การนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเกาหลี อาหารญี่ปุ่น อาหารเสริม หรืออาหารสำเร็จรูป จำเป็นต้องตรวจสอบก่อนว่า สินค้านั้นต้องขอ อย. หรือไม่ เพราะประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารอย่างเข้มงวด หากนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกยึดสินค้า ถูกปรับ หรือไม่สามารถวางขายได้อย่างถูกกฎหมาย บทความนี้ Livilution จะพาไปดูว่า อาหารประเภทใดต้องขอ อย. ก่อนนำเข้า พร้อมขั้นตอนการยื่นขอ อย.อาหาร และหากฝ่าฝืนจะมีโทษอะไรบ้าง ไปดูกัน
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- ทำไมการนำเข้าอาหารต้องขอ อย. ก่อนจำหน่าย
- อาหารประเภทใดบ้างที่ต้องขอ อย. ก่อนนำเข้า?
- ขั้นตอนการขอ อย. อาหารนำเข้า
- โทษของการนำเข้าอาหารโดยไม่ขอ อย.
ทำไมการนำเข้าอาหารต้องขอ อย. ก่อนจำหน่าย
การนำเข้าอาหารต้องขออนุญาตจาก อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ก่อนจำหน่าย เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย มาตรฐาน และความถูกต้องของฉลากตามกฎหมายไทย เป็นการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ได้รับอันตรายจากอาหารปนเปื้อนหรือไม่ปลอดภัย และเป็นไปตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 โดยมีเหตุผล ดังนี้
- ความปลอดภัยของผู้บริโภค: การนำเข้าอาหารต้องขออนุญาตจาก อย. เพื่อยืนยันว่าอาหารที่นำเข้ามามีส่วนผสมที่ปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย และถูกสุขลักษณะต่อผู้บริโภค
- เป็นกฎหมายบังคับ: อาหารตามประเภทที่กฎหมายกำหนด เช่น อาหารควบคุมเฉพาะ ต้องมีเลข อย. ก่อนการนำเข้าและจำหน่าย การฝ่าฝืนมีโทษปรับ
- ความน่าเชื่อถือของสินค้า: เครื่องหมาย อย. บนบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งยืนยันคุณภาพ ป้องกันสินค้าปลอมแปลง สินค้าที่อ้างสรรพคุณเกินจริง หรือสินค้าที่มีวัตถุเจือปนที่ไม่อนุญาต ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจและเลือกซื้อ
- มาตรฐานฉลากภาษาไทย: อาหารนำเข้าต้องมีฉลากภาษาไทยที่ระบุรายละเอียดถูกต้อง เช่น ส่วนประกอบ วันผลิต/หมดอายุ และข้อมูลผู้ผลิต เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลสินค้าได้ง่ายขึ้น
อาหารประเภทใดบ้างที่ต้องขอ อย. ก่อนนำเข้า?
ประเภทอาหารที่ต้องขอรับใบอนุญาตนำเข้าและขึ้นทะเบียนเลขสารบบอาหาร (อย.) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แบ่งเป็น 5 กลุ่มได้แก่
1. อาหารควบคุมเฉพาะ
อาหารควบคุมเฉพาะ เป็นกลุ่มอาหารที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภคสูง จึงต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดจาก อย. ก่อนนำเข้า ผู้ประกอบการจำเป็นต้องยื่นข้อมูลเกี่ยวกับสูตร ส่วนประกอบ ฉลาก และเอกสารรับรองต่าง ๆ ให้ครบถ้วน โดยตัวอย่างอาหารควบคุมเฉพาะ ได้แก่
- นมและผลิตภัณฑ์นม
- อาหารสำหรับทารก
- อาหารสำหรับผู้ป่วย
- อาหารสำหรับผู้สูงอายุ
- อาหารที่มีส่วนผสม GMO
- อาหารที่เติมวิตามินหรือแร่ธาตุ
2. อาหารที่ต้องขอเลขสารบบอาหาร
อาหารหลายประเภทแม้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มควบคุมเฉพาะ แต่ก็ยังจำเป็นต้องขอเลขสารบบอาหารก่อนจำหน่าย เพื่อแสดงว่าสินค้าผ่านการตรวจสอบจาก อย. แล้ว ผู้ประกอบการต้องส่งรายละเอียดเกี่ยวกับสูตร ส่วนประกอบ ขนาดบรรจุ รวมถึงฉลากภาษาไทยให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากข้อมูลไม่ครบ หรือมีข้อความโฆษณาเกินจริง อาจถูกตีกลับให้แก้ไขได้ โดยตัวอย่างอาหารที่ต้องขอเลขสารบบอาหาร ได้แก่
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
- น้ำผลไม้
- ชาเขียว
- น้ำอัดลม
- ขนมขบเคี้ยว
- ซอสปรุงรส
- อาหารกระป๋อง
- ผลไม้อบแห้ง
- อาหารแปรรูป

3. อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน
อาหารพร้อมรับประทานจากต่างประเทศกำลังได้รับความนิยมสูงในประเทศไทย โดยเฉพาะอาหารเกาหลี ญี่ปุ่น และอาหารแช่แข็งต่าง ๆ แม้สินค้าจะผ่านการผลิตมาแล้ว แต่ก็ยังต้องผ่านการตรวจสอบจาก อย. ก่อนนำเข้าจำหน่ายในไทย อย. จะตรวจสอบเรื่องความสะอาด การเก็บรักษา ระบบบรรจุภัณฑ์ รวมถึงอายุสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย โดยตัวอย่างสินค้า เช่น
- ข้าวกล่องแช่แข็ง
- ต๊อกบกกีสำเร็จรูป
- ซุปกระป๋อง
- แกงสำเร็จรูป
- อาหารสุญญากาศ
- อาหารพร้อมอุ่นไมโครเวฟ
4. อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
อาหารเสริมเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่ อย. ควบคุมอย่างเข้มงวด เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง โดยผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียนและยื่นเอกสารวิเคราะห์สารสำคัญก่อนนำเข้าสินค้า นอกจากนี้ ยังต้องระวังเรื่องข้อความบนฉลากและโฆษณา เพราะหากมีการกล่าวอ้างเกินจริง เช่น รักษาโรค หรือเห็นผลทันที อาจไม่ผ่านการอนุมัติจาก อย.
