว่าจะใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม ผู้ประกอบการต้องขอรับ ใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) และต้องควบคุมการผลิตให้ได้มาตรฐานระดับสากล

สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน

สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน คือ สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือรวมกันต่ำกว่า 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมกันน้อยกว่า 50 คน เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย ครัวขนาดย่อม ร้านเบเกอรี่ / โฮมเมด ผู้ประกอบการต้องยื่นขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน” (แบบ สบ.1) และจะได้รับใบสำคัญ สบ.1/1 เพื่อใช้ในการผลิตและจัดจำหน่าย

แม้จะไม่ได้เป็นโรงงานขนาดใหญ่ แต่ตามกฎหมาย ผู้ผลิตจะต้องขออนุญาตจัดตั้งสถานที่ผลิตและขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ก่อนเริ่มดำเนินการเสมอ

ผลิตอาหารในบ้าน ขออย. สถานที่ผลิตอาหารอย่างไร

การขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหารกับ อย. สามารถแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนได้แก่ การขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร และ การขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยผู้ประกอบการต้องดำเนินการผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ขั้นตอน 1 การขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร

  1. สมัครและยืนยันตัวตนในระบบ OPEN ID
    ผู้ประกอบการต้องสร้างบัญชีผู้ใช้งานและยืนยันตัวตนผ่านระบบ OPEN ID ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เพื่อใช้เข้าสู่ระบบ e-Submission ของ อย.
  2. เปิดสิทธิ์ใช้งานระบบ e-Submission และจัดทำ Master Data
    หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว ต้องยื่นขอเปิดสิทธิ์การใช้งานระบบ e-Submission พร้อมจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการ (Master Data) โดยเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องที่ อย. กำหนด
  3. ยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร
    เมื่อข้อมูลผู้ประกอบการได้รับการอนุมัติแล้ว สามารถยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารผ่านระบบ e-Submission และชำระค่าคำขอตรวจประเมินเบื้องต้นจำนวน 3,000 บาท ผ่านระบบออนไลน์
  4. รับการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร
    เจ้าหน้าที่จะติดต่อเพื่อนัดหมายวันเข้าตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์ GMP โดยจะตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์ กระบวนการผลิต และระบบควบคุมคุณภาพต่าง ๆ

หากสถานที่ผ่านการตรวจประเมิน ผู้ประกอบการจะได้รับรายงานผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และหากมีค่าตรวจประเมินส่วนต่างเพิ่มเติม จะต้องชำระผ่านระบบออนไลน์ก่อนรับรายงานผลอย่างสมบูรณ์

สถานที่ยื่นคำขอ

  • กรุงเทพมหานคร : ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จังหวัดนนทบุรี
  • ต่างจังหวัด : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ประมาณ 70 วันทำการ กรณีเอกสารและสถานที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
  • ประมาณ 100 วันทำการ กรณีต้องแก้ไขเอกสารหรือสถานที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์

คู่มือการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร

ขั้นตอน 2 การขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร

หลังจากสถานที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับ Audit Report แล้ว ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1) ผ่านระบบ e-Submission พร้อมแนบเอกสารตามที่ อย. กำหนด และชำระค่าคำขอรวมถึงค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร (กรณีที่ต้องขอใบอนุญาตผลิตอาหาร)

เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติ ผู้ประกอบการจะได้รับเลขสถานที่ผลิตอาหารหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง สามารถนำไปใช้ประกอบการยื่นขอเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะวางจำหน่ายต่อไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ประมาณ 16 วันทำการ กรณีเอกสารครบถ้วนและสถานที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  • ประมาณ 46 วันทำการ กรณีพบข้อบกพร่อง ต้องแก้ไขเอกสาร หรือสถานที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ อย.

ภายในบ้าน ต้องติดป้ายสถานที่ผลิตอาหารไหม

หากมีการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหารอย่างถูกต้อง จำเป็นต้องติดป้ายแสดงสถานที่ผลิตอาหารไว้ภายนอกสถานที่อย่างชัดเจน โดยข้อกำหนดจาก กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเจ้าหน้าที่มักแนะนำให้มีป้ายแสดงชื่อสถานที่ผลิตอาหารบริเวณหน้าบ้าน หรือหน้าพื้นที่ผลิต เพื่อระบุว่าเป็นสถานที่ประกอบกิจการผลิตอาหารอย่างชัดเจน

บ้านพักอาศัยสามารถใช้ขอ อย.สถานที่ผลิตอาหารได้จริง หากมีการจัดพื้นที่ให้เหมาะสม และผ่านเกณฑ์ GMP ขั้นพื้นฐานของ อย. หัวใจสำคัญคือ การแยกพื้นที่ผลิตออกจากพื้นที่พักอาศัย ควบคุมความสะอาด ป้องกันการปนเปื้อน และจัดการระบบต่าง ๆ ให้ได้มาตรฐาน หากวางแผนจะผลิตอาหารเพื่อขายอย่างจริงจัง การเตรียมสถานที่ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยให้การขออนุญาตง่ายขึ้น ลดปัญหาในอนาคต และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์อาหารของคุณได้มากขึ้น

หากต้องการขอ อย. อาหาร ขอใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร หรือปรึกษาเรื่องเอกสาร ทีม Livilution Consult พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่ตรวจความพร้อมสถานที่ จัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงยื่นขออนุญาตอย่างถูกต้อง สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาฟรีได้ที่ LINE : @liviconsult หรือเพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ

แชร์บทความนี้....