ตัวอย่างอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น
- คอลลาเจน
- โปรตีนเชค
- วิตามินเม็ด
- น้ำมันปลา
- โพรไบโอติก
- อาหารเสริมลดน้ำหนัก
5. อาหารที่มีวัตถุเจือปนอาหาร
อาหารที่มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร เช่น สีผสมอาหาร สารกันเสีย หรือสารให้ความหวาน จำเป็นต้องได้รับการควบคุมจาก อย. เพราะหากใช้เกินมาตรฐาน อาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ อย. จะตรวจสอบชนิดของสาร ปริมาณที่ใช้ รวมถึงข้อมูลที่แสดงบนฉลากอาหารอย่างละเอียด ตัวอย่างวัตถุเจือปนอาหาร ได้แก่
- สีผสมอาหาร
- สารกันเสีย
- กลิ่นสังเคราะห์
- สารให้ความหวาน
- สารเพิ่มความคงตัว
ขั้นตอนการขอ อย. อาหารนำเข้า
การขอ อย. อาหารนำเข้า มี 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การขออนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร, การขออนุญาตผลิตภัณฑ์ (เลข อย.) ผ่านระบบออนไลน์ และการแจ้งนำเข้าแบบ License per Invoice (LPI) เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินพิธีการศุลกากร โดยสามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
1. ขออนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร
ก่อนนำเข้าอาหาร ต้องมีสถานที่เก็บหรือสถานที่นำเข้าที่ได้รับอนุญาตเสียก่อน
- เอกสารที่ต้องใช้ : สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล, ทะเบียนบ้าน, แผนที่สถานที่เก็บรักษาอาหาร, และสัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
- สถานที่ยื่น
- ใน กทม. ยื่นที่ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จ.นนทบุรี
- ต่างจังหวัด ยื่นที่ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)

2. ขอ อย. อาหารนำเข้า
- ยื่นผ่านระบบออนไลน์: เข้าสู่ระบบ e-Submission ของ อย. เพื่อดาวน์โหลดคำขอ กรอกข้อมูล และอัปโหลดเอกสาร เช่น ฉลากภาษาไทย, ผลวิเคราะห์ส่วนประกอบ, และกรรมวิธีการผลิต
- ค่าธรรมเนียม: คำขอละ 200 บาท (แบบ สบ.7) หรือ 2,000 บาท (แบบ สบ.5) ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์
ดูราบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://logistics.fda.moph.go.th/imported-for-sale/food-import
3. ขอหนังสือรับรองการนำเข้า (License per Invoice – LPI)
เมื่อสินค้าถึงด่านศุลกากร เราจะต้องแจ้งการนำเข้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ อย. สำหรับแต่ละล็อตการนำเข้า
- ยื่นผ่านระบบ: ดำเนินการผ่าน ระบบการขอนำเข้าอาหาร (e-Submission) โดยแนบเอกสารใบกำกับสินค้า (Invoice) และใบขนสินค้า
- ระบบจะออกเลข LPI เพื่อนำไปใช้ยื่นทำใบขนสินค้าขาเข้ากับกรมศุลกากร เพื่อปล่อยสินค้า
โทษของการนำเข้าอาหารโดยไม่ขอ อย.
การนำเข้าอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้ขอ อย. มีความผิดตาม พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมีโทษหนักทั้งจำและปรับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะความผิดและประเภทของอาหารที่นำเข้า ดังนี้
- ความผิดฐานนำเข้าอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต: มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ความผิดฐานนำเข้าอาหารที่ไม่มีฉลากภาษาไทย: มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท
- กรณีเป็นอาหารปลอมหรืออาหารผิดมาตรฐาน: อาจได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท
- โทษเพิ่มเติม: อาหารที่ลักลอบนำเข้าจะถูกยึดและทำลาย รวมถึงอาจถูกดำเนินคดีร่วมกับกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อาหารนำเข้าหลายประเภทจำเป็นต้องขอ อย. ก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ อาหารสำเร็จรูป อาหารเสริม หรืออาหารที่มีวัตถุเจือปนต่าง ๆ เพราะประเทศไทยมีมาตรฐานควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารที่เข้มงวด การดำเนินการให้ถูกต้องจึงช่วยทั้งเรื่องกฎหมาย ความน่าเชื่อถือ และโอกาสเติบโตของธุรกิจ
หากคุณต้องการนำเข้าอาหาร แต่ไม่แน่ใจว่าสินค้าต้องขออนุญาตแบบใด หรือต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง Livilution พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลการขอ อย. อาหารนำเข้าแบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจประเภทสินค้า ตรวจฉลาก ยื่นเอกสาร ไปจนถึงให้คำแนะนำด้านกฎหมายอาหาร เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult ปรึกษาฟรี




